ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Tue 01 Dec 2563 15:09

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 221,700.00

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


28/10/2563

ถนนสายทองคำในเวียดนาม


หากพูดถึงถนนสายทองคำของไทย ก็ต้องนึกถึงถนนเยาวราชที่อยู่คู่กับธุรกิจค้าทองคำมายาวนานนับร้อยปี แต่ถ้าพูดถึงถนนสายทองคำของเวียดนามก็ต้องนึกถึงถนนโบราณ ๓๖ สายที่มีโครงข่ายเชื่อมถึงกันเหมือนใยแมมุมในราชธานีทังลองในอดีตหรือกรุงฮานอยในปัจจุบันนั่นเองถนนโบราณทั้ง ๓๖ สายในกรุงฮานอยนี้มีเอกลักษณ์ของชื่อถนนแต่ละสายที่จะขึ้นต้นด้วยคำว่า Hang เช่น Hang Bac Hang Chieu Hang Bun Hang Voi ฯ โดยความหมายของชื่อถนนเหล่านี้ได้บ่งบอกถึงสินค้าที่ขายประจำในแถวนั้นเช่น ถนน Hang Bac ขายเครื่องเงินเครื่องทอง หรือถนน Hang Thiec มักจะขายของที่ทำจากดีบุกหรืออะลูมิเนี่ยม เป็นต้น และถนนแต่ละสายเสมือนเป็นหมู่บ้านศิลปชีพแบบย่อส่วนแต่ก็ยังคงมีชีวิตชีวาคึกคักเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นเสน่ห์อีกอย่างที่สร้างความสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อเที่ยวย่านถนนโบราณฮานอยก็คือความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวในชีวิตสังคม ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก ตลาดนัดหรือร้านกาแฟริมถนน ส่วนบ้านเรือนก็มีลักษณะเป็นตึกแถวและขยายพื้นที่ตามส่วนลึก ซึ่งการที่ได้นั่งดื่มกาแฟและเห็นผู้คนไปมาหาสู่กันอย่างครึกครื้นหรือชมความสวยงามของบ้านเก่าๆหลังคามุงกระเบื้องที่มีอายุนับร้อยๆปีก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งเมื่อมาเยือนฮานอย ที่ถนนโบราณนี้ล้วนมีประวัติศาสตร์และผูกพันกับอาชีพหัตถกรรมมานับพันปี และช่างฝีมือเหล่านั้นก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของเวียดนามโดยเฉพาะ งานหัตถกรรมทำเครื่องประดับเงินประดับ โดยเฉพาะบนถนนห่างบากที่ยังคงประกอบอาชีพทำเครื่องประดับเงินประดับทองกันคึกคัก มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวหมุนวียนมาอุดหนุนและเที่ยวชมไม่เคยขาด ไฮไลท์สำคัญบนถนนสายนี้อยู่ที่เลขที่ ๔๒ อันเป็นที่ตั้งของ วัดกิมเงิน และศาลเจ้ากิมเงิน สถานที่บูชาบรรพบุรุษผู้สร้างอาชีพทำเครื่องประดับเงินและทอง ศาลเจ้ากิมเงินถูกสร้างขึ้นเมือปลายศตวรรษที่ ๑๕ ถึงต้นศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อบูชาบรรพบุรุษแบ๊กเหง่หรือบรรพบุรุษผู้สร้างอาชีพ ๑๐๐ อาชีพของย่านโบราณ ๓๖ สาย และตั้งอยู่บนถนนเก่าแก่ห่างบากมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสวยงามมักจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมพื้นเมืองเพื่อเชิดชูผู้สืบสานองานศิลปาชีพอยู่เสมอได้รับการรับรองเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นอกจากกรุงฮานอยแล้ว ที่นครโฮจิมินห์ก็มีถนนสายเงินสายทองเช่นเดียวกัน การคณะกรรมการประชาชนเขต 5 นครโฮจิมินห์มีแผนการจัดตั้งถนนสายเงินสายทองบนถนน Nhieu Tam ถนน Nghia Tuc และถนน Bui Huu Nghia ในแขวง 5 เขต 5 เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมความรู้และประสบการณ์ของช่างทำทอง ช่างทำเงิน ช่องหลอมทอง ชุบทอง ช่างเชื่อม และช่างทำเครื่องประดับชนิดต่างๆ ในนครโฮจิมินห์ มาไว้ด้วยกันประกอบด้วย ผู้ประกอบการ 55 ร้านค้าซึ่งทำธุรกิจซื้อขายทอง เงิน เครื่องประดับ ของมีค่า เครื่องมือเครื่องใช้ และเพชรพลอยต่าง ๆ สินค้าที่ขายจากร้านต่าง ๆ ในถนนเส้นนี้จะมีเครื่องหมายเพื่อยืนยันมาตรฐานลับรองคุณภาพทุกชิ้น

