ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Fri 18 Oct 2562 09:38

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 219,500

สินค้าและบริการ


ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช และให้บริการรับซื้อทอง ขายฝากทอง รับจำนำทอง รับสั่งทำทองรูปพรรณ โดยมุ่งเน้นเรื่องการบริการเป็น สำคัญ และดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านรู้สึกเป็นกันเองเมื่อได้มาใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


03/10/2562

ความลับที่ซ่อนอยู่ในเครื่องประดับทองคำรูปทรงอากาศยาน


ที่ทวีปอเมริกาใต้ นักโบราณคดีได้ค้นพบเครื่องประดับที่ทำทำจากทองคำ รูปร่างคล้าย “เครื่องบิน” มากมายหลายชิ้นที่อาจแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันล้ำยุคของผู้คนในสมัยโบราณแถบนี้ หรือนี่เป็นเพียงแค่ความบังเอิญ บรรดาเครื่องประดับทองคำรูปทรงอากาศยานเหล่านี้ มีขนาดราว 5 เซนติเมตร คาดกันว่าเป็นฝีมือของวัฒนธรรมชิมู (Chimu) ที่รุ่งเรืองอยู่ในอเมริกาใต้เมื่อราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ถึงช่วงประมาณปี ค.ศ. 800 นอกจากนั้นยังมีการพบเครื่องประดับประเภทนี้แต่คาดว่ามาจากฝีมือของชนเผ่าอื่นๆ เช่น วัฒนธรรมโทลิมา (Tolima)ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขาสูงของประเทศโคลัมเบียราวๆ ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 1000 รวมทั้งยังมีผลงานที่น่าจะเป็นของวัฒนธรรมคาลิมา (Calima) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลัมเบียเมื่อปี ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 600 อีกด้วยเครื่องประดับปริศนานี้มีคล้ายคลึงกับอากาศยานความเร็วสูง จึงทำให้นักโบราณคดีและผู้สนใจในศาสตร์ลึกลับต่างให้ความคิดเห็นแตกต่างกันไปคนทาง ซึ่งนักโบราณคดีชื่อว่า เครื่องบินทองคำเหล่านี้น่าจะเป็นผลงานการออกแบบของช่างศิลป์โบราณที่เลียนแบบรูปร่างของสัตว์ หรือแมลงบางประเภทมาเท่านั้น เช่น นก ค้างคาว กระรอกบิน หรือแม้กระทั่งปลาบินบางชนิดที่มีอยู่อย่างชุกชุมในบริเวณนี้ ส่วนผู้ที่สนใจศาสตร์ลี้ลับก็ออกมาตอบโต้ด้วยคำถามที่นักโบราณคดีไม่สามารถอธิบายได้ เช่นถ้ารูปเครื่องประดับเหล่านี้คือ ภาพจำลองของสัตว์ แล้วมันคือสัตว์ชนิดใดกันแน่ รวมถึงถ้าสังเกตโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ ที่ค้นพบในบริเวณเดียวกัน และแสดงเป็นรูปสัตว์ที่ไม่ใช่รูปทรงของเครื่องบินทองคำ ก็จะพบว่าชนโบราณเหล่านี้ได้แสดงความชัดเจนลงไปในศิลปวัตถุเอาไว้เสมอว่า สิ่งนั้นคือสัตว์ชนิดใด แต่สำหรับเครื่องบินทองคำ น่าแปลกที่พวกเขากลับไม่แสดงความชัดเจนในรูปลักษณ์ของสัตว์เหล่านั้นเลยสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ แหล่งข้อมูลหลายแห่งมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรดาเครื่องประดับเหล่านี้ถูกค้นพบในสุสานต่างๆ ทั้งอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่กลับไม่ได้ระบุถึงเวลาหรือสถานที่ที่ค้นพบอย่างแน่ชัด ทำให้นักโบราณคดีหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโบราณวัตถุเหล่านี้ได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเป็นไปได้ว่าเครื่องประดับอากาศยายทองคำโบราณเหล่านี้ อาจจะโดนขโมยหรือลักลอบขุดออกมาขายให้ตลาดมืด ก็เลยไม่มีข้อมูลการขุดค้นอย่างเป็นทางการหลงเหลือมาให้ศึกษา วิศวกรชาวเยอรมันได้สร้างแบบจำลองโกลด์ฟลายเออร์ออกมา เพื่อพิสูจน์เสถียรภาพทางการบินของเครื่องประดับทองคำจากโคลัมเบีย ผลการทดลองสรุปได้ว่าเครื่องประดับทองคำนี้ น่าจะเป็นส่วนประกอบของเครื่องบินมากกว่าอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ หรือแมลงเสีย แต่นักโบราณคดีก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ชนโบราณแห่งโคลัมเบียจะสร้างเครื่องประดับทองคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นอากาศยานที่บินบนท้องฟ้าได้จริงๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังไม่มีการค้นพบเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนเครื่องประดับเหล่านี้ให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาและรอการพิสูจน์ความเป็นไปได้กันต่อไป

