ห้างทอง เอ เอ เยาวราช
ร้านทองแท้ที่ให้บริการซื้อขายทองรูปพรรณและทองคำแท่งคุณภาพจากเยาวราช

ราคาทองคำวันนี้


Sat 25 Jan 2563 09:34

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 219,500

สินค้าและบริการซื้อขายทอง

ทองรูปพรรณ
ทองคำแท่ง
รับซื้อทอง
ขายฝากทอง

ห้างทอง เอ เอ เยาวราช เป็นร้านทองแท้ที่จำหน่ายทองรูปพรรณและทองคำแท่งจากเยาวราชในราคายุติธรรม ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทองคำที่ได้รับเป็นทองคำที่มีคุณภาพ ทางร้านมีใบรับประกันสินค้า และไม่ว่าลูกค้าจะมาซื้อทอง หรือสั่งทำทองรูปพรรณ ก็จะได้สินค้าที่ประณีต สวยงาม ซึ่งเรามีให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ กำไล แหวน ต่างหู สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการขายทองที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทางร้านให้ราคารับซื้อคืนสูง หรือหากต้องการขายฝากทอง จำนำทอง เราคิดอัตราเรทขายฝากในราคาสูง โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน หรือคิดดอกเบี้ยตามจำนวนวันที่มาขายฝากจริงหากจำนำไม่ถึงเดือน สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของทอง ทางร้านก็ยังมีบริการออมทอง ซึ่งลูกค้าสามารถเปิดบัญชีกับทางร้านเพื่อฝากสะสมยอดเงินแล้วแลกเปลี่ยนเป็นทองรูปพรรณได้ เรารับรองว่าลูกค้าของห้างทอง เอ เอ เยาวราชจะได้รับบริการที่ดี เอาใจใส่ เราดูแลลูกค้าดั่งคนในครอบครัว

นอกจากบริการด้านการซื้อขายแล้ว ลูกค้ายังสามารถเช็คราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรา ทำให้สามารถวางแผนซื้อทอง หรือขายทองได้อย่างสะดวกและง่ายดาย สามารถมาเลือกชมสินค้าและใช้บริการที่ร้านทุกสาขา ทั่วประเทศ ซึ่งทางร้านรับชำระเงินทั้งเงินสดและบัตรเครดิต และบริการพิเศษคือมีบัตรสะสมแต้มสำหรับแลกของรางวัลและสิทธิพิเศษต่างๆ อีกด้วย


25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

22/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

21/06/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

25/06/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


07/01/2563

ศาลพระเจ้าปราสาททอง


พระราชวังบางปะอินเป็นพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ และใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาจวบจนกระทั่งเสียกรุงศรีฯให้พม่า ภายในพระราชวังมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ หอเหมมณเฑียรเทวราชหรือ"ศาลพระเจ้าปราสาททอง"หอเหมมณเฑียรเทวราชหรือที่บางคนเรียกกันว่า "ศาลพระเจ้าปราสาททอง" เป็นปรางค์ศิลา จำลองแบบจากปรางค์ขอม ภายในประดิษฐานเทวรูปพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนคุณงามความดีและเทิดพระเกียรติของพระเจ้าปราสาททองที่ทรงกตัญญูต่อพระมารดาตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ริมสระใต้ต้นโพธิ์ ภายในพระราชวังบางปะอินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอเหมมณเฑียรเทวราชขึ้นในระหว่างปีพ.ศ. 2415-2419ต่อมามีการสร้างในครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2423เนื่องจากเหตุการณ์เรือพระประเทียบของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ล่ม เป็นเหตุให้พระองค์สวรรคตพร้อมพระราชธิดาและพระราชโอรส(ธิดา)ในพระครรภ์ ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชวิตกว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศจะทรงได้รับอันตรายจึงทรงบ่นว่าถ้าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศปลอดภัยจากการเดินทางในครั้งนี้จะทรงสร้างศาลถวายใหม่ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศทรงปลอดภัยจากการเดินทาง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างศาลขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2432หลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยา พระราชวังบางปะอินถูกปล่อยให้รกร้างไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเมื่อครั้งสุนทรภู่ได้ตามเสด็จรัชกาลที่ 1ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และได้ประพันธ์ถึงพระราชวังบางปะอินไว้ในนิราศพระบาทจนกระทั่งในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 มีพระบรมราชโองการให้บูรณะพระราชวังขึ้นใหม่ และบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้สร้างพระที่นั่ง และพระตำหนักต่างๆ ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่างๆปัจจุบันพระราชวังบางปะอินอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังและยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่ก็ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ พระราชวังบางปะอินนี้ พระเจ้าปราสาททองทรงให้สร้างขึ้น และพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดชุมพลนิกายารามขึ้นบนเกาะบางปะอิน ตรงบริเวณบ้านเดิมของพระมารดา โดยถวายเป็นพุทธบูชา พระองค์ทรงให้ขุดสระขนาดใหญ่ทางทิศใต้ของวัด และได้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ในพื้นที่ของพระราชวังตามกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ว่า “พระองค์ได้ประสูติที่นี่และได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน” เพื่อแสดงให้เห็นอานุภาพแห่งความรักของลูกคนหนึ่งที่มีต่อมารดาผู้ให้กำเนิด

