ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Fri 22 Jan 2564 08:54

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 222,100.00

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


14/01/2564

เครื่องประดับกับอารยธรรมต่างๆ ในดินแดนอเมริกาใต้


ทวีปอเมริกาใต้เป็นแหล่งอารยธรรมดั้งเดิมหลายยุคสมัย มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและทรัพยากรณ์ธรรมชาติ จนมีคำเล่าลือว่าอเมริกาใต้ อุดมสมบูรณ์ด้วยทองคำ เงินและโลหะอื่นๆและผู้คนในยุคต่างๆรู้จักนำแร่ธาตุเหล่านี้และวัสดุต่างๆมาทำเป็นเครื่องประดับมานานนับพันปีแล้ว โดยมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามัฒนธรรมและความเชื่อนแต่ละยุคสมัย ยุคอารยธรรมพรีโคลัมเบียน มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนกลางของอเมริกาเมื่อประมาณ 2,200 ปีมาแล้ว เรียกว่า“ชาวเมโสอเมริกา” (Meso-America)และขยายอาณาเขตไปถึงตอนกลางของแม็กซิโก อารยธรรมพรีโคลัมเบียน นับถือเทพเจ้าหลายองค์ เช่นเดียวกับกรีกและโรมัน ศิลปะในยุคนี้สะท้อนออกมาโดยเลียนแบบธรรมชาติเช่น ต้นไม้ สัตว์ และปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฝน ลม ดวงอาทิตย์ เป็นต้น ในยุคนี้ที่มีโลหะมีค่ามากมาย ทั้งทองแดง ทอง เงิน และโลหะผสมอัลลอยด์ และยังมีการทำลูกปัด จากเปลือกหอย ดินเผา หยก และอัญมณีหลายชนิด เช่นTurquoise,Obsidian,Lapis Lazuliชาวเมโสอเมริกันนิยมใส่เครื่องประดับบนใบหน้า ทั้งชายหญิง ทั้งที่จมูก ริม ฝีปากและหู อีกทั้งยังสวมหน้ากาก ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเปลี่ยนให้ผู้สวมใส่กลายเป็นตัวแทนของเทพเจ้า ซึ่งหน้ากากนั้นมักตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหยก เทอร์คอยส์ หรือมุกที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ มีการขุดพบหลุมฝังศพที่ใส่หน้ากากที่ทำจากทองคำหรือทองแดงที่เรียกว่าdeath maska อยู่ที่มัมมี่ด้วยยุคอารยธรรมในโมเชของชาวเปรู รูปแบบของศิลปมีลักษณะลวดลายที่ซับซ้อนซึ่งสะท้อนออกมาในงานสถาปัตยกรรมและ ชิ้นงานศิลปะที่ทำจากเซรามิคและโลหะทองคำ มีการใช้อักษรภาพที่เขียนลงบนกระเบื้องดินเผา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี พิธีกรรมต่างๆ ศิลปะแบบเปรูมีการประดับตกแต่งด้วยหินและอัญมณี เช่นTurquoise ,Chrysocolla, Jade,LapisLazuli ,Pearl ,obsidianรวมทั้งเปลือกหอยยุคอารยธรรมมายันให้ความสำคัญกับเครื่องประดับของกษัตริย์ที่แสดงถึงสถานะภาพในสังคม สร้อยคอรูปสัตว์เป็นที่นิยม รวมทั้งเครื่องประดับศีรษะก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่แสดงถึงอำนาจ นอกจากนี้ยังมีหน้ากากที่ทำจากทองคำ หินออบซิเดียน ไม้ หรือแม้กระทั่งเปลือกหอยโดยด้านในจะกรุด้วยหยกที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ยุคอารยธรรมอินดาเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้รุ่งเรืองเป็นระยะเวลายาวนานนัก เนื่องจากการบุกรุกของนักสำรวจชาวสเปน ชาวอินดามีความชำนาญในการทำเครื่องประดับจากทองคำการทำหน้ากากเป็นรูปสัตว์ และเครื่องประดับอื่นๆ

