ส. 20 เม.ย. 2562 09:35

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 218,000

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

06/21/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


04/19/2562

ไทยถือครองทองคำแท่งอันดับ 4 ของโลก


เป็นที่ทราบกันดีว่า จีนและอินเดีย คือผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าไทยก็เป็นอีกหนึ่งตลาดหลักของทองคำเช่นกัน คนไทยที่เปลี่ยนการซื้อทองเพื่อแสดงฐานะ เพื่อเป็นเครื่องประดับและเพื่อออมเงินในระยะยาว มาเป็นการลงทุนระยะสั้นและการเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำมากขึ้น ทำให้ตัวเลขความต้องการบริโภคทองคำของไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วปี 2018 บริโภคทองคำโดยรวมสูงติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชีย เป็นรองแค่เพียงจีนและอินเดียเท่านั้นและติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ถ้านับเฉพาะการบริโภคทองคำในปี 2018 ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 ของโลกที่จำนวน 68.5 ตัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้านี้ เป็นรองเพียงแค่จีน (304.2 ตัน) อินเดีย (162.4 ตัน) และเยอรมนี (96.8 ตัน)เท่านั้น ตามมาด้วยประเทศอิหร่านที่บริโภคทองคำแท่งเพื่อการลงทุนจำนวน 61.8 ตัน อีกหนึ่งตัวเลขที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดทองคำในไทยได้เป็นอย่างดี คือตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกทองคำของไทยจากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่าปี 2017 ไทยนำเข้าทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 273.8 ตัน ขณะที่ส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 143.3 ตัน สำหรับปี 2018 พบว่าไทยนำเข้าทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 283.42 ตัน ขณะที่ส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 340.64 ตัน ซึ่งเป็นยอดรวมที่สูงกว่าในปี 2018 ทั้งในแง่ของการนำเข้าและส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกทองคำในปี 2018 เติบโตกว่าปีก่อนหน้ามากกว่า2 เท่าอีกด้วยเชื่อได้ประเทศไทยจะสามารถครองตำแหน่งผู้บริโภคทองคำลำดับต้นๆของโลกต่อไป ทั้งนี้เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน นักลงทุนทองคำสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงทุนได้มากขึ้น และมีช่องทางการลงทุนทองคำที่หลากหลายขึ้นอนึ่ง แต่นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาการลงทุนทองคำดูเหมือนจะได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นทั่วโลก เนื่องจากมีทางเลือกในการลงทุนทองคำในรูปแบบใหม่ๆเพิ่มขึ้น เช่น กองทุน ETFs อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของชนชั้นกลางในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของทองคำ ประกอบกับหลังวิกฤติการเงินปี 2008-2009 ในสหรัฐฯและยุโรป นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ทองคำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

04/19/2562

เหมืองทองคำเถื่อน ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกของอินโดฯ


อุบัติเหตุเหมืองทองคำถล่ม เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศอินโดนีเซีย คร่าชีวิตของคนงานเหมืองไปไม่น้อยและสร้างความเสียหายในแง่รายได้แก่ประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหมืองทองคำถล่มอีกครั้งทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ทำให้คนงานเหมืองเสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และสูญหายอีกกว่าสิบคนข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้อินโดนีเซีย พบว่า มีเหมืองที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 8,663 แห่งในประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 500,000 เฮกตาร์ และ 1 ใน 4 ของเหมืองเหล่านี้เป็นเหมืองทองคำเถื่อน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากเหมืองเถื่อนเหล่านี้มากถึง 12 ล้านดอลลาร์ หรือราว 372 ล้านบาทต่อเหมือง ขณะที่การสั่งปิดเหมืองไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ยังไม่มีรายงานตัวเลขที่แน่นอนว่ามีคนอยู่ในเหมืองมากน้อยเท่าไหร่ขณะเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากผู้รอดชีวิตให้ข้อมูลไม่ตรงกัน แต่องค์กรกู้ภัยระบุว่าน่าจะอยู่ที่ระหว่าง 50-100 คน ขณะที่การค้นหาและช่วยชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน พื้นดินไม่เสถียร อีกทั้งหลุมที่ขุดทำเหมืองก็มีลักษณะคับแคบประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติอย่างอินโดนีเซีย มีจำนวนเหมืองเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตผุดขึ้นมากมาย โดยหลายแห่งไม่มีแม้แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และเมื่อเดือนธันวาคม(2561)ที่ผ่านมาก็เพิ่งจะเกิดเหตุเหมืองทองคำเถื่อนอีกแห่งพังถล่มคร่าชีวิตคนงานไป 5 ราย ก่อนหน้านี้นั้นในปี 2559 คนงานเหมือง 11 รายเสียชีวิตจากเหตุโคลนถล่มในเมืองทองเถื่อนในจังหวัดจัมบี บนเกาะสุมาตรา ย้อนไปในปี 2558 มีรายงานจำนวนคนงานเหมืองเสียชีวิตถึง 12 รายหลังเกิดเหตุเหมืองถล่ม หลังจากพวกเขามุดอุโมงค์เข้าไปในเหมืองทองที่ถูกปล่อยทิ้งร้างบนเกาะชวา.ทั้งนี้ แม้ทางการอินโดนีเซียจะห้ามการเปิดเหมืองทองคำขนาดเล็ก เนื่องจากความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัย แต่เหมืองทองคำเถื่อนลักษณะนี้ ก็ยังคงถูกลักลอบเปิดดำเนินการในหลายพื้นที่แถบชนบทของประเทศ เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องดำเนินการปราบปรามธุรกิจเหมืองทองคำเถื่อนอย่างจริงจังเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

