ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Sat 22 Feb 2563 09:11

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 219,500

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


21/02/2563

“Little Iron Horse” หนึ่งในเหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่ที่นักสะสมไม่ควรพลาด


ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมาโรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint)ผลิตเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์เพื่อนักสะสมและนักลงทุนมากมายหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือเหรียญ “Little Iron Horse” เหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่ดีไซด์หรู โดดเด่นด้วยสีดำและทอง ด้วยการผสมผสานกันระหว่างโรเดียมสีดำและสีเหลืองของทองคำผลงานของศิลปินชื่อดัง คล็อด ธีเวียร์จ เพื่อเชิดชู"เจ้าม้าเหล็ก" ที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์แคนาดามากว่า400 ปี“Little Iron Horse” เป็นเหรียญกษาปณ์รูปหัวม้า 2 หัว จัดวางในลักษณะหยิน-หยาง เพื่อเป็นที่ระลึกสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างม้ากับประวัติศาสตร์ของแคนาดา อีกด้านหนึ่งของเหรียญจำลองพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง สีทองตัดกับพื้นหลังโรเดียมสีดำ โดยการจัดสร้างเหรียญรุ่นพิเศษนี้ดำเนินการพร้อมกับเหรียญรุ่นอื่นๆที่พิเศษไม่แพ้กัน เช่นเหรียญเฉลิมฉลองซีซันที่ 25 ของทีมโทรอนโตแร็ปเตอส์ แชมป์บาสเกตบอลเอ็นบีเอ และเหรียญที่ระลึกเที่ยวบินครั้งประวัติศาสตร์บนยานอวกาศ เป็นต้น เหรียญกษาปณ์รุ่น First Canadian in Space ราคาหน้าเหรียญ 25 เซนต์ เป็นผลงานของศิลปินชื่อโทนี เบียนโก ผลิตขึ้นเพื่อยกย่องเที่ยวบินครั้งประวัติศาสตร์ของมาร์ค การ์โน (Marc Garneau) บนยานอวกาศ Challenger เมื่อปี 1984 ทำจากโลหะผสมสามชนิด ตัวเหรียญมีการไล่สีเป็นชั้นๆ เพื่อแสดงให้เห็นชั้นบรรยากาศของโลก วงแหวนรอบนอกทำจากบรอนซ์ วงแหวนรอบในทำจากคิวโปรนิกเกิล และตรงกลางเป็นทองเหลือง ส่วนเหรียญเฉลิมฉลองซีซันที่ 25 ของทีมบาสเกตบอลแชมป์ลีกเอ็นบีเออย่างทีมโทรอนโตแร็ปเตอส์ มี 2 รุ่นคือ รุ่นที่ทำจากเงินเกรดดีหนัก 1 ออนซ์ กับรุ่นที่ทำจากเหล็กกล้าชุบนิกเกิลราคาหน้าเหรียญ 25 เซนต์ มีโลโก้ของทีมทั้งใหม่และเก่าอยู่บนเหรียญ บรรจุอยู่ภายในแฟ้มโชว์ประดับตราประทับสีทองเพื่อเฉลิมฉลอง2019 NBA Championship นอกจากนี้ยังมีเหรียญกษาปณ์รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่นที่เปิดตัวไปในปี 2019 ที่ผ่านมา ที่น่าสนใจได้แก่ - เหรียญทองคำแท้นูนสูงพิเศษราคาหน้าเหรียญ 200 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Purely Brilliant Collection: Forevermark Black Label Square ออกแบบโดยคริส รี้ด และโรซินา หลี่ ประดับเพชรแท้ทรงสี่เหลี่ยม - เหรียญเงินเกรดดีราคาหน้าเหรียญ 50 ดอลลาร์ประจำปี 2020 รุ่น Christmas Train ผลงานล่าสุดของโรงกษาปณ์แคนาดาที่มีชิ้นส่วนเงินเคลื่อนที่ได้ - เหรียญเงินเกรดดีราคาหน้าเหรียญ 50 ดอลลาร์ประจำปี 2020 รุ่น Real Shapes: The Caribou เหรียญรุ่นใหม่ในทรงหัวกวางคาลิบู ดังที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปในเหรียญ 25 เซนต์ - เหรียญทองคำแท้ราคาหน้าเหรียญ 500 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น 40th Anniversary of the Gold Maple Leaf ทำจากทองคำแท้ 99.99% หนัก 5 ออนซ์ - เหรียญทองคำแท้ราคาหน้าเหรียญ 2,500 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Into the Light: Lion หนัก 1 กิโลกรัม แสดงภาพหนึ่งในผลงานชิ้นเอกชุดทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ของศิลปินชีวิตสัตว์ป่าชื่อดังอย่างโรเบิร์ต เบตแมน ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นผลงานของโรงกษาปณ์แคนาดา ที่มีขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา

