อ. 26 มี.ค. 2562 09:35

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 218,000

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

06/21/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


03/18/2562

มาตรฐานชะรีอะห์สำหรับ สถาบันการเงินอิสลาม


องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม หรือ The Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions (AAOIFI) ร่วมกับสภาทองคำโลก (World Gold Council) ออกมาตรฐาน 'Shari'ah Standard No. 57 on Gold and its Trading Controls เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองคำในรูปแบบและประเภทต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำในสถาบันต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม มาตรฐานที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้จะกำหนดกฎข้อบังคับเฉพาะสำหรับการใช้ทองคำในฐานะเครื่องมือการลงทุนในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดออกกฎข้อบังคับดังกล่าว มาตรฐานใหม่จะแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในทองคำเป็นเรื่องที่ทำได้หากปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ ซึ่งรวมถึงการถือครองทองคำและการคำนวณซะกาตอย่างถูกต้อง มาตรฐานชะรีอะห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะเข้ามาเสริมมาตรฐานที่ AAOIFI มีอยู่ในปัจจุบัน และครอบคลุมกลไกต่างๆ ในการปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ เพื่อการจัดการและลงทุนในทองคำในยุคปัจจุบัน โดยจะวางรากฐานให้กับการสร้างและการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับและคำสอนตามหลักชะรีอะห์ นอกเหนือไปจากการบริหารสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม ซึ่งมาตรฐานนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้มีสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทใหม่ๆเกิดขึ้น ช่วยให้ธนาคารอิสลามและสถาบันการเงินอื่นๆขยายฐานลูกค้าของตนเอง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออม ป้องกันความเสี่ยง และกระจายการลงทุนที่หลากหลาย มาตรฐานชะรีอะห์นี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการสำหรับนักลงทุนอิสลามและอุตสาหกรรมทองคำโดยรวม ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับความมั่งคั่ง โดยต่อไปนี้นักลงทุนอิสลามจะสามารถลงทุนในทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเองและกระจายความเสี่ยงของตลาดได้ ทั้งนี้ในการประชุม AAOIFI Shari'ah Board เมื่อวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีการอนุมัติมาตรฐาน ชะรีอะห์ จากนั้นก็ได้รับการพัฒนาและผ่านช่วงเวลาปรึกษาหารือ ซึ่งรวมถึงการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญทุกราย เพื่อรับประกันว่ามาตรฐานขั้นสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมโดยมาตรฐานใหม่นี้มีการเผยแพร่ทั้งในภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงมาตรฐานต่างๆของ AAOIFI ในรูปแบบดิจิทัล ผ่านทางเว็บไซต์ของ AAOIFI หรือผ่านทาง http://www.shariahgold.comเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

