บทความ

15/01/2562

เครื่องราชบรรณาการ สยาม-ฝรั่งเศส


ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงสยามและพระเจ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส มีการส่งเอกอัคราชทูตและเครื่องบรรณาการไปเจริญสัมพันธไมตรีต่อกัน ดังปรากฏเป็นหลังฐานมาจนถึงทุกวันนี้เมื่อปี พ.ศ. 2228 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ทรงจัดส่งคณะทูตนำโดยออกพระวิสูตรสุนทรหรือพระยาโกษาปาน ออกหลวงกัลยาราชไมตรีเป็นอุปทูต และออกขุนศรีวิสารวาจาเป็นตรีทูต เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึงกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยได้ออกเดินทางจากกรุงศรีอยุธยา ในเดือน ธันวาคม พ.ศ.2228 ถึงเมืองเบรสต์ในฝรั่งเศส วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2229จดหมายเหตุของเชอวาเลียเดอโชมอง ได้บรรยายถึงเครื่องราชบรรณาการ ที่พระเจ้ากรุงสยามส่งมาถวายพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส ไว้ว่า มีคนโทน้ำทำด้วยทองคำ ขวดทองคำ ถ้วยทองคำ หีบทองคำ ตู้เล็กๆ ทำด้วยกระ หีบและโต๊ะญี่ปุ่น พรมจากเมืองฮินดูซตัน และพรมเมืองจีน กับเรือทำด้วยทองคำ 1 ลำ และปืนใหญ่ปลอกเงิน 2 กระบอก เครื่องลายครามอย่างงามที่สุด 1,500 ชิ้นอีกทั้งยังมีของที่คอนสแตนติน ฟอลคอน ส่งมาถวายมีทั้ง สายสร้อยทองคำ ถ้วยแก้ว กล่องใส่ยานัตถุ์ เครื่องลายคราม ลับแล แจกัน ผ้าต่างๆ ลูกปัด นอแรด เขากระบือ และของต่างๆ อีกหลายอย่าง และยังมีของที่พระเจ้ากรุงสยาม และพระราชินีสยามส่งมาพระราชทานมกุฎราชกุมารี ซึ่งมีหีบเขียนหนังสือ และหัวใจทำด้วยเงิน 1 อัน และของพระราชทานอื่นๆอีกกว่า 3,000 สิ่งของบางอย่างทำด้วยฝีมืออย่างประณีตงดงาม ส่วนพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ก็ได้ส่งเครื่องราชบรรณาการ มาถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราชด้วยเช่นกัน ทุกอย่างล้วยเป็นของที่มีราคาแพงและงดงาม แสดงให้เห็นวาสพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ทรงเห็นแก่ ความเป็นมิตรไมตรีที่มีระหว่างสองราชอาณาจักร อันได้แก่ ทองคำมีช่อดอกไม้ฝังเพชร ทับทิม มรกตและไข่มุก รูปขนนกทำด้วยทองคำประดับพลอยต่างๆ เข็มขัดหลายอัน อานม้า กระจกเงาอย่างดี กรอบทำด้วยทองคำฝังพลอย นาฬิกาพกตลับทองคำหลายเรือน เสื้อเกราะ ปืนเล็ก ผ้าไหมและผ้าประเภทต่างๆ โต๊ะหินอ่อนหลายโต๊ะ นาฬิกาลูกโลกกลม และทำเป็นชั้นฟ้าแสดงเดือนดาว ซึ่งถ่ายแบบมาจากของจริง ดวงดาวทำด้วยทองคำและอยู่ตรงเส้นละติจูด ลองติจูดตามจริง เมื่อทุกๆ ครึ่งชั่วโมงจะมีระฆังตีบอก นาฬิกานี้ทำให้โลกหมุนพร้อมกับดวงดาวที่หมุนตามไปด้วยขณะที่มกุฎราชกุมารีก็ได้ส่งของพระราชทานถวายสมเด็จพระราชินีแห่งสยามด้วย ได้แก่ ดอกกุหลาบเพชร กระจกเงา และหีบสลักลายเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

15/01/2562

เครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักร


พระราชพิธีราชาภิเษกพระมหากษัตริย์สหราชอาณาจักรเป็นพระราชพิธีซึ่งพระมหากษัตริย์สหราชอาณาจักร จะทรงประกอบขึ้นเพื่อแสดงถึงพระราชอำนาจสูงสุด โดยมากมักจะจัดขึ้นหลังจากพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนเสด็จสวรรคตไปแล้วพอสมควร เพื่อที่จะได้มีเวลาพอสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพสำหรับกษัตริย์พระองค์ก่อน และมีการเตรียมความพร้อมสำหรับกษัตริย์พระองค์ใหม่ด้วย ดังเช่น สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ครองราชย์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2495 แต่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2496 เป็นต้น พระราชพิธีนี้มีอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี เป็นประธาน ในฐานะศาสนาจารย์อาวุโสสูงสุดของคริสจักรแห่งอังกฤษและของทุกประเทศจะเข้าร่วมในพระราชพิธีนี้ รวมทั้งอาจมีแขกของรัฐบาลอีกเป็นจำนวนมากพระราชพิธีราชาภิเษกจะมีเครื่องราชกกุธภัณฑ์เช่นเดียวกับพระราชพิธีของไทย ซื่งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เแห่งสหราชอาณาจักร ประกอบด้วย มงกุฎ, คทาที่มีกางเขนหรือนกพิราบ, ลูกโลกประดับกางเขน , ดาบ, แหวน, เดือย, ฉลองพระองค์โคโลเบียมซินโดนิสทูนิค (Colobium sindonis), ฉลองพระองค์ดาลเมติคทูนิค (dalmatic), กำไลอาร์มิลล์ (armill) และเสื้อคลุม เครื่องราชกกุธภัณฑ์หลายชิ้นมาจากสมัยก่อนการปฏิรูปศาสนา และมีความหมายทั้งทางศาสนาและทางการราชาภิเษก เช่นฉลองพระองค์ต่างๆ ที่มีลักษณะคล้ายกับเสื้ออาล์บ (alb) ของนักบวชหรือเสื้อดาลเมติค ที่สวมโดยบาทหลวง เครื่องราชกกุธภัณฑ์ชุดที่เก่าที่สุดที่มีมาตั้งแต่สมัยแองโกล-แซ็กซอนบางส่วนสูญหายไป ในปี ค.ศ. 1216 ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ แต่ไม่ทั้งหมด บางส่วนทำขึ้นมาใหม่ รวมทั้งจุลมงกุฎของลูเอลเล็น (Llywelyn) เจ้าชายแห่งเวลส์เมื่อปี ค.ศ. 1284 เครื่องราชกกุธภัณฑ์ชุดใหม่นี้ก็ถูกโจรกรรมไปจากแอบบีเวสต์มินสเตอร์ในปี ค.ศ. 1303 แต่ก็ได้คืนมาเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้นหลังจากนั้นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งหมดจึงถูกนำไปเก็บไว้ในหอคอยแห่งลอนดอนเมื่อมาถึงสมัยการฟื้นฟูราชวงศ์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ และสกอตแลนด์ในปี ค.ศ. 1660 เครื่องราชกกุธภัณฑ์เกือบทั้งหมดก็ต้องสร้างใหม่สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์ หลังจากการหน้านั้นมีการนำกกุธภัณฑ์ไปหลอมเกือบหมด นอกไปจากทองคำบางส่วนที่ถูกหลอมและพลอยบางชิ้นที่พบแล้วสิ่งที่เหลืออยู่ก่อนสมัยสงครามกลางเมืองก็มีแต่เพียงดาบสามเล่มและช้อนคันหนึ่งเท่านั้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