Read More

21/02/2563

คนอเมริกันให้อะไรกันในวันวาเลนไทน์


เครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับจากแรนด์หรู เครื่องประดับทอง เงิน อัญมณี ยังคงติดอันดับของขวัญที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุดที่คนอเมริกันเลือกมอบให้กันในวันวาเลนไทน์ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยของขวัญที่คนอเมริกันนิยมซื้อให้คนรักมากเป็นอันดับหนึ่งได้แก่ ลูกอมรองลงมาคือการ์ดวาเลนไทน์ ดอกไม้ และดินเนอร์มื้อค่ำ สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือNational Retail Federation(NRF) ซึ่งเป็นองค์กรค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของโลก สำรวจตัวเลขการใช้จ่ายของชาวอเมริกันในช่วงวันวาเลนไทน์ไว้ ว่า ในวันแห่งความรักนี้เป็นวันหนึ่งที่ชาวอเมริกันให้ความสำคัญและมีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุดวันหนึ่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ดีนักแต่ชาวอเมริกันกลับมีแผนจะใช้จ่ายเงินซื้อของขวัญให้แก่คนรักเพิ่มขึ้นถึง 32% หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายราว 27.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะซื้อเครื่องประดับเป็นของขวัญืเพิ่มสูงถึง 48.7% นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน 55% มีแผนจะเฉลิมฉลองในวันวาเลนไทน์ และจะใช้จ่ายเงินสำหรับซื้อของขวัญราคาเฉลี่ย 196.31 เหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าที่จะใช้จ่ายเงินในวันวาเลนไทน์สูงที่สุด 358.78 เหรียญสหรัฐ คือ กลุ่มอายุ 35-44 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 25-34 ปี ที่จะใช้จ่ายราว 307.51 เหรียญสหรัฐ ตามด้วยกลุ่มอายุ 18-24 ปี ซึ่งจะใช้จ่ายราว 109.31 เหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าผู้ชายจะใช้จ่ายมากกว่าผู้หญิงกว่า 2 เท่า สำหรับของขวัญที่ชาวอเมริกันเลือกซื้อให้กับคนรัก ได้แก่ ลูกอม (52%) การ์ดวาเลนไทน์ (43%) ดอกไม้ (37%) ดินเนอร์มื้อค่ำ (34%) และเครื่องประดับ (21%) ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุดถึง 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ชาวอเมริกันราว 27% ยังมีแผนที่จะซื้อของขวัญให้แก่สัตว์เลี้ยงด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแหล่งซื้อของขวัญวาเลนไทน์ที่นิยม ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า 36% ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (Discount Store) และร้านค้าออนไลน์ 32% (Amazon และ The like) ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง 19% เช่น ร้านค้าปลีกเครื่องประดับแบรนด์ต่างๆ และร้านดอกไม้ 17% ด้วยเหตุนี้ สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยจึงยังมีโอกาส ในตลาดอเมริกาโดยเฉพาะในช่วงวันหรือเทศกาลสำคัญที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด งานแต่งงาน วันแม่ (เดือนพฤษภาคม)และเทศกาลคริสต์มาส ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรผลิตสินค้าที่เข้ากับเทศกาลต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำยอดขายในตลาดอเมริกามากขึ้น