Read More

07/01/2563

อัฐิพระเจ้าตากสินมหาราชที่วัดทองทั่ว


วัดทองทั่ว ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสระบาป หมู่ 4 ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่อยู่คู่กับเมืองจันทบุรีมานานกว่า 200 ปี มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งเป็นที่รวบรวมไพร่พลก่อนที่จะยกทัพไปกอบกู้เอกราชจากพม่า และเป็นวัดที่เชื่อว่าเป็นที่เก็บ"พระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสิน"อีกด้วย ตามประวัติเล่าว่ามีการพบกระดูกเมื่อคราวปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและพระประธานในโบสถ์เมื่อปี พ.ศ.2472 ที่เชื่อกระดูกที่พบนี้คือพระอัฐิของพระเจ้าตากครั้งแรก เพราะมีแผ่นทองซึ่งเขียนเป็นภาษเขมรบรรจุไว้ในโกศเขียนไว้ว่า “เป็นพระอัฐิพระเจ้าตาก พระยาจันทบูร(จันทบุรี)นำมา” แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันแผ่นทองคำนั้นได้หายสูญหายไป สันนิษฐานว่าคงจะนำมาไว้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อถวายพระเพลิงพระศพเรียบร้อยแล้ววัดทองทั่ว เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่อยู่คู่กับเมืองจันทบุรีมานานกว่า 200 ปี มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงมารวบรวมไพร่พลอยู่ในเมืองจันทบุรี ก่อนที่จะกอบกู้เอกราชให้กับอยุธยาได้สำเร็จ ชื่อวัดทองทั่ว ตั้งตามตำนาน เมืองพระนางกาไว (พระนางกาไวเป็นมเหสีองค์ใหม่ของพระเจ้าพรหมทัตหลงใหลแห่งเมืองเพนียด เมื่อมีพระราชโอรสนางได้ทูลขอพระราชสมบัติจากพระเจ้าพรหมทัต ทำให้เจ้าชายบริพงษ์และเจ้าชายวงศ์สุริยคราสพระราชโอรสจากมเหสีองค์เก่าต้องไปสร้างเมืองใหม่ เรียกว่า เมืองสามสิบ ต่อมาพระเจ้าพรหมทัตสวรรคต นางกาไวเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระโอรส ทำให้เจ้าเมืองสามสิบยกทับมาตีเมืองเพนียด หวังเอาพระนครคืน ทัพนางกาไวสู้ไม่ได้ลูกชายก็สิ้นพระชนม์ นางคิดหนีจึงได้ขนทรัพย์สิน แก้วแหวนเงินทอง ออกมาโปรยหว่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทหารให้มั่วแต่เก็บเงินทองจะได้ตามนางไม่ทัน) สถานที่ๆนางกาไวหว่านทรัพย์สินเงินทองนั้น ปัจจุบันก็คือบริเวณที่ตั้งวัดทองทั่วนั่นเองวัดทองทั่วได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2318 สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระอารามหลวงมาก่อน เพราะมีหลักฐานจากใบสีมารอบพระอุโบสถเป็นใบสีมาคู่ทั้ง 8 ทิศ อยู่ในสมัยกรุงธนบุรี โบสถ์มีสิงห์ตั้งอยู่ 1 ตัว ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย คือ "พระพุทธสุวรรณมงคลศากยมุนีศรีสรรญเพ็ชญ์" หรือ "หลวงพ่อทอง" เป็นงานศิลปะช่างพื้นบ้านที่มีพระพุทธลักษณะงดงาม มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพ.ศ.2471 ได้มีการบูรณะอุโบสถพร้อมพระประธาน ทำให้พระประธานเอียงทรุดไปด้านหนึ่ง ชาวบ้านจึงช่วยกันดีดแล้วค้ำยันองค์พระให้ตั้งตรง แต่ส่วนฐานพระประธานกลับทรุดหลุดกะเทาะออก จนได้พบพระยอดธงเนื้อชิน เนื้อเงิน เนื้อทอง เนื้อนาค เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่วัดทองทั่วยังเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปเขมรอีกหลายชิ้น เช่น ทับหลังแบบถาลาปริวัติ และทับหลังแบบไพรกเมง (พ.ศ.1150-1250) เสาประดับกรอบประตูแบบนครวัด และโกลนพระคเณศทำจากหินทรายสีขาว เป็นต้น

