ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Sat 06 Jun 2563 09:26

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 221,300.00

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


11/05/2563

เมสไอนัค(Mes Aynak) แหล่งแร่ทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก


จากการสำรวจของนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ได้ออกรายงานเมื่อปี 2550 ว่าประเทศอัฟกานิสถานมีทรัพยากรแร่ทองแดงราว 60 ล้านตัน เฉพาะที่เมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)นี้คาดการณ์ว่ามีปริมาณแร่ทองแดงอยู่ราว 11.33 ล้านตันซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกระทรวงเหมืองแร่และปิโตรเลียมของประเทศอัฟกานิสถานได้ประกาศให้สัมปทานบริษัทเหมืองแร่จากจีนทำการสำรวจแหล่งแร่ทองแดงแห่งนี้ด้วยตัวเลขกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้แร่ทองแดงของจีนที่พุ่งสูงขึ้นเมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาบูล(Kabul)ราว 30 กิโลเมตร บริษัทที่ได้รับสัมปทานจากจีนได้เริ่มเข้าไปบุกเบิกและสำรวจมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของอาฟกานิสถาน และจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำให้เกิดการจ้างงานถึงราว 10,000 คน ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้มีปริมาณแร่ทองแดงกว่า 10 ล้านตัน และอาจจะมีมากถึง 20 ล้านตันในอนาคต ซึ่งหากคำนวณตามราคาและปริมาณในปัจจุบัน ทองแดงเหล่านี้มีมูลค่าถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียวทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ราคาของทองแดงในตลาดโลกได้ถีบตัวขึ้นกว่า 2 เท่า ผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ได้ดึงดูดให้บรรดาอุตสาหกรรมแร่จากทั่วโลกแห่เข้ามาเพื่อที่จะ “ขุดทองแดง” ที่อาฟกานิสถาน อย่างเช่นในการประมูลที่เหมือง Mes Aynak นี้ ได้มีบริษัทมากมายจากประเทศแคนาดา รัสเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และจีนที่เข้ามาสู่การประมูลปัจจุบันประเทศจีนบริโภคทองแดงมากที่สุดในโลก หรือราว 22% ของการใช้ทองแดงทั่วโลก ทว่าทรัพยากรทองแดงที่มีในจีนนั้น กลับมีปริมาณไม่เพียงพอในระยะยาว และกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมดยังต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศการเข้าประมูลเพื่อให้ได้สัมปทานในเหมืองแร่ทองแดงของอัฟกานิสถานนครั้งนี้จรึงเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่ออนาคตนั่นเองอย่างไรก็ตามโครงการเหมืองทองแดงนี้ได้โดนประท้วงจาก“พิทักษ์เมสไอนัค” (Saving Mes Aynak)มาโดยตลอด เนื่องจากเมสไอนัคเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เก่าแก่นับ 5,000 ปี เป็นที่ตั้งของรูปปั้นและรูปแกะสลักพระพุทธรูปโบราณกว่า 200 องค์ สถูป และศาสนสถานทางพุทธศาสนาอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การขุดเหมืองทองแดง จะทำลายแหล่งโบราณสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้