Read More

21/02/2563

ของกำนัลแทนใจของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8


ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษ เล่าถึงเรื่องราวโศกนาฎกรรมความรักพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 กับพระนางแอนน์ โบลีน ไว่ว่าแม้ความรักของทั้งสองจะไม่ยืนยาวนัก แต่พระเจ้าเฮ็นรี่ที่ 8 ก็ได้มอบของกำนัลให้แอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) หลายชิ้นในช่วงที่นางได้รับการสถาปนาเป็นพระราชินีแห่งอังกฤษ ดังปรากฏตามภาพวาดต่างๆ เช่น จี้ทองคำอักษร ‘H’ ซ้อนทับกับ ‘A’ สร้อยคอไข่มุกประดับจี้ทองคำอักษรย่อ ‘B’ และพระราชินีแอนน์ โบลีนนี่เองคือผู้ให้กำเนิด “เจ้าหญิงอลิซาเบธ”ซึ่งต่อมาภายหลังได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษนั่นเองเครื่องประดับเหล่านี้แฝงไว้ด้วยความหมายและความรู้สึกอันลึกซึ้งของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ที่มีต่อพระนาง เช่น สร้อยคอที่มีจี้ทองเป็นตัวอักษร ‘H’ ซ้อนทับกับ ‘A’ เป็นอักษรย่อพระนามของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 และชื่อย่อของแอนน์ โบลีน แหวนประดับเพชรด้านในจารึกภาษาละติน และสร้อยคอไข่มุกขนาดสั้นติดคอ ประดับด้วยจี้ทองคำอักษรย่อ ‘B’ ด้านล่างห้อยไข่มุกทรงหยดน้ำ 3 เม็ด ซึ่งเป็นชื่อตระกูลโบลีน (Boleyn) ของนางนั่นเองแอนน์ โบลีน (Anne Boleyn) เป็นบุตรของเซอร์โทมัส โบลีน ขุนนางคนสำคัญซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 7 ในวัยเด็กเธอถูกส่งตัวไปเป็นข้าราชบริพารในสมเด็จพระราชินีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศส(พระนางแมรี ทิวดอร์) แล้วจึงกลับมาเข้ารับราชการเป็นข้าราชบริพารในสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีนแห่งอารากอน (พระราชินีในพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8) แอนน์ โบลีน ขึ้นชื่อเรื่องความเฉลียวฉลาด มั่นใจในตัวเอง มีบุคลิกโดดเด่น ทำให้เธอเป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ต่างจากเหล่าข้าราชบริพารสาวคนอื่นๆในราชสำนัก เธอจึงเป็นที่หมายปองของบรรดาขุนนางมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ที่ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังถึงขนาดต้องการที่จะแต่งงานกับนาง พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ต้องการหย่ากับพระราชินีแคทเธอ เพื่อจะได้แต่งงานกับแอนน์ โบลีน จึงส่งสาส์นไปยังวาติกันเพื่อขอหย่าจากพระนางแคทเธอรีน โดยให้เหตุผลว่าพระนางไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายเพื่อเป็นรัชทายาทแก่แผ่นดินอังกฤษ ได้ ซึ่งแน่นอนว่าได้รับการปฏิเสธจากวาติกัน (การหย่าร้างของกษัตริย์ต้องได้รับการยินยอมจากสมเด็จพระสันตปาปาแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกก่อน) เจ้าเฮนรี่ที่ 8 ซึ่งมีความลุ่มหลงในตัวของแอนน์ โบลีนเป็นอย่างมากจนไม่อาจหักห้ามใจได้ จึงแอบสมรสอย่างกันอย่างลับๆ โดยให้อาร์คบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีประกาศให้การสมรสระหว่างพระองค์กับสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีนเป็นโมฆะ ด้วยพระนางเคยผ่านสมรสกับเจ้าชายอาเธอร์ (พระโอรสองค์โตของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 7)มาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ยังนำไปสู่การประกาศแยกตัวออกจากคริสตจักรโรมันคาทอลิกของอังกฤษอีกด้วยหลังเข้าพิธีรับตำแหน่งราชินีแห่งอังกฤษได้ไม่นาน (วันที่ 1 มิถุนายน 1533) เธอได้ให้กำเนิดพระธิดานามว่า ‘เจ้าหญิงอลิซาเบธ’ สร้างความผิดหวังให้พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 หวังเป็นอย่างยิ่งเพราะทรงหวังว่าบุตรที่เกิดจากพระนางแอนน์ โบลีน จะเป็นพระโอรส ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความรักที่พระงองค์เคยมีต่อนางจืดจางลง ทรงเบื่อหน่ายกับพระราชินีที่กล้าคิด กล้าพูดจนเกินงาม จนดูเหมือนเป็นการแทรกแซงเรื่องการเมืองการปกครองอย่างไม่ไว้หน้าพระองค์ ซึ่งหนทางเดียวที่แอนน์จะรักษาสถานภาพและตำแหน่งราชินีของตนเองไว้ได้ก็คือ การให้กำเนิดพระโอรสเท่านั้น หลังจากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์และแท้งอีก 2 ครั้ง เมื่อไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสได้ก็ทำให้สถานภาพของพระนางสั่นคลอน ต่อมาพระนางถูกจับในข้อหา “คบชู้” กับชายมากหน้าหลายตารวมถึง ‘จอร์จ โบลีน’ น้องชายร่วมสายเลือด ข้อกล่าวหาอันรุนแรงดังกล่าวนี้บ้างก็ว่าเป็นเรื่องจริง ด้วยนางต้องการมีบุตรชายเพื่อรักษาสถานภาพของตนเองเอาไว้ แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ทรงยัดเยียดข้อกล่าวหานี้เพื่อกำจัดนางให้ออกไปพ้นทาง ความจริงเป็นเช่นไรไม่มีใครทราบได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วพระนางก็ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการตัดคอในวันที่ 19 พฤษภาคม 1536 ณ หอคอยแห่งลอนดอน

