จ. 22 ก.ค. 2562 16:40

ทองคำ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ทองรูปพรรณ 96.5% (บาทละ)
ราคารับซื้อราคาขายออก
00
ราคาขายฝาก
อัตราดอกเบี้ยราคาขายฝาก
ร้อยละ 218,500

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More

06/22/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 22 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความร้อนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนเพิ่ม 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ต้องการให้จีนลดกำแพงการค้าและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ แต่เชื่อว่าจีนจะไม่ทำเช่นนั้นหากปราศจากการเพิ่มการกดดันจากสหรัฐ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนไม่มีสัญญาณบรรเทาลง เมื่อหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์สของจีน รายงานว่า จีนอาจตอบโต้บริษัทสหรัฐที่จดทะเบียนในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ นอกจากนี้ จีนซื้อถั่วเหลืองราว 1 ใน 3 จากสหรัฐ ดังนั้น การที่จีนกำหนดภาษี 25% ต่อการนำเข้าถั่วเหลืองสหรัฐจึงทำให้ถั่วเหลืองเปรียบเสมือนเป็นสนามรบที่สำคัญ ซัพพลายเออร์สหรัฐอาจจะสูญเสียตลาดจีนไปให้กับละติน อเมริกา ซึ่งเป็นคู่แข่งนอกจากนี้คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า สหภาพยุโรป(EU) จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% ต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐเก็บภาษีเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมจาก EU เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ บรรดาผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางออสเตรเลีย แสดงความวิตกกังวลถึงสงครามการค้าที่กำลังก่อตัวขึ้นจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ อาจทำให้ทางการต้องปรับลดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยพยุงราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะดัชนีดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ค. 2560จากคำกล่าวของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารเฟด ยืนยันว่า เฟดจะยังคงขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นดังกล่าวยังคงสร้างแรงขายกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุนในประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำไทยได้ค่อนข้างยากกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง แม้ว่าระยะสั้นโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,283 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,650บาท) 1,251 (19,450บาท) 1,238 (19,250บาท)แนวต้าน 1,283 (20,000บาท) 1,291 (20,100บาท) 1,300 (20,250บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,820บาท) 1,251 (19,630บาท) 1,238 (19,430บาท)แนวต้าน 1,283 (20,140บาท) 1,291 (20,260บาท) 1,300 (20,400บาท) Cr.https://goo.gl/xuvBNp

Read More

06/21/2561

แนวโน้มราคา และกลยุทธ์การลงทุนทองคำ วันที่ 21 มิ.ย. 2561


วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมิน แนวโน้มวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ความวิตกเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน จนรัฐบาลของประเทศต่างๆได้หยุดหรือชะลอการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เมื่อปัญหาความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทั่วโลก แนวโน้มดังกล่าว กระตุ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้น จนส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวใกล้ระดับสู่จุดสูงสุดรอบ 11 เดือน ที่ 95.296 จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงทั้งนี้ ประเทศที่ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรัสเซีย ซึ่งได้ลดปริมาณที่ถืออยู่ในมือลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงจากเดือน มี.ค. ไปถึงเดือน เม.ย.จาก 96,100 ล้านดอลลาร์ มาเหลือ 48,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนได้ลดพันธบัตรสหรัฐที่ถืออยู่ในมือลง 5,800 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่นลดการถือครองลง 12,300 ล้านดอลลาร์ในเดือน เม.ย. มาอยู่ที่ 1.03 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างก็ได้ปรับลดตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐลงด้วยเช่นกัน ขณะที่ปริมาณพันธบัตรใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐพิมพ์ขายออกมาจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมหาศาลในอีก 2-3 ปีข้างหน้านอกจากนี้ ทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มเติม หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ตอบรับ นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เรียกร้องให้อดทนต่อการใช้นโยบายการเงินยุโรป ในการประชุมที่โปรตุเกส อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ ซึ่งผลการประชุมกนง.มีมติ 5:1 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% พร้อมปรับเพิ่มจีดีพีปีนี้โต 4.4% จากเดิม 4.1% และคงคาดการณ์เงินเฟ้อพื้นฐานปี 2561 ที่ 0.7% คณะกรรมการฯ จึงเห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป พร้อมแนะนำจับตาเงินบาทที่ผันผวนอ่อนค่า รวมทั้งติดตามความเข้มแข็งของอุปสงค์ในประเทศและพัฒนาการของเงินเฟ้อในระยะต่อไปอย่างไรก็ตาม หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร โดยตัดขาดทุนหากหลุดบริเวณแนวรับดังกล่าวกลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำลงทุนระยะสั้น โดยเสี่ยงซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยหากราคาอ่อนตัวลงและสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาน่าจะดีดตัวขึ้นได้อีก แต่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิค และนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือให้แบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,283-1,291 ดอลลาร์ต่อออนซ์ทองคำแท่ง (96.50%)แนวรับ 1,263 (19,550บาท) 1,251 (19,350บาท) 1,238 (19,150บาท)แนวต้าน 1,283 (19,900บาท) 1,291 (20,000บาท) 1,300 (20,150บาท) GOLD FUTURES (GFM18)แนวรับ 1,263 (19,720บาท) 1,251 (19,530บาท) 1,238 (19,330บาท)แนวต้าน 1,283 (20,030บาท) 1,291 (20,160บาท) 1,300 (20,300บาท) Cr.https://goo.gl/9a2QTU