Read More

28/10/2563

อุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำในเคนยา


เคนยาเป็นตลาดการค้าที่สำคัญของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก โดยสินค้าส่งออกหลักที่สำคัญ คือ กาแฟ ไม้ดอกไม้ประดับ แร่ทองเหลืองและทองคำ แม้ปัจจุบันเคนยายังไม่ใช่ผู้ผลิตทองรายใหญ่ มีเหมืองทองคำเพียงไม่กี่แห่งและส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แต่ก็ยังมีข่าวการค้นพบแหล่งแร่ทองคำใหม่ๆเป็นระยะล่าสุดบรรษัทAcacia Miningของสหราชอาณาจักร ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าได้สำรวจพบแหล่งสำรองทองคำมูลค่ากว่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเมืองKakamegaทางทิศตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าเคนยายังมีแหล่งทรัพยากรสำรองที่รอการสำรวจอยู่อีกมากทั้งสินแร่ทองคำและสินแร่อื่น ๆ เช่นเดียวกับในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง แทนซาเนีย และยูกันดาบรรษัทAcacia Miningระบุว่าการค้นพบแหล่งสำรองทองคำข้างต้นทำให้เชื่อได้ว่าเมืองKakamega น่าจะมีแหล่งสำรองสินแร่ทองคำอย่างน้อย1.31 ล้านออนซ์หรือมีสินแร่ทองคำ 12.1 กรัมต่อหินน้ำหนัก 1 ตัน ซึ่งเป็นการค้นพบสินแร่ทองคำที่มีสัดส่วนทองคำในหินสูงที่สุดในทวีปแอฟริกานอกจากนี้ Acacia Miningยังบอกด้วยว่าสินแร่ทองคำที่ค้นพบข้างต้นจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแน่นอนและสามารถดำเนินการได้ในทันที โดยAcacia Miningจะใช้เวลา ราว 3 ปี ในการสำรวจพื้นที่ภายใต้สัมปทานของตนเพื่อทำแผนที่แหล่งสำรองสินแร่ทองคำอย่างสมบูรณ์ทั้งนี้ บรรษัทAcacia Miningได้รับใบอนุญาตให้ทำการสำรวจขุดค้นสินแร่ในพื้นที่Liranda Corridorในเคนยาตะวันตกซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองKakamega Siaya KisumaและVihigaก่อนหน้านี้ทางบรรษัทAcacia Miningประสบความสำเร็จในการค้นพบแหล่งสำรองสินแร่ทองคำในแทนซาเนีย ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถผลิตทองคำได้มากถึง 8 ล้านออนซ์จากพื้นที่North Mara, Bulyanhulu และ Buzwagi สำหรับเคนยาAcacia Miningได้เข้าไปเริ่มทำการสำรวจเมื่อปี 2555 โดยครอบคลุมพื้นที่สำรวจราว 2.5 พันตารางกิโลเมตร และได้ลงทุนสำรวจไปเกือบ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว นอกจากการสำรวจโดยบรรษัทAcacia Miningแล้วยังมีบรรษัทGoldplatของสหราชอาณาจักรที่ได้ดำเนินการสำรวจและขุดค้นสินแร่ทองคำในพื้นที่เมืองNarokซึ่งสามารถแยกสินแร่ทองคำได้ราว 200 กิโลกรัมต่อปี (มูลค่าราว 8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 312ล้านบาท)บรรษัทAcacia Miningเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสำรวจและขุดค้นสินแร่ทองคำรวมถึงสินแร่อื่น ๆ ในหลายประเทศในทวิปแอฟริกา เช่นเคนยา แทนซาเนีย มาลี และเบอร์กินาฟาโซ

