ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Tue 25 Jan 2565 10:34

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 226,700.00

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


12/12/2564

เหรียญทองคำใหม่ บันทึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ของแคนาดา


โรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint) ออกเหรียญทองใหม่ 2 รุ่นสำหรับนักสะสมและนักลวงทุน เป็นเหรียญทองคำบริสุทธิ์ 99.999% รุ่น Klondike Gold Rush: Panning for Gold หนัก 1 ออนซ์ ราคาหน้าเหรียญ 200 ดอลลาร์เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 125 ปีของยุคตื่นทองคลอนไดค์ที่โด่งดัง ด้านหลังของเหรียญมีผลงานศิลปะของนักออกแบบเหรียญ Steve Hepburn เป็นภาพวาดมือคนเหมืองที่ถือจานร่อนทอง ที่มีกรวดและน้ำที่ส่องประกาย ขณะเอาน้ำล้างกรวดแล้วเผยให้เห็นเศษทองอยู่ภายใน มีน้ำที่ไหลออกจากจานร่อนทองเหนือเครื่องหมายความปลอดภัยบนเหรียญ เหรียญนี้มีเส้นรัศมีที่เป็นเอกลักษณ์ของเหรียญทองทั้งหมดจากทางโรงกษาปณ์ เช่นเดียวกับเครื่องหมายรูปใบเมเปิ้ลที่สลักไว้แบบไมโครซึ่งแสดงเลข 21 เพื่อให้สอดคล้องกับปีที่ออก บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบบัตรเครดิตมีใบรับรองความบริสุทธิ์ของทอง ลงนามโดยหัวหน้าผู้ตรวจการโรงกษาปณ์ยุคตื่นทองคลอนไดค์ เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 1896 Keish (Skookum Jim Mason) และหลานชาย รวมถึง Kate Carmack และ George Carmack สามีของเธอ ได้ค้นพบก้อนทองคำในคลอง Rabbit (Bonanza) Creek ในเขตยูคอนของแคนาดา การค้นพบนี้ก่อให้เกิดกระแสตานทองที่ทำให้ผู้แสวงหาความร่ำรวยในถิ่นทุรกันดารทางตอนเหนือ แห่กันมาขุดทองเป็นจำนวนมาก ทำให้แคนาดากลายเป็นผู้ผลิตทองคำชั้นนำของโลก มีการสร้างโรงงาน และโรงกลั่นทองคำใหญ่ระดับโลกในเวลาต่อมาขณะเดียวกัน การตื่นทองก็ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและต่อชุมชนชาวพื้นเมืองดั้งเดิมในภูมิภาคคลอนไดค์ พวกเขาต้องพลัดถิ่นฐานและถูกทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมไป เหรียญทองคำทั้งหมดผลิตโดยโรงกษาปณ์แคนาดาซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา และให้บริการโลหะล้ำค่าครบวงจร โรงกษาปณ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงกษาปณ์ขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยให้บริการผลิตภัณฑ์เหรียญหลายประเภทที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีคุณภาพสูง

