อ. 19 ก.พ. 2562 16:25

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 218,000

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

06/21/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


02/11/2562

สะพานสีทอง (Golden Bridge)


บนยอดเขาบานาฮิลส์ ในเมืองดานัง ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ได้เกิดประติมากรรมเส้นด้ายสีทองที่กำลังทอดอยู่บนพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า หรือที่เรียกว่า สะพานสีทอง (Golden Bridge) ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ สะพานสีทองนี้ออกแบบโดยนาย Vu Viet Anh หัวหน้านักออกแบบและผู้ก่อตั้ง TA Landscape Architecture ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความยาว 150 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง โค้งไปตามแนวเขา สิ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวมากที่สุดคงจะเป็น อุ้งมือหินขนาดยักษ์ ที่ถูกออกแบบให้แบกรับสะพานสีเหลืองทองนี้เอาไว้ สร้างความแตกต่างจากสะพานอื่นทั่วไป ซึ่งนาย Vu Viet Anh เล่าถึงแนวคิดในการสร้างสะพานนี้ว่า " สะพานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดภาพมือยักษ์ใหญ่ของพระเจ้ากำลังดึงเส้นแถบสีทองออกมาจากพื้นดิน กลายเป็นทางเดินบนท้องฟ้าท่ามกลางดินแดนที่ปกคลุมด้วยหมอกและความสวยงามราวสวรรค์ของบานาฮิลส์ ” "สะพานสีทอง (Golden Bridge)”มีชื่อจริงๆ ในภาษาเวียดนามว่า Cau Vang ซึ่งมีความหมายว่าสะพานสีทองเช่นกัน นอกจากรูปทรงที่แปลกตาแล้วบนสะพานยังปลูกดอก Lobelia Chrysanthemum สีม่วงสดใส ยาวตลอดทาง เหมาะที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศสดชื่น และชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเมืองดานัง ซึ่งเมื่อภาพจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและต่างชาติ ถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ก็กลายเป็นที่กล่าวถึงความสวยงามของสะพานสีทองแห่งนี้ทันที สะพานสีทอง เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อเดือน มิถุนายน ปี2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากสะพานสีทองแล้ว บานาฮิลส์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น กระเช้าลอยฟ้า หมู่บ้านจำลองฝรั่งเศสยุคกลาง ปราสาท สวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่มีรูปปั้น Lady Gaga และ Michael Jordan มีวัดจีนลีงอึ้งให้กราบไหว้ รวมถึงสวนสนุกDisney Vietnam ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นอีกมากมาย ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมบานาฮิลส์ถึง 2.7 ล้านคนเลยทีเดียวใครสนใจเที่ยวชมสะพานสีทอง(Golden Bridge) ก็ไปได้ที่บานาฮิลส์ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

