ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Tue 21 Sep 2564 13:10

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 225,800.00

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


11/09/2564

Bitcoin กำลังกลายเป็นทองคำดิจิทัล จริงหรือ


สตีฟ วอซเนียก กล่าวว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นทองคำดิจิทัลได้ในอนาคต และยังมองว่า Bitcoin เป็นผลผลิตอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์การชื่นชม Bitcoin ของวอซเนียกครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทะยานสูงขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด และยังมีการเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบันที่เข้าไปซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของสกุลเงินดอลลาร์เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งเเรกที่วอซเนียกออกมาพูดถึง Bitcoin เมื่อปี 2018 เขาเคยกล่าวถึง Bitcoin เอาไว้ว่า “มนุษย์สร้างเงินตรา ควบคุมมัน เเละสร้างเงินดอลลาร์ออกมาเพิ่มทุกปี เเต่ BTC ต่อต้านสิ่งเหล่านั้น” ต่อมาในปี 2019 เขาได้พูดในงาน Nordic Business Forum ว่า เขาได้ขาย Bitcoin ที่ซื้อมาในต้นทุนราว 700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 21,000 บาท ต่อ BTC ออกไปเเล้ว เนื่องจากเขาเพียงต้องการทดลองซื้อขายในสินทรัพย์นี้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อราคาเหรียญปรับตัวสูงขึ้นจึงขายออก เพราะไม่อยากวิตกกังวลกับราคาเหรียญที่เหวี่ยงขึ้นลงเเรงเหมือนกับนักลงทุนรายอื่นๆ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงเทคโนโลยี ที่มา : The Standard

Read More

10/09/2564

มรกต...อัญมณีที่น่าลทุน


นอกจากทองคำแล้ว การลงทุนในอัญมณีก็อยู่ในความสนใจของนักลงทุนไม่น้อย โดยเฉพาะBIG 4 หรืออัญมณี 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุดประกอบด้วยเพชร ทับทิม ไพลิน และมรกตมรกตเป็นแร่ในตระกูลเบริลที่มีสีเขียวมีลักษณะโปร่งแสงถึงโปร่งใส พบมากที่ประเทศโคลอมเบีย บราซิล แซมเบีย และซิมบับเว นอกจากนี้ยังพบมรกตได้ในไนจีเรีย อัฟกานิสถาน และรัสเซีย เป็นต้น มรกตมีความแข็ง 7.5 – 8.0 ตามสเกลของโมห์ แต่ก็แตกง่ายกว่าอัญมณีชนิดอื่นๆเพราะมีรอยร้าวภายในค่อนข้างมาก จึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพโดยนิยมใส่สารเพื่อช่วยบดบังรอยแตก เช่น น้ำมันพืช น้ำมันจากแร่ และยางสนธรรมชาติที่เรียกว่า Canada Balsam เป็นต้น ราคาเฉลี่ยมรกตธรรมชาติปัจจุบัน(2020) อยู่ที่ราว 169 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต โดยมรกตจากเขตมูโซในโคลอมเบียจะมีราคาแพงที่สุดในโลก เพราะมีสีเขียวสดค่อนข้างใส ถือเป็นสีที่สวยเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก โดยมีราคาเริ่มตั้งแต่ 200 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 18,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลอยนั้น ในขณะที่มรกตสังเคราะห์จะมีราคาถูกกว่ามาก ซึ่งมรกตสังเคราะห์ที่มีคุณภาพดีที่สุดจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต มรกตสังเคราะห์เป็นอัญมณีสังเคราะห์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มอัญมณีสังเคราะห์ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการที่ใช้ผลิตมรกตสังเคราะห์นั้นซับซ้อนและใช้เวลามาก โดยมรกตของโคลอมเบียขนาด 3 กะรัต จะมีราคาสูงกว่าเพชรโคลอมเบียขนาด 1 กะรัต 3 เม็ดที่มีคุณภาพเท่ากันถึง 6 เท่า มีการประเมินว่ามูลค่าของมรกตคุณภาพดีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10 – 20% ต่อปี มรกตมักนิยมเจียระไนเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าเหลี่ยมมรกต (emerald cut) หากมรกตมีตำหนิมลทินมากและมีเนื้อทึบ มักเจียระไนเป็นแบบหลังเบี้ย สำหรับการเลือกซื้อมรกตควรพิจารณาที่สีต้องเขียวเข้มปานกลางถึงเขียวเข้ม สดใส ติดเหลืองหรือน้ำเงินเพียงเล็กน้อย สีสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด มีประกายนุ่มนวลเหมือนกำมะหยี่ มีความโปร่งใส ดูมีประกายและมีสีสัน มรกตส่วนใหญ่จะมีมลทินและตำหนิ ถ้ามรกตชิ้นไหนมีความใสจนไร้ตำหนิ อาจเป็นของปลอม โดยตำหนิส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักมีลักษณะคล้ายกิ่งไม้ หรือรากไม้ มรกตส่วนใหญ่มักเจียระไนแบบเหลี่ยมมรกต หรือที่เรียกว่า เหลี่ยมชั้น มรกตที่ดีควรมีการเจียระไนที่ได้สัดส่วนสวยงาม มีความสมดุล ซึ่งจะสังเกตได้จากความมีประกายสวย หากสัดส่วนสมดุลดีจะทำให้มีประกายสูงและมีสีสวยงามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อมรกตควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นมรกตธรรมชาติ โดยเลือกซื้อจากร้านหรือแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานสากลเสียก่อน