Read More

06/25/2561

วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561


บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รายงานราคาทองคำ วันที่ 25 มิ.ย. 2561 และแนวโน้มการซื้อขายทองคำ สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต และภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลงสู่ระดับ 56.0 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ประกอบกับสกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้นหลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นต้นของยูโรโซนซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนกิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนฟื้นตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. หลังจากชะลอตัวมาหลายเดือน แต่กระนั้นการฟื้นตัวของราคาทองคำยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งสะท้อนแรงซื้อในตลาดทองคำที่ยังไม่มากนัก อีกทั้งราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากดัชนีดาวโจนส์ที่ปิดดีดขึ้น 119.19 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ภายหลังจากที่โอเปกมีมติเพิ่มกำลังการผลิตในการประชุมครั้งล่าสุดแต่ไม่ระบุปริมาณชัดเจนทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงสกัดช่วงบวกของราคาทองคำที่อยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยเอาไว้ สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. และติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าCr.https://goo.gl/ab4Hhp

Read More


07/15/2562

การผลิตเครื่องประดับทองของมาเลเซีย


การผลิตเครื่องประดับทองของมาเลเซีย แต่เดิมเป็นการนําเอาวัตถุดิบทองคําจากเหมืองในประเทศมาใช้ผลิตสินค้า โดยแหล่งแร่ทองคําในประเทศมีอยู่ประมาณ 14 แห่ง กระจายอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Golden Belt อันได้แก่ รัฐปะหัง กลันตัน ตรังกานู ซาบาห์ และยะโฮร์ ซึ่งอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคําได้ก่อให้เกิดการจ้างงานแก่คนในท้องถิ่นกว่า 900 คน ลักษณะการทําเหมืองทองคำในมาเลเซียส่วนใหญ่เป็นการให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนและใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน แต่ทั้งนี้ ภาคการผลิตทองคําในมาเลเซียยังคงมีข้อจํากัดตรงที่ไม่มีโรงงานสกัดทองคําภายในประเทศ เมื่อหลอมแร่ทองคําได้แล้วจะต้องส่งไปสกัดให้บริสุทธิ์ในโรงงานต่างประเทศ ดังนั้น กิจการเหมืองแร่ที่มีเจ้าของเป็นชาวมาเลเซียจึงมักสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการต่างชาติที่เป็นเจ้าของโรงสกัดทองคําเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทําธุรกิจยิ่งขึ้น จากนั้นจึงนําเข้าทองคําที่สกัดแล้วป้อนเข้าสู่โรงงานในประเทศเพื่อนําไปหลอมและขึ้นรูปชิ้นงานเครื่องประดับอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันวัตถุดิบทองคําที่ผลิตจากแหล่งในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากผลผลิตของเหมืองลดลง ประกอบกับผู้ผลิตต้องการวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นส่วนมาก โดยมาเลเซียต้องนําเข้าทองคําไม่ต่ำกว่าปีละ 75 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านริงกิต (ประมาณ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยนําเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ตุรกี ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ โดยปกติในแต่ละปีทองคําประมาณ 40-50 ตัน จะถูกป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทอง ซึ่งมีโรงงานกว่า 200 แห่ง ตั้งอยู่ในรัฐปีนังส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็กที่ใช้แรงงานฝีมือควบคู่กับเครื่องจักร สินค้าที่ผลิตได้ส่วนมากเป็นเครื่องประดับทองล้วนที่ไม่ตกแต่งอัญมณี และมีการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมนี้อยู่ราว 8,000 คน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ส่งออกเครื่องประดับทองไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ Poh Kong Holding Bhd, Tomei Group และ Habib Jewels Sdn Bhd. เป็นต้นในปี2016 มาเลเซียได้ลดปริมาณการผลิตเครื่องประดับทองลงประมาณร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยใช้ปริมาณโลหะทองคําในการผลิตเครื่องประดับทองลดลงเหลือเพียง 34.4 ตัน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความต้องการบริโภคเครื่องประดับทองภายในประเทศที่ลดลง อันเป็นผลจากการประกาศใช้ภาษีสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวมาเลเซียลดการใช้จ่าายในสินค้าฟุ่มเฟือยลง