Read More

07/01/2563

สุดยอดพระธำมรงค์แห่งราชวงศ์อังกฤษ


ราชวงศ์อังกฤษได้ชื่อว่ามีทรัพย์สิน เครื่องประดับมากมาย ซึ่งแต่ละชิ้นงดงาม ทรงคุณค่าและบางชิ้นประเมินค่ามิได้ เช่นพระธำมรงค์หรือแหวนหมั้น 5 วงต่อไปนี้ที่ถือเป็นสุดยอดแห่งราชวงศ์กันเลยทีเดียว 1. แหวนหมั้นของควีนเอลิซาเบธที่ 2แหวนหมั้นของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เป็นแหวนแหวนเพชรเม็ดงาม ที่เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีทรงออกแบบ หัวแหวนเป็นเพชรทรงรูปไข่ ขนาด 3 กะรัต ซึ่งถอดมาจากเทียร่าของพระมารดาของเจ้าชายฟิลิป (เจ้าหญิงอลิซแห่งบัทเทนแบร์ก) ล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ 5 เม็ด โดยเม็ดกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ตรงไหล่แหวนยังมีเพชรประดับอยู่ด้วยทั้งสองฝั่ง ราคาประมาณ 200,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8.7 ล้านบาท เจ้าชายฟิลิป ประกาศหมั้นกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดี 10 กรกฎาคม 2490 และมีพิธีเสกสมรส ในวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 24902. แหวนหมั้นของเจ้าหญิงไดอาน่า และดัชเชสเคท มิดเดิลตัน แหวนไพลินล้อมเพชร คือแหวนหมั้นที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้มอบให้กับเจ้าหญิงไดอาน่า และในกาลต่อมาเจ้าชายวิลเลี่ยม ก็ได้ใช้แหวนวงเดียวกันนี้หมั้นหมายกับเคท มิดเดิลตัน โดยแหวนหมั้นวงนี้ตัวเรือนทำจากทองคำขาว ประดับด้วยไพลินศรีลังกาสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 12 กะรัต ล้อมด้วยเพชร 14 เม็ด วางเรียงอย่างสวยงามบนตัวเรือนทองคำขาว ออกแบบโดยช่างทำเครื่องประดับประจำราชวงศ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าแหวนวงนี้เจ้าหญิงไดอาน่าได้ออกแบบให้คล้ายกับแหวนของ Frances Shand-Kydd พระมารดา แหวนวงนี้จึงถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับราชวงศ์อังกฤษอย่างมาก ปัจจุบันมีการประเมินราคาอยู่ที่ 300,000 ปอนด์ หรือราว 13 ล้านบาท3.แหวนหมั้นของซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์กเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ได้มอบแหวนหมั้นสุดงดงามนี้ให้กับซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2529 เป็นแหวนทับทิมพม่าสีแดงเข้มทรงรี เพื่อสื่อถึงเส้นผมสีแดงของดัชเชสซาราห์ ล้อมรอบด้วยเพชร 10 เม็ดประดับบนตัวเรือนทองคำ ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 150,000 – 200,000 ปอนด์ หรือราว 6- 8 ล้านบาท 4.แหวนหมั้นเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์แหวนหมั้นของ เมแกน มาร์เคิลนั้น เจ้าชายแฮร์รี่ทรงออกแบบเอง โดยตัวเรือนแหวนทำจากทองหายากจากแคว้นเวลส์ เป็นทอง 24 กะรัต ประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่จากประเทศบอตสวานา 3 เม็ด ขนาด 3.5 กะรัต เรียงตรงกลาง ส่วนอีก 2 เม็ดด้านข้างเป็นเพชรของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ แหวนหมั้นสุดคลาสสิกนี้มีมูลค่า 250,000 ปอนด์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท 5. แหวนหมั้นเจ้าหญิงแหวนของเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์กแหวนหมั้นของเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก เป็นพลอยแซฟไฟร์ Padparadscha sapphire สีชมพูอมส้ม ล้อมรอบด้วยเพชรเจียระไน 10 เม็ด มีลักษณะคล้ายคลึงกับกับแหวนหมั้นของซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์ก พระมารดาทรงสวมใส่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีถือว่าเป็นของหายากและมีคุณค่ามากที่สุดในทุกพันธุ์คอรันดัม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ปอนด์ หรือราว 4.3 ล้านบาท