15/01/2562

มงกุฎแห่งอินเดีย


เมื่อครั้งที่อินเดียอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษได้มีพระราชพิธีหรือพิธีเดลี ดูร์บาบรมราชภิเษกพระเจ้าจอร์จที่ 5 เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งอินเดีย ในปีค.ศ. 1911 ในคราวนั้นได้มีการสร้างมงกุฎแห่งอินเดียหรืออิมพิเรียลคราวน์แห่งอินเดียขึ้นเพื่อ เป็นมงกุฎประจำสำหรับประมุขแห่งราชวงศ์อังกฤษมงกุฎแห่งอินเดีย ใช้เงินในการสร้างราว60,000 ปอนด์ มีน้ำหนักกว่า 34.05 ออนซ์ (0.97 กิโลกรัม) ประกอบด้วยอัญมณีมีค่าต่างๆ ได้แก่ มรกต, ทับทิม, แซฟไฟร์, เพชร 6,100 เม็ด และทับทิบขนาดใหญ่ 1 เม็ด ซึ่งพระเจ้าจอร์จที่ 5 เห็นว่ามงกุฎองค์นี้มีน้ำหนักมาก ภายหลังจากทรงในพระราชพิธีแล้ว มงกุฎองค์ก็ไม่เคยใช้มงกุฎนี้ในพระราชพิธีอีกเลยนี้ มงกุฎแห่งอินเดียหรืออิมพิเรียลคราวน์แห่งอินเดีย ออกแบบคล้ายกับมงกุฎแห่งสหราชอาณาจักรองค์อื่นๆ ประกอบด้วยโครงทรงกลมทำจากเงินชุบทองคำ ประดับสี่ด้านด้วยกางเขนแพตตี้ สลับกับดอกเฟลอร์เดอลิส (ดอกลิลลี่) ยกเว้นแต่บริเวณโค้งด้านบน ซึ่งปกติจะรวมกันบริเวณฐานของลูกโลกทรงกลม และปิดยอดด้วยกางเขนหลัก แต่องค์นี้มีลักษณะโค้งปลายยอดมารวมกันอย่างอ่อนช้อยตามศิลปะแบบเอเซีย นอกจากนี้มงกุฎองค์นี้ เป็นเพียงองค์เดียวที่มีโค้งจำนวน 8 โค้ง (หรือ 4 ครึ่งวงกลมตัดกัน) ในแบบของยุโรปภาคพื้นทวีป ซึ่งปกติแล้วธรรมเนียมของอังกฤษจะมีเพียงแค่ 4 โค้ง โดยความแตกต่างนี้ยังถือเป็นเชิงสัญลักษณ์อีกด้วย เนื่องจากมงกุฎองค์นี้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างมงกุฎประจำพระอิสริยยศพระจักรพรรดิกับพระอิสริยยศพระมหากษัตริย์ว่ากันว่าไม่มีการสวมมงกุฎนี้ในระหว่างพระราชพิธี เนื่องจากอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีในขณะนั้นเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะทำพิธีอย่างชาวคริสเตียนในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูและมุสลิม ปัจจุบันมงกุฎแห่งอินเดีย ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงที่หอคอยแห่งลอนดอน เคียงข้างกับเครื่องราชกกุธภัณฑ์องค์อื่นๆแต่ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชกกุธภัณฑ์แห่งสหราชอาณาจักรแต่อย่างใดเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

15/01/2562

มงกุฎองค์สำคัญแห่งราชวงศ์อังกฤษ


มงกุฎ เป็นเครื่องประดับศีรษะ ที่สวมโดยพระมหากษัตริย์ หรือผู้นำทางศาสนา เป็นเครื่องหมายของความมีอำนาจทางการเมือง, ความมีสิทธิ, ความเป็นอมตะ, ความชอบธรรมในการเป็นกษัตริย์, ชัยชนะ, การฟื้นฟู, เกียรติยศ และความรุ่งโรจน์ของผู้สวม สร้างจากโลหะหรืออัญมณีมีค่า เช่นเพชร ทองคำ แพลตตินั่ม เป็นต้น หรืออาจจะทำจากดอกไม้,ใบไม้, หรือหนาม ก็ได้มงกุฎเป็นหนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของราชวงศ์ต่างๆทั่วโลก ซึ่งสหราชอาณาจักรที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์มานับพันปีก็มีมงกุฎที่สำคัญและทรงคุณค่าหลายองค์ ที่สำคัญได้แก่มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St.Edward Crown) เป็นมงกุฎที่ใช้อย่างเป็นทางการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์องค์ใหม่ของสหราชอาณาจักร ทรงสวมโดยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเมื่อวันคริสต์มาส ค.ศ. 1065 ตัวมงกุฎบนบริเวณฐานทำดัวยทองคำและเงิน ประกอบด้วยกางเขนที่มีลักษณะบานออกเหมือนสี่เหลี่ยมจัตุรัส จำนวนสี่อันที่บริเวณฐานสลับกับสัญลักษณ์ดอกลิลลี สี่ดอก ที่หมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เหนือจากฐานขึ้นไปเป็นโค้งสองโค้ง​(สองโค้งตัดกัน จะมี 4 แฉกหรือก้าน) บรรจบกันที่ด้านบนซึ่งมีลูกโลก และปิดยอดด้วยกางเขนประดับอัญมณี ตรงด้านในมงกุฎเป็นหมวกทำจากผ้ากำมะหยี่สีม่วงที่มีขอบด้านล่างเป็นขนสีขาว มงกุฎทำด้วยทองแท้ฝังด้วยอัญมณี 444 ชิ้น มงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดยังใช้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจของพระมหากษัตริย์แห่งเครือจักรภพราชอาณาจักร มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 ดังปรากฏในตราประจำตระกูล, ตรา และสัญลักษณ์อื่นๆมงกุฎอิมพีเรียลสเตท (Imperial State Crown) เป็นมงกุฎที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ทรงเลือกสวม ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หนักถึง 2155 กรัม ในสมัยสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ ทรงให้วางมงกุฎองค์นี้ไว้ข้างๆพระองค์แทนการสวม ตัวมงกุฎมีฐานประกอบด้วยกางเขนแพตตี (cross pattée) จำนวนสี่กางเขน สลับกับดอกลิลลี่จำนวนสี่ดอก ส่วนเหนือจากฐานขึ้นไปเป็นโค้งจำนวนสองโค้งตัดกัน (สี่ก้าน) ที่มียอดเป็นด้านบนเป็นลูกโลกเหนือจุดตัดเป็นกางเขนอีกหนึ่ง ภายในตรงกลางมงกุฎเป็นหมวกกำมะหยี่สีม่วงเข้มที่มีขอบเป็นขนเออร์มิน มงกุฎฝังด้วยอัญมณีหลายชนิดที่ได้แก่ เพชร 2,868 เม็ด, ไข่มุก 273 เม็ด, แซฟไฟร์ 17 เม็ด, มรกต 11 เม็ด, และทับทิม 5 เม็ดพระราชินีนาถเอลิซาเบ็ธที่ 2 ทรงมงกุฎอิมพีเรียลสเตตเป็นประจำทุกปีในการรัฐพิธีการเปิดประชุมรัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักร เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