Read More

07/15/2562

เทคนิคการเลือกเครื่องประดับสีทอง


“เครื่องประดับ” เป็นของคู่กันกับผู้หญิงมาช้านาน เพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคมและเสริมแต่งร่างกายให้สวยงามแต่ในทางกลับการหากเลือกเครื่องประดับผิดชิ้นมาใส่ผิดโอกาส ก็อาจทำให้ดูผิดกาลเทศะ ไม่เหมาะกับชุด โดยเฉพาะการเลือกใส่"เครื่องประดับสีทอง" ก็ต้องมีเทคนิค เคล็ดลับที่ใส่แล้วดูเหมาะสมและสวยงามการเลือกใส่ 'เครื่องประดับสีทอง' มีเทคนิคง่ายๆ 3 ข้อคือ1. เลือกให้เหมาะกับตัวเอง คือ ถ้าเป็นสาวหวาน สาวห้าว สาวมินิมอล ให้ใช้เครื่องประดับสีทองที่ไม่ต้องมากชิ้น อาจเป็นสร้อยคอสักเส้น กำไลสักอัน แหวนสักวง หรือ จี้ ต่างหู สร้อยข้อมือ เข็มขัด กิ๊บที่ติดผ้าฮิญาบ ชื้นเล็กๆ ก็สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ 2. ดีไซน์ที่หลากหลาย เลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์เราให้มากที่สุด อย่างเช่นถ้าคุณแต่งตัวแบบสบายๆ ก็ใส่แบบไหนก็ได้ แต่ถ้าแต่งตัวมีสไตล์ ก็เลือกเครื่องประดับสีทองแบบเก๋ๆ เพราะดีไซน์ก็บ่งบอกความเป็นตัวคุณ!3. เลือกตามสีผิว เพราะสีผิว คือ ตัวแปรสำคัญ คนผิวขาว ใส่อะไรก็ได้ แต่คนที่ผิวสีแทน ผิวสีเข้ม ควรเลือกเครื่องประดับสีทองที่มีเพชรมาช่วยดรอปความเข้มของทองเพื่อไม่ให้โดดจนเกินไป นอกจากการใส่เครื่องประดับให้ถูกกับกาลเทศะแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทั้งเรื่องสีของเสื้อผ้า เนื้อผ้า หรือสีผิว ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายให้คำแนะนำไว้ดังนี้ 1. การMatch เครื่องประดับเรียบๆ เข้ากับเสื้อลายปริ้นต์ หรือเสื้อผ้าที่มีลวดลาย ทั้งลายดอกหรือลายกราฟฟิกต่างๆ ถ้าไม่ควรใส่สร้อยคออันโตหรือต่างหูห้อยระย้า เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูเยอะจนเกินไป การใส่เครื่องประดับที่น้อยชิ้นและไม่ดูเยอะจนเกินไปจะช่วยขับให้ชุดที่มีลวดลายดูโดดเด่นขึ้น หรืออาจใส่กำไลข้อมือเพชรหรือต่างหูเพชรแบบหมุดมาใส่คู่กันกับเสื้อก็เพียงพอแล้ว 2. ใส่ต่างหูชิ้นใหญ่(statement earrings) ช่วยขับใบหน้าให้ผู้สวมใส่โดดเด่นเข้น โดยเลือกรูปแบบที่เหมาะกับรูปหน้าของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเสริมแต่งเครื่องประดับอื่นใดเข้าไปเพิ่มเติมอีก3. เลือกเครื่องประดับตามสีผิว เพราะเครื่องประดับที่มีสีเหมาะสมจะช่วยขับผิวของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เช่น เครื่องประดับสีเงิน เข้ากันได้กับทุกสีผิว ส่วนโลหะสีทอง จะเข้ากันได้ดีกับคนที่มีผมสีเข้มและผิวไม่มันมาก ส่วนใครที่มีผิวสีอ่อน ก็ให้เลือกใส่อัญมณีที่มีสีแดง สีม่วง และสีน้ำเงิน รวมถึงทองคำขาว แต่ถ้าหากมีสีผิวค่อนข้างเข้มให้เลือกอัญมณีในโทนสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียว และเลือกใส่โลหะที่มีสีเหลืองทอง 4. เครื่องประดับมุกเข้ากันได้กับเสื้อผ้าโทนสีน้ำทะเล ใส่แล้วให้ความรู้สึก สวยอย่างเป็นธรรมชาติและดูสบายตา 5. Perfect Match การจับคู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือ สีทอง สีดำ และสีขาว โดยสามารถใช้เครื่องประดับเรือนทอง แมทช์เข้ากับชุดเดรสสีดำหรือสีขาวให้มีลุคเรียบหรูและดูคลาสสิคนอกจากนี้ยังมีเรื่องเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการใส่เครื่องประดับ เช่น ห้ามใส่เครื่องประดับที่ทำจากโลหะหรืออัญมณีต่างชนิดกัน เพราะเครื่องประดับที่ทำจากโลหะหลายๆชนิดสามารถ Mix & Match เข้ากันได้ ไม่ว่าจะเป็น ทอง เงิน โรสโกลด์ หรือทองแดงเป็นต้น ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมดุลและความใส่ใจเพื่อให้การแต่งกายและการใส่เครื่องประดับออกมาสวยงามที่สุด