Read More

14/01/2564

วิวัฒนาการเครื่องประดับ ตอนที่ 2


จากยุคอียิปต์โบราณ มาสู่ยุคจีน เครื่องประดับมีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมาถึงยุคยุคเมโสโปเตเมีย ที่เครื่องประดับส่วนใหญ่ยังคงทำมาจาก บรอนซ์ ทอง เงิน และโลหะอัลลอยด์ ในขณะที่อัญมณีต่างๆ เช่นอาเกตAgate แคลเซโดนี (Chalcedony) คาร์เนเลี่ยน (Carnelian) แจสเปอร์ (Jasper) โอนิคส์(Onyx )ลาพิส ลาซูลี่ (Lapis Lazuli)และซาร์โดนิกซ์ (Sadonyx)จะถูกนำเข้ามาจากอนาโทเลีย อียิปต์ และเปอร์เซียลวดลายของเครื่องประดับในยุคเมโสโปเตเมียนิยมทำเป็นลวดลายธรรมชาติเช่น ใบไม้ กิ่งไม้ พวงองุ่นและรูปทรงกรวย หรือรูปก้นหอย มีการนำเทคนิคการเคลือบ การแกะสลักเข้ามาใช้ในงานออกแบบ ทำให้เกิดลวดลายละเอียดสวยงาม เครื่องประดับในยุคนี้ นอกจากการทำขึ้นเพื่อใช้ประดับ เพื่อความสวยงามแล้ว ยังมีการทำเป็นรูปเคารพ หรือสัญลักษณ์ของเทพเจ้า เพื่อใช้บูชา ยุคอารยธรรมกรีกโบราณนี้ เครื่องประดับที่ทำมาจากทองและอัญมณีมีค่ามีมาตั้งแต่ช่วงปลายของยยุคสำริด (Bronze Age) นอกจากนี้ยังนิยมใช้งาช้างแกะสลักเป็นเครื่องประดับอีกด้วย ส่วนลวดลายของเครื่องประดับได้รับอิทธิพลมาจากยุคอียิปต์โบราณและเริ่มมีการทำจี้เป็นครั้งแรในยุคนี้ ในช่วงแรกๆเครื่องประดับของชาวกรีกจะทำแบบเรียบง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปรูปแบบจะเพิ่มความซับซ้อนและใช้เทคนิคที่สูงขึ้น ชาวกรีกโบราณนิยมใส่สร้อยคอและต่างหูระย้าที่ประดับด้วยอัญมณี โดยทำเป็นรูปนกพิราบหรือเทพErosและ เทพNike ยุคอินเดีย ดินแดนชมพูทวีปนั้นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องความมั่งคั่ง และเรืองอำนาจโดยเฉพาะในสมัยอาณาจักรKushanมีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านเส้นทางสายไหม ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่าง จีน อินเดีย และโลกตะวันตกมีการใช้เงินเหรียญที่มีสัญลักษณ์ เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนในสมัยอาณาจักรMughalซึ่งมีความมั่งคั่งร่ำรวยมาก ทุกอย่างที่มหาราชาสร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ล้วนแสดงภาพลักษณ์ของความมั่งคั่งหรูหรา ในยุตแรกเครื่องประดับส่วนใหญ่ทำจากโลหะลูกปัด เปลือกหอย และการแกะสลักหิน โดยลูกปัดนั้นทำจากอัญมณี เช่น Agate,Amrthyst,Carnelian,Lapis Lazuli,และTurquoiseต่อมาเริ่มมีการใช้บรอนซ์ ทองแดง เงินและทอง ทำเป็นสร้อยคอ และเครื่องประดับศีรษะและเครื่องประดับอื่นๆ โดยมีการประดับตกแต่งด้วยโลหะที่หล่อเป็นรูปต่างๆ เซรามิค ดินเผา เปลือกหอย และงาช้างแกะสลัก