สีแดงและสีเหลืองทอง กับวัฒนธรรมจีน


สีแดงและสีทอง มีความสำคัญวัฒนธรรมของจีน ในช่วงเทศกาลสำคัญๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นวันตรุษจีน วันสารทจีน หรือแม้กระทั่งเทศกาลถือศีลกินเจ ก็จะมีสีแดงและสีเหลืองทองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอๆสีแดง ในวัฒนธรรมจีนได้ยก “สีแดง” ให้เป็นสัญลักษณ์ของความมงคล ความโชคดีและความสุข ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน จะมีธรรมเนียมที่ผู้อาวุโสจะมอบอั่งเปาให้แก่ลูกหลานเพื่อต้อนรับปีใหม่และให้ศีลให้พรกับคนที่อายุน้อยกว่า ซึ่งอั่งเปาหรือซองจดหมายสีแดงนี้เองยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง การเติบโตงอกงามอีกด้วยนอกจากนี้เรายังจะได้เห็นสีแดงอีกบ่อยๆในโอกาสมงคลอื่นๆอีก เช่น งานแต่งงานตามวัฒนธรรมชาวจีน ก็ใช้สีแดงให้เป็นเครื่องแสดงถึงโชคดี ความสุข และการมีอายุยืนยาวสีเหลืองทองในทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสีที่ดึงดูดสายตามนุษย์ได้ดีที่สุด ส่วนในวัฒนธรรมจีนนั้น ยกสีเหลืองทองเป็นสีที่สวยที่สุดโดยมีคำกล่าวที่ว่า “สีเหลืองทองสร้างหยินและหยาง” ซึ่งหมายความว่าสีเหลืองทองเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่งสีเหลืองทองเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกลางและความโชคดีและบ่อยครั้งจะถูกจับคู่กับสีแดงเพื่อใช้ตกแต่งสถานที่เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่เจ้าของผู้อยู่อาศัยทั้งนี้สีเหลืองทองยังเป็นสีประจำองค์จักรพรรดิจีนในทุกยุคทุกสมัยอีกด้วย จะเห็นได้ว่าแดงและสีเหลืองทองนี้ เป็นสีที่มีความหมายในด้านความโชคดี ความสุขและความมงคล นอกจากนี้ในศิลปะและวัฒนธรรมของจีนโบราณมีการใช้สีพื้นฐาน 5 สี คือ สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง(ทอง) สีขาว และสีดำ ซึ่งมีความนัยถึงธาตุทั้ง 5 ธาตุ คือ น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ และดิน สีดำ เป็นสีที่มีความหมายถึง น้ำ และเป็นสีกลาง (neutral color) ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน สีแดงเป็นสีที่เกี่ยวเนื่องกับไฟธาตุไฟหมายถึงแสงสว่าง ความอบอุ่น พละกำลัง และความรุ่งโรจน์ สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสุขสามารถพบการใช้สีแดงได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน สีเขียว เป็นสีที่แทนธาตุไม้ มีความหมายเกี่ยวเนื่องถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การเจริญเติบโต ความรุ่งเรือง และความสามัคคี สีขาว มีความหมายถึงโลหะ โดยมี "ทอง (gold)" เป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสว่าง บริสุทธิ์ และสมปรารถนา ในวัฒนธรรมจีนสีขาวยังเป็นสีแห่งความโศกเศร้าที่ใช้ในงานศพ เกี่ยวเนื่องกับความตายและความโศกเศร้า จึงเป็นสีต้องห้ามสำหรับงานมงคลสีเหลือง(ทอง) เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสีของจักรพรรดิจีน เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