Read More

11/05/2563

COVID-19ผลกระทบต่อ Supply Chain ทองคำทั่วโลก


การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการค้าทองคำที่โควิด-19 เข้ามาทำให้ห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chainทองคำทั่วโลกได้รับผลกระทบ นับตั้งแต่กระบวนการผลิต การสกัด กระบวนการซื้อขายในตลาด กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ การเข้าสู่ตลาดการเงิน จนกระทั่งการส่งถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ขณะที่กระบวนการผลิตติดขัด กระบวนการขนส่งก็มีปัญหาเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศถูกยกเลิก ขณะที่การประกาศปิดเมือง (Lockdown) ในหลายประเทศกระทบกับการขนส่งทางบกเมื่อระบบโลจิสติกส์หยุดชะงักจึงทำให้ห่วงโซ่อุปทานทองคำได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์ COVID-19ยังทำให้การผลิตทองคำและการส่งมอบทองคำของผู้ผลิตในต่างประเทศทำได้ยาก โดยผู้ผลิตทองในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนอิตาลี และมีคนงาน 2 ใน 3 ของทั้งหมดเป็นชาวอิตาลี ซึ่งมีการผลิตทองคำราว 1,500 ตันต่อปี หรือเทียบเท่า 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ถูกสั่งระงับการผลิตชั่วคราว เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการค้าทองคำทั่วโลก ในเรื่องของสภาพคล่อง เนื่องจากส่งของไปไม่ได้ ปลายทางก็ไม่จ่ายเงิน เมื่อไม่จ่ายเงิน ก็ไม่มีเงินมารับซื้อทำให้ธุรกิจหยุดชะงักกันไปทั้งโลกในส่วนของผู้ประกอบการค้าทองคำของไทย เริ่มทยอยแก้ไขปัญหาการส่งออก จนสามารถส่งออกได้บ้างบางส่วนแล้ว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยยังคงติดขัดปัญหา เมื่อส่งทองคำออกไปแล้ว จะต้องรอเงินอีก 7 วันทำการ (จากปกติไม่เกิน 1-2 วัน) ซึ่งบริษัทผู้ค้าทองคำในต่างประเทศจะชำระเพียง 80% เท่านั้น อีก 20% ที่เหลือ จะชำระหลังจากรีไฟน์เสร็จ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน รวมแล้วใช้เวลาอีก 14 วัน ถึงจะได้เงินทั้งหมด จะเห็นว่าปัญหาเรื่องสภาพคล่องยังคงมีอยู่ แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าในช่วงแรกของสถานการณ์ COVID-19 และหากนักลงทุนมองว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ การซื้อขายทองทำได้ยากลำบาก ก็ควรชะลอการซื้อขาย และกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

Read More

11/05/2563

ทองคำสำรองของประเทศในอาเซียน


ทองคำสำรอง หรือ gold reserve เป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่ธนาคารกลางของประเทศหรือองค์กรทางการเงินระหว่างประเทศซื้อเก็บสะสมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อเป็นการลงทุนและหลักประกันทางการเงินของประเทศและองค์กรนั้นๆ ข้อมูลของสภาทองคำโลกระบุว่าประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซี่ยนที่มีปริมาณทองคำสำรองมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยประเทศไทยถือครองทองคำเป็นอันดับ 3 มาโดยตลอด แต่ในปี 2554 เป็นต้นมา ปริมาณทองคำสำรองของไทยเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 152.41 ตัน ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของไทยมากเป็นอันดับสองรองจากฟิลิปปินส์และเป็นเช่นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปีธันวาคท 2562 ไทยมีทองคำสำรอง 154 ตัน)เมื่อพิจารณาสัดส่วนปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรจากข้อมูลในปี 2562 พบว่า สิงคโปร์มีประมาณทองคำสำรองต่อจำนวนประชากรสูงที่สุด(127.40 ตัน/ประชากร 5.681คน) รองลงมาคือไทย (153.94 ตัน/ประชากร 67.913 คน) และฟิลิปปินส์ (194.93 ตัน/ประชากร 108.732 คน)ทั้งนี้เมื่อดูปริมาณทองคำสองรองทั่วโลกพบว่า ประเทศที่มีสัดส่วนปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรสูงที่สุดได้แก่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งนำอันดับ 1 มาโดยตลอด คือมีปริมาณทองคำสำรองมากถึง 121 กรัมต่อประชาการ 1 คน สะท้อนให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจของสวิสเซอร์แลนด์มีเสถียรภาพมาก ขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรสูงที่สุด โดยอยู่ในอันดับ 10 ของโลกตารางแสดงปริมาณทองคำสำรองและจำนวนประชากรของประเทศต่างๆในอาเซียน