Read More

07/01/2563

Classic Blue เทรนด์สี ปี2020


เป็นธรรมเนียมประจำทุกปีที่สถาบัน The Pantone Color Institute จะประกาศเทรนด์สีมาแรงเป็นประจำทุกปีโดยจะพิจารณาจากเทรนด์สีที่จะเข้าถึงและมีผลกับผู้คนทั่วโลก และมีอิทธิพลกับหลากหลายกลุ่มองค์กร ธุรกิจ อุตสาหกรรม ทั้งสาขาบันเทิง ท่องเที่ยว ศิลปะ แฟชั่น การออกแบบ เศรษฐกิจ และไลฟ์สไตล์ โดยในปี 2020 นี้ สี Classic Blue ได้ประกาศว่า Colour of the Year 2020 แทนสี Living Coral เฉดสีทองผสมแดง ชมพู ของปี2019 สี Classic Blue (19-4052) เป็นเฉดสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงความไร้ซึ่งกาลเวลา (Timeless) ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความสงบนิ่ง ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย โดย PANTONE เชื่อว่าความหมายของสีนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนได้ก้าวไปสู่ยุคสมัยใหม่ และแน่นอนว่าสีฟ้าคลาสสิกเป็นสีที่สมาชิกราชวงศ์ทรงฉลองพระองค์กันมาก เช่น ดัชเชส ออฟ เคมบริดจ์ เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้นมีอัญมณีหลากหลายชนิดที่มีเฉดสีน้ำเงินซึ่งสามารถนำมาออกแบบเครื่องประดับได้มากมาย เช่น ไพลิน ลาพิส ลาซูลี แทนซาไนต์ เป็นต้น โดยไพลินถือเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งแหวนพลอยไพลินน้ำงามที่สุด ที่คนทั่วโลกรู้จักและถือเป็นตำนานที่คนทั่วโลกกล่าวถึง ก็คือพระธำมรงค์หมั้น หรือแหวนหมั้นที่เจ้าชายวิลเลี่ยมแห่งอังกฤษ ทรงมอบให้กับดัชเชส ออฟ เคมบริดจ์ หรือ เจ้าหญิงแคทเธอรีน พระชายา โดยแหวนหมั้นวงนี้เคยเป็นของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาของเจ้าชายวิลเลี่ยมมาก่อน ตัวแหวนเป็นทองคำขาว ประดับด้วยไพลินศรีลังกาสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 12 กะรัต และล้อมด้วยเพชร 14 เม็ด วางเรียงอย่างสวยงามบนตัวเรือนทองคำขาว ออกแบบโดยช่างทำเครื่องประดับประจำราชวงศ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าแหวนวงนี้เจ้าหญิงไดอาน่าได้ออกแบบให้คล้ายกับแหวนของ Frances Shand-Kydd พระมารดานอกจากแหวนไพลินล้อมเพชรแล้วยังมีชุดต่างหูไพลินด้วยการแต่งกายทั้งเสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับนั้น สีต่างๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสามารถบ่งบอกทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เกิดบริษัทอย่าง Pantone LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือของ X-Ray Rite ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสีแบบครบวงจร โดยแต่ละปีบริษัททำการการคัดเลือกสีแห่งปีจากการพิจารณาและวิเคราะห์จากเทรนด์ต่างๆ โดยPantone ได้ประกาศสีประจำปีมาตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปีนี้เป็นเวลาถึง 20 แล้ว ซึ่งทุกๆ ปี Pantone จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ มากำหนดสีประจำปี ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 สีประจำปีคือ Living Coral ก่อนหน้านั้นหรือในปี 2018 สีที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสีประจำปีคือสี Ultra Violet ซึ่งไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก และสีเขียวได้รับเลือกให้เป็นสีประจำปี 2017 ซึ่งยังคงได้รับความนิยมในแวดวงแฟชั่นและการตกแต่งบ้านเรื่อยมา

