ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Thu 09 Apr 2563 14:59

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 219,500

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


06/04/2563

แฟชั่นประดับฟัน 3 พันปี


เครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของดาราศิลปิน ชาวฮิปฮอป และแรปเปอร์ทั้งหลาย คือ เครื่องประดับฟัน หรือที่เรียกว่าGrillz มีลักษณะเป็นวัสดุครอบบนฟันมีทั้งแบบฝังอัญมณีลงบนฟัน และแบบที่สามารถถอดออกได้ โดยทำจากโลหะมีค่าต่างๆ เช่นทองคำหรือเงิน ซึ่งเครื่องประดับฟันนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความมีสไตล์ ความมั่งคั่งและสถานะทางสังคม และมีมานานกว่าพันปีแล้วนักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานเครื่องประดับฟันของมนุษย์โบราณในหลายพื้นที่ เช่นการพบกระดูกของชาวอีทรัสคันซึ่งอาศัยอยู่ในอิตาลีโบราณในช่วง 900ถึง 200 ปีก่อนคริสตกาล พบว่าที่ฟันถูกเคลือบด้วยทองแผ่นบางๆ และพบหัวกระโหลกของชาวมายาที่มีอัญมณีฝังไว้บริเวณฟัน ต่อมาในช่วงคริสต์ศักราช 1900 ยังพบว่าชนเผ่ามายาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโกและกัวเตมาลาก็ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมการสวมใส่ที่ครอบฟันฝังด้วยอัญมณีอยู่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าการประดับตกแต่งฟันด้วยโลหะมีค่าหรืออัญมณีนี้น่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามนั่นเอง ปัจจุบัน มีการทำเครื่องประดับฟันจำหน่ายและสวมใส่กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งแบบสั่งทำและแบบสำเร็จรูปไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัดว่าบริษัทใดเป็นรายแรกที่ริเริ่มนำ Grillz มาทำเป็นเครื่องประดับ

Read More

06/04/2563

สรุปสถานการณ์ส่งออกเครื่องประดับไทย เดือน ม.ค.63


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์การมหาชน) รายงานตัวเลขการส่งออกเครื่องประดับและอัญมณีของไทยในเดือนแรกของปี 2563 เติบโตขึ้น1.15 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปมีมูลค่ารวมสูงสุดตัวเลขมูลค่าการส่งออกสูงสุดในช่วงเดือนแรกของปีนี้คือ ทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป ด้วยสัดส่วนร้อยละ 69.52 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และมีอัตราการขยายตัวกว่า 2.99 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนแรกของปี2562 เป็นการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา เนื่องด้วยราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 1,560.67เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ราคาเดือนม.ค.) ทั้งนี้เนื่องจากตลาดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโควิด19ส่วนมูลค่าการส่งออกเครื่องประดับประเภทอื่นๆมีดังนี้เครื่องประดับแท้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.49 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับโดยรวม เติบโตร้อยละ 6.89 ตัวเลขนี้เป็นการรวมตัวเลขการส่งออกเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัม ไว้ด้วยกัน พลอยสีเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 3 ในสัดส่วน ร้อยละ 7.62 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.43 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็น พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต) และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 4 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 5.49 หดตัวลงร้อยละ 10.98 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยมีเพชร เจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ 16.14 อันเนื่องมาจากการส่งออกไปยังหลักอย่างเบลเยียม ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกาลดลง ส่วนการส่งออกไปยังอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขยายตัวสูงขึ้น เครื่องประดับเทียม เป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 1.79 จากการส่งออกไปยังลิกเตนสไตน์ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และ ฝรั่งเศส ทั้งนี้ตลาดส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยรวมถึงทองคำ ที่มีมูลค่าสูงสุดในเดือนแรกของปีนี้ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ในสัดส่วนร้อยละ 41.92 เติบโตสูงกว่า 4.01 เท่า อันเนื่องมาจากการส่งออกเกือบทั้งหมดเป็นทองคำ ซึ่ง เพิ่มขึ้นกว่า 4.38 เท่า