แหวนกลทองคำ หนึ่งเดียวในโลก


เครื่องประดับทองคำมักเป็นสินค้าอันดับแรกๆที่คนไทยเลือกซื้อเมื่อมีโอกาส ทั้งเพื่อแสดงสถานะทางสังคมและเพื่อความสวยงาม ซึ่งรูปแบบเครื่องประดับทองของไทยก็มีความแตกต่างกันตามยุคสมัย แต่ทุกชิ้นงานมักถูกรังสรรค์ด้วยช่างทองฝีมือที่มีความชำนาญ แม้ปัจจุบันร้านทอง ส่วนใหญ่จะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในหารผลิตเครื่องประดับมากขึ้นก็ตาม แต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย เช่นการผลิตแหวนกลปริศนา หรือ แหวนกลไก หรือ แหวนกล ของช่างเมืองจันทบุรี สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์ของช่างทองจากเมืองจันทบุรี คือแหวนทองคำ ที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ จึงเรียกกันว่า แหวนกลปริศนา ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกลจากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้วจึงพัฒนาให้เป็นแบบฉบับของตนเองและถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่ลูกหลาน จนกลายเป็นมรดกตกทอดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็ง และเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ 90% จึงนำไปหลอมลงในเบ้าแล้วเทลงรางเหล็กสี่เหลี่ยม ทองจะแข็งตัวจับเป็นแท่งช่างทองจะนำทองที่หลอมได้มาตีแผ่เป็นแผ่นด้วยเครื่องรีดแผ่นทองและใช้เครื่องชักทองให้กลายเป็นเส้นขนาดต่างๆ กันตามความต้องการแล้วจึงนำเส้นทองคำที่ได้มาทำตัวเรือนตามที่ออกแบบไว้ ในยุคแรกๆ ลวดลายของแหวนกลได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัว เช่นรูปปูและปลา โดยทำเป็นแหวนวงเล็กเพียง 2 วง เรียงซ้อนกัน จากนั้นได้พัฒนาทำเป็นแหวน 4 วง คล้องเกี่ยวกัน โดยทำรอยหยักเว้าเหมือนกลไกล็อกไขว้ไว้อย่างแนบสนิท เมื่อสวมบนนิ้วมือจะดูเหมือนเป็นแหวนวงเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถถอดแหวนทั้ง 4 วงออกจากกันได้ แต่แหวนจะยังคงคล้องเกี่ยวกันอยู่ และสามารถประกอบกลับเข้าเป็นวงเดียวกันได้ ปัจจุบัน ช่างทองบางราย สามารถผลิตแหวนกล 8 วงเรียงซ้อนกัน มีการนำโลหะชนิดอื่นๆมาผลิตเช่นเงิน รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ที่มีความทันสมัยและมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไปยังคงเป็นแหวนรูปสัตว์ต่างๆ แหวนปีนักษัตร 12 ราศี และแหวนดอกไม้ เป็นต้น อีกทั้งมีการนำพลอยหลากสีซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงามโดดเด่นให้กับชิ้นงานมากขึ้นด้วยแหวน กลทองคำของจันทบุรี ตอนทำขึ้นด้วยมือทุกขั้นตอน ชิ้นงานจึงมีความละเอียดประณีต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ ชิ้นงานที่ผลิตได้จึงมีเพียงชิ้นเดียว ในโลก ด้วยเหตุนี้แหวนกลไกจากจันทบุรีจึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