Read More

14/01/2564

วิวัฒนาการเครื่องประดับ ตอนที่ 1


มนุษย์รู้จักการใช้เครื่องประดับก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษร มีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายว่ามนุษย์ในยุคหินรู้จักการประดับตกแต่งกายด้วยวัสดุต่างๆเช่น ฟันหรือกระดูกของสัตว์ เปลือกหอยหิน ไม้ จนมาถึงอัญมณีและทองคำในยุคต่อๆมา โดยมีการออกบแบและประดิดประดอยทำให้วัสดุธรรมชาติกลายเป็นเครื่องประดับที่สวยงาม เครื่องประดับยุคแรกของโลก นำมาใช้โดยชาวอียิปต์โบราณ แร่ธาตุที่นิยมนำมาใช้ในการทำเครื่องประดับคือ ทอง เงิน และบรอนซ์ โดยนำมาผสมผสานกับอัญหลากหลายชนิด เช่นคาร์เนเลี่ยน (Carnelian),แจสเปอร์ (Jasper) อัญมณีในตระกูลควอตซ์ ,ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli)อัญมณีสีน้ำเงินเข้มซึงมีความสำคัญ และมีความผูกพันกับอารยธรรมความเชื่อของมนุษย์มานานหลายพันปี ,มาลาไคต์(Malachite) หรือแร่ทองแดง ,แก้วหินผลึก (Rock Crystal) เป็น ควอตซ์ ไร้สี โปร่งใส และ เทอร์ควอยซ์(Turquoise) เป็นอัญมณีสีเขียวและฟ้า เครื่องประดับทุกชิ้นถูกออกแบบอย่างงดงาม มีสัญลักษณ์ที่มีความหมาย สื่อถึงเทพเจ้า ตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ทั้งนี้ชาวอียิปต์โบราณทั้งชายและหญิงจะสวมเครื่องประดับเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความมั่งคั่งร่ำรวยและปกป้องสิ่งชั่วร้าย และเมื่อตายไปแล้ว ก็มีการฝั่งทรัพย์สมบัติลงไปในหลุมฝั่งศพด้วยชาวจีนเป็นอีกชนาติหนึ่งที่เริ่มทำเครื่องประดับมานานกว่า 5,000 ปี และมีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งลวดลายที่ละเอียดอ่อนและฝีมือการทำ โดยยังเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อและการนำไปใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งมังกรและหงส์เป็นลายที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในยุคแรกเครื่องประดับของชาวจีนมักทำจาก เงิน ทอง และบรอนซ์ ภายหลังสิ่งที่ทำมีค่าและเป็นที่นิยมใช้มากกว่าคือ“หยก” เนื่องจากมีทั้งความสวยงาม และคงทน หยก ถูกใช้เป็นเครื่องรางที่ช่วยป้องกันผู้สวมใส่ สุภาษิตจีนโบราณกล่าวไว้ว่า“ทองนั้นประเมินค่าได้ แต่หยกนั้นมีคุณค่ามากจนไม่สามารถประเมินได้”ชาวจีนทั้งชายและหญิงนิยมสวมใส่เครื่องประดับ เพื่อแสดงถึงสถานภาพและความมั่นคง ผู้หญิงนิยมสวมเครื่องประดับที่ศีรษะสร้อยคอและแหวนเพื่อความสวยงาม ส่วนผู้ชายนิยมสวมเครื่องประดับ เพื่อเป็นเครื่องรางและเครื่องประดับส่วนตัว สิ่งเหล่านี้จะถูกนำไปฝังพร้อมกับเจ้าของเมื่อเสียชีวิต เพื่อเป็นเครื่องรางปกป้องหลังความตาย สำหรับพระศพของจักรพรรดิและจักรพรรดินีจะถูกฝังในสุสานโดยสวมชุดที่ทำจากหยกทั้งชุด