Read More

07/15/2562

ว่านไทยตระกูล “ทอง”


คนไทยนิยมปลูกว่านเพื่อเสริมสิริมงคลในบ้านมาแต่โบราณ โดยเฉพาะว่านในตระกูลทองที่เชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วจะทำให้เงินทองไหลมา และนี่คือว่าน 4 ชนิด ที่นิยมปลูกเพื่อเรียกเงินเรียกทอง ว่านเศรษฐีก้านทอง เป็นไม้ล้มลุก ใบยาวปลายแหลมและขอบใบทั้ง ๒ ข้าง พลิ้วเป็นคลื่น มีเส้นกลางเป็นสีน้ำตาลเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อสีขาวนวล ควรใช้หัวปลูกลงในดินร่วนปนทรายผสมแกลบเผา ให้ตั้งไว้ในที่แดดรำไรและรดน้ำพอชุ่มเพราะชอบความชื้น สรรพคุณคือใช้เป็นเมตตามหานิยมเรียกเงินทองให้กับผู้ปลูกจึงเหมาะกับร้านค้าหรือคนทำธุรกิจว่านกุมารทอง รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่ง คือว่านแสงอาทิตย์ เป็นพืชล้มลุกออกดอกเป็นพุ่มทรงกลมปีละครั้ง ในสมัยโบราณเป็นว่านที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเด่นในด้านเมตตามหานิยม เรียกลูกค้า เรียกโชคลาภเข้าร้าน ร้านค้าใดปลูกเลี้ยงไว้ กิจการงานจักเจริญรุ่งเรือง นิยมปลูกคู่กับว่านนางคุ้ม ว่ากันว่าว่านชนิดนี้มีเทวดาเจ้าที่คุ้มครอง ดังนั้นผู้ปลูกเลี้ยงจึงนิยมนำไปปลูกไว้ใกล้ๆกับศาลพระภูมิ หากปลูกเลี้ยงและปฏิบัติอย่างถูกวิธี อธิษฐานขอสิ่งใดจะสมดังหมายทุกประการ และหากผู้ใดปลูกเลี้ยงว่านได้เจริญงอกงามเมื่อใดว่านออกดอกจะได้ลาภก้อนใหญ่ หากจะใช้ในด้านคงกระพันชาตรี โบราณว่าให้เคี่ยวดอกว่านกับน้ำมะพร้าว ทาตามเนื้อตัวจะคงกระพันยิ่งนัก ว่านกุมารทองนั้นถ้าจะให้ดีต้องปลูกในวันเกิดของผู้เลี้ยง และก่อนรดน้ำทุกครั้งต้องเสกน้ำด้วยคาถา