Read More

09/09/2564

5 การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ


มั่งคั่ง /กลุ่มตลาดเกิดใหม่หรือกลุ่มที่มองเครื่องประดับเป็นแรงบันดาลใจ/ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง อุตสาหกรรมเครื่องประดับในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5-6 ต่อปี แต่เมื่อมาเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเครื่องประดับต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต อุตสาหกรรมเครื่องประดับกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายที่ต้องปรับตัวมาตลอดช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 5 อย่างคือ ความเป็นสากลและการควบรวมต่างๆ (Internationalization and Consolidation) การเติบโตของสินค้าที่มีแบรนด์ชัดเจน (The Growth of Branded Products) มุมใหม่ของช่องทางการจัดจำหน่าย (Reconfigured Channel Landscape) การบริโภคแบบลูกผสม (Polarization and Hybrid Consumption) และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกแฟชั่น (Fast Fashion) ความเป็นสากลและการควบรวมต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ มีเพียงสองแบรนด์ใหญ่อย่าง Cartier และ Tiffany & Co. ที่ถูกจัดอับดับเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก นอกนั้นยังเป็นแบรนด์ที่อยู่ในระดับประเทศ เช่น Christ ในเยอรมนี หรือ Chow Tai Fook ในฮ่องกง แต่แบรนด์อื่นๆก็เริ่มนำตัวเองเข้าสู่ความเป็นสากลหรือเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น เช่น Swarovski นอกจากนี้แล้วจะมีการควบรวมหรือการเข้าซื้อธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องประดับด้วยเช่นกันการเติบโตของสินค้าที่มีแบรนด์ชัดเจน มีเพียงนาฬิกาเท่านั้นที่มีแบรนด์ชัดเจนและมีผลต่อยอดขายถึงร้อยละ60 แต่สำหรับเครื่องประดับมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น มีการศึกษาพบว่าเครื่องประดับที่มีแบรนด์ชัดเจนมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น (อาจถึงร้อยละ 40) จากผู้บริโภคกลุ่มเศรษฐีใหม่หรือกลุ่มที่มีเครื่องประดับเพื่อแสดงความมุมใหม่ของช่องทางการจัดจำหน่าย การขายเครื่องประดับออนไลน์จะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเช่นเดียวกับเครื่องแต่งกายออนไลน์ แต่อาจไม่มากเท่า เนื่องจากเครื่องประดับที่มีราคาสูง ผู้บริโภคยังต้องการประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการได้เห็นและได้สัมผัสจากของจริงอยู่ การบริโภคแบบลูกผสม เริ่มมีลักษณะการบริโภคในตลาดแบบลูกผสม คือ การผสมกันระหว่างตลาดบนและตลาดล่าง เห็นได้จากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการซื้อเพชรขนาดมาตรฐานในจุดที่มีการลดราคาตามห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ถ้าสามารถสร้างส่วนผสมของการขายสินค้าราคาสูงและราคาต่ำเข้าด้วยกันได้จะทำให้ได้ฐานของผู้บริโภคมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกแฟชั่น สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องประดับแล้ว คำว่า Fast Fashion อาจเห็นภาพยากไปสักหน่อย แต่ถ้าธุรกิจสามารถยืดหยุ่นและปรับตัวได้ รวมไปถึงการร่วมงานกับพันธมิตรที่มีได้ ก็จะทำให้สามารถตอบสนองความรวดเร็วที่เกิดขึ้นได้แน่นอน การเรียนรู้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย จะช่วยเตรียมความพร้อมและรับมือ การเปลี่ยนแปลงที่จะได้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการยื่นอยู่ในธุรกิจเครื่องประดับได้อย่างมั่นคง