04/19/2562

พิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำบ่อทอง จังหวัดปราจีนบุรี


ที่บ้านบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีที่ เมื่อปี พ.ศ.2416 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยมีการทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่นี้ โดยพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระปรีชากลการ(สำอาง อมาตยกุล) ซึ่งจบการศึกษาทางวิศวกรรมศาสตร์ จากประเทศอังกฤษ ไปทำเหมืองทองและสร้างโรงเครื่องจักร โดยการทำเหมืองแร่ทองคำแบบเปิด (open cut) พระปรีชากลการ ทำเหมืองทองอยู่ได้เพียง 5 ปีก็ต้องยุติลงเพราะเกิดคดีความฟ้องร้องกันขึ้น ในที่สุดพระปรีชากลการ(สำอาง อมาตยกุล) เจ้าเมืองปราจีนบุรีและผู้ดูแลบ่อทองของรัฐบาลที่เมืองกบินทร์บุรีถูกจับกุม และถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2421 ต่อมาบริษัท The Kabin Syndicate of Siam และบริษัท Societedes Mine de Kabin ได้เข้ามาดำเนินการต่อ โดยเปลี่ยนมาทำเหมืองอุโมงค์ โดยการเจาะปล่องลงไปใต้ดินเพื่อหาสายแร่ ปล่องเหล่านี้มีชื่อเรียกต่างๆกันไป เช่น บ่อมะเดื่อ บ่อขี้เหล็ก บ่อพอก เป็นต้น แต่ภายหลังได้หยุดไปโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาดำเนินกิจการตั้งแต่ พ.ศ.2493 เช่น กรมโลหกิจ(กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ในสมัยต่อมา) และกรมทรัพยากรธรณี เป็นต้น แต่ก็ต้องเลิกไปในที่สุด เหลือเพียงพิพิธภัณฑ์เหมืองทองคำบ่อทอง เป็นอนุสรณ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาการทำเหมืองแร่ทองคำในอดีตเท่านั้น ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจำลองฉากขั้นตอนการทำเหมืองทองคำแบบเหมืองปิด การขุดอุโมงค์ลงใต้ดิน แสดงขั้นตอนการขนแร่ การแยกแร่ มีการจัดแสดงแร่ชนิดต่างๆ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับแร่แต่ละชนิด มีการจัดแสดงอุปกรณ์ขุดเจาะทำเหมืองแบบต่างๆ และอุปกรณ์ร่อนแร่ของชาวบ้านที่เรียกว่า เลียง ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ใกล้กับสายแร่ทองคำ ยังมีชาวบ้านใช้เลียง ร่อนหาแร่ทองคำจากตะกอนดินทรายในแหล่งน้ำกันอยู่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของอบต.บ่อทองและบริเวณใกล้เคียง ยังปรากฏหลักฐานพื้นที่เหมืองทองคำสมัยแรกเมื่อปี พ.ศ.2415 ที่มีชื่อเรียกว่าบ่อสำอาง ตามชื่อพระปรีชากลการอยู่ แต่เนื่องจากมีการขยายพื้นที่เป็นบ่อน้ำเพื่อการชลประทานทำให้แทบไม่เหลือสภาพพื้นที่เหมืองทองคำอีกแล้ว อีกพื้นที่เป็นการทำเหมืองทองโดยกลุ่มชาวต่างชาติ ยังปรากฏร่องรอยหลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณอบต.บ่อทอง สันนิษฐานว่าเป็นการทำเหมืองแร่โดยการขุดเจาะบ่อหมากและบ่อกว้านแล้วนำแร่ไปแยกที่โรงตำ แล้วนำทองคำอมัลกัมมาแยกที่โรงหลอม พิพิธภัณฑ์นี้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เป็นผู้สร้างแล้วส่งมอบให้จังหวัดปราจีนบุรีในวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2548 โดยปัจจุบันอยู่ในการดูแลของอบต.บ่อทอง เจ้าของพื้นที่ในปัจจุบันเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