Read More

28/10/2563

ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกร่วงต่อเนื่อง


การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง สงผลให้ตลาดเครื่องประดับทองรายใหญ่ของโลกอย่างจีน และอินเดียหดตัวลง โดยตัวเลขความต้องการเครื่องประดับทองลดลงมากกว่าร้อยละ๕๐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมไปถึงความต้องการเครื่องประดับทองจากทั่วโลกก็ร่วงลงเช่นเดียวกันตลาดสำคัญอย่างตะวันออกกลางและตุรกี ซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ความต้องการเครื่องประดับทองลดลงมากอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยความต้องการเครื่องประดับทองในตุรกีและตะวันออกกลางร่วงลงถึงร้อยละ 69ในไตรมาสที่สองเหลือเพียง 3 ตันในตุรกี ซึ่งนับเป็นความต้องการรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดในฐานข้อมูลของ World Gold Council ส่วนตลาดตะวันออกกลางความต้องการเครื่องประดับทองลดลงมาอยู่ที่ 13.6 ตัน โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์มีความต้องการลดต่ำลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คือลดลงร้อยละ 86 มาอยู่ที่ 1.3 ตัน และความต้องการเครื่องประดับทองในอิหร่านลดลงร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ปริมาณ 10.2 ตันในตลาดประเทศตะวันตกโดยเฉพาะในสหรัฐ ลดลงมากถึงร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 19.1 ตัน ซึ่งเป็นไตรมาสที่มีความต้องการต่ำที่สุด ทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองช่วงครึ่งปีแรกนี้ลดลงร้อยละ 21 มาอยู่ที่จุดต่ำสุดในรอบแปดปีที่ 41.9 ตัน ซึ่งการปิดร้านเนื่องจาก COVID-19 เป็นเหตุผลที่เห็นได้ชัดเจน และยิ่งส่งผลรุนแรงหนักขึ้นไปอีกเมื่อการปิดเมืองครอบคลุมช่วงเทศกาลอีสเตอร์และวันแม่ด้วย ความต้องการเครื่องประดับทองในยุโรปก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกันกล่าวคือ ความต้องการในไตรมาสที่สองลดลงร้อยละ 42 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 8.2 ตัน ส่งผลให้ความต้องการช่วงครึ่งปีแรกนี้มาอยู่ที่ 19 ตัน ลดลงร้อยละ 29 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดอิตาลีและอังกฤษได้รับผลกระทบมากที่สุด ความต้องการเครื่องประดับทองลดลงถึงร้อยละ 45 ในไตรมาสที่สองของปีนี้ ในตลาดเอเชียความต้องการเครื่องประดับทองก็ลดลงโดยทั่วหน้ากันทั้งอินโดนีเซียและไทยมีความต้องการเครื่องประดับทองลดลงมากที่สุดในไตรมาสที่สองและครึ่งปีแรก เนื่องจากทั้งสองตลาดต้องรับมือกับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 บวกกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ก่อนแล้ว ส่วนในญี่ปุ่นนั้น ลดลงร้อยละ 40 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 2.5 ตัน ส่งผลให้ความต้องการในครึ่งปีแรกนี้ลดลงร้อยละ 27 เป็น 5.6 ตัน โดยมีความต้องการสร้อยทองน้ำหนักสูง ซึ่งน่าจะมีจุดประสงค์เพื่อการลงทุนร่วมด้วย

Read More

28/10/2563

ความต้องการเครื่องประดับทองลดลงต่ำสุดในรอบ ๑๐ ปี


World Gold Council รายงานข้อมูล ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020ลดลงเกือบครึ่งที่อัตราร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 572 ตัน ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุด อันเป็นผลมาจากอุปสงค์เครื่องประดับทองที่ลดลง จากผลกระทบของโควิด 19 และราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ World Gold Council ยังรายงานว่าความต้องการช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ว่าต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอยู่ที่ 251 ตัน หรือลดลงร้อยละ 53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุน่าจะมาจากความต้องการเครื่องประดับทองในครึ่งปีแรกของจีนและอินเดียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกลดต่ำลง จึงส่งผลกระทบอย่างต่อความต้องการของตลาดทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สภาทองคำโลกรายงานว่า ความต้องการเครื่องประดับทองของจีนในไตรมาสที่สองของปีนี้ลดลงร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 90.9 ตัน ส่งผลให้ความต้องการในช่วงครึ่งปีแรกนี้อยู่ที่ 152.2 ตัน หรือลดลงร้อยละ 52 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2007 เป็นต้นมา ทั้งนี้เนื่องจาก COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างไรก็ดี คาดว่าความต้องการเครื่องประดับทองของจีนในไตรมาสที่สองของปีนี้ น่าจะกระเตื้องขึ้นจากไตรมาสก่อนเพราะจีนสามารถควบคุมสถานการณ์ไวรัสได้แล้ว ในขณะที่ความต้องการเครื่องประดับทองในอินเดียลดลงในไตรมาสที่สองของปีนี้ด้วยสาเหตุจากการปิดเมืองและการระบาดของโควิด19 ทั่วทั้งประเทศ ทำให้ความต้องการในช่วงเทศกาลสำคัญหายไป ตลอดจนราคาทองที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองในอินเดียลดลงร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 44 ตัน ซึ่งนับว่าเป็นความต้องการรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดเท่าที่เก็บข้อมูลมาในช่วงหลายปีในส่วนของมูลค่าความต้องการเครื่องประดับทองในช่วงครึ่งปีแรกนี้อยู่ที่ 30,100 ล้านเหรียญสหรัฐนับว่าเป็นมูลค่าที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ซึ่งในเวลานั้นทองคำมีราคาในหน่วยเหรียญสหรัฐเพียงราวร้อยละ 50 ของระดับราคาปัจจุบัน ทั้งนี้เพราะความต้องการเครื่องประดับทองในช่วงครึ่งปีแรกนี้เหลือเพียง 572 ตัน คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1,106 ตัน