Read More

06/04/2563

รูปแบบเงินตราในดินแดนสุวรรณภูมิ


ดินแดนสุวรรณภูมิเกิดขึ้นมาตั้งแต่​ก่อนพุทธศตวรรษจนถึงพุทธศตวรรษที่18 โดยมีอาณาจักรต่างๆกระจายอยู่ทั่วไป และแต่ละอาณาจักรต่างก็มีเงินตราเป็นของตนเอง​เพื่อใช้แลกเปลี่ยนกัน ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรฟูนัน อาณาจักรศรีเกษตร อาณาจักรทวารวดี และอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งเงินตราในแต่ละยุคสมัยก็แตกต่างกัน คือมีตั้งแต่เบี้ย เหรียญเงิน จนถึงเหรียญทอง เงินตราฟูนัน ราวพุทธศตวรรษที่ 6-12 ตั้งอยู่บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกของประเทศไทยไปจนถึงทางตอนใต้ของลุ่มแม่น้ำโขง มีการใช้เหรียญเงินรูปอาทิตย์อุทัย มีลักษณะเป็นเหรียญเงินกลมมี 3 ขนาด ด้านหนึ่งภายในวงกลมชั้นในเป็นรูปอาทิตย์อุทัยครึ่งดวงแผ่รัศมีโดยรอบคั่นด้วยจุดไข่ปลา ส่วนวงกลมชั้นนอกประดับด้วยจุดไข่ปลาโดยรอบเช่นกัน อีกด้านหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ศรีวัตสะ ด้านบนเป็นพระอาทิตย์และพระจันทร์ มีสวัสดิกะและภัทรบิฐขนาบที่ด้านข้าง ด้านล่างสุดเป็นจุดกลม 3 จุดเงินตราทวารวดี พุทธศตวรรษที่ 12-16 ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ใช้เหรียญเงินเป็นเงินตราสำคัญ ระบบการผลิตเป็นระบบการตอกตรา จึงทำให้เหรียญมีลักษณะโค้งแบบก้นกระทะ นอกจากเหรียญที่เป็นเงินแล้วยังผลิตเหรียญที่มีตัวอักษรซึ่งเข้าใจว่าเป็นเหรียญที่ระลึกอีกด้วย เงินตราทวารวดีมีลักษณะกลมมีทั้งชนิดเนื้อทองคำและเนื้อเงิน มีหลายรูปแบบและขนาด ส่วนมากประทับตราสังข์ล้อมด้วยจุดไข่ปลา อีกด้านหนึ่งเป็นรูปปราสาท มีวิวัชระอยู่ภายใน ประกอบด้วยแส้และขอช้างที่ด้านข้าง มีพระอาทิตย์และพระจันทร์อยู่ด้านบน มีปลาหรือน้ำอยู่ด้านล่าง เงินตราศรีเกษตร พุทธศตวรรษที่ 8-13 ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำอิรวดีในประเทศพม่าปัจจุบัน มีการใช้เหรียญเงินถึง 3 รูปแบบเป็นเงินตรา มีรูปบนเหรียญที่แสดงถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากอินเดีย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางการปกครองและศาสนา การผลิตเหรียญใช้วิธีตอกตรา โดยตัดแผ่นเงินตามน้ำหนักแล้วสอดวางไว้บนทั่งที่มีแม่พิมพ์ด้านล่างและตอกแม่ตราด้านบนด้วยค้อน วิธีการนี้เป็นระบบการผลิตเหรียญของชาวลิเดียและกรีกสมัยโบราณ เงินตราศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13-18 มีเมืองสำคัญ คือเมืองไชยา นครศรีธรรมราช ลงไปจนถึงเมืองปาเล็มบังในเกาะสุมาตรา อาณาจักรนี้ใช้เหรียญที่ผลิตจากโลหะทองคำเงินและอิเล็กตรัม ประทับตราดอกจันด้านหน้า อีกด้านหนึ่งมีอักษรสันสกฤตคำว่า วร เรียกว่า เงินดอกจัน มีลักษณะเหมือนเหรียญเงินของชาวลิเดีย เงินตราศรีวิชัยมีทั้งเนื้อเงิน ทอง และอิเล็กตรัมมี 3 ขนาดเช่นกัน โดยที่ยังไม่พบเงินตราในรูปแบบอื่นจึงเชื่อว่าอาณาจักรแห่งนี้ผลิตเงินตราขึ้นใช้เพียงแบบเดียว