Read More

19/02/2563

เข็มกลัดทองคำล้อมเพชรและแหวนมรกต ของพระราชทานแห่งความทรงจำ


อาภัสรา หงสกุล ผู้ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาลนางงามจักรวาลคนที่ 14 ในการประกวดที่หาดไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกาและเป็นคนแรกของไทย เปิดเผยของพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี 2 วาระ 2 ชิ้น คือ จี้ทองคำล้อมเพชรและแหวนมรกต ที่ทำให้รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ แหวนมรกตล้อมเพชร แหวนมรกต เป็นของขวัญพระราชทานเนื่องในพิธีมงคลสมรสระหว่างคุณปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล กับม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร โดยหลังจากได้รับตำแหน่งนางงามจักวาลคนแรกของประเทศไทยแล้ว ต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นางงามจักวาลทั่วโลก เมื่อกลับประเทศไทยก็ได้พบรักกับ ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร โดยคุณปุ๊กเล่าว่าคุณชายเกียรติคุณว่า เป็นสุภาพบุรุษที่น่ารัก เป็นชายในฝันของบรรดาของสาวๆในยุคนั้น ในวันแต่งงานของทั้งคู่ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ได้พระราชทานเครื่องประดับเป็นแหวนมรกตน้ำงามล้อมเพชรให้เป็นของขวัญ โดยระหว่างที่พระราชทานทรงมีรับสั่งว่า "ทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย" แล้วก็พระราชทานแหวนมรกตให้ วันนั้นคุณปุ๊กเล่าว่ารู้สึกปลาบปลื้มใจมาก แม้จะยืนตลอด ทั้งคืนก็ไม่เหนื่อยเพราะดีใจมาก เข็มกลัดทองคำลงยาสลักตราประจำพระองค์ หลังแต่งงานคุณอาภัสรา ได้มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลายครั้ง โดยมีหน้าที่ฟ้อนถวายในงานพระราชทานเลี้ยงพระราชอาคันตุกะหลายครั้ง เช่นงานเลี้ยงต้อนรับ ควีนอลิซาเบธ พระเจ้าซาร์ ทั้งเซิ้ง ฟ้อนเล็บ และรำลาวดวงเดือน วันหนึ่งในงานพระราช ทานเลี้ยงขอบใจผู้ที่มีส่วนร่วมการถวายการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง สมเด็จฯพระบรมราชินีนาถ พระราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานเข็มกลัดทองคำลงยาสลักตราประจำพระองค์ พระนามาภิไธยย่อ สก.เดินขอบด้วยเพชร จากพระหัตถ์แก่คุณปุ๊ก พร้อมมีพระราชดำรัสว่า "รำอยู่หลายงานค่ะ” นั่นคือความประทับใจและความรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จฯพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านช่วงเวลาความสุขที่สุด ของนางงามจักรวาลตลอดกาล คุณปุ๊กอภัสรา หงสกุล อาภัสรา หงสกุล ชื่อเล่น ปุ๊ก เกิดที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวน 6 คนของนาวาอากาศเอก (พิเศษ) เพิ่ม และเกยูร หงสกุล เป็นนางสาวไทยพ.ศ. 2507 ครองมงกุฎนางงามจักรวาล ค.ศ. 1965 เป็นนางงามจักรวาลคนที่ 14 และคนที่ 2 ของเอเชีย ต่อจากอากิโกะ โคจิมะ นางงามญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งนี้เมื่อ ค.ศ. 1959