15/01/2562

ธารพระกร ในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก


พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก เป็นพระราชพิธีสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของประเทศไทย อันเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศองค์พระประมุข ว่าได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเครื่องประกอบพระราชพิธีที่สำคัญที่สุดคือเครื่องราชกกุธภัณฑ์ กกุธภัณฑ์มาจากคำที่มีความหมายหลายคำมาประกอบกัน ก หมายถึง ฟ้ากุ หมายถึง ดินธ หมายถึง ทรงไว้ภัณฑ์ หมายถึง สิ่งของเมื่อรวมความแล้วจึงหมายถึง สิ่งใดก็ตามที่เป็นเครื่องใช้ประกอบพระราชอิสริยยศแห่งพระมหากษัตริย์ นั่นเอง ประเพณีการถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทยนั้น มีปรากฎมาแต่ครั้งสมัยสุโขทัย พระราชครูพราหมณ์จะถวายเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์แด่พระมหากษัตริย์เพื่อความสมบูรณ์ของพระราชพิธี โดยจะถวายจากลำดับสูงลงต่ำ เริ่มจาก พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร พัดวาลวีชนี และแส้หางจามรี และสุดท้ายจะสอดฉลองพระบาทเชิงงอนถวายเมื่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีแล้วเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์จะเก็บรักษาไว้ ณ ท้องพระโรงพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในหมู่พระมหามนเทียร ภายในพระบรมมหาราชวัง เดิมเจ้าพนักงานที่รักษาเครื่องราชูปโภคได้จัดพิธีสมโภชเครื่องราชูปโภคและเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นประจำทุกปี โดยเลือกทำในเดือน ๖ เพราะมีพระราชพิธีน้อย จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า วันพระบรมราชาภิเษกเป็นวันมงคล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญพระราชกุศลสมโภชพระมหาเศวตฉัตรและเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๓๙๔ พระราชทานชื่อว่า พระราชพิธีฉัตรมงคลต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เพิ่มการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตราธิราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ไปด้วย และเปลี่ยนเรียกชื่อพระราชพิธีว่า พระราชกุศลทักษิณานุประทาน และพระราชพิธีฉัตรมงคลสืบมาจนถึงรัชกาลที่ 9ธารพระกรหนึ่งในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ของเดิมสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ทำด้วยไม้ชัยพฤษ์ปิดทอง หัวและสันเป็นเหล็ก คร่ำลายทอง ที่สุดสันเป็นซ่อม ลักษณะเหมือนกับไม้เท้าพระภิกษุที่ใช้ในการชักมหาบังสุกุล เรียกธารพระกรของเดิมนั้นว่า ธารพระกรชัยพฤกษ์ ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ทรงสร้างธารพระกรขึ้นใหม่องค์หนึ่งด้วยทองคำ ภายในมีพระแสงเสน่า ยอดมีรูปเทวดา จึงเรียกว่า ธารพระกรเทวรูป ซึ่งมีลักษณะเป็นพระแสงดาบมากกว่าเป็นธารพระกร แต่ได้ทรงสร้างขึ้นแล้วก็ทรงใช้แทนธารพระกรชัยพฤกษ์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดของเก่ามากกว่าจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำธารพระกรชัยพฤกษ์ออกมาใช้อีกครั้ง และยกเลิกธารพระกรเทวรูปไป ซึ่งธารพระกรชัยพฤกษ์นี้ใช้ต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 9 เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

15/01/2562

พระมหาพิชัยมงกุฎ ทองคำลงยาประดับเพชร


พระมหาพิชัยมงกุฎเป็นหนึ่งในห้าของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ หรือสิ่งของอันเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ ๕ อย่างได้แก่ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกรชัยพฤกษ์ ฉลองพระบาทเชิงงอน พัดวาลวิชนีและพระแส้จามรี และพระมหาพิชัยมงกุฎ พระมหาพิชัยมงกุฎหรือเครื่องประดับพระเศียรองค์ปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2325 ทำด้วยทองคำลงยาบริสุทธิ์ ประดับเพชร เฉพาะองค์พระมหามงกุฎ ไม่รวมพระกรรเจียกจอน สูง 51 เซนติเมตร ถ้ารวมพระกรรเจียกจอนจะสูงถึง 66 ซ.ม. มีน้ำหนักถึง 7.3 กิโลกรัม (1,300 กรัม) ที่ยอดพระมหาพิชัยมุงกุฎแต่เดิมเมื่อแรกสร้างนั้นเป็นปลายแหลม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีรับสั่งให้พระราชสมบัติ(การเวก รัตนกุล) เดินทางไปเลือกซื้อเพชรเม็ดงามที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เพื่อนำมาประดับที่ยอดของพระมหาพิชัยมงกุฎ โดยเพชรเม็ดดังกล่าวมีขนาด 40 กะรัต และได้พระพระราชทานนามเพชรเม็ดนั้นว่า “พระมหาวิเชียรมณี” ว่ากันว่าการที่การที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รับสั่งให้ประดับเพชรบนยอดพระมหาพิชัยมงกุฎ ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มความงดงามและทรงคุณค่าเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สยามรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกในยุคล่าอาณานิคมอีกด้วย เนื่องจากชาวตะวันตกมักอ้างเหตุผลว่าสยามและประเทศในภูมิภาคนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน การถูกยึดครองโดยชาติตะวันตกจะช่วยทำให้ประเทศเหล่านี้หลุดพ้นจากความด้อยพัฒนา ดังนั้นการสร้างพระมหาพิชัยมงกุฎที่ทรงคุณค่าจึงเป็นการประกาศศักดาอย่างกนึ่งให้ชาติตะวันตกรับรู้ว่าสยามนั้นเป็นประเทศที่เจริญแล้วมีอารยะ และมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นับเป็นพระปรีชาสามารถ และพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้พระมหาพิชัยมงกุฎมีความหมายแสดงถึงยอดพระวิมานของพระอินทร์หรือเทพ ซึ่งการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์แด่พระมหากษัตริย์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามแบบโบราณราชประเพณีที่สืบทอดกันมานับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ด้วยเป็นเครื่องหมายที่แสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ หรืออีกนัยหนึ่งคือเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความมีอำนาจ ฐานันดรศักดิ์ ความชอบธรรมในการเป็นพระมหากษัตริย์ และพระราชภาระที่ต้องทรงแบกรับทุกข์สุขของพสกนิกรทั้งประเทศ อันเป็นหน้าที่ที่มิอาจวางลงได้ โดยพระมหากษัตริย์จะทรงเครื่องราชกกุธภัณฑ์เพียงครั้งเดียวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น และจะไม่ทรงอีกเลยตลอดรัชสมัย หากแต่เจ้าพนักงานจะเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทอดถวายไว้ข้างพระราชบัลลังก์ เมื่อคราวมีพระราชพิธีสำคัญๆเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/15/2562