Read More

07/01/2563

ศาลพระเจ้าปราสาททอง


พระราชวังบางปะอินเป็นพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ และใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาจวบจนกระทั่งเสียกรุงศรีฯให้พม่า ภายในพระราชวังมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ หอเหมมณเฑียรเทวราชหรือ"ศาลพระเจ้าปราสาททอง"หอเหมมณเฑียรเทวราชหรือที่บางคนเรียกกันว่า "ศาลพระเจ้าปราสาททอง" เป็นปรางค์ศิลา จำลองแบบจากปรางค์ขอม ภายในประดิษฐานเทวรูปพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนคุณงามความดีและเทิดพระเกียรติของพระเจ้าปราสาททองที่ทรงกตัญญูต่อพระมารดาตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ริมสระใต้ต้นโพธิ์ ภายในพระราชวังบางปะอินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอเหมมณเฑียรเทวราชขึ้นในระหว่างปีพ.ศ. 2415-2419ต่อมามีการสร้างในครั้งที่ 2 เมื่อปีพ.ศ. 2423เนื่องจากเหตุการณ์เรือพระประเทียบของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ล่ม เป็นเหตุให้พระองค์สวรรคตพร้อมพระราชธิดาและพระราชโอรส(ธิดา)ในพระครรภ์ ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชวิตกว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศจะทรงได้รับอันตรายจึงทรงบ่นว่าถ้าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศปลอดภัยจากการเดินทางในครั้งนี้จะทรงสร้างศาลถวายใหม่ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศทรงปลอดภัยจากการเดินทาง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างศาลขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จเมื่อปีพ.ศ. 2432หลังจากการเสียกรุงศรีอยุธยา พระราชวังบางปะอินถูกปล่อยให้รกร้างไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเมื่อครั้งสุนทรภู่ได้ตามเสด็จรัชกาลที่ 1ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และได้ประพันธ์ถึงพระราชวังบางปะอินไว้ในนิราศพระบาทจนกระทั่งในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 มีพระบรมราชโองการให้บูรณะพระราชวังขึ้นใหม่ และบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้สร้างพระที่นั่ง และพระตำหนักต่างๆ ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่างๆปัจจุบันพระราชวังบางปะอินอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังและยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่ก็ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ พระราชวังบางปะอินนี้ พระเจ้าปราสาททองทรงให้สร้างขึ้น และพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดชุมพลนิกายารามขึ้นบนเกาะบางปะอิน ตรงบริเวณบ้านเดิมของพระมารดา โดยถวายเป็นพุทธบูชา พระองค์ทรงให้ขุดสระขนาดใหญ่ทางทิศใต้ของวัด และได้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ในพื้นที่ของพระราชวังตามกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ว่า “พระองค์ได้ประสูติที่นี่และได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน” เพื่อแสดงให้เห็นอานุภาพแห่งความรักของลูกคนหนึ่งที่มีต่อมารดาผู้ให้กำเนิด

