ส. 17 ส.ค. 2562 09:10

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 219,500

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

06/21/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


08/13/2562

พาเทียลา(Patiala) สร้อยคอทองคำประดับเพชรที่หายไป


พาเทียลา (Patiala)เป็นสร้อยคอทองคำ 5 แถวประดับด้วยเพชร 2,930 เม็ด ล้อมรอบด้วยทับทิมพม่า และ อัญมณีอื่นๆโดยมีเซ็นเตอร์พีชเป็น เพชรเดอเบียร์สหรือเพชรสีเหลืองหนัก 234.6 กะรัต ซึ่งเป็นเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก สร้อยพาเทียลาเส้นนี้ ออกแบบโดยเจ้าของบริษัท Cartier เมื่อปี 1928 มอบให้แก่มหาราชา เซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์ อย่างไรก็ตาม สร้อยเส้นนี้ได้หายไปเมื่อปี 1948 โดยไม่รู้ว่าหายสาบสูญไปไหน แต่เป็นที่ทราบกันว่าบุคคลสุดท้ายที่ได้สวมสร้อยเส้นนี้ ก็คือ มหาราชา ยาดาวินดรา ซิงห์ บุตรชายของมหาราชา เซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์ นั่นเอง ตัวแทนของ Cartier ในลอนดอนได้พยายามออกติดตามหาเบาะแสของสร้อยพาเทียลาเส้นนี้มาตลอดระยะเวลา 50 ปี แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบมัน ทั้งนี้เป็นที่เชื่อว่าสร้อยเส้นนี้อาจถูกขโมยออกไปขายโดยสมาชิกในครอบครัวมหาราชา แต่ก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น ต่อมาภายหลังมีรายงานว่ามีคนพบสร้อยเส้นนี้แต่เพชรทุกเม็ดได้ถูกแกะออกไปจากตัวเรือนนี้หมดแล้ว เหลือแต่ตัวเรือนเปล่าๆ ทาง Cartier จึงได้ประมูลตัวเรือนเปล่าของสร้อยเส้นนี้กลับมาแล้วหาพลอยและหินสีมาเจียระไนให้เหมือนเดิมทุกเม็ด เมื่อสร้อยเส้นนี้ถูกปลุกให้มีชีวิตเสมือนจริงขึ้นมาอีกครั้ง ทาง Cartier ได้นำออกแสดงหลายครั้ง เพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นถึงความงามและความล้ำค่าของสร้อยพาเทียลา นี้ว่าเคยงดงามขนาดไหน หากอยู่ถึงปัจจุบัน สร้อยพาเทียลา น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 20-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 650-975 ล้านบาท)เลยทีเดียว Cartier แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงสัญชาติฝรั่งเศสโดยสามพีน้องตระกูลคาร์เทียร์ คือหลุยส์ ฌาคส์และปิแอร์ ที่สานต่อกิจการของหลุยส์-ฟรองซัวส์ (ลุง)ผู้ก่อตั้งคาร์เทียร์เมื่อ ปี ค.ศ.1847 หรือ 172 ปีมาแล้ว Cartierเป็นเลิศในโลกแห่งเครื่องประดับและนาฬิกา เป็นที่โปรดปรานของราชสำนักต่างๆ และบุคคลสำคัญมากมาย