Read More

11/05/2563

เลือกแหวนหมั้น-แต่งงานให้เหมาะกับราศี


ค่านิยมในการเลือกแหวนแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานมักจะต้องเป็นแหวนเพชรบนตัวเรือนทองคำ หรือแพลตตินั่มเพราะดูแพงและสื่อความหมายของความมั่นคง แต่ปัจจุบันการเลือกแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานไม่จำเป็นต้องเป็นเพชรเสมอไปแล้ว คู่รักอาจเลือกแหวนที่เหมาะสมจากราศีเกิดได้ด้วย ซึ่งนอกจากถูกเงินกว่าแหวนเพชรแล้ว ยังถูกโฉลก แถมเชื่อว่าเมื่อสวมแล้วจะทำให้รักกันยั่งยืนอีกด้วยโกเมน อัญมณีสีแดงเลือดนกประจำราศีมังกร (14 ม.ค.-13 ก.พ.) มีความโดดเด่นอยู่ที่สีแดงสดหลายเฉดช่วยปรับสมดุลด้านความรู้สึก และยังช่วยเพิ่มบารมีให้มีความสุขอีกด้วย อเมทีสต์ พลอยสีม่วงใส อัญมณีประจำราศีกุมภ์ (14 ก.พ.-13 มี.ค.)หากนำมาคู่กับตัวเรือนสีเงินจะทำให้พลอยดูโดดเด่น กันว่าสวมแล้วจะทำให้ปราดเปรื่อง มีความคิดสร้างสรรค์ และช่วยคุ้มครองให้พ้นจากอบายมุขที่เข้ามายั่วยุ อความารีน อัญมณีแห่งสายน้ำประจำราศีมีน (14 มี.ค.-13 เม.ย.)โดดเด่นด้วยสีฟ้าน้ำทะเลสดใส ที่สามารถเข้าคู่ได้เป็นอย่างดีกับตัวเรือนทองคำขาว และหากนำมาจับคู่กับเพชรน้ำงามด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าดูสวยสุดๆ เพชร อัญมณีประจำราศีเมษ (14 เม.ย.-13 พ.ค.)ด้วยสีที่ใสสะอาดและมีความแข็งแรงสวยงามทำให้สาวๆ ทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมีในครอบครอง เหมาะกับชาวราศีเมษ เพราะมีวามเป็นนักริเริ่ม นักบุกเบิกที่แข็งแกร่ง มรกต อัญมณีสีเขียวประจำราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.) อันเป็นเอกลักษณ์ที่มีโทนสีให้เลือกตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม เชื่อกันอีกว่าพลอยสีเขียวจะทำให้ผู้สวมใส่เกิดความศรัทธาที่มั่นคงและกล้าหาญอีกด้วยมุกดาหาร อัญมณีสีหมอกมัวประจำราศีเมถุน (14 มิ.ย.-13 ก.ค.)เป็นสีที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความสดชื่น อายุยืนยาวสามารถจับเข้าตัวเรือนได้ทั้งสีทองและสีเงิน สวมแล้วจะช่วยส่งเสริมดวงให้สดใส และช่วยลดอารมณ์ที่ชอบแปรปรวนได้ ทับทิม อัญมณีประจำราศีกรกฎ (14 ก.ค.-13 ส.ค.)ทับทิมเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความกล้าแสดงออกโดดเด่นด้วยสีแดงกล่ำ ที่สามารถนำมาเข้าได้ทั้งตัวเรือนทองคำขาวและทองชมพู เพอริโดต์ อัญมณีประจำราศีสิงห์ (14 ส.ค.-13 ก.ย.) อัญมณีเนื้ออ่อนสีเขียวใสสามารถนำมาจับคู่ได้ทั้งกับตัวเรือนสีทองและสีขาว เชื่อว่าสามารถขับไล่วิญญาณของภูติผีปีศาจได้ ไพลิน อัญมณีสีน้ำเงินเข้มประจำราศีกันย์ (14 ก.ย.-13 ต.ค.) เป็นอัญมณีที่สามารถนำมาทำแหวนได้หลากหลายทรงที่สามารถเข้ากับตัวเรือนทองคำขาวมากที่สุด ไพลินเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความเมตตากรุณา และความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ทัวร์มาลีน อัญมณีประจำราศีตุลย์ (14 ต.ค.-13 พ.ย.)เป็นอัญมณีที่มีหลายสีmyh’สีเขียว ดำ และชมพู หรืออาจเป็นแบบสีผสมก็ได้ ซึ่งทั้งสีเขียวและดำเหมาะกับตัวเรือนสีดำส่วนสีชมพูเหมาะกับตัวเรือนสีพิ้งโกลด์ ซึ่งทัวร์มาลีนสามารถสร้างพลังบวกและทำลายพลังงานลบ กระตุ้นการสื่อความเข้าใจและให้ความร่วมมือระหว่างขั้วที่แตกต่างกันได้ บุษราคัม อัญมณีประจำราศีพิจิก (14 พ.ย.-13 ธ.ค.)เป็นพลอยที่มีให้เลือกตั้งแต่โทนสีเหลืองอ่อนไปจนถึงโทนสีเข้ม เหมาะกับตัวเรือนสีทอง เชื่อกันว่าบุษราคัมเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความรอบคอบ การปกป้องจากความทุกข์เข็ญ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเป่า ความกล้าหาญ และที่สำคัญยังช่วยรักษาความสมดุลแห่งอารมณ์ทางเพศได้อีกด้วย เทอร์คอยส์ อัญมณีประจำราศีธนู (14 ธ.ค.-13 ม.ค.)เทอร์คอยส์หรือหินมูลนกการเวก โดดเด่นด้วยสีโทนเขียวอมฟ้า เหมาะกับตัวเรือนทองคำขาว สามารถทำเป็นแหวนได้ทั้งแบบโชว์เม็ดเดี่ยวและแบบล้อมเพชรก็ได้ เทอร์คอยส์มีพลังอำนาจเสริมดวงทำให้สวมใส่แล้วมีความสุขุมเยือกเย็น อีกทั้งยังช่วยให้ประสบความสำเร็จและช่วยเสริมบารมีชีวิตให้ก้าวหน้าอีกด้วย ข้อมูล : แพรว