Read More

21/02/2563

“Little Iron Horse” หนึ่งในเหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่ที่นักสะสมไม่ควรพลาด


ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมาโรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint)ผลิตเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์เพื่อนักสะสมและนักลงทุนมากมายหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือเหรียญ “Little Iron Horse” เหรียญกษาปณ์รุ่นใหม่ดีไซด์หรู โดดเด่นด้วยสีดำและทอง ด้วยการผสมผสานกันระหว่างโรเดียมสีดำและสีเหลืองของทองคำผลงานของศิลปินชื่อดัง คล็อด ธีเวียร์จ เพื่อเชิดชู"เจ้าม้าเหล็ก" ที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์แคนาดามากว่า400 ปี“Little Iron Horse” เป็นเหรียญกษาปณ์รูปหัวม้า 2 หัว จัดวางในลักษณะหยิน-หยาง เพื่อเป็นที่ระลึกสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างม้ากับประวัติศาสตร์ของแคนาดา อีกด้านหนึ่งของเหรียญจำลองพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง สีทองตัดกับพื้นหลังโรเดียมสีดำ โดยการจัดสร้างเหรียญรุ่นพิเศษนี้ดำเนินการพร้อมกับเหรียญรุ่นอื่นๆที่พิเศษไม่แพ้กัน เช่นเหรียญเฉลิมฉลองซีซันที่ 25 ของทีมโทรอนโตแร็ปเตอส์ แชมป์บาสเกตบอลเอ็นบีเอ และเหรียญที่ระลึกเที่ยวบินครั้งประวัติศาสตร์บนยานอวกาศ เป็นต้น เหรียญกษาปณ์รุ่น First Canadian in Space ราคาหน้าเหรียญ 25 เซนต์ เป็นผลงานของศิลปินชื่อโทนี เบียนโก ผลิตขึ้นเพื่อยกย่องเที่ยวบินครั้งประวัติศาสตร์ของมาร์ค การ์โน (Marc Garneau) บนยานอวกาศ Challenger เมื่อปี 1984 ทำจากโลหะผสมสามชนิด ตัวเหรียญมีการไล่สีเป็นชั้นๆ เพื่อแสดงให้เห็นชั้นบรรยากาศของโลก วงแหวนรอบนอกทำจากบรอนซ์ วงแหวนรอบในทำจากคิวโปรนิกเกิล และตรงกลางเป็นทองเหลือง ส่วนเหรียญเฉลิมฉลองซีซันที่ 25 ของทีมบาสเกตบอลแชมป์ลีกเอ็นบีเออย่างทีมโทรอนโตแร็ปเตอส์ มี 2 รุ่นคือ รุ่นที่ทำจากเงินเกรดดีหนัก 1 ออนซ์ กับรุ่นที่ทำจากเหล็กกล้าชุบนิกเกิลราคาหน้าเหรียญ 25 เซนต์ มีโลโก้ของทีมทั้งใหม่และเก่าอยู่บนเหรียญ บรรจุอยู่ภายในแฟ้มโชว์ประดับตราประทับสีทองเพื่อเฉลิมฉลอง2019 NBA Championship นอกจากนี้ยังมีเหรียญกษาปณ์รุ่นพิเศษอีกหลายรุ่นที่เปิดตัวไปในปี 2019 ที่ผ่านมา ที่น่าสนใจได้แก่ - เหรียญทองคำแท้นูนสูงพิเศษราคาหน้าเหรียญ 200 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Purely Brilliant Collection: Forevermark Black Label Square ออกแบบโดยคริส รี้ด และโรซินา หลี่ ประดับเพชรแท้ทรงสี่เหลี่ยม - เหรียญเงินเกรดดีราคาหน้าเหรียญ 50 ดอลลาร์ประจำปี 2020 รุ่น Christmas Train ผลงานล่าสุดของโรงกษาปณ์แคนาดาที่มีชิ้นส่วนเงินเคลื่อนที่ได้ - เหรียญเงินเกรดดีราคาหน้าเหรียญ 50 ดอลลาร์ประจำปี 2020 รุ่น Real Shapes: The Caribou เหรียญรุ่นใหม่ในทรงหัวกวางคาลิบู ดังที่ปรากฏให้เห็นทั่วไปในเหรียญ 25 เซนต์ - เหรียญทองคำแท้ราคาหน้าเหรียญ 500 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น 40th Anniversary of the Gold Maple Leaf ทำจากทองคำแท้ 99.99% หนัก 5 ออนซ์ - เหรียญทองคำแท้ราคาหน้าเหรียญ 2,500 ดอลลาร์ประจำปี 2019 รุ่น Into the Light: Lion หนัก 1 กิโลกรัม แสดงภาพหนึ่งในผลงานชิ้นเอกชุดทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา ของศิลปินชีวิตสัตว์ป่าชื่อดังอย่างโรเบิร์ต เบตแมน ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นผลงานของโรงกษาปณ์แคนาดา ที่มีขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา

Read More

21/02/2563

คนอเมริกันให้อะไรกันในวันวาเลนไทน์


เครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับจากแรนด์หรู เครื่องประดับทอง เงิน อัญมณี ยังคงติดอันดับของขวัญที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุดที่คนอเมริกันเลือกมอบให้กันในวันวาเลนไทน์ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยของขวัญที่คนอเมริกันนิยมซื้อให้คนรักมากเป็นอันดับหนึ่งได้แก่ ลูกอมรองลงมาคือการ์ดวาเลนไทน์ ดอกไม้ และดินเนอร์มื้อค่ำ สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือNational Retail Federation(NRF) ซึ่งเป็นองค์กรค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของโลก สำรวจตัวเลขการใช้จ่ายของชาวอเมริกันในช่วงวันวาเลนไทน์ไว้ ว่า ในวันแห่งความรักนี้เป็นวันหนึ่งที่ชาวอเมริกันให้ความสำคัญและมีการจับจ่ายใช้สอยมากที่สุดวันหนึ่ง แม้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ดีนักแต่ชาวอเมริกันกลับมีแผนจะใช้จ่ายเงินซื้อของขวัญให้แก่คนรักเพิ่มขึ้นถึง 32% หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายราว 27.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะซื้อเครื่องประดับเป็นของขวัญืเพิ่มสูงถึง 48.7% นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้บริโภคชาวอเมริกัน 55% มีแผนจะเฉลิมฉลองในวันวาเลนไทน์ และจะใช้จ่ายเงินสำหรับซื้อของขวัญราคาเฉลี่ย 196.31 เหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าที่จะใช้จ่ายเงินในวันวาเลนไทน์สูงที่สุด 358.78 เหรียญสหรัฐ คือ กลุ่มอายุ 35-44 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 25-34 ปี ที่จะใช้จ่ายราว 307.51 เหรียญสหรัฐ ตามด้วยกลุ่มอายุ 18-24 ปี ซึ่งจะใช้จ่ายราว 109.31 เหรียญสหรัฐ โดยลูกค้าผู้ชายจะใช้จ่ายมากกว่าผู้หญิงกว่า 2 เท่า สำหรับของขวัญที่ชาวอเมริกันเลือกซื้อให้กับคนรัก ได้แก่ ลูกอม (52%) การ์ดวาเลนไทน์ (43%) ดอกไม้ (37%) ดินเนอร์มื้อค่ำ (34%) และเครื่องประดับ (21%) ซึ่งมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงที่สุดถึง 5.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ ชาวอเมริกันราว 27% ยังมีแผนที่จะซื้อของขวัญให้แก่สัตว์เลี้ยงด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแหล่งซื้อของขวัญวาเลนไทน์ที่นิยม ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า 36% ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ (Discount Store) และร้านค้าออนไลน์ 32% (Amazon และ The like) ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง 19% เช่น ร้านค้าปลีกเครื่องประดับแบรนด์ต่างๆ และร้านดอกไม้ 17% ด้วยเหตุนี้ สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยจึงยังมีโอกาส ในตลาดอเมริกาโดยเฉพาะในช่วงวันหรือเทศกาลสำคัญที่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับให้แก่กัน ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด งานแต่งงาน วันแม่ (เดือนพฤษภาคม)และเทศกาลคริสต์มาส ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรผลิตสินค้าที่เข้ากับเทศกาลต่างๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำยอดขายในตลาดอเมริกามากขึ้น

Read More