Read More

03/10/2562

ตัวเรือนแหวนแต่งงาน


ส่วนใหญ่แหวนแต่งงานถ้าไม่ทำจากทองคำ ก็เป็นแหวนประดับอัญมณีที่มีตัวเรือนเป็นสีเงินวาว ซึ่งวัสดุที่นำมาทำตัวเรือนนั้นอาจทำมาจากเงิน ทองขาว(White Gold) ทองคำขาวหรือแพลตินัม (Platinum)และทองคำชุบขาว (Yellow Gold) ซึ่งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันคือตัวเรือนเงินมักจะมีการสลักที่ทองแหวนว่า 925 ซึ่งมีความหมายว่าใช้เนื้อเงิน 92.5% ส่วนอีก 7.5% เป็นทองแดง ซึ่งเหตุผลที่ต้องผสมทองแดงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเงินจนสามารถขึ้นรูปเป็นตัวเรือนแหวนได้ เมื่อขึ้นรูปแล้ว ฝังอัญมณีแล้ว จึงนำไปชุบโรเดี่ยมเพื่อให้เกิดความแวววาวและสวยงาม ตัวเรือนเงินนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าใดนักตัวเรือนทองขาวและตัวเรือนทองคำขาว มักมีความสับสนกันระหว่างตัวเรือน 2 ประเภทนี้ทั้งชื่อเรียกและเนื้อวัสดุ ตัวเรือนทองขาว คือแหวนทองคำ (Yellow Gold) ที่มีส่วนผสมของทองำบริสุทธิ์ 75% บวกกับส่วนผสมของโลหะอื่นๆ อีก 25% อาจเป็นโลหะเงิน ผลที่ออกมาคือ แหวนสีเงินที่ออกนวลๆ ตา จากนั้นนำไปชุบโรเดี่ยมเพื่อให้กลายเป็นสีเงินวาว ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆโรเดี่ยมจะค่อยๆ หลุดออกเผยให้เห็นสีเนื้อแท้ของทองขาวนวลๆ หรือออกเหลือง สามารถนำไปชุบใหม่ได้ส่วนแหวนทองคำขาวหรือแหวนแพลตินัม ตัวเรือนแบบนี้ไม่มีทองคำเป็นส่วนผสมเลย ส่วนผสมหลักเป็นโลหะล้วน มีความแข็ง ขึ้นรูปยาก ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้มีราคาในการผลิตสูง แต่มีข้อดีคือ สีไม่เปลี่ยน ไม่ดำง่ายและทนมากส่วนตัวเรือนทองคำ ชุบขาว คือตัวเรือนทองคำ 18K คือมีทองคำบริสุทธิ์อยู่ที่ 75% เป็นส่วนผสมที่เหมาะกับการทำตัวเรือนเพราะจะมีความแข็งพอเหมาะ ไม่นิ่มเกินไปซึ่งจะทำให้ตัวเรือนเปลี่ยนรูปทรงและบิดเบี้ยวได้ง่าย เมื่อฝังเพชรหรืออัญมณีแล้วนำมาชุบโรเดี่ยมก็จะได้ตัวเรือนสีเงินวาวเช่นกันตัวเรือนอีกประเภทที่กำลังได้รับความนิยมคือตัวเรือนทองชมพู หรือ Pink Gold หรือ โรสโกลด์ (Rose Gold) ที่แม้จะไม่ได้ชุบโรเดี่ยมให้ความแวววาว แต่ความสวยของสีทองชมพูนั้นก็ดุสวย ทันสมัยจึงมักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของคู่บ่าวสาวยุคใหม่ บางครั้งมีการสับสนว่าทองชมพู กับ นาก เหมือนกันหรือไม่ คำตอบคือไม่เหมือนกัน เพราะมีเปอร์เซ็นต์ทองต่างกัน คือตัวเรือนทองชมพูจะมี ส่วนผสมของทอง 75% เงิน 9% และทองแดง 16% ส่วนนากจะมีส่วนผสมของทอง 37.5% เงิน 20% และทองแดง 42.5%