แหวนแต่งงานแห่งราชวงศ์อังกฤษ


ปีที่ผ่านมานี้ ราชวงศ์อังกฤษมีงานพระราชพิธีเสกสมรสติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เจ้าชายแฮรี่ จนมาถึงเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก และสิ่งแหวนหมั้นก็เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกให้ความสนใจและจับตามองกันอย่างมากว่าจะเป็นแหวนองค์ไหน สวยงามมากน้อยเพียงใดโดยเฉพาะแหวนแต่งงานของเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งทำจากทอง 24 กะรัตสีพิงค์ โกลด์จากเวลล์แหวนแต่งงานของเมแกน มาร์เคิล ที่เจ้าชายแฮร์รี่จะทรงสวมให้ในพิธีอภิเษกเสกสมรสเมื่อเดือนพฤษภาคม จะทำขึ้นจากทองหายากจากแคว้นเวลส์เป็นทอง 24 กะรัตสีพิงค์ โกลด์ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาในการใช้แหวนแต่งงานที่ทำจากทองเวลช์ ซึ่งใช้เป็นครั้งแรกเมื่อครั้งที่พระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเลดี้ อลิซาเบธ โบวส์-ลีออน เมื่อปี 2466 ซึ่งเลดี้ อลิซาเบธ คือพระบรมราชชนนีในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 หรือที่รู้จักในพระนามควีนมัม และยังทรงเป็นปัยยิกา(ย่าทวด)ของเจ้าชายแฮร์รี่อีกด้วยแหวนของเมแกนเป็นสีทองเฉดเช่นเดียวกับแหวนหมั้นที่เป็นทองคำ 18 กะรัตซึ่งเจ้าชายแฮร์รี่เป็นผู้ออกแบบเอง โดยแหวนแต่งงานนี้ทรงเลือกเพชรเม็ดใหญ่จากประเทศบอตสวานา 3 เม็ด ขนาด 3.5 กะรัต เรียงตรงกลาง ส่วนอีก 2 เม็ดด้านข้างเป็นเพชรของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ มาประดับลงไปเป็นแหวนแต่งงานที่ดูเรียบง่ายแต่สุดคลาสสิก มีมูลค่า 250,000 ปอนด์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนแหวนแต่งงานของเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก เป็นพลอยแซฟไฟร์ สีชมพูอมส้ม ล้อมรอบด้วยเพชรเจียระไน 10 เม็ด มีลักษณะคล้ายคลึงกับกับแหวนหมั้นของซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์กพระมารดาทรงสวมใส่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีถือว่าเป็นของหายากและมีคุณค่ามากที่สุดในทุกพันธุ์คอรันดัม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ปอนด์ หรือราว 4.3 ล้านบาทนอกจากนี้ยังมีแหวนแต่งงานที่น่าสนใจของราชวศ์อังกฤษอีกหลายวงอย่างเช่น แหวนแต่งงานของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เป็นแหวนเพชรเม็ดงามที่เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามี ได้ทรงออกแบบให้หัวแหวนเป็นเพชรน้ำงามทรงรูปไข่ ขนาด 3 กะรัต ถอดมาจากเทียร่าของพระมารดาของเจ้าชายฟิลิป ล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ 5 เม็ด โดยเม็ดกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ตรงไหล่แหวนยังมีเพชรประดับอยู่ด้วยทั้งสองฝั่ง ราคาประมาณ 200,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8.7 ล้านบาทแหวนแต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่า และดัชเชสเคท มิดเดิลตัน เป็นแหวนวงเดียวกันที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้มอบให้กับเจ้าหญิงไดอาน่าและต่อมาเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้มอบแหวนวงนี้ให้แก่เจ้าชายวิลเลี่ยม เพื่อหมั้นหมายกับเคท มิดเดิลตัน หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เพื่อเป็นตัวแทนความรัก โดยตัวเรือนเป็นทองคำขาว ประดับด้วยไพลินศรีลังกาสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 12 กะรัต และล้อมด้วยเพชร 14 เม็ด วางเรียงอย่างสวยงามบนตัวเรือนทองคำขาว ออกแบบโดยช่างทำเครื่องประดับประจำราชวงศ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่า เจ้าหญิงไดอาน่าได้ออกแบบให้คล้ายกับแหวนของ Frances Shand-Kydd พระมารดา แหวนวงนี้จึงถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับราชวงศ์อังกฤษอย่างมาก ปัจจุบันมีการประเมินราคาแหวนวงนี้อยู่ที่ 300,000 ปอนด์ หรือราว 13 ล้านบาท แหวนแต่งงานของซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์กเป็นแหวนทับทิมพม่าสีแดงเข้มทรงรี เพื่อสื่อถึงเส้นผมสีแดงของดัชเชสซาราห์ ล้อมรอบด้วยเพชร 10 เม็ดประดับลงบนตัวเรือนทองคำ งดงามโดดเด่นเป็นอย่างมาก เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ได้มอบแหวนหมั้นสุดงดงามนี้ให้กับซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งปัจจุบันคือพระมารดาในเจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์ก และเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก นั่นเอง ปัจจุบันแหวนวงนี้มีราคาอยู่ที่ราว 150,000 – 200,000 ปอนด์ หรือราว 6- 8 ล้านบาทเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