Read More

08/09/2564

ทองตาปาน ของดีเมืองพังงา


ทองตาปาน เป็นพันธุ์จำปาดะสีทอง ของดีของอำเภอกะปง จังหวัดพังงา มีจุดเด่นที่ผลใหญ่สีทอง เนื้อหนา รสชาติหวาน และกลิ่นหอมละมุนไม่แรงเหมือนจำปาดะทั่วไปที่หอมฉุนจำปาดะ เป็นผลไม้ที่ชาวปักษ์ใต้นิยมรับประทาน มีลักษณะผลคล้ายกับขนุนแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลจำปาดะเป็นรูปทรงกระบอก ผลอ่อนจะมีสีน้ำตาลปนเหลืองเปลือกแข็งมียางมาก เมื่อสุกเปลือกจะนิ่มและมียางน้อยลง จำปาดะจะมีเนื้อนิ่ม ไม่แข็งกรอบเหมือนขนุน รสชาติหวานจัดและกลิ่นจะแรงกว่าขนุนในพื้นที่จังหวัดพังงา ถ้าพูดถึงเรื่องจำปาดะต้องยกให้ จำปาดะทองตาปาน ของตำบลเหมาะ อำเภอกะปง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจำปาดะ เบอร์ 1 ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในภาคใต้และภาคกลาง มีจุดเด่นที่ผลใหญ่สีทอง เนื้อหนาสีเหลืองทอง รสชาติหอมหวาน กลิ่นหอมละมุน จึงได้รับความนิยมรับประทานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่า “ทองตาปาน” เป็นจำปาดะพันธุ์ดีอันดับต้นๆของประเทศไทยความเป็นมาของจำปาดะทองตาปานนั้นเริ่มต้นเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ที่สวนจำปาดะ ในพื้นที่ ม.1 ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา มีจำปาดะต้นหนึ่งที่มีลักษณะที่โดดเด่น ไม่เหมือนกับจำปาดะพื้นบ้านทั่วไป เจ้าของสวนจึง นำมาขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยขยายพันธุ์ได้กว่า 200 นำมาปลูกจนเต็มพื้นที่สวนประมาณ 9 ไร่เมื่อผลผลิตออกมามีผลและเนื้อในเป็นสีเหลืองทอง จึงตั้งชื่อกันว่า “ทองตาปาน” ตามชื่อเจ้าของสวน ซึ่งจำปดะในสวนนี้มีการดูแลจัดการสวนเป็นอย่างดี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจำปาดะทุกลูกจะห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำป้องกันพวกสัตว์และแมลงมาทำลาย ทำให้คุณภาพจึงออกมาดีกว่าของทั่ว ๆ ไป

Read More

11/09/2564

Bitcoin กำลังกลายเป็นทองคำดิจิทัล จริงหรือ


สตีฟ วอซเนียก กล่าวว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นทองคำดิจิทัลได้ในอนาคต และยังมองว่า Bitcoin เป็นผลผลิตอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์การชื่นชม Bitcoin ของวอซเนียกครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทะยานสูงขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด และยังมีการเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบันที่เข้าไปซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของสกุลเงินดอลลาร์เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งเเรกที่วอซเนียกออกมาพูดถึง Bitcoin เมื่อปี 2018 เขาเคยกล่าวถึง Bitcoin เอาไว้ว่า “มนุษย์สร้างเงินตรา ควบคุมมัน เเละสร้างเงินดอลลาร์ออกมาเพิ่มทุกปี เเต่ BTC ต่อต้านสิ่งเหล่านั้น” ต่อมาในปี 2019 เขาได้พูดในงาน Nordic Business Forum ว่า เขาได้ขาย Bitcoin ที่ซื้อมาในต้นทุนราว 700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 21,000 บาท ต่อ BTC ออกไปเเล้ว เนื่องจากเขาเพียงต้องการทดลองซื้อขายในสินทรัพย์นี้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อราคาเหรียญปรับตัวสูงขึ้นจึงขายออก เพราะไม่อยากวิตกกังวลกับราคาเหรียญที่เหวี่ยงขึ้นลงเเรงเหมือนกับนักลงทุนรายอื่นๆ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงเทคโนโลยี ที่มา : The Standard