Read More

06/04/2563

พระลากเงิน-พระลากทอง ณ หอพระพุทธสิหิงค์ เมืองนคร


ที่หอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครนครแล้วยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร บุด้วยทองคำ และเงิน อย่างละองค์ ที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า พระลาก อีกด้วย"พระลาก" คือพระพุทธรูปที่นำมาประดิษฐานบนเรือพระ ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญของวัด ส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนยกพระหัตถ์ขึ้น 2 ข้าง หรืออาจเป็นปางอุ้มบาตรหรือปางลีลา พระลากจะมี 1 องค์ 2 องค์หรือ 3 องค์ก็ได้ แต่ไม่นิยมนำพระพุทธรูปปางประทับนั่งมาเป็นพระลาก หรือนำรูปพระเกจิอาจารย์มาตั้งบนเรือพระ ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พุทธบริษัทจะทำพิธีสรงน้ำพระและเปลี่ยนจีวรพระลาก แล้วอัญเชิญขึ้นบนบุษบก อันเป็นที่มาของประเพณีชักพระนั่นเอง โดยพระลากที่หอพระพุทธสิหิงค์เมืองนครนี้ ตามประวัติกล่าวว่าลากเงินพระลากทองปางอุ้มบาตรคู่นี้สร้างอุทิศขึ้นในสมัยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช มาตยพงษ์สถาพร วรเดโชไชย อภัยพิริยบรมกรมพาหุ(หนูพร้อม ณ นคร) จางวางเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่องค์พระพุทธสิหิงค์รูปแบบของพระพุทธรูปเป็นพระพุทธรูปประทับยืนอุ้มบาตรศิลปะรัตนะโกสินทร์สกุลช่างเมืองนคร บุด้วยเงินและทองคำเกือบทั้งองค์ ในส่วนของพระพุทธรูปบุทองคำพบว่าช่วงพระชานุ(เข่า)ลงไปไม่ได้รับการบุทองให้สมบูรณ์พบเพียงการทาครั่งหรือชันไว้ แต่ไม่ได้บุแผ่นทองลงไป ส่วนพุทธลักษณะและฝีมือการบุนั้นยังงามสู้พระบุบริเวณท่าวังไม่ได้ หอพระพุทธสิหิงค์ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และพระลากเงิน พระลากทองนี้ ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัดและศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เดิมเป็นหอพระประจำวังของ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ในบริเวณที่ตั้งวังเดิมของเจ้าพระยานคร (น้อย) พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวไทย สักการะบูชามาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลและมีอยู่หลายองค์ด้วยกันกระจายไป ตามจังหวัดต่าง ๆ แต่ที่ถือว่าเป็นองค์แท้จริงมีเพียง 3 องค์คือ 1. องค์แรกประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครองค์ 2. ที่สองประดิษฐาน ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 3. และองค์ที่สามประดิษฐาน ณ หอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พระพุทธสิหิงค์นี้เป็นที่เลื่อมใสบูชาของคนใด้โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าผู้ทุจริตคิดมิชอบ ทั้งหลายจะไม่กล้าสาบานต่อหน้าองค์พระเลย