นะโมพุทธายะ 3 จบว่านกวักโพธิ์เงิน-โพธิ์ทอง ว่านทั้ง ๒ ชนิดนี้ต่างกันตรงที่ลายบนหน้าใบ ถ้าเป็นกวักโพธิ์เงินจะมีลายสีขาวและกวักโพธิ์ทองมีสีแดงอมชมพู ลักษณะใบกว้างคล้ายใบโพธิ์เพราะอยู่ในตระกูลเดียวกับบอน เป็นที่นิยมมากในหมู่ผู้ปลูกเลี้ยงว่าน เพราะมีอานุภาพสูงในด้านเสน่ห์เมตตามหานิยม กวักทรัพย์ รับโชคเข้าบ้าน นิยมปลูกคู่กันเพราะจะได้กวักทั้งเงินและทองเข้าบ้าน ว่านชนิดนี้ถ้าปลูกและปฏิบัติอย่างถูกวิธีจะเรียกทรัพย์ เรียกโชค เรียกลูกค้าได้ดี ถ้าว่านออกดอกให้หาผ้าแพรสีขาวผูกรับขวัญ จะสมหวังได้ลาภก้อนโต เชื่อว่าถ้าผู้ใดปลูกเลี้ยงว่านครบ 1 ปี ว่านไม่ตาย จะได้โชคลาภก้อนใหญ่ 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางยา หัวว่านนำมาพอกบาดแผลจะช่วยให้แผลแห้งและสมานตัวเร็ว การปลูกว่านกวักโพธิ์เงิน-โพธิ์ทอง ต้องปลูกเฉพาะวันจันทร์เพียงวันเดียวเท่านั้นโดยเฉพาะวันจันทร์ข้างขึ้นจะเป็นมงคลยิ่ง ห้ามปลูกวันอื่นเด็ดขาด ก่อนรดน้ำทุกครั้งควรเสกน้ำรด ด้วยคาถา นะโมพุทธายะ 3 จบ ทุกครั้ง ว่านกวักแม่ทองใบ ถือเป็นว่านมงคลที่มีอานุภาพให้ผู้ปลูกได้รับโชคลาภอยู่เสมอ คนสมัยโบราณนิยมปลูกไว้หน้าบ้าน และร้านค้า ถ้าเจ้าของได้ปลูกและทำการบูชาอยู่เสมอจะมีลูกค้าเข้าออกร้านไม่ขาดสาย เป็นพืชหัวมีหัวคล้ายหอมหัวใหญ่ มีใบคล้ายใบพายปลายแหลม ดอกมีสีขาวคล้ายดอกสิบแสน เมื่อออกดอกให้หาผ้าแพรหลากสีและสวดบูชารับขวัญ ด้วย มหาลาโภโหตุภะวันตุเม 3 จบ แล้วอธิษฐานขอ จะสมดังใจ การขยายพันธ์ ใช้วิธีการแยกหน่อแยกหัวเอาไปปลูก แนะนำให้ปลูกในเดือน 6 ข้างขึ้น วันพระหรือวันพฤหัสบดี