Read More

08/13/2562

สวิตเซอร์แลนด์คุมเข้มนำเข้าทองคำ


สวิตเซอร์แลนด์ออกมาตรการตรวจสอบแหล่งที่มาของทองคำจากนอกประเทศและการนำเข้าทองคำเพื่อให้แน่ใจว่าทองคำที่นำเข้าประเทศนั้น ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิต สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงถึงอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำและตลาดทองคำrecycled นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำเข้าและส่งออกทองคำมากที่สุดในโลก โดยในปี ค.ศ. 2017 สวิสนำเข้าทองคำปริมาณ 2,404 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า69.6 พันล้านฟรังก์สวิต และส่งออกทองคำปริมาณ 1,684 ตัน มูลค่า 66.6 พันล้านฟรังก์สวิตรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้ทำข้อตกลงในระดับชาติและนานาชาติเกี่ยวกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมทองคำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าทองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิตเข้าสู่ประเทศ ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าทองคำของสวิสถือได้ว่ามีความเข้มงวดมากที่สุดประเทศหนึ่ง เช่น ข้อกฎหมาย Precious Metals Control Act และ Anti-Money Laundering Act ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการบิดเบือนแหล่งที่มาของทองคำภายในรายงานของสภาแห่งชาติได้มีการแนะนำมาตรการเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความโปร่งใสและระบบการค้าทองคำแก่รัฐบาลกลาง โดยระบุว่า การเปิดเผยแหล่งที่มาของแร่หินมีค่าและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันการนำเข้าทองคำจากเหมืองแร่ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ประเทศได้ นอกจากนี้ สภาแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ยังได้แนะนำให้เพิ่มบทบาทของผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรม และขยายความร่วมมือในการผลิตทองคำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในแต่ละปีมีทองคำบริสุทธิ์ถูกส่งไปสกัดเป็นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กว่า 2 ใน 3 ของจำนวนทองคำทั่งโลก สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นเสมือน “เมืองหลวงของทองคำ” มีบริษัทผลิตทองคำที่มีคุณภาพมากที่สุดในโลกหลายแบรนด์ เช่น “PAMP” ผู้ผลิตทองคำยักษ์ใหญ่ ซึ่งชื่อ “PAMP” หมายถึง “Artistic Precious Metals Products” หรือ “งานศิลปะบนโลหะอันทรงคุณค่า” ซึ่งรังสรรค์ “งานฝีมือ” จากทองทุกชิ้น ด้วยดีไซน์ ลวดลายที่งดงาม ด้วยฝีมือช่างมืออาชีพ ทองคำของ PAMP มีความบริสุทธิ์มากกว่า 99.99% ตามมาตรฐาน LBMA (London Bullion Market Association) หรือ ตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Read More

08/13/2562

ของรับขวัญเจ้าชายน้อยจากพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2


“Botswana Flower” เข็มกลัดประดับด้วยเพชรเจียระไนรูปทรงหยดน้ำจำนวน 11 เม็ด บนตัวเรือนทองคำ คือเครื่องประดับที่สื่อในอังกฤษหลายสำนัก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ต่างคาดการณ์ว่าจะเป็นของรับขวัญที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงพระราชทานให้กับดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เนื่องในโอกาสให้กำเนิดพระโอรสในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 พฤษภาคม 2562เข็มกลัดทองประดับเพชรนี้ออกแบบให้มีลักษณะเป็นรวงข้าวฟ่าง พืชเศรษฐกิจของประเทศบอตสวานา เพราะเพชรทั้ง 11 เม็ดถูกขุดพบจากเหมืองเพชรในประเทศบอตสวานา โดยประธานาธิบดีแห่งประเทศบอตสวานาได้ถวายให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 2007 ทั้งนี้บอตสวานาเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เนื่องจากเป็นสถานที่ซึ่งทั้งสองพระองค์เคยเดินทางไปท่องเที่ยวและใช้เวลาร่วมกันเมื่อครั้งที่ยังทรงคบหาดูใจกันในฐานะคู่รัก อีกทั้งเพชรเม็ดหลักบนแหวนหมั้นที่ดยุกแห่งซัสเซกซ์ทรงมอบให้ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ยังเป็นเพชรจากเหมืองในประเทศบอตสวานาอีกด้วยนอกจากเข็มกลัด“Botswana Flower” ยังมีเครื่องประดับชิ้นอื่นๆอีก ได้แก่ เข็มกลัด The Flower Basket เป็นเข็มกลัดที่ออกแบบให้เป็นตระกร้าดอกไม้ ตกแต่งด้วยเพชร ทับทิม ไพลิน และมรกต ซึ่งควีนเอลิซาเบธ เมื่อครั้งเป็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ได้รับพระราชทานเป็นของขวัญจากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 (พระบิดา) และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ (พระมารดา) ในโอกาสแห่งการให้กำเนิดเจ้าชายชาร์ลส์ พระโอรสพระองค์แรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 1948 เข็มกลัด The Flower Basket เป็นเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงโปรดเป็นอย่างมาก ในช่วง 7 ทศวรรษที่ผ่านมา พระองค์มักทรงเข็มกลัดชิ้นนี้อยู่บ่อยครั้ง โดยครั้งล่าสุด คือวันที่ 21 เมษายน 2562 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ และในปีนี้ยังตรงกับวันอีสเตอร์อีกด้วยสมาชิกแห่งราชวงศ์วินเซอร์ พระโอรสพระองค์น้อยของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ มีพระนามว่า “อาร์ชี แฮริสัน เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์” (Archie Harrison Mounbatten-Windsor) ทรงเป็นรัชทายาทในลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ และเป็นเหลนคนที่ 8 ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ

Read More

08/13/2562

4 ปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อเครื่องประดับทอง


สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับแรงกระตุ้นในการซื้อเครื่องประดับทองของผู้บริโภคว่ามี 4 ปัจจัยหลักคือ ซื้อเครื่องประดับทองเพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง เพื่อสร้างความประทับใจ เพื่อความโดดเด่น และเพื่อแสดงความรัก เป็นที่มาของการออกแบบเครื่องประดับทองของนักออกแบบชาวอิตาลีที่ได้รับความสำเร็จอย่างมากเมื่อนำออกแสดงยังประเทศต่างๆทั่วโลกอิตาลียังคงแสดงความแข็งแกร่งในศักยภาพด้านการออกแบบและเทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับทองทั้งแบบที่หรูหราและที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันใน 4 คอเลกชันคือ- Expression เป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ อารมณ์และความรู้สึกของผู้สวมใส่ เป็นรูปแบบที่สวย แปลกตา- Impression เป็นเครื่องประดับที่สง่างาม หนาและใหญ่ ทำให้ผู้สวมใส่ดูมีพลังและสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น จึงเป็นเครื่องประดับที่เหมาะสำหรับการฉลองความสำเร็จ หรือเป็นรางวัลให้แก่ตัวเอง- Glow เป็นเครื่องประดับทองที่มีความอ่อนไหว เป็นธรรมชาติ สื่อถึงความเป็นผู้หญิง เครื่องประดับทองในกลุ่มนี้บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใน และแรงผลักดันอันลี้ลับจาเครื่องประดับทอง- Love ความงดงามของเครื่องประดับทองชุดนี้ เป็นตัวแทนของสายสัมพันธ์อันแนบแน่นซึ่งเกิดจากความรัก และมิตรภาพอันงดงามระหว่างเพื่อน เช่นเดียวกับคุณสมบัติของทองคำที่มีพลัง ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนรูปร่าง แต่มีความอดทน แข็งแกร่ง อิตาลีเป็นศูนย์กลางทางด้านการพัฒนาการออกแบบและเทคนิคการผลิตเครื่องประดับที่มีคุณภาพ ละเอียด ประณีต แสดงถึงความลงตัวทางชั้นเชิงในการผลิตและการออกแบบที่มีพื้นฐานมาจากพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ มีอิทธิพลในการออกแบบเครื่องประดับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน มีการพัฒนาทั้งวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตที่มีคุณภาพสูง มีรูปแบบที่ค่อนข้างหลากหลาย มีหลายชิ้นที่แสดงถึงความหรูหรา รวมทั้งคิดถึงการนำโครงสร้างมาใช้ในการออกแบบด้วยเช่นกัน โดยเริ่มต้นจากการออกแบบเครื่องประดับสมัยใหม่จากศิลปะเครื่องประดับสมัยอาร์ตนูโวซึ่งเป็นแนวความคิดเริ่มต้นเป็นต้นมา