Read More

03/10/2562

กฎหมายเกี่ยวกับทองคำฉบับแรกของไทย


ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๔ มีการประกาศใช้กฎหมายเกี่ยวกับทองคำเป็นครั้งแรกมีชื่อว่า "ประกาศพิกัดราคาทองแปทศพิศพัดดึงส์ ประกาศ ณ วันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ แรม ๒ ค่ำ ปีกุน เบญจศก" ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๐๖ มีใจความว่า"มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่พระราชวงศานุวงศ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลราษฎรในกรุงแลหัวเมืองให้ทราบทั่วกันว่า ในพระราชอาณาจักรนี้แต่ก่อนทองคำมีน้อย เปนแต่ใช้ทำรูปพรรณต่าง ๆ เปนเครื่องยศเครื่องประดับ ก็บัดนี้ทองคำใบของจีนบ้าง ทองแท่งจีนบ้าง ทองคำเมืองกาสฟอเนียบ้าง ทองเหรียญเมืองยุโรปเมืองอเมริกาบ้าง มีเข้ามามากในพระราชอาณาจักร์ จนเกินการที่จะใช้สอยทำรูปพรรณแลเครื่องประดับ ผู้มีทรัพย์เก็บทองไว้มาก ร้องขอขายแลขอส่งแทนภาษีอากรก็มี ด้วยเหตุนี้จึงทรงพระราชดำริว่า ตามอย่างเมืองอื่นที่เปนเมืองแผ่นดินใหญ่นั้น ๆ หลายเมือง เมื่อทองคำมีมากขึ้น ผู้ครองแผ่นดินเมืองนั้น ๆ ก็คิดทำเปนทองเหรียญ มีตราหลวงเปนสำคัญให้ราษฎรใช้ในกำหนดราคานั้น ๆ ไม่ต้องเถียงน้ำหนักแลเนื้อทองตีราคากันผู้ได้ทองตราทองเหรียญไป เมื่อต้องการเงินมาขอขึ้นเงินต่อคลังหลวง หรือเศรษฐีเจ้าทรัพย์ก็ได้ตามกำหนดซึ่งพิกัดไว้..." และมีพระบรมราชโองการสั่งให้เจ้าพนักงานโรงจักรทำเหรียญของหลวง ดังข้อความว่า "ทำเหรียญทองแปด้วยทองคำเนื้อแปดเศษสอง คือทองใบยี่ห้ออันเสงเปน ๓ ขนาด ขนาดใหญ่ตีราคาแปละ ๘ บาท ขนาดกลางตีราคาแปละ ๔ บาท ขนาดน้อยตีราคาแปละ ๑๐ สลึง ขนาดใหญ่ ขนาดกลางนั้นเทียบตามอย่างทองเหรียญอังกฤษ คือเหรียญใหญ่ของอังกฤษที่เรียกว่าทองปอนด์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าสเตอร์ลิงก์..."นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อความในกฎหมายเท่านั้น ทั้งนี้การกำหนดราคาทองคำตามเนื้อหรือ % ของทองคำในน้ำหนัก ๑ บาทของสมัยนั้น คือ "ทองคำที่เนื้อต่ำซื้อขายกันหนักหนึ่งเปนเงิน ๔ บาท จึงเรียกว่าเนื้อสี่ ที่เนื้อสูงขึ้นไปกว่านั้นทองคำหนักบาทหนึ่งเปนราคาเงิน ๕ บาท เรียกว่าเนื้อห้า ทองคำหนักบาทหนึ่งเปนราคาเงิน ๖ บาทเรียกว่าเนื้อหก ทองคำหนักบาทหนึ่งเปนราคาเงิน ๗ บาทเรียกว่าเนื้อเจ็ด ทองคำหนักบาทหนึ่งเปนราคาเงิน ๘ บาทเรียกว่าเนื้อแปด ทองคำหนักบาทหนึ่งเปนราคาเงิน ๘ บาท ๒ สลึงเรียกว่าเนื้อแปดสองขา หรืออีกคำหนึ่งเรียกว่า เนื้อแปดเศษสอง ตามการที่ราษฎรใช้ซื้อขายกันในเวลานั้น ทองคำเนื้อสุกสูงอย่างเอก เช่นทองบางตะพาน ขายกันหนักบาทหนึ่ง เปนราคาเงิน ๙ บาท เรียกว่านพคุณเก้าน้ำ..."พ.ศ. ๒๔๐๖ ราคาทองคำเนื้อสูงสุด บาทละ ๙ บาท ปัจจุบันบาทละ ๒๑,๗๐๐ บาท แต่ไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน ทองคำ ยังคงเป็นทรัพย์สินที่เป็นความมั่นคงของผู้ครอบครอง ทั้งนี้ราคาทองคำในตลาดโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง ที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น สงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ การก่อวินาศกรรมโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย การอ่อนค่าของสกุลเงินใหญ่ ๆเป็นต้นปัจจุบัน ๕ ประเทศที่มีปริมาณทองคำสำรองมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และรัสเซีย