Read More

11/12/2564

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองแดงในตลาดโลก


ทองแดงมักถูกมองว่าเป็นปรอทวัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก เมื่อการระบาดของ COVID-19 เข้าสู่จีนและแพร่กระจายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ราคาซื้อขายแบบทันที(spot price) ของทองแดงลดลงจาก 2.86 ดอลลาร์/ปอนด์ในช่วงเดือนมกราคม 2020 เหลือ 2.12 ดอลลาร์/ปอนด์ในช่วงเดือนมีนาคม หรือลดลงถึง 26% อีกทั้งมาตรการกักตัวก็บังคับให้เหมืองทองแดงทั่วโลกต้องปิดการผลิตเป็นระยะเวลานาน แม้เศรษฐกิจบางประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดใหม่ในช่วงกลางปี แต่ปริมาณการผลิตทองแดงยังคงตามหลังอยู่ ทำให้ราคาทองแดงเริ่มทะยานไปแตะที่ 3.52 ดอลลาร์/ปอนด์ ณ สิ้นปี2020 และภายในเดือนกุมภาพันธ์2021 ราคาทองแดงได้เพิ่มขึ้นเหนือ 4.00 ดอลลาร์/ปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเทาของระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคมมุมมองด้านบวกของราคาทองแดงเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในเอเชียโดยเฉพาะที่จีนที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆหรือใกล้เคียงกับระดับก่อนการระบาดใหญ่ ซึ่งการฟื้นตัวของจีนน่าจะแปลงเป็นความต้องการทองแดงมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งความต้อองการโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้การคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบหรือปรับลดภาษีในสหรัฐฯและตลาดที่พัฒนาแล้วอื่นๆยิ่งช่วยเร่งให้เกิดความต้องการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โลหะพื้นฐานเช่นทองแดงมักถูกมองว่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้ออยู่แล้วและยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ดีในขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่นอกเหนือจากแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคในระยะใกล้แล้ว การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาวเช่นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศักยภาพในการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น เป็นสองปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองแดง ขยับตัวสูขึ้นสรุปประเด็นสำคัญของแร่ทองแดงคือ : • ราคาทองแดงมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราเงินเฟ้อ และในอดีตโลหะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงเงินเฟ้อ

Read More

08/12/2564

ชิลี...แหล่งแร่ทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก


มนุษย์รู้จักนำแร่ทองแดงมาใช้งานเป็นเวลานานนับพันปีแล้ว แหล่งแร่ทองแดงขนาดใหญ่ที่มีการค้นพบและนำมาใช้ประโยชน์คือเกาะไซปรัส (Cyprus) ซึ่งเป็นที่มาของสัญลักษณ์ทางเคมี คือ Cu นั่นเอง โดยีการนำทองแดงมาทำเครื่องมือใช้สอยและอาวุธต่างๆ ปัจจุบันแหล่งแร่ทองแดงที่สำคัญของโลก ได้แก่ ชิลี เปรู สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นตัน โดย เหมืองแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ซูคุยคามาดา ประเทศชิลีข้อมูลจาก U.S. Geological Survey รายงานว่า ปริมาณสำรองแร่ทองแดงของโลกทั้งหมดมีประมาณ 690 ล้านตัน มากที่สุดอยู่ในประเทศชิลี มีปริมาณ 190 ล้านตันหรือเท่ากับร้อยละ 27.5 ของปริมาณสำรองแร่ทองแดงของโลก รองลงมาคือออสเตรเลีย เปรู และอเมริกา ตามลำดับ ส่วนประเทศในภูมิภาคอาเซียน พบว่า มีเพียงประเทศอินโดนีเซียที่มีแหล่งสำรองแร่ทองแดง ที่ปริมาณ 28ล้านตัน มากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบปริมาณสำรองขนาด 690 ล้านตัน กับอัตราการทำเหมืองในปัจจุบัน ปริมาณสำรองจะมีใช้งานได้อีก ประมาณ 40 ปีเศรษฐกิจของชิลี ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองแดงของประเทศเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลชิลีส่งเสริม และเปิดโอกาสให้นักลงทุนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว รวมถึงอุตสาหกรรมและบริการ อื่นๆ ได้อย่างเสรี อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวเมื่อเดือนตุลาคม 2021 KGHM บริษัทเหมืองแร่ของประเทศโปแลนด์ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่อันดับที่ 2 ในทวีปยุโรป ได้ ประกาศลงทุนเพิ่มในโครงการเหมืองแร่ Sierra Gorda ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศชิลีมูลค่า กว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โครงการเหมืองแร่ Sierra Gorda นี้ เป็นการลงทุนร่วมระหว่างบริษัท KGHM ของโปแลนด์และบริษัท Sumitomo Metal Mining Co., Ltd. ของญี่ปุ่น โดยถือสัดส่วนหุ้นที่ 55/45 และเริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาบริษัท KGHM ได้ยื่นขออนุมัติลงทุนเพิ่ม ล่าสุดหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของชิลีได้ รายงานว่าคณะกรรมการพิจารณาสิ่งแวดล้อมของชิลีได้อนุมัติให้บริษัทฯ สามารถขยายการขุดเจาะเหมืองแร่ ต่อไปได้อีก 21 ปี รวมถึงสามารถลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติมได้ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น จาก 190,000 ตัน/วัน เป็น 230,000 ตัน/วัน

