ส. 15 ก.ย. 2018 09:20

ทองคำ 96.5%
รับซื้อขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5%
รับซื้อขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 218,000

06/25/2018

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2018

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More


09/06/2018

โบรกเกอร์ โกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Future)


อยากจะลงทุนในตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า(Gold Future) ต้องทำอย่างไร ไปซื้อที่ร้านทองได้หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้โดนหลอก คำตอบคือต้องไปซื้อกับบริษัทโบรกเกอร์โกลด์ฟิวเจอร์สที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต.เท่านั้นในปัจจุบันการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยจะมีเพียงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตจะต้องเป็นบริษัทสมาชิกของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านั้น เป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจริงหรือไม่ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ที่ซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ได้ที่ หน้าเวปไซด์ของ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Thailand Futures Exchange หรือ TFEX ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560)มีบริษัทสมาชิกประเภทตัวแทนทั่วไป รวม 40 บริษัท ในจำนวนบริษัทสมาชิกทั้ง 40 บริษัท มีบริษัทสมาชิกที่เปิดให้บริการซื้อขายอนุพันธ์ผ่านอินเทอร์เน็ต 36 บริษัทบริษัทโบรกเกอร์โกลด์ฟิวเจอร์สที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากสำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องปฎิบัติตามข้อกำหนดหลายประการเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีระบบงานที่ได้มาตรฐานและมีนโยบายบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ลงทุนจะได้รับชำระกำไรขาดทุนตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น จะต้องแยกสินทรัพย์ของผู้ลงทุนออกจากของบริษัท มีเงินกองทุนสภาพคล่องขั้นต่ำตามที่กำหนด และมีเจ้าหน้าที่การตลาดที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานฯ ข้อควรระวังของนักลงทุนคือ อย่าหลงเชื่อแก๊งค์มิจฉาชีพที่ชอบอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ทองคำ ซึ่ง โบรกเกอร์ทองเถื่อนเหล่านี้ มักจะโทรศัพท์ไปชักชวนให้ลงทุนในทองคำ โดยอ้างตนเป็นนายหน้าซื้อขายตั๋วทองคำที่มี วิธีซื้อขายคล้ายกับโกลด์ฟิวเจอร์ส แต่ใช้เงินทุนน้อยมาก เพียงแค่ประมาณ 1% ของมูลค่าตั๋วจริงเท่านั้น และเป็นการซื้อขายใน Spot Market ไม่ใช่การซื้อขายในตลาดล่วงหน้าตั๋วทองคำจึงไม่มีวันหมดดอายุ ผู้ลงทุนที่หลงเชื่ออาจสูญเป็นจำนวนมาก เพราะโบรกเกอร์เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับที่ถูกต้องของสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กฎหมายกำหนด

Read More

09/06/2018

ย้อนประวัติศาสตร์ 147 ปี การทำเหมืองแร่ทองทำ


ประเทศไทยมีการทำเหมืองแร่มาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ช่วงแรกนิยมทำเหมืองดีบุก ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ ร.ศ. 120 การทำเหมืองก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการทำเหมืองแร่กว่า 40 ชนิด แต่มีแร่เศรษฐกิจที่สำคัญอยู่เพียง 10 ชนิดเท่านั้นคือ ถ่านหิน ยิปซัม หินอุตสาหกรรม เฟลด์สปาร์ สังกะสี โดโลไมต์ ดีบุก ทรายแก้ว เกลือหินและโพแทซ และทองคำ เหมืองทองคำเริ่มทำครั้งแรกในปี พ.ศ. 2414 แต่ทำได้ไม่นานก็ปิดกิจการไป และกลับมาทำกันอีกครั้ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 มีบันทึกว่ามีชาวอิตาเลี่ยนมาขอขุดทองที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสามารถขุดพบได้จำนวนเท่าใด ต่อมาก่อนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสยามได้ให้สัมปทานแก่บริษัทจากอังกฤษและฝรั่งเศส ทำการสำรวจและทำเหมืองแร่จากแหล่งแร่ทองคำหลายแห่ง เช่น แหล่งโต๊ะโมะ จ.นราธิวาส บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แหล่งกบินบุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นต้นมีการบันทึกไว้ว่า บริษัท Societe des Mine d’Or de Litcho ของฝรั่งเศสซึ่งทำเหมืองแร่ทองคำที่แหล่งโต๊ะโมะ จ.นราธิวาส ได้ทองคำหนักถึง 1,851.44 กิโลกรัมเลยทีเดียว ในขณะที่กรมโลหะกิจ หรือกรมทรัพยากรธรณีในปัจจุบัน ได้ทำเหมืองทองคำที่แหล่งบ้านบ่อ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างปีพ.ศ. 2479-2483 ได้ทองคำถึง 54.62 กิโลกรัมปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทำเหมืองแร่ทองคำที่ได้รับประทานบัตรหรือใบอนุญาตให้ขุดแร่ได้มีทั้งหมด 33 แปลง จากประทานบัตรเหมืองแร่ทั้งหมดกว่า 1,500 แปลง ทองคำที่ผลิตได้ในประเทศจะส่งออกเกือบทั้งหมด ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาทองคำในตลาดโลก โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2554 ประเทศไทยส่งออกทองคำรวม 2,860,219 กรัม มูลค่า 4,425.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2555 ผลิตได้ 4,895,021 กรัม มูลค่า 8,119.9 ล้านบาท ประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองคำไม่ถึงร้อยละ 1 ของแร่ทั้งประเทศ แต่ราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ดึงความสนใจให้นักลงทุนหันมาขุดทองกันมากขึ้นแต่ การทำเหมืองแร่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีการลงทุนค่อนข้างมาก และอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้การทำเหมืองแร่ในประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดอยู่ในเวลานี้