เปียโนสีทอง


ในวาระสำคัญต่างๆเช่น คริสต์มาส ที่ประเทศอังกฤษจะมีการเผยแพร่ภาพ สมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านพระราชสารเพื่อพระราชทานพรแก่ราษฎรในห้องเลี้ยงรับรองสีขาวห้องหนึ่ง ของพระราชวังบัคกิงแฮมที่ตกแต่งด้วยสิ่งของและเครื่องประดับสวยงาม ซึ่งได้รับการกล่าวถึงไม่แพ้สารจากพระราชดำรัสโดยเฉพาะเปียโนสีทองที่ตั้งอยู่ห้องนั้นด้วย เปียโนสีทองหลังนี้ผลิตโดย S & P ERARD และตกแต่งด้วยภาพวาดหลากสีโดย François Rochard (ค.ศ. 1798-1858) สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามี เมื่อปี ค.ศ.1856 ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงชื่นชอบดนตรี ที่ประทับส่วนพระองค์แทบทุกแห่ง มักมีเปียโนอยู่เสมอ ขณะที่เปียโนหลังนี้เดิมทีถูกนำไปไว้ที่ห้องสาธารณะซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถและราชวงศ์ใช้รับแขกเปียโนสีทองนี้ทำจากไม้ มะฮอกกานี ซาตินวู้ด และไพน์ เคลือบทอง บ้างสันนิษฐานว่าอาจทาสีที่เหมือนทองก็เป็นได้ พร้อมประดับลวดลายภายนอกด้วยศิลปะสไตล์ Singerie เป็นภาพลิงที่กำลังเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมของมนุษย์ ผู้ผลิตเปียโนหลังนี้คือสองพี่น้อง Erard ที่ตั้งชื่อกิจการว่า S & P ERARD เป็นนักสร้างเปียโนที่เคยย้ายไปปารีสเพื่อประกอบอาชีพผลิตเปียโนให้ชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส กิจการของสองพี่น้องเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคสมัยของพระนาง Marie-Antoinette แต่หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1789 กิจการก็ซบเซาลง จึงกลับมาเปิดสาขาในลอนดอนประมาณปี ค.ศ. 1790 โดยเริ่มต้นกิจการด้วยการผลิตฮาร์ปเป็นหลักนอกจากเปียโนสีทองแล้ว สิ่งที่สะดุดตาในโลกโซเชียลก็คือ รูปปั้นหินอ่อนที่ตั้งอยู่ด้านหลังเปียโน เป็นรูปปั้นของ Sappho กวีสมัยกรีกโบราณ ฝีมือของ William Theed นักปั้นที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ตนิยมเรียกใช้เสมอๆ ผลงานหลายชิ้นของ Theed จัดแสดงตกแต่งในพระราชวังบัคกิงแฮมรูปปั้นนี้เชื่อว่าเป็นหนึ่งงานแรกๆ ที่ Theed ได้รับใช้ราชวงศ์อังกฤษหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากโรม ในปี ค.ศ. 1848 ช่วงเวลานั้นเป็นยุคที่เขามีชื่อเสียงมาก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่างปั้นรูปปั้นแนวนีโอคลาสสิกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในอังกฤษเลยทีเดียว เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

สะพานสีทอง (Golden Bridge)


บนยอดเขาบานาฮิลส์ ในเมืองดานัง ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ได้เกิดประติมากรรมเส้นด้ายสีทองที่กำลังทอดอยู่บนพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า หรือที่เรียกว่า สะพานสีทอง (Golden Bridge) ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ สะพานสีทองนี้ออกแบบโดยนาย Vu Viet Anh หัวหน้านักออกแบบและผู้ก่อตั้ง TA Landscape Architecture ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความยาว 150 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง โค้งไปตามแนวเขา สิ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวมากที่สุดคงจะเป็น อุ้งมือหินขนาดยักษ์ ที่ถูกออกแบบให้แบกรับสะพานสีเหลืองทองนี้เอาไว้ สร้างความแตกต่างจากสะพานอื่นทั่วไป ซึ่งนาย Vu Viet Anh เล่าถึงแนวคิดในการสร้างสะพานนี้ว่า " สะพานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดภาพมือยักษ์ใหญ่ของพระเจ้ากำลังดึงเส้นแถบสีทองออกมาจากพื้นดิน กลายเป็นทางเดินบนท้องฟ้าท่ามกลางดินแดนที่ปกคลุมด้วยหมอกและความสวยงามราวสวรรค์ของบานาฮิลส์ ” "สะพานสีทอง (Golden Bridge)”มีชื่อจริงๆ ในภาษาเวียดนามว่า Cau Vang ซึ่งมีความหมายว่าสะพานสีทองเช่นกัน นอกจากรูปทรงที่แปลกตาแล้วบนสะพานยังปลูกดอก Lobelia Chrysanthemum สีม่วงสดใส ยาวตลอดทาง เหมาะที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศสดชื่น และชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเมืองดานัง ซึ่งเมื่อภาพจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและต่างชาติ ถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ก็กลายเป็นที่กล่าวถึงความสวยงามของสะพานสีทองแห่งนี้ทันที สะพานสีทอง เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อเดือน มิถุนายน ปี2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากสะพานสีทองแล้ว บานาฮิลส์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น กระเช้าลอยฟ้า หมู่บ้านจำลองฝรั่งเศสยุคกลาง ปราสาท สวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่มีรูปปั้น Lady Gaga และ Michael Jordan มีวัดจีนลีงอึ้งให้กราบไหว้ รวมถึงสวนสนุกDisney Vietnam ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นอีกมากมาย ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมบานาฮิลส์ถึง 2.7 ล้านคนเลยทีเดียวใครสนใจเที่ยวชมสะพานสีทอง(Golden Bridge) ก็ไปได้ที่บานาฮิลส์ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