Read More

06/04/2563

แฟชั่นประดับฟัน 3 พันปี


เครื่องประดับชนิดหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของดาราศิลปิน ชาวฮิปฮอป และแรปเปอร์ทั้งหลาย คือ เครื่องประดับฟัน หรือที่เรียกว่าGrillz มีลักษณะเป็นวัสดุครอบบนฟันมีทั้งแบบฝังอัญมณีลงบนฟัน และแบบที่สามารถถอดออกได้ โดยทำจากโลหะมีค่าต่างๆ เช่นทองคำหรือเงิน ซึ่งเครื่องประดับฟันนี้ถือเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความมีสไตล์ ความมั่งคั่งและสถานะทางสังคม และมีมานานกว่าพันปีแล้วนักโบราณคดีได้ค้นพบหลักฐานเครื่องประดับฟันของมนุษย์โบราณในหลายพื้นที่ เช่นการพบกระดูกของชาวอีทรัสคันซึ่งอาศัยอยู่ในอิตาลีโบราณในช่วง 900ถึง 200 ปีก่อนคริสตกาล พบว่าที่ฟันถูกเคลือบด้วยทองแผ่นบางๆ และพบหัวกระโหลกของชาวมายาที่มีอัญมณีฝังไว้บริเวณฟัน ต่อมาในช่วงคริสต์ศักราช 1900 ยังพบว่าชนเผ่ามายาที่ยังคงหลงเหลืออยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเม็กซิโกและกัวเตมาลาก็ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมการสวมใส่ที่ครอบฟันฝังด้วยอัญมณีอยู่ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าการประดับตกแต่งฟันด้วยโลหะมีค่าหรืออัญมณีนี้น่าจะมีวัตถุประสงค์เพื่อความสวยงามนั่นเอง ปัจจุบัน มีการทำเครื่องประดับฟันจำหน่ายและสวมใส่กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งแบบสั่งทำและแบบสำเร็จรูปไม่เป็นที่ปรากฎแน่ชัดว่าบริษัทใดเป็นรายแรกที่ริเริ่มนำ Grillz มาทำเป็นเครื่องประดับ

Read More

06/04/2563

สรุปสถานการณ์ส่งออกเครื่องประดับไทย เดือน ม.ค.63


สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ(องค์การมหาชน) รายงานตัวเลขการส่งออกเครื่องประดับและอัญมณีของไทยในเดือนแรกของปี 2563 เติบโตขึ้น1.15 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปมีมูลค่ารวมสูงสุดตัวเลขมูลค่าการส่งออกสูงสุดในช่วงเดือนแรกของปีนี้คือ ทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป ด้วยสัดส่วนร้อยละ 69.52 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และมีอัตราการขยายตัวกว่า 2.99 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนแรกของปี2562 เป็นการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา เนื่องด้วยราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 1,560.67เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ราคาเดือนม.ค.) ทั้งนี้เนื่องจากตลาดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโควิด19ส่วนมูลค่าการส่งออกเครื่องประดับประเภทอื่นๆมีดังนี้เครื่องประดับแท้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญในอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.49 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับโดยรวม เติบโตร้อยละ 6.89 ตัวเลขนี้เป็นการรวมตัวเลขการส่งออกเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัม ไว้ด้วยกัน พลอยสีเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 3 ในสัดส่วน ร้อยละ 7.62 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.43 โดยสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เป็น พลอยเนื้อแข็งเจียระไน (ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต) และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพชร เป็นสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 4 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 5.49 หดตัวลงร้อยละ 10.98 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยมีเพชร เจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้ซึ่งมีมูลค่าลดลงร้อยละ 16.14 อันเนื่องมาจากการส่งออกไปยังหลักอย่างเบลเยียม ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกาลดลง ส่วนการส่งออกไปยังอินเดียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขยายตัวสูงขึ้น เครื่องประดับเทียม เป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 5 ด้วยสัดส่วนร้อยละ 1.79 จากการส่งออกไปยังลิกเตนสไตน์ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และ ฝรั่งเศส ทั้งนี้ตลาดส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยรวมถึงทองคำ ที่มีมูลค่าสูงสุดในเดือนแรกของปีนี้ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ในสัดส่วนร้อยละ 41.92 เติบโตสูงกว่า 4.01 เท่า อันเนื่องมาจากการส่งออกเกือบทั้งหมดเป็นทองคำ ซึ่ง เพิ่มขึ้นกว่า 4.38 เท่า

Read More