Read More

11/05/2563

เมสไอนัค(Mes Aynak) แหล่งแร่ทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก


จากการสำรวจของนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ได้ออกรายงานเมื่อปี 2550 ว่าประเทศอัฟกานิสถานมีทรัพยากรแร่ทองแดงราว 60 ล้านตัน เฉพาะที่เมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)นี้คาดการณ์ว่ามีปริมาณแร่ทองแดงอยู่ราว 11.33 ล้านตันซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกระทรวงเหมืองแร่และปิโตรเลียมของประเทศอัฟกานิสถานได้ประกาศให้สัมปทานบริษัทเหมืองแร่จากจีนทำการสำรวจแหล่งแร่ทองแดงแห่งนี้ด้วยตัวเลขกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้แร่ทองแดงของจีนที่พุ่งสูงขึ้นเมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาบูล(Kabul)ราว 30 กิโลเมตร บริษัทที่ได้รับสัมปทานจากจีนได้เริ่มเข้าไปบุกเบิกและสำรวจมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของอาฟกานิสถาน และจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำให้เกิดการจ้างงานถึงราว 10,000 คน ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้มีปริมาณแร่ทองแดงกว่า 10 ล้านตัน และอาจจะมีมากถึง 20 ล้านตันในอนาคต ซึ่งหากคำนวณตามราคาและปริมาณในปัจจุบัน ทองแดงเหล่านี้มีมูลค่าถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียวทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ราคาของทองแดงในตลาดโลกได้ถีบตัวขึ้นกว่า 2 เท่า ผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ได้ดึงดูดให้บรรดาอุตสาหกรรมแร่จากทั่วโลกแห่เข้ามาเพื่อที่จะ “ขุดทองแดง” ที่อาฟกานิสถาน อย่างเช่นในการประมูลที่เหมือง Mes Aynak นี้ ได้มีบริษัทมากมายจากประเทศแคนาดา รัสเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และจีนที่เข้ามาสู่การประมูลปัจจุบันประเทศจีนบริโภคทองแดงมากที่สุดในโลก หรือราว 22% ของการใช้ทองแดงทั่วโลก ทว่าทรัพยากรทองแดงที่มีในจีนนั้น กลับมีปริมาณไม่เพียงพอในระยะยาว และกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมดยังต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศการเข้าประมูลเพื่อให้ได้สัมปทานในเหมืองแร่ทองแดงของอัฟกานิสถานนครั้งนี้จรึงเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่ออนาคตนั่นเองอย่างไรก็ตามโครงการเหมืองทองแดงนี้ได้โดนประท้วงจาก“พิทักษ์เมสไอนัค” (Saving Mes Aynak)มาโดยตลอด เนื่องจากเมสไอนัคเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เก่าแก่นับ 5,000 ปี เป็นที่ตั้งของรูปปั้นและรูปแกะสลักพระพุทธรูปโบราณกว่า 200 องค์ สถูป และศาสนสถานทางพุทธศาสนาอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การขุดเหมืองทองแดง จะทำลายแหล่งโบราณสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้