7 เทคนิค “ซื้อทอง” ยังไงให้ขายออกได้กำไร


“ทอง” เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องการเป็นเจ้าของ ซึ่งการจะลงทุนซื้อทองให้ได้กำไรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากรู้เทคนิคดี ๆ ในการซื้อ-ขายทองก็สามารถร่ำรวยได้เหมือนกัน1. สิ่งแรกที่เราต้องรู้และสำคัญมากคือ ทองที่ต้องการซื้อนั้นคือ ทองอะไร เปอร์เซนต์เท่าไร ซึ่งสามารถสังเกตได้จากตอกตราสัญลักษณ์ยี่ห้อหรือผู้ผลิต ซึ่งจะระบุไว้บนตัวเรือน เช่น ตะขอ หรือด้านในของวงแหวน เพราะหากมีข้อความที่ระบุไว้ชัดเจน จะทำให้ได้ราคาดีกว่าเมื่อขายคืน2. โดยปกติแล้ว ร้านค้าจะต้องชั่งน้ำหนักทองให้ดู หากไม่ทำการชั่งให้ดูสามารถเรียกร้องขอดูได้ก่อนทำการซื้อ โดยทองคำแท่ง 1 บาท (96.5%) จะมีน้ำหนัก 15.244 กรัม และทองรูปพรรณ 1 บาท (96.5%) จะมีน้ำหนัก 15.16 กรัม 3. ทองส่วนใหญ่จะมีโค๊ด หรือตราแสตมป์บนตัวเรือน ยกตัวอย่าง 24k หรือตัวเลข 999 ซึ่งสามารถบอกได้ว่าคือทองอะไร เปอร์เซ็นต์เท่าไร และในไทยเราจะมีทอง 90% และ 96.5% ด้วย8K (8ct) หรือ 333 จะมีทองอยู่ 33.3%9K (9ct) หรือ 375 จะมีทองอยู่ 37.5%10K (10ct) หรือ 416 จะมีทองอยู่ 41.6%12K (12ct) หรือ 500 จะมีทองอยู่ 50%14K (14ct) หรือ 585 จะมีทองอยู่ 58.5%15K (15ct) หรือ 625 จะมีทองอยู่ 62.5 %18K (18ct) หรือ 750 จะมีทองอยู่ 75%22K (22ct) หรือ 916 จะมีทองอยู่ 91.6%24K (24ct) หรือ 1000 จะมีทองอยู่ 99.9% หรือ ทองคำบริสุทธิ์4. กรณีซื้อทองแท่งขนาดเล็กกว่า 5 บาท ให้เลือกแบบที่มีซีลพลาสติก เพื่อช่วยลดรอยตำหนิ รอยบุบ ที่ทำให้น้ำหนักทองหายไป และไม่ควรแกะซีลออกโดยไม่จำเป็น ควรแยกทองที่ใช้งานประจำออกจากทองที่ซื้อมาเก็บไว้เพื่อขายด้วย เพราะมีผลต่อราคาเมื่อนำทองไปขายคืน5. อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ เมื่อต้องการซื้อทองมาเก็บไว้เพื่อขาย ควรต้องเลือกการลงทุนให้เหมาะสมกับเงินทุนที่มีอยู่ แม้ว่าทองจะมีมูลค่าสูง แต่มีความเสี่ยงสูงจากราคาที่ผันผวนด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายในการลงทุนและกำหนดสัดส่วนเงินทุนให้ไม่เกิน 5-10% เพื่อลดความเสี่ยงด้านการลงทุนลง6. ติดตามข่าวสารข้อมูลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการผันผวนของราคาทองอยู่ตลอด พร้อมสอบถามราคาทองจากร้านค้า เพียงให้ข้อมูลเกี่ยวกับทองที่เรามีอยู่ให้กับแหล่ง เพื่อทำการขอราคาและเปรียบเทียบราคาซื้อ-ขายจากร้านค้าต่าง ๆ เมื่อใดก็ตามที่ต้องการซื้อหรือขายทอง จะทำให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น และยังช่วยทำกำไรให้เราได้อย่างมากมายทีเดียว7. หากทองที่ซื้อมาจากร้านค้ามีใบ Certificate หรือใบรับรอง ควรนำไปด้วยทุกครั้งเมื่อตัดสินใจขายเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

คทาจอมพล ตอนที่ 2


นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อแรกไม่มีการสร้างคทาองค์ใหม่แต่อย่างใด พระองค์ทรงใช้พระคทาจอมพลองค์ที่สาม ซึ่งนายกรัฐมนตรี และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงกลาโหม ได้ทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมเครื่องยศจอมพลแด่พระองค์ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2493 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เนื่องในวโรกาส ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินนิวัตสู่ประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๐๙ ข้าราชการกระทรวงกลาโหมเห็นว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมากมาย จึงร่วมใจกันสร้างคทาจอมพลองค์ใหม่ขึ้นเพื่อทูลเกล้าถวาย เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ ๔๐ พรรษา เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความจงรักภักดีและได้ขอพระบรมราชานุญาติ ขนานนามพระคทาองค์ใหม่ว่า"พระคทาจอมทัพ ภูมิพลพระคทาองค์ที่สี่นี้ มีลักษณะทั่วไปเหมือนพระคทาองค์ที่สาม องค์พระคทาทำด้วยทองคำหนัก 430 กรัม แกนกลางป่อง เรียวไปทางยอดและปลาย ประกอบด้วยเครื่องหมายมงคลแปด ด้านยอดพระครุฑพ่าห์ลงยา และลูกแก้วรองฐานบัวหงาย ลงยาราชาวดี ด้านปลายมีลูกแก้วและยอดบัวกลุ่มสี่ชั้น ลงยาราชาวดี เช่นเดียวกันกับพระคทาองค์ที่สาม ส่วนที่ต่างกันคือ เหนือพระยาครุฑมีพระปรมาภิไธยย่อ "ภปร" ฝังเพชรอยู่ในกรอบรูปไข่ และมีรูปพระมหาพิชัยมงกุฎทองฝังเพชร อยู่เบื้องบนตอนปลายพระคทา ต่อจากเครื่องหมายมงคลแปด มีเครื่องหมายกระทรวงกลาโหมนอกจากคทาจอมพลเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์แล้ว ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างคทาจอมพล พระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ที่ดำรงพระยศจอมพลขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2453 เพื่อพระราชทายแก่พระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ที่ดำรงพระยศจอมพล4 พระองค์ได้แก่องค์ที่1 จอมพล สมเด็จพระราชบิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดชองค์ที่ 2 จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดชองค์ที่ 3 จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าฯกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถองค์ที่ 4 จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าฯกรมหลวงนครสวรรค์วรพินิตลักษณะคทาทั้ง 4องค์ สร้างด้วยทองคำหนัก 40 บาท แกนกลางเป็นทรงกระบอกกลวง ทำด้วยทองคำขัดเกลี้ยง แต่ที่ตัวพระครุฑพ่าห์กับลายดอกที่ฐานของพระครุฑพาห์และที่หัวเม็ดตอนท้ายลงยาสีต่างๆงดงาม แกนกลางของกระบอกซึ่งข้างในกลวงยาว22.4 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เซนติเมตร ตอนยอดที่เป็นตัวครุฑพาห์ทองคำลงยาสูง 8.5 เซนติเมตร ตอนท้ายทำเป็นหัวเม็ดทองคำลงยาสูง 4 เซนติเมตร และมีจารึกพระนามจอมพลที่ได้รับพระราชทานเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

คทาจอมพล ตอนที่ 1


คทาจอมพล เป็นพระคทาเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์ชนิดหนึ่ง เริ่มใช้ครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังที่ทรงปรับปรุงกิจการทหารให้เป็นแบบสากล แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือคทาเครื่องต้นของมหากษัตริย์คทาสำหรับพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งดำรงพระยศเป็นจอมพลคทาสำหรับผู้ที่ดำรงยศเป็นจอมพล โดยทั่วไปของทั้งสามเหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ สำหรับคทาจอมพลซึ่งเป็นเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์นั้นมี 4 องค์ คือ พระคทาองค์แรก ข้าราชการกรมทหารบกได้สร้างขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะองค์จอมทัพไทย เนื่องในพระราชพิธีทวีธาภิเษกสมโภช เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2446 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ยาว 35 เซนติเมตร ยอดคทาเป็นรูปหัวช้างสามเศียรลงยาสีขาว เหนือหัวช้างเป็นรูปพระเกี้ยว ตอนท้ายคทาเป็นรูปทรงกระบอกตัด องค์พระคทาทำด้วยทองคำ หนัก 40 บาท ใต้หัวช้างลงมาเป็นลายนูน รูปหม้อกลศ ซึ่งหมายถึง การทูลเกล้า ฯ ถวายเนื่องในพระราชพิธีทวีธาภิเษก พระคทาองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นประจำตลอดรัชกาลพระคทาองค์ที่สอง ข้าราชการกรมยุทธนาธิการ จัดสร้างทูลเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะองค์จอมทัพไทย เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2453 พระคทาองค์นี้ มีลักษณะส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับพระคทาองค์แรกมาก ต่างกันที่ตรงยอดพระคทา ซึ่งเป็นมงกุฎและมีลายเฟื่อง อยู่ที่แถบกลางใต้ฐานของยอดมงกุฎโดยรอบเท่านั้นพระคทาองค์ที่สาม สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานแบบคทาจอมพลขึ้นใหม่ ทำด้วยทองคำเกลี้ยง มีลักษณะป่องตรงกลางและคอดเรียวไปทางด้านยอดและด้านปลาย ยอดพระคทาทำเป็นรูป พระครุฑพ่าห์ ลงยาตามแบบพระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน ใต้พระยาครุฑทำเป็นลูกแก้วรองฐานบัวหงาย ลงยาราชาวดี ส่วนด้านปลายมีลูกแก้ว และยอดบัวกลุ่มสี่ชั้น ลงยาราชาวดีเช่นกัน พระคทาจอมพลองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้มาตลอดรัชกาล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้พระคทาจอมพลองค์นี้สืบมาพระคทาองค์ที่สี่ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองศิริราชสมบัติ พระองค์ทรงใช้พระคทาจอมพลองค์ที่สามมาโดยตลอดจนเมือปีพ.ศ. 2509 ข้าราชการกระทรวงกลาโหมเห็นว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สำหรับประเทศชาติ ทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างมากมาย จึงได้สร้างพระคทาจอมพลขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 40 พรรษา เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความจงรักภักดีของข้าราชการทหารทุกนาย และได้ขอพระบรมราชานุญาต ขนานนามพระคทาองค์ใหม่นี้เป็นพิเศษว่า พระคทาจอมทัพภูมิพลเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง


ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง หรือบุหงามาศเป็นเครื่องราชบรรณาการที่ประเทศราชของสยามต้องส่งมาถวายพระเจ้าแผ่นดินทุกๆ สามปี เพื่อแสดงความสวามิภักดิ์ นอกจากนี้ยังใช้เป็นสิ่งของคารวะของเจ้านายหรือขุนนางถวายต่อพระมหากษัตริย์ที่พระราชทานพระอิสริยยศหรือบรรดาศักดิ์ให้สูงขึ้น เรียกว่า "พุ่มไม้เงินพุ่มไม้ทอง" ประเพณีการถวายต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใดหรือเพราะอะไร แต่จากหนังสือสยามประเภทของ ก.ศ.ร. กุหลาบ ความว่า "ราว พ.ศ. ๒๐๔๕ ในแผ่นดินพระเจ้าบรมราชามหาพุทธางกูร สยามเป็นไมตรีกับโปรตุเกส เมื่อโปรตุเกสขอกองกำลังกองทัพเรือไทยไปช่วยตีเมืองมะละกา เพราะชาวมะละกาไปทำร้ายพ่อค้าชาวโปรตุเกสที่เข้าไปค้าขาย กองทัพเรืออยุธยาตีเมืองมะละกาได้ พระเจ้าแผ่นดินสยามในขณะนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าราชบุตรแขกเมืองมะละกาเป็นเจ้าเมืองสืบแทนพระบิดา ให้มีพระนามว่าจ้าวมะหะหมัดรัตนะรายามหาราช และให้เป็นเมืองประเทศราชถวายดอกไม้เงินทองสิ่งของเครื่องราชบรรณาการแก่กรุงศรีอยุธยาตามประเพณีที่มีมาแต่โบราณ"ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้ปกครองหัวเมืองประเทศราช อันได้แก่ หัวเมืองมลายู ล้านช้าง ล้านนา เมืองเขมร และหัวเมืองกะเหรี่ยง ประเทศราชเหล่านี้จะต้องส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองและเครื่องบรรณาการมาสยามทุก ๆ สามปี มูลค่าของดอกไม้เงินดอกไม้ทองในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 อาจจะสูงถึงราว ๆ หนึ่งพันดอลลาร์สเปนเลยทีเดียว ทั้งนี้การส่งบรรณาการดังกล่าวไม่มีกฎเกณฑ์ว่ามากน้อยเพียงใดเพราะขึ้นอยู่กับผลิตผลในท้องถิ่น หรือเป็นสิ่งของที่ทางสยามแจ้งความประสงค์ไปใน พ.ศ. 2435 ได้มีการปฏิรูปการปกครองยกเลิกหัวเมืองประเทศราชในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ธรรมเนียมการส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทองเป็นบรรณาการจึงสิ้นสุดลงตามไปด้วย มีบันทึกไว้ว่ามีการเข้าเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2447 โดยเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าราชภาคินัย เจ้าน้อยเลาแก้ว เจ้าน้อยสมพมิตร เจ้าน้อยเมืองชื่น และเจ้าน้อยวุฒิ วงษ์ ทั้งนี้เหตุผลในการส่งต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ก็เพื่อแสดงการสวามิภักดิ์ และความจงรักภักดีแก่ประเทศที่มีอำนาจเหนือกว่า และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์สมานฉันท์สามัคคีรักใคร่แนบแน่นต่อกัน ลักษณะของต้นไม้เงินต้นไม้ทองที่ใช้เพื่อเป็นบรรณาการในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ ต้องจัดเป็นคู่ ทำด้วยเงินทองแท้และเงินแท้ทั้งต้น และต้องมีน้ำหนักเท่ากัน มี กิ่งก้าน กาบดอก และใบ ครบสมบูรณ์หากมีกระถางหรือแจกันรองรับ จะต้องเหมือนกันเป็นคู่กัน ความสวยงาม ประณีตขึ้นอยู่กับฝีมือเชิงช่างของเมืองนั้น ๆเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

ศูนย์วิจัยทองคำ


ศูนย์วิจัยทองคำ (Gold Research Center)เกิดจากความร่วมมือของ 4 องค์กรหลักคือสมาคมค้าทองคำ ร่วมกับสมาคมเพชรพลอยเงินทอง คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด ศูนย์วิจัยทองคำ ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นองค์กรจัดหาข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับทองคำ รวมถึงการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ(ดัชนีที่จัดทำขึ้นตามหลักทางสถิติโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง)และจัดบทสรุปความเห็นผู้ค้าทองคำเพื่อประโยชน์แก่นักลงทุนหรือผู้ค้าทองคำในประเทศ การทำงานของ ศูนย์วิจัยทองคำ อยู่ภายใต้การดูแลของ ทั้ง 4 องค์กรโดยการแต่งตั้งบุคคลตัวแทนให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อให้ร่วมกันรับผิดชอบดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของศูนย์วิจัยทองคำ และตามขอบเขตความร่วมมือของสมาคมค้าทองคำ สมาคมเพชรพลอยเงินทอง มหาวิทยาลัยและบริษัท โดยคณะทำงานจะร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นว่าผลการวิจัยใดอยู่ในระดับความเชื่อมั่นที่นำออกเผยแพร่ได้ ทั้ง 4 องค์กรมีขอบเขตความร่วมมือกัน 4 ด้านคือ รวบรวม จัดเก็บ จัดทำ ประมวลผลและนำเสนอการวิจัยปรับปรุงและพัฒนากระบวนการวิจัยให้สอดคล้องกับเหตุการณ์จัดหาเงินทุนเพื่อใช้ในกิจการของศูนย์วิจัยราคาทองคำบริหารจัดการด้านข้อมูลและผลการวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์วิจัยทองคำ จะจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเป็นประจำทุกเดือน ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในแต่ละเดือน รายงานสถานการณ์ราคาทองทำ ทองคำแท่ง มุมมองราคาทองคำของผู้ค้าทองคำรายใหญ่ แนวโน้มความต้องการทองคำของผู้ลงทุนทองคำรายย่อย และกลยุทธการลงทุนทองคำในแต่ละเดือน และแนวโน้มราคาทองคำ เพื่อเป็นแนวทางให้นักลงทุนและผู้ค้าทองคำศูนย์วิจัยทองคำ จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2556 เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมทองคำ ที่กำลังเติบโตอย่างมากในประเทศ ที่จำเป็นต้องพึงพาข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และรวดเร็ว อีกทั้งต้องเป็นข้อมูลเชิงลึกซึ่งมีการวิเคราะห์และวิจัยจากองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งศูนย์วิจัยทองคำนี้จะมีบทบาทหน้าที่สำคัญในฐานะองค์กรกลางในการรวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึก พร้อมทั้งวิเคราะห์วิจัยเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และนักลงทุน รวมถึงผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้า สามารถนำข้อมูลที่ได้จากศูนย์ฯ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนทำให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