Read More

03/10/2562

ทองโคลนนิ่ง


ทองโคลนนิ่งคือการนำโลหะที่มีน้ำหนักเท่าทอง หรือใช้ทองเหลือง นำมาชุบด้วยทองคำแท้ๆ แล้วนำไปขายเป็นทองคำ เมื่อทำการตรวจสอบด้วยการตะไบก็เข้าใจว่าเป็นทองคำจริงเพราะมีการชุบไว้หนามาก และหากตรวจสอบด้วยระบบเลเซอร์ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่สามารถยิงทะลุเนื้อทองคำลงไปจนเห็นถึงวัสดุแปลกปลอมด้านในได้ มิจฉาชีพจึงอาศัยช่องว่างนี้หลอกขายทองโคลนนิ่งให้กับผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ปัจจุบัน มีการระบาดในส่วนของการขายทองคำแท่งที่มีการทำปลอมกันมากขึ้น โดยใช้แร่ทังสเตน ซึ่งปกตินำไปใช้ทำไส้หลอดไฟฟ้า และการผลิตโลหะผสม นำมาทำเป็นก้อนไว้ด้านใน เพราะน้ำหนักใกล้เคียงกับทองคำ แล้วเอาไปชุบทองคำ เมื่อตรวจสอบดูแบบผิวเผินไม่สามารถรู้ได้ หรือบางครั้งใช้ตะกั่ว หรือทองเหลือง ซึ่งสีเดียวกับทองมาทำ ทำให้การตรวจสอบทำได้ยากนอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้วิธีนี้กับพระพุทธรูปบูชาที่ทำจากทองคำ แล้วนำออกขายว่าเป็นทองคำแท้ทั้งองค์ และยังพบกรณีร้านทองบางร้านที่นำทองคำมาขายแบบออนไลน์ ซึ่งได้ใช้วิธีการแบบนี้มาขาย ทำให้ขายทองคำได้ในราคาถูกกว่าปกติ ทำให้มีลูกค้าหลงเข้าไปซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะการตรวจสอบด้วยวิธีปกติ หรือใช้เลเซอร์ส่องก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ผู้บริโภคที่จะซื้อทองคำจากร้านขายทอง ต้องตรวจสอบก่อนว่าร้านที่ซื้อนั้นเป็นร้านค้าที่ได้รับการรับรอง และมีใบรับรอง หรือไม่ หรือสินค้ามีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน หรือ Hallmark ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ถูกต้อง และอีกสิ่งที่ต้องสังเกต คือ หากเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ สินค้าจะมีลักษณะใหญ่ผิดปกติ เพราะวัสดุด้านในที่นำมาใช้ ไม่ใช่ทองคำและมีน้ำหนักไม่เท่าทองคำ หรือราคาถูกกว่าปกติ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะลดราคาได้ถูกเกินไปทั้งนี้ หากต้องการตรวจสอบทองคำแท่ง หรือทองคำที่ตัวเองมีอยู่ หรือซื้อมาแล้ว สามารถนำมาตรวจสอบได้ที่ห้องแล็บของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์การมหาชน)เพราะมีระบบตรวจสอบแบบใช้คลื่นอัลตราโซนิกที่สามารถตรวจสอบได้ถึงวัสดุด้านใน และสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน 100% ซึ่งปัจจุบันก็มีคนนำสินค้ามาให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และหลายๆ กรณีพบว่าทองคำที่เป็นสมบัติเก่าแก่ หรือเป็นมรดกตกทอดของตระกูล กลับพบว่าเป็นทองคำปลอมก็มี