Read More

11/05/2563

COVID-19ผลกระทบต่อ Supply Chain ทองคำทั่วโลก


การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการค้าทองคำที่โควิด-19 เข้ามาทำให้ห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chainทองคำทั่วโลกได้รับผลกระทบ นับตั้งแต่กระบวนการผลิต การสกัด กระบวนการซื้อขายในตลาด กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ การเข้าสู่ตลาดการเงิน จนกระทั่งการส่งถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ขณะที่กระบวนการผลิตติดขัด กระบวนการขนส่งก็มีปัญหาเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศถูกยกเลิก ขณะที่การประกาศปิดเมือง (Lockdown) ในหลายประเทศกระทบกับการขนส่งทางบกเมื่อระบบโลจิสติกส์หยุดชะงักจึงทำให้ห่วงโซ่อุปทานทองคำได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์ COVID-19ยังทำให้การผลิตทองคำและการส่งมอบทองคำของผู้ผลิตในต่างประเทศทำได้ยาก โดยผู้ผลิตทองในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนอิตาลี และมีคนงาน 2 ใน 3 ของทั้งหมดเป็นชาวอิตาลี ซึ่งมีการผลิตทองคำราว 1,500 ตันต่อปี หรือเทียบเท่า 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ถูกสั่งระงับการผลิตชั่วคราว เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการค้าทองคำทั่วโลก ในเรื่องของสภาพคล่อง เนื่องจากส่งของไปไม่ได้ ปลายทางก็ไม่จ่ายเงิน เมื่อไม่จ่ายเงิน ก็ไม่มีเงินมารับซื้อทำให้ธุรกิจหยุดชะงักกันไปทั้งโลกในส่วนของผู้ประกอบการค้าทองคำของไทย เริ่มทยอยแก้ไขปัญหาการส่งออก จนสามารถส่งออกได้บ้างบางส่วนแล้ว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยยังคงติดขัดปัญหา เมื่อส่งทองคำออกไปแล้ว จะต้องรอเงินอีก 7 วันทำการ (จากปกติไม่เกิน 1-2 วัน) ซึ่งบริษัทผู้ค้าทองคำในต่างประเทศจะชำระเพียง 80% เท่านั้น อีก 20% ที่เหลือ จะชำระหลังจากรีไฟน์เสร็จ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน รวมแล้วใช้เวลาอีก 14 วัน ถึงจะได้เงินทั้งหมด จะเห็นว่าปัญหาเรื่องสภาพคล่องยังคงมีอยู่ แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าในช่วงแรกของสถานการณ์ COVID-19 และหากนักลงทุนมองว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ การซื้อขายทองทำได้ยากลำบาก ก็ควรชะลอการซื้อขาย และกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

Read More