อุตสาหกรรมเครื่องประดับ(ทองคำ)ในแคนาดา


แคนาดาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ประเภท เพชร ทองคำ และ เงิน สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมากแห่งหนึ่งของโลก โดยแคนาดาเป็นผู้ผลิตเพชรเป็นอันดับ 3 ของโลก ผลิตทองคำมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นผู้ผลิตเงินใหญ่อันดับที่ 15 ของโลก แคนาดามีแหล่งผลิตเพชรอยู่ใน 3 รัฐ ได้แก่ Northwest Territories, Nunavut และ Ontario มีบริษัทที่ได้รับสัมปทานการทำเหมืองเพชร 5 ราย สามารถผลิตเพชรได้ 11,100,000 กะรัต (ข้อมูลปี 2559) เป็นรองแค่ บอตสวานา และ รัสเซียเท่านั้น และสามารถผลิต เงิน ได้ 13 ล้านออนซ์ มูลค่า 238 ล้านเหรียญแคนาดา เมืองแร่เงินอยู่ในรัฐออนแทริโอและรัฐควิเบค ส่วนการผลิตทองคำ แคนาดามีการถลุงแร่ทองคำเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก โดยมีปริมาณการผลิต 155 ตัน มูลค่าตลาด 8.34 พันล้านเหรียญแคนาดา1 (ประมาณ 216,840 ล้านบาท)(ข้อมูลปี 2558) ซึ่งแคนาดาเป็นผู้ผลิตทองอันดับที่ 5 ของโลก รองจาก จีน ออสเตรเลีย รัสเซีย และ สหรัฐฯ ธุรกิจผลิตสินค้าอัญมณีเครื่องประดับในแคนาดา นั้นส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 4 คน ถึงร้อยละ 65 โดยจำนวนโรงงานผู้ผลิตในประเทศได้มีการปรับลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากอัตราค่าแรงที่สูง รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าสวัสดิการค่าชดเชยในกรณีต่างๆ อีกทั้งตลาดผู้บริโภคเปลี่ยนไปนิยมเครื่องประดับสำเร็จรูปมากขึ้น เน้นสินค้าแฟชั่นที่มีราคาไม่สูง โรงงานขนาดเล็ก-กลางในประเทศแคนาดาส่วนใหญ่จึงตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตสินค้าลักษณะ Made-to-Order ที่มีราคาสูง ดีไซน์เฉพาะ และเพื่อให้บริการหลังการขายเช่นซ่อมแซมสินค้ามากกว่าที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมาแคนาดาประสบปัญหาเศรษฐกิจชลอตัวทำให้การบริโภคและนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างอัญมณีเครื่องประดับลดลง โดยสินค้าจากสหรัฐฯ ยังครองตลาดอันดับ 1 และ ไทย อันดับที่ 2 ตามมาด้วยอินเดีย และจีน สินค้าหลักได้แก่ อัญมณีเครื่องประดับโลหะมีค่าได้แก่ ทองคำ ทองคำขาว และแพตตินั่ม ตลาดสินค้าอัญมณีเครื่องประดับของแคนาดาแบ่งออกเป็น 3 ตลาด ที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันคือ ตลาดระดับสูง (Hi-End) สินค้าในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยเครื่องประดับโลหะมีค่า ที่เน้นความหรูหรา เน้นดีไซน์ที่มีรูปแบบเฉพาะตัว สินค้าส่วนใหญ่จะมีราคาคิดจากน้ำหนักของวัตถุดิบทั้งทองคำ เงิน แพลตตินั่ม บวกกับอัญมณี และกำไร ตลาดระดับกลาง (Mid-End) เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดา โดยสินค้าส่วนใหญ่กว่า 70% จะมีราคาขายปลีกต่ำกว่า 100 เหรียญแคนาดา (ประมาณ 2,800 บาท) โดยจะเน้นไปยังกลุ่มสินค้าที่ตามกระแสแฟชั่นเป็นหลัก และตลาดระดับล่าง (Low-End) สินค้าในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยอัญมณีเทียม และสินค้าแฟชั่น ที่มีราคาระหว่าง 5-50 เหรียญแคนาดา (ประมาณ 140-1,400 บาท) โดยจำหน่ายในร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งคุณภาพวัตถุดิบของสินค้า จะมีคุณภาพไม่สูงเน้นให้มีการเปลี่ยนหรือซื้อใหม่มากกว่า อย่างไรก็ตามทัศนคติการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของชาวแคนาดา หรือชาวตะวันตกจะซื้อเพื่อการใช้งานเป็นหลัก ที่ใช่เพื่อการลงทุน ซึ่งจะแตกต่างจากชาวตะวันออกหรือคนไทยอย่างมากที่มักซื้ออัญมณีหรือเครื่องประดับทองคำเพื่อการลงทุนมากกว่า เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