Read More

28/10/2563

ถนนสายทองคำในเวียดนาม


หากพูดถึงถนนสายทองคำของไทย ก็ต้องนึกถึงถนนเยาวราชที่อยู่คู่กับธุรกิจค้าทองคำมายาวนานนับร้อยปี แต่ถ้าพูดถึงถนนสายทองคำของเวียดนามก็ต้องนึกถึงถนนโบราณ ๓๖ สายที่มีโครงข่ายเชื่อมถึงกันเหมือนใยแมมุมในราชธานีทังลองในอดีตหรือกรุงฮานอยในปัจจุบันนั่นเองถนนโบราณทั้ง ๓๖ สายในกรุงฮานอยนี้มีเอกลักษณ์ของชื่อถนนแต่ละสายที่จะขึ้นต้นด้วยคำว่า Hang เช่น Hang Bac Hang Chieu Hang Bun Hang Voi ฯ โดยความหมายของชื่อถนนเหล่านี้ได้บ่งบอกถึงสินค้าที่ขายประจำในแถวนั้นเช่น ถนน Hang Bac ขายเครื่องเงินเครื่องทอง หรือถนน Hang Thiec มักจะขายของที่ทำจากดีบุกหรืออะลูมิเนี่ยม เป็นต้น และถนนแต่ละสายเสมือนเป็นหมู่บ้านศิลปชีพแบบย่อส่วนแต่ก็ยังคงมีชีวิตชีวาคึกคักเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นเสน่ห์อีกอย่างที่สร้างความสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อเที่ยวย่านถนนโบราณฮานอยก็คือความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวในชีวิตสังคม ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็ก ตลาดนัดหรือร้านกาแฟริมถนน ส่วนบ้านเรือนก็มีลักษณะเป็นตึกแถวและขยายพื้นที่ตามส่วนลึก ซึ่งการที่ได้นั่งดื่มกาแฟและเห็นผู้คนไปมาหาสู่กันอย่างครึกครื้นหรือชมความสวยงามของบ้านเก่าๆหลังคามุงกระเบื้องที่มีอายุนับร้อยๆปีก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งเมื่อมาเยือนฮานอย ที่ถนนโบราณนี้ล้วนมีประวัติศาสตร์และผูกพันกับอาชีพหัตถกรรมมานับพันปี และช่างฝีมือเหล่านั้นก็ยังคงได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของเวียดนามโดยเฉพาะ งานหัตถกรรมทำเครื่องประดับเงินประดับ โดยเฉพาะบนถนนห่างบากที่ยังคงประกอบอาชีพทำเครื่องประดับเงินประดับทองกันคึกคัก มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวหมุนวียนมาอุดหนุนและเที่ยวชมไม่เคยขาด ไฮไลท์สำคัญบนถนนสายนี้อยู่ที่เลขที่ ๔๒ อันเป็นที่ตั้งของ วัดกิมเงิน และศาลเจ้ากิมเงิน สถานที่บูชาบรรพบุรุษผู้สร้างอาชีพทำเครื่องประดับเงินและทอง ศาลเจ้ากิมเงินถูกสร้างขึ้นเมือปลายศตวรรษที่ ๑๕ ถึงต้นศตวรรษที่ ๑๖ เพื่อบูชาบรรพบุรุษแบ๊กเหง่หรือบรรพบุรุษผู้สร้างอาชีพ ๑๐๐ อาชีพของย่านโบราณ ๓๖ สาย และตั้งอยู่บนถนนเก่าแก่ห่างบากมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสวยงามมักจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมพื้นเมืองเพื่อเชิดชูผู้สืบสานองานศิลปาชีพอยู่เสมอได้รับการรับรองเป็นโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม นอกจากกรุงฮานอยแล้ว ที่นครโฮจิมินห์ก็มีถนนสายเงินสายทองเช่นเดียวกัน การคณะกรรมการประชาชนเขต 5 นครโฮจิมินห์มีแผนการจัดตั้งถนนสายเงินสายทองบนถนน Nhieu Tam ถนน Nghia Tuc และถนน Bui Huu Nghia ในแขวง 5 เขต 5 เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมความรู้และประสบการณ์ของช่างทำทอง ช่างทำเงิน ช่องหลอมทอง ชุบทอง ช่างเชื่อม และช่างทำเครื่องประดับชนิดต่างๆ ในนครโฮจิมินห์ มาไว้ด้วยกันประกอบด้วย ผู้ประกอบการ 55 ร้านค้าซึ่งทำธุรกิจซื้อขายทอง เงิน เครื่องประดับ ของมีค่า เครื่องมือเครื่องใช้ และเพชรพลอยต่าง ๆ สินค้าที่ขายจากร้านต่าง ๆ ในถนนเส้นนี้จะมีเครื่องหมายเพื่อยืนยันมาตรฐานลับรองคุณภาพทุกชิ้น