Read More

07/15/2562

“กระบี่ทอง” ว่านไทย สรรพคุณเยี่ยม


ว่าน เป็นชื่อเรียกของพืชที่มีหัว และหรือไม่มีหัวมีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์ มีทั้งที่เป็นพืชล้มลุก เป็นไม้เลื้อย และไม้พุ่ม นิยมปลูกเพื่อนำไปทำยา เป็นสมุนไพรรักษาโรค รวมถึงใช้เป็นเครื่องรางของขลัง คนโบราณมีความเชื่อว่าว่านบางชนิดทำให้อยู่ยงคงกระพันและเป็นสิริมงคลต่อผู้ที่ปลูกเช่น ว่านกระบี่ทอง ว่านกระบี่ทอง เป็นไม้ล้มลุก มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ว่านนางวันทองห้ามทัพประเภทเดียวกันกับขิง มีลำต้นเป็นเหง้าใต้ดิน สามารถแตกแขนงออกได้จากทั้งสองข้างของเหง้าเป็นแขนงขนาดใหญ่และยาว ลักษณะของเหง้าเป็นรูปไข่ มีเปลือกสีน้ำตาลเป็นมัน เป็นข้อถี่ๆ เนื้อภายในเหง้ามีสีเหลืองไปจนถึงสีส้มเข้ม ส่วนของลำต้นที่โผล่ขึ้นเหนือดินมีความสูงประมาณ 1 เมตรขึ้นไป ใบมีลักษณะเป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน มีเส้นกลางใบเป็นแถบสีแดงอมน้ำตาล มีดอกสีเหลือง ออกมาจากส่วนปลายของลำต้นเทียมที่เกิดจากเหง้า ด้านบนของใบประดับมีสีชมพูอมม่วง ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอมม่วง การขยายพันธุ์ว่านกระบี่ทอง ทำได้ด้วยการแยกเหง้าหรือหน่อไปปลูก สามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิดโดยเฉพาะดินร่วนปนทราย โดยกลบดินให้หัวว่านโผล่มาเล็กน้อย หลังจากปลูกเสร็จแล้วรดน้ำพอชุ่ม หากปลูกเป็นแปลงจะเจริญงอกงามดีกว่าปลูกในกระถาง แต่หากไม่มีเนื้อที่เพียงพอ สามารถเลี้ยงในกระถางได้เช่นกัน ว่านกระบี่ทอง ชอบอากาศร้อนและความชื้นสูง นิยมปลูกตามบ้านเรือน ว่านกระบี่ทอง นิยมใช้เป็นพืชสมุนไพรมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน มีสรรพคุณทางยาช่วยในการแก้อาการร้อนใน แผลในปาก แก้เจ็บคอ หวัดลงคอ แก้ลิ้นแตก ปากเปื่อย แก้โรคคอตีบ แผลบริเวณลำคอ แผลในจมูก วิธีใช้หัวสดโขลกให้ละเอียดผสมเหล้าขาวหรือน้ำปูนใส แล้วกรองเอาน้ำดื่มแก้ปวดท้อง ฝนหัวสดกับน้ำปูนใสข้น ๆ ใช้ทาฝีในปาก จมูก ช่วยถอนพิษอักเสบ ทำให้ฝียุบ บุบหัวสดพอแตก จุ่มเหล้าขาวให้ซึมเล็กน้อยแล้วอมไว้ในปาก จะทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ และต่อมทอนซิลอักเสบได้ดี หรือนำหัวว่านไปต้มรมที่จมูก ก็สามารถที่จะแก้ริดสีดวงจมูกได้เช่นกัน ส่วนอนุภาพด้านคงกระพันชาตรีของว่านกระบี่ทองนั้น นิยมนำไปแก้อาถรรพณ์หรือถอนอาคม ส่วนน้ำว่านใช้ในการแช่อาวุธก่อนที่จะออกศึกสงคราม เชื่อกันว่าจะสามารถทำลายล้างความอยู่ยงคงกระพันของศัตรูได้ มีเคล็ดลับเพื่อความเข้มขลังว่าเวลารดน้ำให้เสกน้ำสะอาดรดต้นว่านทุกวัน โดยสวดคาถา “นะโมพุทธายะ” 3 จบ และค่อย ๆรดลงไปที่ว่านกระบี่ทองจะช่วยเพิ่มความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ได้อีกด้วย