Read More

09/06/2018

เรื่องลับๆกับทองคำ


เรารู้ว่า ทองคำ เป็นโลหะชนิดหนึ่งที่มีสีเหลือง มันวาว สะท้อนแสงได้ดี และราคาแพง นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เป็นทรัพย์สิน เป็นการลงทุน และเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ยังมีความลับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับทองคำอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ ทองคำเป็นแร่ธาตุที่ไม่มีวันสูญสลาย เมื่อขุดขึ้นมาแล้วก็ยังอยู่บนโลกต่อไป มีการคาดการณ์กันว่า นับตั้งแต่มนุษย์ชาติรู้จักการใช้ทองคำเมื่อ 6,000 ปีก่อน ได้มีการขุดทองคำขึ้นมาบนโลกแล้วกว่า 174,000 ตันประเทศที่ผลิตทองคำมากที่สุดในโลก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. จีน 2. ออสเตรเลีย 3. สหรัฐอเมริกา 4. รัสเซีย 5. แอฟริกาใต้ และเหมืองทองคำที่ลึกที่สุดในโลกชื่อ Tau Tona อยู่ที่แอฟริกาใต้ มีความลึกเกือบ 4 กิโลเมตร ระหว่างปี ค.ศ. 2001 – 2012 ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 12 ปีติดต่อกัน จากราคาต่ำสุดที่ 250 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ไปอยู่ที่ราคาสูงสุด 1900 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้น 7.6 เท่า นั่นทำให้ ราคาทองคำแท่งของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากบาทละ 5,200 บาท ไปสูงสุดที่บาทละ 26,000 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อนำทองคำบริสุทธิ์น้ำหนัก 1 ออนซ์ มาตีให้เป็นแผ่นบางๆ จะตีได้กว้างถึง 9 ตารางเมตรและเมื่อนำทองคำน้ำหนัก 1 ออนซ์มายืดให้มีความหนา 5 ไมครอน สามารถยืดได้ยาวถึง 50 ไมล์ และหากนำทองที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดมารวมกัน แล้วดึงให้เป็นเส้นลวดที่ความหนา 5 ไมครอนนี้ สามารถนำมาพันรอบโลกได้ถึง 11,200,000 รอบเลยทีเดียวจุดเดือดของทองคำนั้นสูงถึง 2,808 องศาเซลเซียส และการจะทำให้ทองคำละลายต้องใช้ความร้อนสูงถึง 1,064 องศาเซลเซียส เมื่อปี 1869 มีการขุดพบทองคำก้อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการขุดพบทองคำก้อน ชั่งได้ประมาณ 2,316 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 72 กิโลกรัม ที่เมืองมอเลียกัลในประเทศออสเตรเลีย มันถูกเรียกว่า “Welcome Stranger” ที่แปลว่า ยินดีต้อนรับคนแปลกหน้า ทองคำราว 147,300,000 ออนซ์ หรือประมาณ 4,600 ตัน ถูกเก็บไว้อยู่ในศูนย์รับฝากทองแท่งที่เมืองฟอร์ตน็อกซ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวลับๆที่น่าสนใจของทองคำที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Read More