Read More

14/01/2564

ทองคำขาว ทองขาว ...ขาวเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน


ในการทำเครื่องประดับจากอัญมณีมีค่าอย่างเพชร ทับทิม หรือพลอยสี นิยมทำตัวเรือนสีขาวมากกว่าสีเหลือง เพื่อขับเน้นอัญมณีให้เปล่งประกายมากขึ้น นักออกแบบจึงมักเลือกทองคำขาว หรือทองขาวมาทำตัวเรือนมากกว่าทองคำ ไม่ว่าจะเป็นแหวน กำไล เข็มกลัด หรือจี้คำถามที่ตามมาคือ แล้วทองคำขาวและทองขาวต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน และราคาเท่ากันหรือต่างกันหรือไม่ บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจเหล่านี้ทองคำขาว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แพลทินัม (Platinum) มีเนื้อคล้ายกับทองคำ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเหมือนกัน ต่างกันตรงที่มีชื่อสายแร่ธาตุคนละตัว ทองคำขาวมีสีขาวเงินบริสุทธิ์ แวววาว และเป็นแร่ธาตุที่หายากมากกว่าทองคำถึง 30 เท่า มีความแข็งแรงทนทาน ไม่บุบหรือยุบง่ายมีคุณสมบัติแวววาว ขาวใส ยาวนาน จึงนิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องประดับ โดยเฉพาะทำตัวเรือน เพราะจะส่งให้เพชรหรืออัญมณีมีความโดดเด่น แวววาว สะดุดตามากกว่าโลหะประเภทอื่นๆ ทองขาว หรือ ไวท์โกลด์ (White gold) ได้จากการผสมทองคำบริสุทธิ์กับโลหะสีขาว เช่น เงิน โดยจะผสมในอัตราส่วนที่โลหะหรือทองขาวออกมาในโทนขาวมากที่สุด หลังจากนั้นจะทำการเคลือบผิวด้วยโลหะสีขาวที่เรียกว่า "โรเดียม" อีกชั้น เพื่อให้ผิวเงางาม แวววาว ดูคล้ายกับทองคำขาวมากที่สุด แต่ทองขาวจะสวยงามในระยะแรกเท่านั้น เนื่องจากตัวโลหะเคลือบจะหลุดออกตามการใช้งานได้รวดเร็วมาก จึงต้องอาศัยการชุบโรเดียมทุกๆ 2-3 ปี เพื่อให้ตัวเรือนมีความสวยงาม แวววาวอยู่เสมอเครื่องประดับที่ทำจากทองขาวมีคุณสมบัติ คงทน เก็บได้นาน ไม่ลอกไม่ดำมีความเงางาม เมื่อสวมใส่หรือขัดเช็ดถูก็จะยิ่งเงาแวววาวมากขึ้น และมีความทนทานมากกว่าทองคำ 100% เพราะมีส่วนผสมของโลหะที่แข็งแรงกว่าเข้าไปด้วยเมือเทียบราคาระหว่างทองคำขาและทองขาว จะพบว่า ทองขาวมีราคาที่ถูกกว่าทองคำขาวหรือแพลทินัมอยู่มากเพราะหาได้ง่าย ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับส่วนผสมหรือเปอร์เซ็นต์ของโลหะที่ผสมเข้าไปหากผสมเงินมากราคาก็จะสูงตามไปด้วย ส่วนทองคำขาวจะมีราคาค่อนข้างแพง เพราะอย่างที่บอกว่าหายากมากกว่าทองคำถึง 30 เท่า มูลค่าจึงสูงกว่าทองขาวอยู่หลายเท่าตัวในส่วนของการดูแลทำความสะอาดทองคำขาว เพียงใช้น้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดก็ช่วยให้ตัเรือนมีประกายระยิบระยับ และเป็นเงาแวววาวได้แต่หากเกิดริ้วรอยจากการใช้งาน ก็สามารถซ่อมแซมให้ดีเหมือนเดิมได้โดยการขัดเงา หรือนำไปชุบโรเดียมเพิ่มความเงางาม ก็จะเหมือนใหม่อีกครั้ง การดูแลทำความสะอาดทองขาว จะเกิดรอยขีดข่วนบนพื้นผิวได้ยากกว่าทองคำขาว เพราะส่วนผสมของแร่โลหะมีความแข็งแรงทนทาน จึงไม่เป็นรอยมากนักแต่เมื่อใช้ไปสักระยะ สีที่ได้จากการชุบตัวเรือนจะมีการหลุดลอกออกไปบ้างตามการใช้งาน ซึ่งอาจมองเห็นสีเหลืองอ่อน ๆ จากทองคำที่อยู่ภายใน จึงต้องมีการชุบตัวเรือนใหม่อยู่เสมอ