Read More

08/12/2564

‘ไทย’ ถือทองคำเพิ่มมากสุดในปี2021


สภาทองคำโลก หรือ World Gold Council (WGC) รายงานสถานการณ์การถือครองทองคำของธนาคารแห่งประเทศไทยว่ายังคงครองตำแหน่งผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของปีนี้ โดยเพิ่มทองคำสำรองอีก 90.2 ตันในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ทำให้ปริมาณทองคำสำรองของไทยอยู่ที่ 244.2 ตันซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และคิดเป็น 6% ของทุนสำรองทั้งหมด ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุดเป็นอันดับที่ 21 ของโลก สภาทองคำโลก ยังระบุสถานการณ์การถือครองทองคำประจำไตรมาส 3/2021 ว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าซื้อสุทธิทองคำเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน โดยสำรองทองคำเพิ่มขึ้น 69 ตัน แม้ปริมาณการซื้อสุทธิจะชะลอตัวลง จากปริมาณ 191 ตันในไตรมาส 2 แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 ที่ธนาคารกลางมีการขายสุทธิทองคำออกมาจำนวน 10.6 ตัน แต่หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้(2021)พบว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำแตะระดับ 393 ตัน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2020 แล้วนั้น ยังแซงหน้าการเข้าซื้อทองคำในปีที่แล้วทั้งปีจากธนาคารกลางซึ่งอยู่ที่ 255 ตันอีกด้วย อุปสงค์ทองคำในภาคธนาคารกลางถือว่ามีบทบาทสำคัญในตลาดทองคำ โดยคิดเป็นสัดส่วน 10% ของอุปสงค์ทองคำทั้งหมด เมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนของทองคำในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของธนาคารกลางทั่วโลก ณ สิ้นสุดไตรมาส 3 ของปี 2020 พบว่า สัดส่วนของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงจากระดับ 54% สู่ระดับ 51% ด้านทองคำมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากระดับ 13% สู่ระดับ 16% ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อทองคำในหมู่ธนาคารกลางทั่วโลกได้เป็นอย่างดี World Gold Council คาดการณ์ว่าธนาคารกลาง 21% จะเพิ่มการถือครองทองคำขึ้นอีกใน 12 เดือนข้างหน้า โดยไม่มีแผนที่จะลดทองคำสำรองลง และมีแนวโน้มที่ปีนี้จะเป็นปีที่ธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่ 458 ตัน ซึ่งการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางอาจเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับทองคำในระยะยาวได้

Read More

12/12/2564

เหรียญทองคำใหม่ บันทึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ของแคนาดา