09/06/2018

นำทองคำกลับบ้าน


การเรียกคืนทองคำที่ฝากไว้ในต่างประเทศ กำลังเป็นกระแสที่หลายประเทศดำเนินการอยู่ การเร่งเรียกทองคำกลับคืนหรือการกลับมาสะสมทองคำนั้น อาจเป็นดัชนีชี้วัดการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจหรือการเกิดสงครามใหญ่ได้ อีกทั้งการเรียกขอคืนทองคำทั้งหมดที่เก็บไว้ในธนาคารกลางสหรัฐและที่ธนาคารกลางฝรั่งเศษของเยอรมันเมื่อ 5 ปีก่อนก็ทำให้หลายๆประเทศเริ่มเดินตามการนำทองคำกลับบ้านเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2009 โดยอินเดียได้ขนทองคำจำนวน 200 ตัน กลับจากไอเอ็มเอฟ ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนย้ายทองคำกลับบ้านระดับนานาชาติในปริมาณมากเป็นครั้งแรก ปี ค.ศ. 2011 เม็กซิโก อ้างความจำเป็นเรื่องการค้าขายกับหลายประเทศเช่น ประเทศบริกส์ จีน รัสเซีย อินเดีย ที่เรียกร้องการซื้อขายเป็นทองคำแทนเงินสกุลอื่นทำให้ต้องเรียกทองคำ 100 ตัน กลับมาจากธนาคารกลางสหรัฐ เช่นเดียวกับเวเนซุเอลา ขนทองคำ 160 ตัน มูลค่าประมาณ 9 พันล้านดอลลาร์ กลับบ้านจากอเมริกาในเดือนมกราคม ค.ศ. 2012 ปีค.ศ. 2014 ปริมาณสำรองทองคำของชาวดัตช์ ที่ถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของธนาคารกลางของสหรัฐ 122.5 ตันถูกส่งกลับไปยังอัมสเตอร์ดัม ซึ่ง; ธนาคารกลางของเนเธอร์แลนด์ยังคงเก็บสำรองทองคำไว้ในนิวยอร์ก ออตตาวาและลอนดอน ขณะที่ออสเตรีย มีแผนเรียกทุนสำรองทองคำ 50 เปอร์เซ็นต์กลับจากกรุงลอนดอน 30 เปอร์เซ็นต์และ 20 เปอร์เซ็นต์จากสวิตเซอร์แลนด์ภายในเดือนพฤษภาคมในปี 2020 15 มีนาคม 2018 ปี ฮังการีได้เรียกทองคำคืนจากอังกฤษ 3 ตันด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ จึงเรียกทองคำกลับมาเก็บไว้ป้องกันความเสี่ยง ตุรกีเป็นประเทศล่าสุดที่เรียกคืนทองคำทั้งหมดที่เก็บไว้ในธนาคารกลางสหรัฐ จำนวน 220 ตันกลับประเทศ ซึ่งแม้จะเริ่มเรียกทองคำกลับบ้านมาตั้งแต่ปี 2002 แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่หวังไว้ตุรกีก็เหมือนๆกับหลายประเทศในยุโรป ที่ย้ายทองคำไปฝากที่ไว้ที่อเมริกาเพื่อหลบหนีการปล้นทองคำจากธนาคารกลางของยุโรปของฮิตเลอร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

Read More

09/06/2018

โบรกเกอร์ โกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Future)


อยากจะลงทุนในตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า(Gold Future) ต้องทำอย่างไร ไปซื้อที่ร้านทองได้หรือไม่ แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้โดนหลอก คำตอบคือต้องไปซื้อกับบริษัทโบรกเกอร์โกลด์ฟิวเจอร์สที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต.เท่านั้นในปัจจุบันการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยจะมีเพียงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตจะต้องเป็นบริษัทสมาชิกของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าบริษัทเหล่านั้น เป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจริงหรือไม่ นักลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ที่ซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ได้ที่ หน้าเวปไซด์ของ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Thailand Futures Exchange หรือ TFEX ซึ่งปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2560)มีบริษัทสมาชิกประเภทตัวแทนทั่วไป รวม 40 บริษัท ในจำนวนบริษัทสมาชิกทั้ง 40 บริษัท มีบริษัทสมาชิกที่เปิดให้บริการซื้อขายอนุพันธ์ผ่านอินเทอร์เน็ต 36 บริษัทบริษัทโบรกเกอร์โกลด์ฟิวเจอร์สที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากสำนักงาน ก.ล.ต. จะต้องปฎิบัติตามข้อกำหนดหลายประการเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทมีระบบงานที่ได้มาตรฐานและมีนโยบายบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ลงทุนจะได้รับชำระกำไรขาดทุนตามที่เกิดขึ้นจริง เช่น จะต้องแยกสินทรัพย์ของผู้ลงทุนออกจากของบริษัท มีเงินกองทุนสภาพคล่องขั้นต่ำตามที่กำหนด และมีเจ้าหน้าที่การตลาดที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานฯ ข้อควรระวังของนักลงทุนคือ อย่าหลงเชื่อแก๊งค์มิจฉาชีพที่ชอบอ้างว่าเป็นโบรกเกอร์ทองคำ ซึ่ง โบรกเกอร์ทองเถื่อนเหล่านี้ มักจะโทรศัพท์ไปชักชวนให้ลงทุนในทองคำ โดยอ้างตนเป็นนายหน้าซื้อขายตั๋วทองคำที่มี วิธีซื้อขายคล้ายกับโกลด์ฟิวเจอร์ส แต่ใช้เงินทุนน้อยมาก เพียงแค่ประมาณ 1% ของมูลค่าตั๋วจริงเท่านั้น และเป็นการซื้อขายใน Spot Market ไม่ใช่การซื้อขายในตลาดล่วงหน้าตั๋วทองคำจึงไม่มีวันหมดดอายุ ผู้ลงทุนที่หลงเชื่ออาจสูญเป็นจำนวนมาก เพราะโบรกเกอร์เหล่านี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับที่ถูกต้องของสำนักงาน ก.ล.ต. ตามที่กฎหมายกำหนด