Read More

03/10/2562

ความลับที่ซ่อนอยู่ในเครื่องประดับทองคำรูปทรงอากาศยาน


ที่ทวีปอเมริกาใต้ นักโบราณคดีได้ค้นพบเครื่องประดับที่ทำทำจากทองคำ รูปร่างคล้าย “เครื่องบิน” มากมายหลายชิ้นที่อาจแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันล้ำยุคของผู้คนในสมัยโบราณแถบนี้ หรือนี่เป็นเพียงแค่ความบังเอิญ บรรดาเครื่องประดับทองคำรูปทรงอากาศยานเหล่านี้ มีขนาดราว 5 เซนติเมตร คาดกันว่าเป็นฝีมือของวัฒนธรรมชิมู (Chimu) ที่รุ่งเรืองอยู่ในอเมริกาใต้เมื่อราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ถึงช่วงประมาณปี ค.ศ. 800 นอกจากนั้นยังมีการพบเครื่องประดับประเภทนี้แต่คาดว่ามาจากฝีมือของชนเผ่าอื่นๆ เช่น วัฒนธรรมโทลิมา (Tolima)ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่บนภูเขาสูงของประเทศโคลัมเบียราวๆ ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 1000 รวมทั้งยังมีผลงานที่น่าจะเป็นของวัฒนธรรมคาลิมา (Calima) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโคลัมเบียเมื่อปี ค.ศ. 200 ถึง ค.ศ. 600 อีกด้วยเครื่องประดับปริศนานี้มีคล้ายคลึงกับอากาศยานความเร็วสูง จึงทำให้นักโบราณคดีและผู้สนใจในศาสตร์ลึกลับต่างให้ความคิดเห็นแตกต่างกันไปคนทาง ซึ่งนักโบราณคดีชื่อว่า เครื่องบินทองคำเหล่านี้น่าจะเป็นผลงานการออกแบบของช่างศิลป์โบราณที่เลียนแบบรูปร่างของสัตว์ หรือแมลงบางประเภทมาเท่านั้น เช่น นก ค้างคาว กระรอกบิน หรือแม้กระทั่งปลาบินบางชนิดที่มีอยู่อย่างชุกชุมในบริเวณนี้ ส่วนผู้ที่สนใจศาสตร์ลี้ลับก็ออกมาตอบโต้ด้วยคำถามที่นักโบราณคดีไม่สามารถอธิบายได้ เช่นถ้ารูปเครื่องประดับเหล่านี้คือ ภาพจำลองของสัตว์ แล้วมันคือสัตว์ชนิดใดกันแน่ รวมถึงถ้าสังเกตโบราณวัตถุชิ้นอื่นๆ ที่ค้นพบในบริเวณเดียวกัน และแสดงเป็นรูปสัตว์ที่ไม่ใช่รูปทรงของเครื่องบินทองคำ ก็จะพบว่าชนโบราณเหล่านี้ได้แสดงความชัดเจนลงไปในศิลปวัตถุเอาไว้เสมอว่า สิ่งนั้นคือสัตว์ชนิดใด แต่สำหรับเครื่องบินทองคำ น่าแปลกที่พวกเขากลับไม่แสดงความชัดเจนในรูปลักษณ์ของสัตว์เหล่านั้นเลยสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ แหล่งข้อมูลหลายแห่งมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรดาเครื่องประดับเหล่านี้ถูกค้นพบในสุสานต่างๆ ทั้งอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่กลับไม่ได้ระบุถึงเวลาหรือสถานที่ที่ค้นพบอย่างแน่ชัด ทำให้นักโบราณคดีหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโบราณวัตถุเหล่านี้ได้ยากขึ้น อีกทั้งยังเป็นไปได้ว่าเครื่องประดับอากาศยายทองคำโบราณเหล่านี้ อาจจะโดนขโมยหรือลักลอบขุดออกมาขายให้ตลาดมืด ก็เลยไม่มีข้อมูลการขุดค้นอย่างเป็นทางการหลงเหลือมาให้ศึกษา วิศวกรชาวเยอรมันได้สร้างแบบจำลองโกลด์ฟลายเออร์ออกมา เพื่อพิสูจน์เสถียรภาพทางการบินของเครื่องประดับทองคำจากโคลัมเบีย ผลการทดลองสรุปได้ว่าเครื่องประดับทองคำนี้ น่าจะเป็นส่วนประกอบของเครื่องบินมากกว่าอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของสัตว์ หรือแมลงเสีย แต่นักโบราณคดีก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ชนโบราณแห่งโคลัมเบียจะสร้างเครื่องประดับทองคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นอากาศยานที่บินบนท้องฟ้าได้จริงๆ เพราะอย่างน้อยก็ยังไม่มีการค้นพบเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนเครื่องประดับเหล่านี้ให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาและรอการพิสูจน์ความเป็นไปได้กันต่อไป