04/19/2562

ปิดตำนานเหมืองทองคำในเมืองไทย


มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าประเทศไทยมีการทำเหมืองแร่มาตั้งแต่ สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวของรัชกาลที่ 4แต่เป็นการทำเหมืองดีบุกแทบทั้งหมด จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ใน พ.ศ 2544 ได้มีการตราพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ ร.ศ.120 ขึ้นซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองการใช้ทรัพยากร หรือ การทำเหมืองแร่ โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากทางหลวงเสียก่อน รวมไปถึงกำหนดหลักเกณฑ์การทำเหมือง และ มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ครอบคลุมการทำเหมืองแร่ทุกชนิดทั้ง ดีบุก ถ่านหิน ทรายแก้ว สังกะสี หิน และเหมืองแร่ทองคำ ประเทศไทยมีแหล่งเหมืองแร่อยู่ 9 บริเวณ ได้แก่พื้นที่จังหวัดเลย จนไปถึง จังหวัดหนองคาย โดยบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำ เงิน และทองแดง บริษัท พรหมมังกร จำกัด ต.จอมศรี อ.เชียงคาน จ.เลย ทำเหมืองเหล็ก พื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ไปจนถึงจังหวัดสระแก้ว บริษัท ผ.เพิ่มพูน จำกัด ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีทำเหมืองหินปูน และบริษัท พี.ที.เอ.คอนสตรัคชั่น จำกัด ต.ไทยอุดม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ทำเหมืองหิน พื้นที่จังหวัดแพร่ จนไปถึงจังหวัดลำปาง ทำเหมืองถ่านหิน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือที่รู้จักกันในชื่อเหมืองแม่เมาะพื้นที่จังหวัดเชียงรายโดยบริษัท ภาคยภูมิเชียงราย จำกัด บริษัท เชียงราย เอส.เอส.พี. จำกัด และบริษัท เชียงรายแลนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด ทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จนไปถึง จังหวัดชลบุรี และ จันทบุรี โดยบริษัทสมพงษ์ไมน์นิ่ง ทำเหมืองดีบุกและเหมืองทองคำ พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนไปถึง จังหวัดชุมพร โดยบริษัท เทพาพร จำกัด ทำเหมืองทรายแก้ว พื้นที่จังหวัดเลย โดยบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลยทำเหมืองทองคำ เงิน และทองแดง พื้นที่จังหวัดนราธิวาส จนไปถึง จังหวัดยะลา โดยบริษัทเหมืองแร่ปิ่นเยาะและถ้ำทะลุ ทำเหมืองดีบุก และบริษัทชลสิน ทำเหมืองทองคำ พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเหมืองแร่พลอยไพลินทำเหมืองพลอย พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จนไปถึง จังหวัดลพบุรี ทำเหมืองแร่ทองคำโดยบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด อย่างไรก็ตามเมื่อหลายปีก่อนเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทย เริ่มทยอยปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากสารพิษระหว่างการทำงานของเหมืองส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนรอบเหมือง ทำให้รัฐบาลต้องสั่งปิดเหมืองลงเรื่อยๆ และเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำทั่วประเทศ มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2560 ทำให้ตำนานเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยต้องปิดลงอย่างถาวร เมื่อบริษัทบริษัทอัคราฯ ซึ่งทำเหมืองแร่ทองคำรายสุดท้ายของไทยพื้นที่ 3,000 ไร่ที่จังหวัดพิจิตรต้องยุติการดำเนินงานในวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ปิดตำนานเหมืองทองคำในเมืองไทยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