Read More

09/06/2018

ย้อนประวัติศาสตร์ 147 ปี การทำเหมืองแร่ทองทำ


ประเทศไทยมีการทำเหมืองแร่มาตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ช่วงแรกนิยมทำเหมืองดีบุก ต่อมาเมื่อมีพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ ร.ศ. 120 การทำเหมืองก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น มีการทำเหมืองแร่กว่า 40 ชนิด แต่มีแร่เศรษฐกิจที่สำคัญอยู่เพียง 10 ชนิดเท่านั้นคือ ถ่านหิน ยิปซัม หินอุตสาหกรรม เฟลด์สปาร์ สังกะสี โดโลไมต์ ดีบุก ทรายแก้ว เกลือหินและโพแทซ และทองคำ เหมืองทองคำเริ่มทำครั้งแรกในปี พ.ศ. 2414 แต่ทำได้ไม่นานก็ปิดกิจการไป และกลับมาทำกันอีกครั้ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 มีบันทึกว่ามีชาวอิตาเลี่ยนมาขอขุดทองที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสามารถขุดพบได้จำนวนเท่าใด ต่อมาก่อนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสยามได้ให้สัมปทานแก่บริษัทจากอังกฤษและฝรั่งเศส ทำการสำรวจและทำเหมืองแร่จากแหล่งแร่ทองคำหลายแห่ง เช่น แหล่งโต๊ะโมะ จ.นราธิวาส บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แหล่งกบินบุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นต้นมีการบันทึกไว้ว่า บริษัท Societe des Mine d’Or de Litcho ของฝรั่งเศสซึ่งทำเหมืองแร่ทองคำที่แหล่งโต๊ะโมะ จ.นราธิวาส ได้ทองคำหนักถึง 1,851.44 กิโลกรัมเลยทีเดียว ในขณะที่กรมโลหะกิจ หรือกรมทรัพยากรธรณีในปัจจุบัน ได้ทำเหมืองทองคำที่แหล่งบ้านบ่อ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างปีพ.ศ. 2479-2483 ได้ทองคำถึง 54.62 กิโลกรัมปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทำเหมืองแร่ทองคำที่ได้รับประทานบัตรหรือใบอนุญาตให้ขุดแร่ได้มีทั้งหมด 33 แปลง จากประทานบัตรเหมืองแร่ทั้งหมดกว่า 1,500 แปลง ทองคำที่ผลิตได้ในประเทศจะส่งออกเกือบทั้งหมด ซึ่งช่วง 10 ปีที่ผ่านมามูลค่าการส่งออกทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาทองคำในตลาดโลก โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2554 ประเทศไทยส่งออกทองคำรวม 2,860,219 กรัม มูลค่า 4,425.4 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2555 ผลิตได้ 4,895,021 กรัม มูลค่า 8,119.9 ล้านบาท ประเทศไทยมีแหล่งแร่ทองคำไม่ถึงร้อยละ 1 ของแร่ทั้งประเทศ แต่ราคาทองคำในตลาดโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ก็ดึงความสนใจให้นักลงทุนหันมาขุดทองกันมากขึ้นแต่ การทำเหมืองแร่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่มีการลงทุนค่อนข้างมาก และอาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทำให้การทำเหมืองแร่ในประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดอยู่ในเวลานี้

Read More