คาดการณ์กำลังการผลิตทองคำในปี 2019


กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey) หรือUSGS รายงานการขุดเจาะทองคำจากทั่วโลก พบว่า ในปี 2016 และ 2017 ทั่วโลกมีกำลังการผลิตทองคำจากเหมืองแร่ทองคำในปริมาณที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ 3,100 ตัน โดยประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการผลิตทองคำมากที่สุด 455 ตัน รองลงมา คือประเทศ ออสเตรเลีย รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ ในขณะที่ข้อมูลของ World Gold Council หรือสภาทองคำโลกรายงานตัวเลขต่างกันเล็กน้อยที่ 3,236 ตันแต่ถ้าพูดถึงปริมาณทองคำสำรองหรือทองที่ยังไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาใช้ ออสเตรเลียคือประเทศที่มีปริมาณสำรองแร่ทองคำมากที่สุด รองลงมาคือรัสเซีย และแอฟริกาใต้ ตามลำดับ โดยทั้งโลกมีปริมาณทองคำสำรอง 57,000 ตัน สำหรับในปี 2019 นี้ยังไม่มีตัวเลขคาดการปริมาณการผลิตทองคำออกมาจากทั้งสองหน่วยงานแต่เว็ปไซด์อ้างอิงราคาทองคำ Kitco.comระบุว่า องค์กรส่วนใหญ่มองว่าอัตราขุดเจาะทองคำในปี 2019 จะอยู่ในระดับเสถียรคือปริมาณการผลิตยังเท่าเดิม แต่ก็มีบางองค์กรที่มองว่าอัตราขุดเจาะทองคำจะชะลอตัวลง 0.5%และที่มองว่าอัตราขุดเจาะจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อยทั้งนี้ หน่วยงานการบริหารงานการเงินการคลังภาครัฐ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(Government Fiscal Management Information System)หรือGFMSสังกัดRefinitiv(Thomson Reuters Financial & Risk ) คาดการณ์ว่า อัตราขุดเจาะทองคำในปี 2019 จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 3,265.5 ตัน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3,281.7 ตัน ในปี 2018ขณะที่Metals Focusบริษัทที่ปรึกษาและทำการวิจัยด้านโลหะมีค่ะ ประเมินว่า อัตราขุดเจาะทองคำจะขยายตัวได้ 0.2%ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 1.076 ร้อยล้านออนซ์ ภายในปี 2019 นี้ นอกจากนี้ ทางMetal Focusได้คาดการณ์อัตราการขุดเจาะเพิ่มเติมจากบริษัทเหมืองทองคำบางแห่งว่ามีแนวโน้มการผลิตทองคำเพิ่มขึ้นเช่น Minoc Resources เพิ่มขึ้น 1 ตันต่อปี บริษัทเหมืองแร่ทองคำ Orminex Ltd.จากออสเตรเลียมีอัตราการขุดเจาะที่น่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 ออรซ์ บริษัท Pan Africon Resources บริษัทผู้ผลิตทองคำระดับกลางในโจฮันเนสเบิร์ก อแฟริกาใต้ผลิตได้เพิ่มขึ้น 1.7 ตัน/ปี บริษัทเหมืองแร่ทองคำNordgold ของรัสเซีย 6.2 ตัน/ปี บริษัทเหมืองแร่ทองคำของแคนาดา Harte Gold Corp.ผลิตได้เพิ่มขึ้น 3.3 ตัน/ปี และ อีกหนึ่งบริษัทเหมืองแร่ทองคำของรัสเซีย Nornickelอัตราการขุดเจาะทองคำเพิ่มขึ้น 7.6 ตันต่อปี คงต้องรอดูรายงานอย่างเป็นทางการของWorld Gold Council หรือสภาทองคำโลกอีกครั้งว่า ในปี2019 นี้ปริมาณการผลิตทองคำทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทั้งหมดจะสัมพันธ์กับราคาทองคำในตลาดโลกด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

10 ประเทศสะสมทองคำมากที่สุดอย่างเป็นทางการ


สภาทองคำโลกจัด 10 อันดับประเทศ ที่สะสมทองคำมากที่สุดอย่างเป็นทางการ โดยนับจากการถือครองผ่านธนาคารกลางของแต่ละประเทศ จนถึงเดือนสิงหาคม 2018 พบว่า ธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงครองแชมป์สะสมทองคำมากที่สุดจำนวน 8,133.5 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 71.9% ของทุนสำรองของประเทศทั้งหมด ธนาคารกลางเยอรมนี ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 3,384.2 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 68.4% ของทุนสำรองที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางเยอรมนี ค่อยๆลดการถือครองทองคำลง 6-7 ตันในแต่ละปี ขณะที่ธนาคารกลางอิตาลี มาเป็นอันดับ 3 ถือครองทองคำที่ 2,451.8 ตัน คิดเป็น 67% ของทุนสำรองทั้งหมดฝรั่งเศสถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 4 โดยธนาคารกลางฝรั่งเศสนั้นถือครองทองคำอย่างเป็นทางการที่ 2,435.4 ตัน คิดเป็น 65.1%ของทุนสำรองต่างประเทศที่มีอยู่ ส่วนรัสเซียขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 โดยมีปริมาณทองคำสะสมที่ 1,094.7 ตัน หรือคิดเป็น 9.7%ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2018 ถึงเดือนสิงหาคม 2018 รัสเซียซื้อทองคำเพิ่มขึ้นและการลดถือครองดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโรลง หลังจากกลุ่มประเทศตะวันตกประกาศคว่ำบาตรรัสเซียจากการที่รัสเซียใช้กำลังทหารแทรกแซงการเมืองในยูเครน จึงเป็นเหตุผลให้ไตรมาส 3 ปีที่แล้ว รัสเซียมีปริมาณทองคำมากกว่า 1,000 ตันเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการถือครองดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโรนั่นเอง จีนอยู่อันดับ 6มีปริมาณทองคำสะสมอย่างเป็นทางการแค่ 1,054.1 ตัน คิดเป็น 1.1% ของทุนสำรองทั้งหมดของจีนที่มีอยู่ 3.7ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสัดส่วนนี้ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนเฉลี่ยระดับสากลที่ 10% สวิตเซอร์แลนด์ รั้งอันดับ 7 ,uปริมาณทองคำในครอบครอง 1,040 ตัน คิดเป็น 8% ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ ส่วนญี่ปุ่นครองอันดับ 8 จากปริมาณการถือครองทองคำอย่างเป็นทางการ 765.2 ตันสภาทองคำโลกจัดให้เนเธอร์แลนด์ อยู่ในอันดับ 9 มีปริมาณทองคำ 612.5 ตัน คิดเป็น 54.3% ของทุนสำรองทั้งหมดของประเทศ และอันดับ10 ของประเทศสะสมทองคำ มากที่สุดอย่างเป็นทางการคือ อินเดีย มีทองคำ 557.7 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 7.3% ของทุนสำรองประเทศ ทั้งหมดนี้คือ 10 อันดับประเทศที่มีการสะสมทองคมอย่างเป็นทางการมากที่สุดจากการจัดอันดับของสภาทองคำโลก ในรายการไม่ได้บอกว่าไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ แต่ปี 2018 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีทองคำสำรอง 154 ล้านตันเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/07/2562