อุตสาหกรรมเครื่องประดับ(ทองคำ)ของอิตาลี


ประเทศอิตาลีเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเครื่องประดับและอัญมณี ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีบริษัทผู้ผลิตกว่า 9,000 บริษัททั่วประเทศ มีคนงานกว่า 45,00 คน มีมูลค่าการผลิตกว่า 7 พันล้านยูโร(ข้อมูลจากปี 2560) เนื่องจากมีความชำนาญในการผลิตที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นผู้นำในด้านการออกแบบที่มีดีไซน์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าและทันสมัย ในการผลิตเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง เพชร และทองคำ เขตอุตสำหกรรมเครื่องประดับอัญมณีในประเทศอิตาลีมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ใน ๓ แคว้น คือ- แคว้น Veneto (เมือง Vicenza) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับทองคำและเงิน ประเภทสร้อยแหวน เข็มกลัด จี้ ต่างหู เป็นต้น ผลิตโดยใช้เครื่องจักรและหัตถกรรม สำหรับตลาดกลางถึงตลาดบน- แคว้น Toscana (เมือง Arezzo) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับทองคำและเงินเช่นเดียวกับเมืองVicenza แต่ใช้เครื่องจักรเป็นเทคโนโลยีหลักในการผลิต สำหรับตลาดกลางถึงตลาดล่าง- แคว้น Piemonte (เมือง Valenza) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง เพชร และทองคำ โดยผลิตจำนวนจำกัด และใช้แรงงานคนผลิตเป็นหลัก เน้นตลาดกลางถึงตลาดบน และตลาดระดับสูง แม้จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่แต่อิตาลีก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้า และความเสียเปรียบด้านต้นทุนการผลิตเพราะต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เช่น นำเข้าไข่มุก จากประเทศออสเตรเลียและญี่ปุ่น เพชร จากเบลเยียม อัญมณี (ยกเว้นเพชร) นำเข้าจากจีน ไทย และสำธารณรัฐเช็ก เงิน จากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ทองคำนำเข้าจาสวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้ ทองคำขาวนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและแอฟริกาใต้ เป็นต้นสำหรับรูปแบบ และประเภทของเครื่องประดัลที่ได้รับความนิยมนั้น ผู้หญิงอิตาเลียนจะให้ควำมสำคัญกับดีไซน์มากกว่าวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ทองแดง ไทเทเนียม ซึ่งส่วนมากมักจะมีชิ้นส่วนของทอง เงิน คริสตัล แก้ว ลูกปัด เปลือกหอย และอื่นๆ ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ก็จะเป็นผู้หญิงทำงานและวัยรุ่น นอกจำกนี้ เครื่องประดับที่ทำจากเงินยังได้รับความนิยมจากผู้ชายด้วย โดยเฉพาะกำไล กระดุมแขนเสื้อ (cufflinks) เข็มกลัดติดเน็คไท แหวน พวงกุญแจ คลิปหนีบธนบัตร ปากกำหมึกซึม ที่จุดบุหรี่ และเข็มกลัด เป็นต้น ทั้งนี้ชาวอิตาเลียนนิยมทองคำ ๑๘ กะรัต (สีเหลือง ขาว หรือชมพู) รองลงมาเป็นทองคำ๑๔ กะรัต ปัจจุบัน ดีไซเนอร์ได้หันมาออกแบบเครื่องประดับทองจากเดิมที่เน้นมูลค่ำจริงของวัสดุที่ใช้ มาเป็นการเน้นการออกแบบ และรูปลักษณ์แทน ในส่วนของเพชรและเครื่องประดับเพชรก็เป็นที่ต้องการในตลาดเช่นเดียวกับ เครื่องประดับเงิน ที่ในช่วงหลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

มาตรฐานชะรีอะห์สำหรับ สถาบันการเงินอิสลาม


องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม หรือ The Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions (AAOIFI) ร่วมกับสภาทองคำโลก (World Gold Council) ออกมาตรฐาน 'Shari'ah Standard No. 57 on Gold and its Trading Controls เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองคำในรูปแบบและประเภทต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำในสถาบันต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม มาตรฐานที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้จะกำหนดกฎข้อบังคับเฉพาะสำหรับการใช้ทองคำในฐานะเครื่องมือการลงทุนในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดออกกฎข้อบังคับดังกล่าว มาตรฐานใหม่จะแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในทองคำเป็นเรื่องที่ทำได้หากปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ ซึ่งรวมถึงการถือครองทองคำและการคำนวณซะกาตอย่างถูกต้อง มาตรฐานชะรีอะห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะเข้ามาเสริมมาตรฐานที่ AAOIFI มีอยู่ในปัจจุบัน และครอบคลุมกลไกต่างๆ ในการปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ เพื่อการจัดการและลงทุนในทองคำในยุคปัจจุบัน โดยจะวางรากฐานให้กับการสร้างและการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับและคำสอนตามหลักชะรีอะห์ นอกเหนือไปจากการบริหารสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม ซึ่งมาตรฐานนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้มีสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทใหม่ๆเกิดขึ้น ช่วยให้ธนาคารอิสลามและสถาบันการเงินอื่นๆขยายฐานลูกค้าของตนเอง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออม ป้องกันความเสี่ยง และกระจายการลงทุนที่หลากหลาย มาตรฐานชะรีอะห์นี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการสำหรับนักลงทุนอิสลามและอุตสาหกรรมทองคำโดยรวม ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับความมั่งคั่ง โดยต่อไปนี้นักลงทุนอิสลามจะสามารถลงทุนในทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเองและกระจายความเสี่ยงของตลาดได้ ทั้งนี้ในการประชุม AAOIFI Shari'ah Board เมื่อวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีการอนุมัติมาตรฐาน ชะรีอะห์ จากนั้นก็ได้รับการพัฒนาและผ่านช่วงเวลาปรึกษาหารือ ซึ่งรวมถึงการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญทุกราย เพื่อรับประกันว่ามาตรฐานขั้นสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมโดยมาตรฐานใหม่นี้มีการเผยแพร่ทั้งในภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงมาตรฐานต่างๆของ AAOIFI ในรูปแบบดิจิทัล ผ่านทางเว็บไซต์ของ AAOIFI หรือผ่านทาง http://www.shariahgold.comเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