Read More

28/10/2563

อุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำในเคนยา


เคนยาเป็นตลาดการค้าที่สำคัญของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก โดยสินค้าส่งออกหลักที่สำคัญ คือ กาแฟ ไม้ดอกไม้ประดับ แร่ทองเหลืองและทองคำ แม้ปัจจุบันเคนยายังไม่ใช่ผู้ผลิตทองรายใหญ่ มีเหมืองทองคำเพียงไม่กี่แห่งและส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แต่ก็ยังมีข่าวการค้นพบแหล่งแร่ทองคำใหม่ๆเป็นระยะล่าสุดบรรษัทAcacia Miningของสหราชอาณาจักร ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าได้สำรวจพบแหล่งสำรองทองคำมูลค่ากว่า 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเมืองKakamegaทางทิศตะวันตกของประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าเคนยายังมีแหล่งทรัพยากรสำรองที่รอการสำรวจอยู่อีกมากทั้งสินแร่ทองคำและสินแร่อื่น ๆ เช่นเดียวกับในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง แทนซาเนีย และยูกันดาบรรษัทAcacia Miningระบุว่าการค้นพบแหล่งสำรองทองคำข้างต้นทำให้เชื่อได้ว่าเมืองKakamega น่าจะมีแหล่งสำรองสินแร่ทองคำอย่างน้อย1.31 ล้านออนซ์หรือมีสินแร่ทองคำ 12.1 กรัมต่อหินน้ำหนัก 1 ตัน ซึ่งเป็นการค้นพบสินแร่ทองคำที่มีสัดส่วนทองคำในหินสูงที่สุดในทวีปแอฟริกานอกจากนี้ Acacia Miningยังบอกด้วยว่าสินแร่ทองคำที่ค้นพบข้างต้นจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแน่นอนและสามารถดำเนินการได้ในทันที โดยAcacia Miningจะใช้เวลา ราว 3 ปี ในการสำรวจพื้นที่ภายใต้สัมปทานของตนเพื่อทำแผนที่แหล่งสำรองสินแร่ทองคำอย่างสมบูรณ์ทั้งนี้ บรรษัทAcacia Miningได้รับใบอนุญาตให้ทำการสำรวจขุดค้นสินแร่ในพื้นที่Liranda Corridorในเคนยาตะวันตกซึ่งครอบคลุมพื้นที่เมืองKakamega Siaya KisumaและVihigaก่อนหน้านี้ทางบรรษัทAcacia Miningประสบความสำเร็จในการค้นพบแหล่งสำรองสินแร่ทองคำในแทนซาเนีย ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถผลิตทองคำได้มากถึง 8 ล้านออนซ์จากพื้นที่North Mara, Bulyanhulu และ Buzwagi สำหรับเคนยาAcacia Miningได้เข้าไปเริ่มทำการสำรวจเมื่อปี 2555 โดยครอบคลุมพื้นที่สำรวจราว 2.5 พันตารางกิโลเมตร และได้ลงทุนสำรวจไปเกือบ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว นอกจากการสำรวจโดยบรรษัทAcacia Miningแล้วยังมีบรรษัทGoldplatของสหราชอาณาจักรที่ได้ดำเนินการสำรวจและขุดค้นสินแร่ทองคำในพื้นที่เมืองNarokซึ่งสามารถแยกสินแร่ทองคำได้ราว 200 กิโลกรัมต่อปี (มูลค่าราว 8.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 312ล้านบาท)บรรษัทAcacia Miningเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสำรวจและขุดค้นสินแร่ทองคำรวมถึงสินแร่อื่น ๆ ในหลายประเทศในทวิปแอฟริกา เช่นเคนยา แทนซาเนีย มาลี และเบอร์กินาฟาโซ

Read More