Read More

07/15/2562

การผลิตเครื่องประดับทองของมาเลเซีย


การผลิตเครื่องประดับทองของมาเลเซีย แต่เดิมเป็นการนําเอาวัตถุดิบทองคําจากเหมืองในประเทศมาใช้ผลิตสินค้า โดยแหล่งแร่ทองคําในประเทศมีอยู่ประมาณ 14 แห่ง กระจายอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Golden Belt อันได้แก่ รัฐปะหัง กลันตัน ตรังกานู ซาบาห์ และยะโฮร์ ซึ่งอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคําได้ก่อให้เกิดการจ้างงานแก่คนในท้องถิ่นกว่า 900 คน ลักษณะการทําเหมืองทองคำในมาเลเซียส่วนใหญ่เป็นการให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนและใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน แต่ทั้งนี้ ภาคการผลิตทองคําในมาเลเซียยังคงมีข้อจํากัดตรงที่ไม่มีโรงงานสกัดทองคําภายในประเทศ เมื่อหลอมแร่ทองคําได้แล้วจะต้องส่งไปสกัดให้บริสุทธิ์ในโรงงานต่างประเทศ ดังนั้น กิจการเหมืองแร่ที่มีเจ้าของเป็นชาวมาเลเซียจึงมักสร้างพันธมิตรกับผู้ประกอบการต่างชาติที่เป็นเจ้าของโรงสกัดทองคําเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทําธุรกิจยิ่งขึ้น จากนั้นจึงนําเข้าทองคําที่สกัดแล้วป้อนเข้าสู่โรงงานในประเทศเพื่อนําไปหลอมและขึ้นรูปชิ้นงานเครื่องประดับอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันวัตถุดิบทองคําที่ผลิตจากแหล่งในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากผลผลิตของเหมืองลดลง ประกอบกับผู้ผลิตต้องการวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อผลิตสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการนําเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นส่วนมาก โดยมาเลเซียต้องนําเข้าทองคําไม่ต่ำกว่าปีละ 75 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านริงกิต (ประมาณ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยนําเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ตุรกี ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ โดยปกติในแต่ละปีทองคําประมาณ 40-50 ตัน จะถูกป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทอง ซึ่งมีโรงงานกว่า 200 แห่ง ตั้งอยู่ในรัฐปีนังส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็กที่ใช้แรงงานฝีมือควบคู่กับเครื่องจักร สินค้าที่ผลิตได้ส่วนมากเป็นเครื่องประดับทองล้วนที่ไม่ตกแต่งอัญมณี และมีการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมนี้อยู่ราว 8,000 คน โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ส่งออกเครื่องประดับทองไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ Poh Kong Holding Bhd, Tomei Group และ Habib Jewels Sdn Bhd. เป็นต้นในปี2016 มาเลเซียได้ลดปริมาณการผลิตเครื่องประดับทองลงประมาณร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยใช้ปริมาณโลหะทองคําในการผลิตเครื่องประดับทองลดลงเหลือเพียง 34.4 ตัน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความต้องการบริโภคเครื่องประดับทองภายในประเทศที่ลดลง อันเป็นผลจากการประกาศใช้ภาษีสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวมาเลเซียลดการใช้จ่าายในสินค้าฟุ่มเฟือยลง