โรงกษาปณ์แคนาดา (Royal Canadian Mint) ออกเหรียญทองใหม่ 2 รุ่นสำหรับนักสะสมและนักลวงทุน เป็นเหรียญทองคำบริสุทธิ์ 99.999% รุ่น Klondike Gold Rush: Panning for Gold หนัก 1 ออนซ์ ราคาหน้าเหรียญ 200 ดอลลาร์เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 125 ปีของยุคตื่นทองคลอนไดค์ที่โด่งดัง ด้านหลังของเหรียญมีผลงานศิลปะของนักออกแบบเหรียญ Steve Hepburn เป็นภาพวาดมือคนเหมืองที่ถือจานร่อนทอง ที่มีกรวดและน้ำที่ส่องประกาย ขณะเอาน้ำล้างกรวดแล้วเผยให้เห็นเศษทองอยู่ภายใน มีน้ำที่ไหลออกจากจานร่อนทองเหนือเครื่องหมายความปลอดภัยบนเหรียญ เหรียญนี้มีเส้นรัศมีที่เป็นเอกลักษณ์ของเหรียญทองทั้งหมดจากทางโรงกษาปณ์ เช่นเดียวกับเครื่องหมายรูปใบเมเปิ้ลที่สลักไว้แบบไมโครซึ่งแสดงเลข 21 เพื่อให้สอดคล้องกับปีที่ออก บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบบัตรเครดิตมีใบรับรองความบริสุทธิ์ของทอง ลงนามโดยหัวหน้าผู้ตรวจการโรงกษาปณ์ยุคตื่นทองคลอนไดค์ เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 1896 Keish (Skookum Jim Mason) และหลานชาย รวมถึง Kate Carmack และ George Carmack สามีของเธอ ได้ค้นพบก้อนทองคำในคลอง Rabbit (Bonanza) Creek ในเขตยูคอนของแคนาดา การค้นพบนี้ก่อให้เกิดกระแสตานทองที่ทำให้ผู้แสวงหาความร่ำรวยในถิ่นทุรกันดารทางตอนเหนือ แห่กันมาขุดทองเป็นจำนวนมาก ทำให้แคนาดากลายเป็นผู้ผลิตทองคำชั้นนำของโลก มีการสร้างโรงงาน และโรงกลั่นทองคำใหญ่ระดับโลกในเวลาต่อมาขณะเดียวกัน การตื่นทองก็ได้ส่งผลร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและต่อชุมชนชาวพื้นเมืองดั้งเดิมในภูมิภาคคลอนไดค์ พวกเขาต้องพลัดถิ่นฐานและถูกทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมไป เหรียญทองคำทั้งหมดผลิตโดยโรงกษาปณ์แคนาดาซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการผลิตเหรียญกษาปณ์และการจำหน่ายเหรียญหมุนเวียนของแคนาดา และให้บริการโลหะล้ำค่าครบวงจร โรงกษาปณ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงกษาปณ์ขนาดใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยให้บริการผลิตภัณฑ์เหรียญหลายประเภทที่มีความเฉพาะเจาะจงและมีคุณภาพสูง

Read More

11/12/2564

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองแดงในตลาดโลก


ทองแดงมักถูกมองว่าเป็นปรอทวัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก เมื่อการระบาดของ COVID-19 เข้าสู่จีนและแพร่กระจายไปทั่วโลกในเวลาต่อมา ราคาซื้อขายแบบทันที(spot price) ของทองแดงลดลงจาก 2.86 ดอลลาร์/ปอนด์ในช่วงเดือนมกราคม 2020 เหลือ 2.12 ดอลลาร์/ปอนด์ในช่วงเดือนมีนาคม หรือลดลงถึง 26% อีกทั้งมาตรการกักตัวก็บังคับให้เหมืองทองแดงทั่วโลกต้องปิดการผลิตเป็นระยะเวลานาน แม้เศรษฐกิจบางประเทศจะเริ่มกลับมาเปิดใหม่ในช่วงกลางปี แต่ปริมาณการผลิตทองแดงยังคงตามหลังอยู่ ทำให้ราคาทองแดงเริ่มทะยานไปแตะที่ 3.52 ดอลลาร์/ปอนด์ ณ สิ้นปี2020 และภายในเดือนกุมภาพันธ์2021 ราคาทองแดงได้เพิ่มขึ้นเหนือ 4.00 ดอลลาร์/ปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเทาของระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคมมุมมองด้านบวกของราคาทองแดงเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในเอเชียโดยเฉพาะที่จีนที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆหรือใกล้เคียงกับระดับก่อนการระบาดใหญ่ ซึ่งการฟื้นตัวของจีนน่าจะแปลงเป็นความต้องการทองแดงมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งความต้อองการโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้การคาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบหรือปรับลดภาษีในสหรัฐฯและตลาดที่พัฒนาแล้วอื่นๆยิ่งช่วยเร่งให้เกิดความต้องการมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โลหะพื้นฐานเช่นทองแดงมักถูกมองว่าเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้ออยู่แล้วและยังมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้ดีในขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่นอกเหนือจากแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคในระยะใกล้แล้ว การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาวเช่นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศักยภาพในการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น เป็นสองปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองแดง ขยับตัวสูขึ้นสรุปประเด็นสำคัญของแร่ทองแดงคือ : • ราคาทองแดงมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับอัตราเงินเฟ้อ และในอดีตโลหะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในช่วงเงินเฟ้อ

Read More