Read More

07/01/2563

อัฐิพระเจ้าตากสินมหาราชที่วัดทองทั่ว


วัดทองทั่ว ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสระบาป หมู่ 4 ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จังหวัดจันทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่อยู่คู่กับเมืองจันทบุรีมานานกว่า 200 ปี มีความเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสินมหาราช ทั้งเป็นที่รวบรวมไพร่พลก่อนที่จะยกทัพไปกอบกู้เอกราชจากพม่า และเป็นวัดที่เชื่อว่าเป็นที่เก็บ"พระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าตากสิน"อีกด้วย ตามประวัติเล่าว่ามีการพบกระดูกเมื่อคราวปฏิสังขรณ์พระอุโบสถและพระประธานในโบสถ์เมื่อปี พ.ศ.2472 ที่เชื่อกระดูกที่พบนี้คือพระอัฐิของพระเจ้าตากครั้งแรก เพราะมีแผ่นทองซึ่งเขียนเป็นภาษเขมรบรรจุไว้ในโกศเขียนไว้ว่า “เป็นพระอัฐิพระเจ้าตาก พระยาจันทบูร(จันทบุรี)นำมา” แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันแผ่นทองคำนั้นได้หายสูญหายไป สันนิษฐานว่าคงจะนำมาไว้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อถวายพระเพลิงพระศพเรียบร้อยแล้ววัดทองทั่ว เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่อยู่คู่กับเมืองจันทบุรีมานานกว่า 200 ปี มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงมารวบรวมไพร่พลอยู่ในเมืองจันทบุรี ก่อนที่จะกอบกู้เอกราชให้กับอยุธยาได้สำเร็จ ชื่อวัดทองทั่ว ตั้งตามตำนาน เมืองพระนางกาไว (พระนางกาไวเป็นมเหสีองค์ใหม่ของพระเจ้าพรหมทัตหลงใหลแห่งเมืองเพนียด เมื่อมีพระราชโอรสนางได้ทูลขอพระราชสมบัติจากพระเจ้าพรหมทัต ทำให้เจ้าชายบริพงษ์และเจ้าชายวงศ์สุริยคราสพระราชโอรสจากมเหสีองค์เก่าต้องไปสร้างเมืองใหม่ เรียกว่า เมืองสามสิบ ต่อมาพระเจ้าพรหมทัตสวรรคต นางกาไวเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระโอรส ทำให้เจ้าเมืองสามสิบยกทับมาตีเมืองเพนียด หวังเอาพระนครคืน ทัพนางกาไวสู้ไม่ได้ลูกชายก็สิ้นพระชนม์ นางคิดหนีจึงได้ขนทรัพย์สิน แก้วแหวนเงินทอง ออกมาโปรยหว่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทหารให้มั่วแต่เก็บเงินทองจะได้ตามนางไม่ทัน) สถานที่ๆนางกาไวหว่านทรัพย์สินเงินทองนั้น ปัจจุบันก็คือบริเวณที่ตั้งวัดทองทั่วนั่นเองวัดทองทั่วได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2318 สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระอารามหลวงมาก่อน เพราะมีหลักฐานจากใบสีมารอบพระอุโบสถเป็นใบสีมาคู่ทั้ง 8 ทิศ อยู่ในสมัยกรุงธนบุรี โบสถ์มีสิงห์ตั้งอยู่ 1 ตัว ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย คือ "พระพุทธสุวรรณมงคลศากยมุนีศรีสรรญเพ็ชญ์" หรือ "หลวงพ่อทอง" เป็นงานศิลปะช่างพื้นบ้านที่มีพระพุทธลักษณะงดงาม มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพ.ศ.2471 ได้มีการบูรณะอุโบสถพร้อมพระประธาน ทำให้พระประธานเอียงทรุดไปด้านหนึ่ง ชาวบ้านจึงช่วยกันดีดแล้วค้ำยันองค์พระให้ตั้งตรง แต่ส่วนฐานพระประธานกลับทรุดหลุดกะเทาะออก จนได้พบพระยอดธงเนื้อชิน เนื้อเงิน เนื้อทอง เนื้อนาค เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่วัดทองทั่วยังเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุศิลปเขมรอีกหลายชิ้น เช่น ทับหลังแบบถาลาปริวัติ และทับหลังแบบไพรกเมง (พ.ศ.1150-1250) เสาประดับกรอบประตูแบบนครวัด และโกลนพระคเณศทำจากหินทรายสีขาว เป็นต้น

Read More