04/19/2562

ไทยถือครองทองคำแท่งอันดับ 4 ของโลก


เป็นที่ทราบกันดีว่า จีนและอินเดีย คือผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่าไทยก็เป็นอีกหนึ่งตลาดหลักของทองคำเช่นกัน คนไทยที่เปลี่ยนการซื้อทองเพื่อแสดงฐานะ เพื่อเป็นเครื่องประดับและเพื่อออมเงินในระยะยาว มาเป็นการลงทุนระยะสั้นและการเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำมากขึ้น ทำให้ตัวเลขความต้องการบริโภคทองคำของไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วปี 2018 บริโภคทองคำโดยรวมสูงติดอันดับ 1 ใน 3 ของเอเชีย เป็นรองแค่เพียงจีนและอินเดียเท่านั้นและติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ถ้านับเฉพาะการบริโภคทองคำในปี 2018 ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 ของโลกที่จำนวน 68.5 ตัน เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้านี้ เป็นรองเพียงแค่จีน (304.2 ตัน) อินเดีย (162.4 ตัน) และเยอรมนี (96.8 ตัน)เท่านั้น ตามมาด้วยประเทศอิหร่านที่บริโภคทองคำแท่งเพื่อการลงทุนจำนวน 61.8 ตัน อีกหนึ่งตัวเลขที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดทองคำในไทยได้เป็นอย่างดี คือตัวเลขการนำเข้า-ส่งออกทองคำของไทยจากข้อมูลของกรมศุลกากร พบว่าปี 2017 ไทยนำเข้าทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 273.8 ตัน ขณะที่ส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 143.3 ตัน สำหรับปี 2018 พบว่าไทยนำเข้าทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 283.42 ตัน ขณะที่ส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปรวมทั้งสิ้น 340.64 ตัน ซึ่งเป็นยอดรวมที่สูงกว่าในปี 2018 ทั้งในแง่ของการนำเข้าและส่งออก โดยเฉพาะการส่งออกทองคำในปี 2018 เติบโตกว่าปีก่อนหน้ามากกว่า2 เท่าอีกด้วยเชื่อได้ประเทศไทยจะสามารถครองตำแหน่งผู้บริโภคทองคำลำดับต้นๆของโลกต่อไป ทั้งนี้เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน นักลงทุนทองคำสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงทุนได้มากขึ้น และมีช่องทางการลงทุนทองคำที่หลากหลายขึ้นอนึ่ง แต่นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมาการลงทุนทองคำดูเหมือนจะได้รับความนิยมและเติบโตขึ้นทั่วโลก เนื่องจากมีทางเลือกในการลงทุนทองคำในรูปแบบใหม่ๆเพิ่มขึ้น เช่น กองทุน ETFs อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของชนชั้นกลางในเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของทองคำ ประกอบกับหลังวิกฤติการเงินปี 2008-2009 ในสหรัฐฯและยุโรป นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ทองคำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลกเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

04/19/2562

เหมืองทองคำเถื่อน ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกของอินโดฯ


อุบัติเหตุเหมืองทองคำถล่ม เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศอินโดนีเซีย คร่าชีวิตของคนงานเหมืองไปไม่น้อยและสร้างความเสียหายในแง่รายได้แก่ประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดเหมืองทองคำถล่มอีกครั้งทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ทำให้คนงานเหมืองเสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน และสูญหายอีกกว่าสิบคนข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้อินโดนีเซีย พบว่า มีเหมืองที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 8,663 แห่งในประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ 500,000 เฮกตาร์ และ 1 ใน 4 ของเหมืองเหล่านี้เป็นเหมืองทองคำเถื่อน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากเหมืองเถื่อนเหล่านี้มากถึง 12 ล้านดอลลาร์ หรือราว 372 ล้านบาทต่อเหมือง ขณะที่การสั่งปิดเหมืองไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ยังไม่มีรายงานตัวเลขที่แน่นอนว่ามีคนอยู่ในเหมืองมากน้อยเท่าไหร่ขณะเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากผู้รอดชีวิตให้ข้อมูลไม่ตรงกัน แต่องค์กรกู้ภัยระบุว่าน่าจะอยู่ที่ระหว่าง 50-100 คน ขณะที่การค้นหาและช่วยชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน พื้นดินไม่เสถียร อีกทั้งหลุมที่ขุดทำเหมืองก็มีลักษณะคับแคบประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติอย่างอินโดนีเซีย มีจำนวนเหมืองเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตผุดขึ้นมากมาย โดยหลายแห่งไม่มีแม้แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และเมื่อเดือนธันวาคม(2561)ที่ผ่านมาก็เพิ่งจะเกิดเหตุเหมืองทองคำเถื่อนอีกแห่งพังถล่มคร่าชีวิตคนงานไป 5 ราย ก่อนหน้านี้นั้นในปี 2559 คนงานเหมือง 11 รายเสียชีวิตจากเหตุโคลนถล่มในเมืองทองเถื่อนในจังหวัดจัมบี บนเกาะสุมาตรา ย้อนไปในปี 2558 มีรายงานจำนวนคนงานเหมืองเสียชีวิตถึง 12 รายหลังเกิดเหตุเหมืองถล่ม หลังจากพวกเขามุดอุโมงค์เข้าไปในเหมืองทองที่ถูกปล่อยทิ้งร้างบนเกาะชวา.ทั้งนี้ แม้ทางการอินโดนีเซียจะห้ามการเปิดเหมืองทองคำขนาดเล็ก เนื่องจากความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัย แต่เหมืองทองคำเถื่อนลักษณะนี้ ก็ยังคงถูกลักลอบเปิดดำเนินการในหลายพื้นที่แถบชนบทของประเทศ เรื่องนี้ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องดำเนินการปราบปรามธุรกิจเหมืองทองคำเถื่อนอย่างจริงจังเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More