Read More

08/13/2562

พาเทียลา(Patiala) สร้อยคอทองคำประดับเพชรที่หายไป


พาเทียลา (Patiala)เป็นสร้อยคอทองคำ 5 แถวประดับด้วยเพชร 2,930 เม็ด ล้อมรอบด้วยทับทิมพม่า และ อัญมณีอื่นๆโดยมีเซ็นเตอร์พีชเป็น เพชรเดอเบียร์สหรือเพชรสีเหลืองหนัก 234.6 กะรัต ซึ่งเป็นเพชรที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก สร้อยพาเทียลาเส้นนี้ ออกแบบโดยเจ้าของบริษัท Cartier เมื่อปี 1928 มอบให้แก่มหาราชา เซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์ อย่างไรก็ตาม สร้อยเส้นนี้ได้หายไปเมื่อปี 1948 โดยไม่รู้ว่าหายสาบสูญไปไหน แต่เป็นที่ทราบกันว่าบุคคลสุดท้ายที่ได้สวมสร้อยเส้นนี้ ก็คือ มหาราชา ยาดาวินดรา ซิงห์ บุตรชายของมหาราชา เซอร์ บูพินเดอร์ ซิงห์ นั่นเอง ตัวแทนของ Cartier ในลอนดอนได้พยายามออกติดตามหาเบาะแสของสร้อยพาเทียลาเส้นนี้มาตลอดระยะเวลา 50 ปี แต่ก็ยังไม่มีใครค้นพบมัน ทั้งนี้เป็นที่เชื่อว่าสร้อยเส้นนี้อาจถูกขโมยออกไปขายโดยสมาชิกในครอบครัวมหาราชา แต่ก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น ต่อมาภายหลังมีรายงานว่ามีคนพบสร้อยเส้นนี้แต่เพชรทุกเม็ดได้ถูกแกะออกไปจากตัวเรือนนี้หมดแล้ว เหลือแต่ตัวเรือนเปล่าๆ ทาง Cartier จึงได้ประมูลตัวเรือนเปล่าของสร้อยเส้นนี้กลับมาแล้วหาพลอยและหินสีมาเจียระไนให้เหมือนเดิมทุกเม็ด เมื่อสร้อยเส้นนี้ถูกปลุกให้มีชีวิตเสมือนจริงขึ้นมาอีกครั้ง ทาง Cartier ได้นำออกแสดงหลายครั้ง เพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นถึงความงามและความล้ำค่าของสร้อยพาเทียลา นี้ว่าเคยงดงามขนาดไหน หากอยู่ถึงปัจจุบัน สร้อยพาเทียลา น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 20-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 650-975 ล้านบาท)เลยทีเดียว Cartier แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงสัญชาติฝรั่งเศสโดยสามพีน้องตระกูลคาร์เทียร์ คือหลุยส์ ฌาคส์และปิแอร์ ที่สานต่อกิจการของหลุยส์-ฟรองซัวส์ (ลุง)ผู้ก่อตั้งคาร์เทียร์เมื่อ ปี ค.ศ.1847 หรือ 172 ปีมาแล้ว Cartierเป็นเลิศในโลกแห่งเครื่องประดับและนาฬิกา เป็นที่โปรดปรานของราชสำนักต่างๆ และบุคคลสำคัญมากมาย

Read More

08/13/2562

สวิตเซอร์แลนด์คุมเข้มนำเข้าทองคำ


สวิตเซอร์แลนด์ออกมาตรการตรวจสอบแหล่งที่มาของทองคำจากนอกประเทศและการนำเข้าทองคำเพื่อให้แน่ใจว่าทองคำที่นำเข้าประเทศนั้น ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิต สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงถึงอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำและตลาดทองคำrecycled นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำเข้าและส่งออกทองคำมากที่สุดในโลก โดยในปี ค.ศ. 2017 สวิสนำเข้าทองคำปริมาณ 2,404 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า69.6 พันล้านฟรังก์สวิต และส่งออกทองคำปริมาณ 1,684 ตัน มูลค่า 66.6 พันล้านฟรังก์สวิตรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ได้ทำข้อตกลงในระดับชาติและนานาชาติเกี่ยวกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมทองคำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าทองที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการผลิตเข้าสู่ประเทศ ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าทองคำของสวิสถือได้ว่ามีความเข้มงวดมากที่สุดประเทศหนึ่ง เช่น ข้อกฎหมาย Precious Metals Control Act และ Anti-Money Laundering Act ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการบิดเบือนแหล่งที่มาของทองคำภายในรายงานของสภาแห่งชาติได้มีการแนะนำมาตรการเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบความโปร่งใสและระบบการค้าทองคำแก่รัฐบาลกลาง โดยระบุว่า การเปิดเผยแหล่งที่มาของแร่หินมีค่าและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นหนทางเดียวที่จะป้องกันการนำเข้าทองคำจากเหมืองแร่ที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ประเทศได้ นอกจากนี้ สภาแห่งชาติสวิตเซอร์แลนด์ยังได้แนะนำให้เพิ่มบทบาทของผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรม และขยายความร่วมมือในการผลิตทองคำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในแต่ละปีมีทองคำบริสุทธิ์ถูกส่งไปสกัดเป็นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กว่า 2 ใน 3 ของจำนวนทองคำทั่งโลก สวิตเซอร์แลนด์จึงเป็นเสมือน “เมืองหลวงของทองคำ” มีบริษัทผลิตทองคำที่มีคุณภาพมากที่สุดในโลกหลายแบรนด์ เช่น “PAMP” ผู้ผลิตทองคำยักษ์ใหญ่ ซึ่งชื่อ “PAMP” หมายถึง “Artistic Precious Metals Products” หรือ “งานศิลปะบนโลหะอันทรงคุณค่า” ซึ่งรังสรรค์ “งานฝีมือ” จากทองทุกชิ้น ด้วยดีไซน์ ลวดลายที่งดงาม ด้วยฝีมือช่างมืออาชีพ ทองคำของ PAMP มีความบริสุทธิ์มากกว่า 99.99% ตามมาตรฐาน LBMA (London Bullion Market Association) หรือ ตลาดทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Read More