Read More

14/01/2564

เครื่องประดับกับอารยธรรมต่างๆ ในดินแดนอเมริกาใต้


ทวีปอเมริกาใต้เป็นแหล่งอารยธรรมดั้งเดิมหลายยุคสมัย มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและทรัพยากรณ์ธรรมชาติ จนมีคำเล่าลือว่าอเมริกาใต้ อุดมสมบูรณ์ด้วยทองคำ เงินและโลหะอื่นๆและผู้คนในยุคต่างๆรู้จักนำแร่ธาตุเหล่านี้และวัสดุต่างๆมาทำเป็นเครื่องประดับมานานนับพันปีแล้ว โดยมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามัฒนธรรมและความเชื่อนแต่ละยุคสมัย ยุคอารยธรรมพรีโคลัมเบียน มีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณตอนกลางของอเมริกาเมื่อประมาณ 2,200 ปีมาแล้ว เรียกว่า“ชาวเมโสอเมริกา” (Meso-America)และขยายอาณาเขตไปถึงตอนกลางของแม็กซิโก อารยธรรมพรีโคลัมเบียน นับถือเทพเจ้าหลายองค์ เช่นเดียวกับกรีกและโรมัน ศิลปะในยุคนี้สะท้อนออกมาโดยเลียนแบบธรรมชาติเช่น ต้นไม้ สัตว์ และปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฝน ลม ดวงอาทิตย์ เป็นต้น ในยุคนี้ที่มีโลหะมีค่ามากมาย ทั้งทองแดง ทอง เงิน และโลหะผสมอัลลอยด์ และยังมีการทำลูกปัด จากเปลือกหอย ดินเผา หยก และอัญมณีหลายชนิด เช่นTurquoise,Obsidian,Lapis Lazuliชาวเมโสอเมริกันนิยมใส่เครื่องประดับบนใบหน้า ทั้งชายหญิง ทั้งที่จมูก ริม ฝีปากและหู อีกทั้งยังสวมหน้ากาก ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อเปลี่ยนให้ผู้สวมใส่กลายเป็นตัวแทนของเทพเจ้า ซึ่งหน้ากากนั้นมักตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหยก เทอร์คอยส์ หรือมุกที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ มีการขุดพบหลุมฝังศพที่ใส่หน้ากากที่ทำจากทองคำหรือทองแดงที่เรียกว่าdeath maska อยู่ที่มัมมี่ด้วยยุคอารยธรรมในโมเชของชาวเปรู รูปแบบของศิลปมีลักษณะลวดลายที่ซับซ้อนซึ่งสะท้อนออกมาในงานสถาปัตยกรรมและ ชิ้นงานศิลปะที่ทำจากเซรามิคและโลหะทองคำ มีการใช้อักษรภาพที่เขียนลงบนกระเบื้องดินเผา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี พิธีกรรมต่างๆ ศิลปะแบบเปรูมีการประดับตกแต่งด้วยหินและอัญมณี เช่นTurquoise ,Chrysocolla, Jade,LapisLazuli ,Pearl ,obsidianรวมทั้งเปลือกหอยยุคอารยธรรมมายันให้ความสำคัญกับเครื่องประดับของกษัตริย์ที่แสดงถึงสถานะภาพในสังคม สร้อยคอรูปสัตว์เป็นที่นิยม รวมทั้งเครื่องประดับศีรษะก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่แสดงถึงอำนาจ นอกจากนี้ยังมีหน้ากากที่ทำจากทองคำ หินออบซิเดียน ไม้ หรือแม้กระทั่งเปลือกหอยโดยด้านในจะกรุด้วยหยกที่ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ยุคอารยธรรมอินดาเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้รุ่งเรืองเป็นระยะเวลายาวนานนัก เนื่องจากการบุกรุกของนักสำรวจชาวสเปน ชาวอินดามีความชำนาญในการทำเครื่องประดับจากทองคำการทำหน้ากากเป็นรูปสัตว์ และเครื่องประดับอื่นๆ