วัยทอง


วัยทอง คือช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนผ่านจากวัยผู้ใหญ่สู่วัยผู้สูงอายุถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิต มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สรีระร่างกาย จิตใจและอารมณ์ อันมีผลมาจากรังไข่หยุดการทำงานหรือเรียกว่าเกิดภาวะหมดประจำเดือน(menopause) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ1.ภาวะหมดระดูตามธรรมชาติ นับเมื่อขาดประจำเดือนไปแล้ว 1 ปี จากวันที่มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายถือเป็นอายุที่เข้าสู่วัยทองอย่างแท้จริง ผู้หญิงที่จะเข้าสู่วัยทองมีอายุเฉลี่ยประมาณ 50-51ปี2.ภาวะหมดระดูที่เกิดจากโรคและผลพวงของการรักษาโรค แบบนี้มักจะเกิดก่อนวัยอันควร คืออายุประมาณ 40-45 ปี เช่นการรับเคมีรักษามะเร็งชนิดต่างๆ การฉายรังสีรักษา การผ่าตัดที่ทำให้เกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อรังไข่หรือมีการรบกวนต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงรังไข่หรือโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง เป็นและการผ่าตัดเอารังไข่ออกทั้งสองข้างก็จะทำให้เข้าสู่วัยทองทันทีเมื่อเข้าสู่วัยทองจะทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ ตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่น แสบของช่องคลอดเนื่องจากผิวหนังแห้งและบางลง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรืออาจจะปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจาม ความรู้สึกทางเพศลดลง นอนไม่หลับหรือหลับยาก ตื่นเร็ว และบางครั้งตื่นกลางคืนบ่อยๆนอกจากนี้อารมณ์ยังแปรปรวน เครียด หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ โกรธง่าย ใจน้อย ซึ่งบางคนอาจจะมีอาการหลงลืมง่าย ซึมเศร้าและเวียนศีรษะ มีไขมันเพิ่ม กล้ามเนื้อลดลง การเผาผลาญพลังงานลดลง ผิวหนังจะบางและแห้ง ซึ่งทำให้เกิดแผลได้ง่าย มีอาการคันตามผิวหนัง เกิดผื่นแพ้ได้ง่าย เส้นผมจะหยาบ แห้งบาง และ หลุดร่วงได้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดตามข้อ กระดูกจะบางและเปราะ หักง่ายขึ้น ดังนั้นผู้หญิงวัยทองจึงต้องดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่โดยเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้แข็งงาดำ ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียว เป็นต้น งดรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงและเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญควรตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำทุกปี บางท่านอาจมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนทดแทน ร่วมด้วยส่วนอาการวัยทองของผู้ชายจะแบ่งออกได้ 2 อย่างหลักๆ คือ ทางกายภาพ และ ทางจิตใจอารมณ์ ทางกายภาพจะวัดที่ปริมาณของไขมันและกล้ามเนื้อในร่างกาย สังเกตได้จากขนาดของรอบเอวที่ใหญ่ขึ้น การสร้างฮอร์โมนเพศชายน้อยลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศในตอนเช้าน้อยกว่า 10 ครั้งต่อเดือน หรือความต้องการทางเพศลด ส่วนอาการทางจิตใจอารมณ์นั้น จะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีแรงจูงใจในการทำอะไร เป้าหมายในชีวิตเปลี่ยนไป เศร้า เหงา หงุดหงิดง่าย ขี้บ่น ไม่อยากไปไหน อยากอยู่คนเดียว นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท นอกจากนี้ยังมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เล่นกีฬาได้ไม่ดีเท่าเดิม เป็นต้นอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของตัวคนไข้และคนรอบ การดูแลรักษาสุขภาพและรู้เท่าทันโรควัยทองเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะตามมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

ทำเลทอง 2019


ถ้าพูดถึงศูนย์กลางเศรษฐกิจ การคมนาคม แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนเมือง รายล้อมด้วยร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร และสถานบันเทิงของกรุงเทพมหานคร ก็ต้องนึกถึง ถนนสุขุมวิท ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ของผู้อยู่อาศัย ความหลากหลายของการพัฒนาที่ดิน โดยเฉพาะซอยสุขุมวิท 55 หรือที่เรียกกันติดปากว่า ทองหล่อที่ได้ชื่อว่าเป็นทำเลทองของกรุงเทพชั้นในโดยเฉพาะที่พักอาศัยประเภทคอนโด ผลสำรวจของบริษัทวิจัยหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า ทองหล่อเป็นย่านที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายจำนวนมากและได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าสูงมาก แม้ราคาต่อตารางวาจะสูงเกือบล้านบาทก็ตาม คอนโดในย่านทองหล่อส่วนใหญ่เป็นตึกสูงและอยู่ติดถนนเส้นหลัก กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่นิยมอาศัยรวมกันเป็นครอบครัว ซึ่งแถบทองหล่อนั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ทั้งออฟฟิศ อาคารสำนักงานต่างๆ โรงเรียนทั้งหลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ รวมทั้งใกล้แหล่งธุรกิจการค้าต่างๆ จึงทำให้ทองหล่อเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าชั้นดี และมีปริมาณความต้องการสูง จากข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคอนโดมือสองในย่านทองหล่อ ราคาสูงขึ้นกว่าตอนเปิดตัว 28-88% เลยทีเดียว แต่หลังการประกาศใช้ผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ที่คาดว่าจะบังคับใช้ในปลายปี 2562 จะทำให้หลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงการเป็นทำเลทองขึ้นมาทันที โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นจุดตัดของสถานีรถไฟฟ้า ย่านเกษตร-นวมินทร์ ลาดพร้าว และตลิ่งชัน ซึ่งจะมีการเปลี่ยนสีผังให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้มากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาด้านอสังหาฯ ในหลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาที่ดินก็จะปรับขึ้น เช่นกัน คาดการว่าราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 15% ต่อปีส่งผลให้ราคาบ้านปรับขึ้นตามเฉลี่ยไม่เกิน 10% นอกจากนี้ผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่จะทำให้มีสถานีที่เป็นจุดตัดรถไฟฟ้าประมาณ 50 สถานี มีพื้นที่รองรับการพัฒนาได้มากขึ้น มีการใช้ประโยชน์ของที่ดินตามถนนสายรองหรือตามซอยต่างๆมากขึ้นเพราะราคาที่ดินยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับราคาที่ดินบนถนนสายหลักที่ปัจจุบันราคาสูงมาก เช่น สายสุขุมวิทที่ราคาเกิน 2 ล้านบาทต่อตารางวา ส่วนถนนสายรองหรือตามซอยราคาแค่ 2-5 แสนบาทต่อตารางวาเท่านั้น เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถแข่งขันได้มากขึ้น ทำให้ตลาดไม่เกิดการผูกขาดแค่ผู้ประกอบการรายใหญ่ และอาจจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกสำหรับราคาที่พักอาศัยที่ถูกลง สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และคาดว่าราคาบ้านและราคาที่ดินภายใน 1-4ปีนี้จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นปีละมากกว่า 10% อย่างแน่นอน ผังเมืองรวมใหม่ของกทม.นี้เป็นการโอกาสให้นักลงทุน หรือผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้มองหาทำเลใหม่ๆตามเมืองชั้นกลางและชั้นนอก แทนการกระจุกตัวอยู่ในเมืองชั้นในที่แม้จะสะดวกสบายแต่ก็มีราคาสูงมากเช่นกันเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