Read More

03/10/2562

ตัวเรือนแหวนแต่งงาน


ส่วนใหญ่แหวนแต่งงานถ้าไม่ทำจากทองคำ ก็เป็นแหวนประดับอัญมณีที่มีตัวเรือนเป็นสีเงินวาว ซึ่งวัสดุที่นำมาทำตัวเรือนนั้นอาจทำมาจากเงิน ทองขาว(White Gold) ทองคำขาวหรือแพลตินัม (Platinum)และทองคำชุบขาว (Yellow Gold) ซึ่งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันคือตัวเรือนเงินมักจะมีการสลักที่ทองแหวนว่า 925 ซึ่งมีความหมายว่าใช้เนื้อเงิน 92.5% ส่วนอีก 7.5% เป็นทองแดง ซึ่งเหตุผลที่ต้องผสมทองแดงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเงินจนสามารถขึ้นรูปเป็นตัวเรือนแหวนได้ เมื่อขึ้นรูปแล้ว ฝังอัญมณีแล้ว จึงนำไปชุบโรเดี่ยมเพื่อให้เกิดความแวววาวและสวยงาม ตัวเรือนเงินนี้ไม่เป็นที่นิยมเท่าใดนักตัวเรือนทองขาวและตัวเรือนทองคำขาว มักมีความสับสนกันระหว่างตัวเรือน 2 ประเภทนี้ทั้งชื่อเรียกและเนื้อวัสดุ ตัวเรือนทองขาว คือแหวนทองคำ (Yellow Gold) ที่มีส่วนผสมของทองำบริสุทธิ์ 75% บวกกับส่วนผสมของโลหะอื่นๆ อีก 25% อาจเป็นโลหะเงิน ผลที่ออกมาคือ แหวนสีเงินที่ออกนวลๆ ตา จากนั้นนำไปชุบโรเดี่ยมเพื่อให้กลายเป็นสีเงินวาว ซึ่งเมื่อใช้ไปนานๆโรเดี่ยมจะค่อยๆ หลุดออกเผยให้เห็นสีเนื้อแท้ของทองขาวนวลๆ หรือออกเหลือง สามารถนำไปชุบใหม่ได้ส่วนแหวนทองคำขาวหรือแหวนแพลตินัม ตัวเรือนแบบนี้ไม่มีทองคำเป็นส่วนผสมเลย ส่วนผสมหลักเป็นโลหะล้วน มีความแข็ง ขึ้นรูปยาก ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญและเครื่องมือเฉพาะทาง ทำให้มีราคาในการผลิตสูง แต่มีข้อดีคือ สีไม่เปลี่ยน ไม่ดำง่ายและทนมากส่วนตัวเรือนทองคำ ชุบขาว คือตัวเรือนทองคำ 18K คือมีทองคำบริสุทธิ์อยู่ที่ 75% เป็นส่วนผสมที่เหมาะกับการทำตัวเรือนเพราะจะมีความแข็งพอเหมาะ ไม่นิ่มเกินไปซึ่งจะทำให้ตัวเรือนเปลี่ยนรูปทรงและบิดเบี้ยวได้ง่าย เมื่อฝังเพชรหรืออัญมณีแล้วนำมาชุบโรเดี่ยมก็จะได้ตัวเรือนสีเงินวาวเช่นกันตัวเรือนอีกประเภทที่กำลังได้รับความนิยมคือตัวเรือนทองชมพู หรือ Pink Gold หรือ โรสโกลด์ (Rose Gold) ที่แม้จะไม่ได้ชุบโรเดี่ยมให้ความแวววาว แต่ความสวยของสีทองชมพูนั้นก็ดุสวย ทันสมัยจึงมักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของคู่บ่าวสาวยุคใหม่ บางครั้งมีการสับสนว่าทองชมพู กับ นาก เหมือนกันหรือไม่ คำตอบคือไม่เหมือนกัน เพราะมีเปอร์เซ็นต์ทองต่างกัน คือตัวเรือนทองชมพูจะมี ส่วนผสมของทอง 75% เงิน 9% และทองแดง 16% ส่วนนากจะมีส่วนผสมของทอง 37.5% เงิน 20% และทองแดง 42.5%

Read More