สีแดงและสีเหลืองทอง กับวัฒนธรรมจีน


สีแดงและสีทอง มีความสำคัญวัฒนธรรมของจีน ในช่วงเทศกาลสำคัญๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นวันตรุษจีน วันสารทจีน หรือแม้กระทั่งเทศกาลถือศีลกินเจ ก็จะมีสีแดงและสีเหลืองทองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอๆสีแดง ในวัฒนธรรมจีนได้ยก “สีแดง” ให้เป็นสัญลักษณ์ของความมงคล ความโชคดีและความสุข ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน จะมีธรรมเนียมที่ผู้อาวุโสจะมอบอั่งเปาให้แก่ลูกหลานเพื่อต้อนรับปีใหม่และให้ศีลให้พรกับคนที่อายุน้อยกว่า ซึ่งอั่งเปาหรือซองจดหมายสีแดงนี้เองยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง การเติบโตงอกงามอีกด้วยนอกจากนี้เรายังจะได้เห็นสีแดงอีกบ่อยๆในโอกาสมงคลอื่นๆอีก เช่น งานแต่งงานตามวัฒนธรรมชาวจีน ก็ใช้สีแดงให้เป็นเครื่องแสดงถึงโชคดี ความสุข และการมีอายุยืนยาวสีเหลืองทองในทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสีที่ดึงดูดสายตามนุษย์ได้ดีที่สุด ส่วนในวัฒนธรรมจีนนั้น ยกสีเหลืองทองเป็นสีที่สวยที่สุดโดยมีคำกล่าวที่ว่า “สีเหลืองทองสร้างหยินและหยาง” ซึ่งหมายความว่าสีเหลืองทองเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่งสีเหลืองทองเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกลางและความโชคดีและบ่อยครั้งจะถูกจับคู่กับสีแดงเพื่อใช้ตกแต่งสถานที่เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่เจ้าของผู้อยู่อาศัยทั้งนี้สีเหลืองทองยังเป็นสีประจำองค์จักรพรรดิจีนในทุกยุคทุกสมัยอีกด้วย จะเห็นได้ว่าแดงและสีเหลืองทองนี้ เป็นสีที่มีความหมายในด้านความโชคดี ความสุขและความมงคล นอกจากนี้ในศิลปะและวัฒนธรรมของจีนโบราณมีการใช้สีพื้นฐาน 5 สี คือ สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง(ทอง) สีขาว และสีดำ ซึ่งมีความนัยถึงธาตุทั้ง 5 ธาตุ คือ น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ และดิน สีดำ เป็นสีที่มีความหมายถึง น้ำ และเป็นสีกลาง (neutral color) ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน สีแดงเป็นสีที่เกี่ยวเนื่องกับไฟธาตุไฟหมายถึงแสงสว่าง ความอบอุ่น พละกำลัง และความรุ่งโรจน์ สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสุขสามารถพบการใช้สีแดงได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน สีเขียว เป็นสีที่แทนธาตุไม้ มีความหมายเกี่ยวเนื่องถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การเจริญเติบโต ความรุ่งเรือง และความสามัคคี สีขาว มีความหมายถึงโลหะ โดยมี "ทอง (gold)" เป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสว่าง บริสุทธิ์ และสมปรารถนา ในวัฒนธรรมจีนสีขาวยังเป็นสีแห่งความโศกเศร้าที่ใช้ในงานศพ เกี่ยวเนื่องกับความตายและความโศกเศร้า จึงเป็นสีต้องห้ามสำหรับงานมงคลสีเหลือง(ทอง) เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสีของจักรพรรดิจีน เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More