Read More

14/01/2564

วิวัฒนาการเครื่องประดับ ตอนที่ 2


จากยุคอียิปต์โบราณ มาสู่ยุคจีน เครื่องประดับมีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมาถึงยุคยุคเมโสโปเตเมีย ที่เครื่องประดับส่วนใหญ่ยังคงทำมาจาก บรอนซ์ ทอง เงิน และโลหะอัลลอยด์ ในขณะที่อัญมณีต่างๆ เช่นอาเกตAgate แคลเซโดนี (Chalcedony) คาร์เนเลี่ยน (Carnelian) แจสเปอร์ (Jasper) โอนิคส์(Onyx )ลาพิส ลาซูลี่ (Lapis Lazuli)และซาร์โดนิกซ์ (Sadonyx)จะถูกนำเข้ามาจากอนาโทเลีย อียิปต์ และเปอร์เซียลวดลายของเครื่องประดับในยุคเมโสโปเตเมียนิยมทำเป็นลวดลายธรรมชาติเช่น ใบไม้ กิ่งไม้ พวงองุ่นและรูปทรงกรวย หรือรูปก้นหอย มีการนำเทคนิคการเคลือบ การแกะสลักเข้ามาใช้ในงานออกแบบ ทำให้เกิดลวดลายละเอียดสวยงาม เครื่องประดับในยุคนี้ นอกจากการทำขึ้นเพื่อใช้ประดับ เพื่อความสวยงามแล้ว ยังมีการทำเป็นรูปเคารพ หรือสัญลักษณ์ของเทพเจ้า เพื่อใช้บูชา ยุคอารยธรรมกรีกโบราณนี้ เครื่องประดับที่ทำมาจากทองและอัญมณีมีค่ามีมาตั้งแต่ช่วงปลายของยยุคสำริด (Bronze Age) นอกจากนี้ยังนิยมใช้งาช้างแกะสลักเป็นเครื่องประดับอีกด้วย ส่วนลวดลายของเครื่องประดับได้รับอิทธิพลมาจากยุคอียิปต์โบราณและเริ่มมีการทำจี้เป็นครั้งแรในยุคนี้ ในช่วงแรกๆเครื่องประดับของชาวกรีกจะทำแบบเรียบง่าย แต่เมื่อเวลาผ่านไปรูปแบบจะเพิ่มความซับซ้อนและใช้เทคนิคที่สูงขึ้น ชาวกรีกโบราณนิยมใส่สร้อยคอและต่างหูระย้าที่ประดับด้วยอัญมณี โดยทำเป็นรูปนกพิราบหรือเทพErosและ เทพNike ยุคอินเดีย ดินแดนชมพูทวีปนั้นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องความมั่งคั่ง และเรืองอำนาจโดยเฉพาะในสมัยอาณาจักรKushanมีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านเส้นทางสายไหม ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่าง จีน อินเดีย และโลกตะวันตกมีการใช้เงินเหรียญที่มีสัญลักษณ์ เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนในสมัยอาณาจักรMughalซึ่งมีความมั่งคั่งร่ำรวยมาก ทุกอย่างที่มหาราชาสร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ล้วนแสดงภาพลักษณ์ของความมั่งคั่งหรูหรา ในยุตแรกเครื่องประดับส่วนใหญ่ทำจากโลหะลูกปัด เปลือกหอย และการแกะสลักหิน โดยลูกปัดนั้นทำจากอัญมณี เช่น Agate,Amrthyst,Carnelian,Lapis Lazuli,และTurquoiseต่อมาเริ่มมีการใช้บรอนซ์ ทองแดง เงินและทอง ทำเป็นสร้อยคอ และเครื่องประดับศีรษะและเครื่องประดับอื่นๆ โดยมีการประดับตกแต่งด้วยโลหะที่หล่อเป็นรูปต่างๆ เซรามิค ดินเผา เปลือกหอย และงาช้างแกะสลัก

Read More