Read More

10/09/2564

มรกต...อัญมณีที่น่าลทุน


นอกจากทองคำแล้ว การลงทุนในอัญมณีก็อยู่ในความสนใจของนักลงทุนไม่น้อย โดยเฉพาะBIG 4 หรืออัญมณี 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุดประกอบด้วยเพชร ทับทิม ไพลิน และมรกตมรกตเป็นแร่ในตระกูลเบริลที่มีสีเขียวมีลักษณะโปร่งแสงถึงโปร่งใส พบมากที่ประเทศโคลอมเบีย บราซิล แซมเบีย และซิมบับเว นอกจากนี้ยังพบมรกตได้ในไนจีเรีย อัฟกานิสถาน และรัสเซีย เป็นต้น มรกตมีความแข็ง 7.5 – 8.0 ตามสเกลของโมห์ แต่ก็แตกง่ายกว่าอัญมณีชนิดอื่นๆเพราะมีรอยร้าวภายในค่อนข้างมาก จึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพโดยนิยมใส่สารเพื่อช่วยบดบังรอยแตก เช่น น้ำมันพืช น้ำมันจากแร่ และยางสนธรรมชาติที่เรียกว่า Canada Balsam เป็นต้น ราคาเฉลี่ยมรกตธรรมชาติปัจจุบัน(2020) อยู่ที่ราว 169 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต โดยมรกตจากเขตมูโซในโคลอมเบียจะมีราคาแพงที่สุดในโลก เพราะมีสีเขียวสดค่อนข้างใส ถือเป็นสีที่สวยเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก โดยมีราคาเริ่มตั้งแต่ 200 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 18,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลอยนั้น ในขณะที่มรกตสังเคราะห์จะมีราคาถูกกว่ามาก ซึ่งมรกตสังเคราะห์ที่มีคุณภาพดีที่สุดจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต มรกตสังเคราะห์เป็นอัญมณีสังเคราะห์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มอัญมณีสังเคราะห์ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการที่ใช้ผลิตมรกตสังเคราะห์นั้นซับซ้อนและใช้เวลามาก โดยมรกตของโคลอมเบียขนาด 3 กะรัต จะมีราคาสูงกว่าเพชรโคลอมเบียขนาด 1 กะรัต 3 เม็ดที่มีคุณภาพเท่ากันถึง 6 เท่า มีการประเมินว่ามูลค่าของมรกตคุณภาพดีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10 – 20% ต่อปี มรกตมักนิยมเจียระไนเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าเหลี่ยมมรกต (emerald cut) หากมรกตมีตำหนิมลทินมากและมีเนื้อทึบ มักเจียระไนเป็นแบบหลังเบี้ย สำหรับการเลือกซื้อมรกตควรพิจารณาที่สีต้องเขียวเข้มปานกลางถึงเขียวเข้ม สดใส ติดเหลืองหรือน้ำเงินเพียงเล็กน้อย สีสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด มีประกายนุ่มนวลเหมือนกำมะหยี่ มีความโปร่งใส ดูมีประกายและมีสีสัน มรกตส่วนใหญ่จะมีมลทินและตำหนิ ถ้ามรกตชิ้นไหนมีความใสจนไร้ตำหนิ อาจเป็นของปลอม โดยตำหนิส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักมีลักษณะคล้ายกิ่งไม้ หรือรากไม้ มรกตส่วนใหญ่มักเจียระไนแบบเหลี่ยมมรกต หรือที่เรียกว่า เหลี่ยมชั้น มรกตที่ดีควรมีการเจียระไนที่ได้สัดส่วนสวยงาม มีความสมดุล ซึ่งจะสังเกตได้จากความมีประกายสวย หากสัดส่วนสมดุลดีจะทำให้มีประกายสูงและมีสีสวยงามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อมรกตควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นมรกตธรรมชาติ โดยเลือกซื้อจากร้านหรือแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานสากลเสียก่อน

Read More