แหวนกลทองคำ หนึ่งเดียวในโลก


เครื่องประดับทองคำมักเป็นสินค้าอันดับแรกๆที่คนไทยเลือกซื้อเมื่อมีโอกาส ทั้งเพื่อแสดงสถานะทางสังคมและเพื่อความสวยงาม ซึ่งรูปแบบเครื่องประดับทองของไทยก็มีความแตกต่างกันตามยุคสมัย แต่ทุกชิ้นงานมักถูกรังสรรค์ด้วยช่างทองฝีมือที่มีความชำนาญ แม้ปัจจุบันร้านทอง ส่วนใหญ่จะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในหารผลิตเครื่องประดับมากขึ้นก็ตาม แต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย เช่นการผลิตแหวนกลปริศนา หรือ แหวนกลไก หรือ แหวนกล ของช่างเมืองจันทบุรี สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์ของช่างทองจากเมืองจันทบุรี คือแหวนทองคำ ที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ จึงเรียกกันว่า แหวนกลปริศนา ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกลจากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้วจึงพัฒนาให้เป็นแบบฉบับของตนเองและถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่ลูกหลาน จนกลายเป็นมรดกตกทอดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็ง และเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ 90% จึงนำไปหลอมลงในเบ้าแล้วเทลงรางเหล็กสี่เหลี่ยม ทองจะแข็งตัวจับเป็นแท่งช่างทองจะนำทองที่หลอมได้มาตีแผ่เป็นแผ่นด้วยเครื่องรีดแผ่นทองและใช้เครื่องชักทองให้กลายเป็นเส้นขนาดต่างๆ กันตามความต้องการแล้วจึงนำเส้นทองคำที่ได้มาทำตัวเรือนตามที่ออกแบบไว้ ในยุคแรกๆ ลวดลายของแหวนกลได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัว เช่นรูปปูและปลา โดยทำเป็นแหวนวงเล็กเพียง 2 วง เรียงซ้อนกัน จากนั้นได้พัฒนาทำเป็นแหวน 4 วง คล้องเกี่ยวกัน โดยทำรอยหยักเว้าเหมือนกลไกล็อกไขว้ไว้อย่างแนบสนิท เมื่อสวมบนนิ้วมือจะดูเหมือนเป็นแหวนวงเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถถอดแหวนทั้ง 4 วงออกจากกันได้ แต่แหวนจะยังคงคล้องเกี่ยวกันอยู่ และสามารถประกอบกลับเข้าเป็นวงเดียวกันได้ ปัจจุบัน ช่างทองบางราย สามารถผลิตแหวนกล 8 วงเรียงซ้อนกัน มีการนำโลหะชนิดอื่นๆมาผลิตเช่นเงิน รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ที่มีความทันสมัยและมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไปยังคงเป็นแหวนรูปสัตว์ต่างๆ แหวนปีนักษัตร 12 ราศี และแหวนดอกไม้ เป็นต้น อีกทั้งมีการนำพลอยหลากสีซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงามโดดเด่นให้กับชิ้นงานมากขึ้นด้วยแหวน กลทองคำของจันทบุรี ตอนทำขึ้นด้วยมือทุกขั้นตอน ชิ้นงานจึงมีความละเอียดประณีต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ ชิ้นงานที่ผลิตได้จึงมีเพียงชิ้นเดียว ในโลก ด้วยเหตุนี้แหวนกลไกจากจันทบุรีจึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More