Read More

07/15/2562

เทคนิคการเลือกเครื่องประดับสีทอง


“เครื่องประดับ” เป็นของคู่กันกับผู้หญิงมาช้านาน เพื่อบ่งบอกสถานะทางสังคมและเสริมแต่งร่างกายให้สวยงามแต่ในทางกลับการหากเลือกเครื่องประดับผิดชิ้นมาใส่ผิดโอกาส ก็อาจทำให้ดูผิดกาลเทศะ ไม่เหมาะกับชุด โดยเฉพาะการเลือกใส่"เครื่องประดับสีทอง" ก็ต้องมีเทคนิค เคล็ดลับที่ใส่แล้วดูเหมาะสมและสวยงามการเลือกใส่ 'เครื่องประดับสีทอง' มีเทคนิคง่ายๆ 3 ข้อคือ1. เลือกให้เหมาะกับตัวเอง คือ ถ้าเป็นสาวหวาน สาวห้าว สาวมินิมอล ให้ใช้เครื่องประดับสีทองที่ไม่ต้องมากชิ้น อาจเป็นสร้อยคอสักเส้น กำไลสักอัน แหวนสักวง หรือ จี้ ต่างหู สร้อยข้อมือ เข็มขัด กิ๊บที่ติดผ้าฮิญาบ ชื้นเล็กๆ ก็สามารถทำให้ดูดีขึ้นได้ 2. ดีไซน์ที่หลากหลาย เลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์เราให้มากที่สุด อย่างเช่นถ้าคุณแต่งตัวแบบสบายๆ ก็ใส่แบบไหนก็ได้ แต่ถ้าแต่งตัวมีสไตล์ ก็เลือกเครื่องประดับสีทองแบบเก๋ๆ เพราะดีไซน์ก็บ่งบอกความเป็นตัวคุณ!3. เลือกตามสีผิว เพราะสีผิว คือ ตัวแปรสำคัญ คนผิวขาว ใส่อะไรก็ได้ แต่คนที่ผิวสีแทน ผิวสีเข้ม ควรเลือกเครื่องประดับสีทองที่มีเพชรมาช่วยดรอปความเข้มของทองเพื่อไม่ให้โดดจนเกินไป นอกจากการใส่เครื่องประดับให้ถูกกับกาลเทศะแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ทั้งเรื่องสีของเสื้อผ้า เนื้อผ้า หรือสีผิว ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายให้คำแนะนำไว้ดังนี้ 1. การMatch เครื่องประดับเรียบๆ เข้ากับเสื้อลายปริ้นต์ หรือเสื้อผ้าที่มีลวดลาย ทั้งลายดอกหรือลายกราฟฟิกต่างๆ ถ้าไม่ควรใส่สร้อยคออันโตหรือต่างหูห้อยระย้า เพราะจะทำให้ทุกอย่างดูเยอะจนเกินไป การใส่เครื่องประดับที่น้อยชิ้นและไม่ดูเยอะจนเกินไปจะช่วยขับให้ชุดที่มีลวดลายดูโดดเด่นขึ้น หรืออาจใส่กำไลข้อมือเพชรหรือต่างหูเพชรแบบหมุดมาใส่คู่กันกับเสื้อก็เพียงพอแล้ว 2. ใส่ต่างหูชิ้นใหญ่(statement earrings) ช่วยขับใบหน้าให้ผู้สวมใส่โดดเด่นเข้น โดยเลือกรูปแบบที่เหมาะกับรูปหน้าของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องเสริมแต่งเครื่องประดับอื่นใดเข้าไปเพิ่มเติมอีก3. เลือกเครื่องประดับตามสีผิว เพราะเครื่องประดับที่มีสีเหมาะสมจะช่วยขับผิวของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เช่น เครื่องประดับสีเงิน เข้ากันได้กับทุกสีผิว ส่วนโลหะสีทอง จะเข้ากันได้ดีกับคนที่มีผมสีเข้มและผิวไม่มันมาก ส่วนใครที่มีผิวสีอ่อน ก็ให้เลือกใส่อัญมณีที่มีสีแดง สีม่วง และสีน้ำเงิน รวมถึงทองคำขาว แต่ถ้าหากมีสีผิวค่อนข้างเข้มให้เลือกอัญมณีในโทนสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียว และเลือกใส่โลหะที่มีสีเหลืองทอง 4. เครื่องประดับมุกเข้ากันได้กับเสื้อผ้าโทนสีน้ำทะเล ใส่แล้วให้ความรู้สึก สวยอย่างเป็นธรรมชาติและดูสบายตา 5. Perfect Match การจับคู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือ สีทอง สีดำ และสีขาว โดยสามารถใช้เครื่องประดับเรือนทอง แมทช์เข้ากับชุดเดรสสีดำหรือสีขาวให้มีลุคเรียบหรูและดูคลาสสิคนอกจากนี้ยังมีเรื่องเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับการใส่เครื่องประดับ เช่น ห้ามใส่เครื่องประดับที่ทำจากโลหะหรืออัญมณีต่างชนิดกัน เพราะเครื่องประดับที่ทำจากโลหะหลายๆชนิดสามารถ Mix & Match เข้ากันได้ ไม่ว่าจะเป็น ทอง เงิน โรสโกลด์ หรือทองแดงเป็นต้น ทั้งนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมดุลและความใส่ใจเพื่อให้การแต่งกายและการใส่เครื่องประดับออกมาสวยงามที่สุด

Read More