มาตรฐาน Hallmark


เมื่อปี 2560 สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ (GIT) ออกระเบียบกำหนดมาตรฐานระดับโลหะมีค่า (Hallmark) เพื่อวางมาตรฐานการตรวจสอบรับรองคุณภาพโลหะมีค่าให้กับผู้ประกอบการเครื่องประดับและอัญมณีของไทย ว่ามีเปอร์เซ็นต์ทองคำหรือเงินกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้ เทียมเท่ามาตรฐานสากลในช่วงแรกการออกมาตรฐาน Hallmark ให้เป็นไปโดยความสมัครใจก่อน โดยลักษณะของตรา Hallmark ที่จะประทับบนผลิตภัณฑ์มี 3 รูปแบบคือ ตราของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ ตราที่ระบุว่าเป็นทองกี่เปอร์เซ็นต์ และตราของสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับปัจจุบันผู้บริโภคนิยมซื้อทองและเครื่องประดับทองเพื่อการลงทุนมากขึ้น แม้ตามร้านทองทั่วไปจะมีการระบุเปอร์เซ็นต์ทอง 96.5% ไว้แล้วแต่ในทางปฏิบัติบางครั้งเปอร์เซ็นต์ทองอาจไม่ถึงตามที่ป้ายกำหนดไว้ แต่หากผู้ประกอบการนำทองเข้ามาตรวจสอบกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ และมีการออกใบรับรองให้ไป ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อมากขึ้น การดำเนินการในช่วงแรกผู้ประกอบการขายทองคำ หรือร้านทองตู้แดง อาจมีความกังวลใจถึงภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบบ้าง แต่ในอนาคตหากไทยสามารถทำให้เครื่องหมายมาตรฐานHallmark ได้รับการยอมรับในระดับสากลเช่นเดียวกับประเทศผู้ซื้อสหรัฐ สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ก็จะช่วยให้สามารถส่งออกทองคำและเครื่องประดับ ได้มากขึ้น ใบรับรอง Hallmark จึงถือเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องประดับของไทยให้เทียบเท่าประเทศผู้ค้าทองสำคัญๆ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ มาตรฐานนี้จะไม่ส่งผลกระทบด้านต้นทุน เพราะเป็นการสมัครใจ ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ผลิตที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับสินค้าปัจจุบัน สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับทองเป็น 1 ใน 5 สินค้าที่สร้างรายได้ให้ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลก็มีนโยบายผลักดันไทยให้เป็นฐานการค้าอัญมณีของโลก เหมือนสิงคโปร์ที่เป็นฐานการค้าที่สำคัญ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับจึงจะเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประเทศผู้นำเข้าสินค้ากลุ่มทองและเครื่องเงินในต่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี สหรัฐอเมริกา ให้การยอมรับมาตรฐาน Hallmark ของไทย เช่นเดียวกับมาตรฐานของประเทศผู้นำเข้าเหล่านั้น และอาจจะพิจารณายกร่างเป็นกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไปเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

เปิดรายได้ธุรกิจร้านทอง


ร้านขายทอง หรือที่เรียกว่าร้านทองตู้แดงนั้น เป็นร้านขายทองรูปพรรณที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน แต่เดิมมีรายได้หลักจากการขายทองรูปพรรณและทองคำแท่ง แต่ปัจจุบันรูปแบบการหารายได้ของร้านทองเหล่านี้หลากหลายขึ้น เพื่อสร้างรายได้เพราะมองว่ารายได้จากการค้าปลีกทองรูปพรรณ และทองคำแท่งจากค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับลวดลายและน้ำหนักของทอง ส่วนทองแท่งจะได้เป็นค่าบล็อคทองที่หล่อมาเป็นทองคำแท่ง ซึ่งมีกำไรที่ไม่สูงมากนักทุกวันนี้ร้านทองส่วนใหญ่จึงมีธุรกิจอื่นๆ เข้ามาเสริมการค้าทองคำอย่างครบวงจร นอกเหนือจากการค้าปลีกทอง เช่นธุรกิจลงทุนทอง การซื้อขายทองล่วงหน้า มีการนำระบบดิจิทัลมาใช้ขยายช่องทางธุรกิจ เช่นการซื้อขายของผ่านออนไลน์ หรือการร่วมกับแอปไลน์ เปิดบริการ ออมทองผ่าน Line Finance ให้นักลงทุนที่สนใจลงเงินออมเพื่อซื้อทองคำของเป็นต้น โดยร้านทองจะตั้งบริษัทขึ้นมาทำธุรกิจเกี่ยวกับทองคำโดยเฉพาะ เช่นบริษัทด้านการลงทุนทองคำแท่ง โครงการออมทอง การนำเข้า-ส่งออก ทองคำแท่ง และเงิน รวมถึงการรับซื้อเศษทอง เพื่อนำมาหลอมใหม่ให้ได้ทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% ตามมาตรฐานสากลเปิดบริษัทนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย sub-broker ซื้อขายกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นตัวแทนขายกองทุนรวมต่างๆ ของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ชั้นนำ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้นเหล่านี้เป็นช่องทางสร้างรายได้และขยายธุรกิจการค้าทองคำให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น อย่างไรก็ตามการค้าปลีกทองรูปพรรณหรือทองคำแท่งก็ยังมีความจำเป็นต่อความอยู่รอดของร้านทองตู้แดง ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจรูปแบบใดความน่าเชื่อถือ และความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าก็ยังมีความสำคัญที่สุด อีกทั้งการกล้าที่จะรับซื้อทองในช่วงเวลาที่ทองคำมีราคาสูงมาก หรือกล้าขายทองคำในราคาที่ทองคำมีราคาลงต่ำมากๆก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้อีกทางหนึ่งด้วยปัจจุบันเราจึงเห็นร้านทองใหญ่ๆเปิดบริการธุรกิจค้าทองคำแบบครบวงจรแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นห้างทองโต๊ะกัง ฮั่วเซ่งเฮง จินฮั้วเฮง ทองใบห้างทองเอเอเยาวราช เป็นต้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

ปิดทองหลังพระ


ปิดทองหลังพระ เป็นสำนวนในภาษาไทยหมายความว่า การประกอบคุณงามความดี โดยไม่ได้มุ่งหวังจะให้ใครรู้หรือไม่ได้ป่าวประกาศให้ผู้อื่นรับรู้หรือต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทในเรื่อง การปิดทองหลังพระไว้ว่า“การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด ว่าที่จริงแล้วคนโดยมาก ไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้” (พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 กรกฎาคม 2506)นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช"ยังทรงใช้เวลาว่างวันละเล็กวันละน้อย พระราชนิพนธ์เรื่องนายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ ขึ้นโดยแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษเรื่อง"A Man Called Intrepid"ของ William Stevenson โดยใช้เวลาในการพระราชนิพนธ์นาน สามปี จึงจบบริบูรณ์ เนื้อหาในหนังสือนายอินทร์ ผู้ปิดทองหลังพระ เขียนจากชีวิตจริงของ นายอินทร์หรือ Intrepid ซึ่งเป็นรหัสของ เซอร์วิลเลียม สตีเวนสัน หัวหน้าหน่วยราชการลับอาสาสมัครของอังกฤษ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านแผนร้ายของอดอร์ฟ ฮิตเลอร์ซึ่งหวังแผ่อำนาจเข้าครอบครองโลก โดยจัดตั้งหน่วยงานลับขึ้น เพื่อหาความลับทางทหารของเยอรมันรายงานต่อ เซอร์วินสตัน เชอร์ซิลล์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และ ประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวล ของสหรัฐ ซึ่งได้ร่วมมือกันวางแผนต่อต้านฮิตเลอร์จนฝ่ายพันธมิตรได้รับชัยชนะ ว่ากันว่า หากนายอินทร์ และผู้ร่วมงาน ทำงานล้มเหลว ฮิตเลอร์อาจจะชนะสงคราม และโฉมหน้าของโลกคงไม่เป็นเช่นทุกวันนี้ สำหรับการปฏิบัติงานของนายอินทร์ และพวก มีผู้รู้เบื้องหลังเพียงไม่กี่คน จนกระทั่งเมื่อมีหนังสือ...A Man Called Intrepid...ตีพิมพ์ จึงทำให้"ความลับ"ที่ปิดมานานถูกเปิดเผย นายอินทร์ และผู้ร่วมงาน ที่ร่วมกันทำงานด้วยความกล้าหาญ เสียสละ เป็นผู้ยอมอุทิศแม้ชีวิตเพื่อความถูกต้อง ความยุติธรรม เสรีภาพและสันติภาพของโลก พวกเขาทั้งหมดทำงานโดยไม่หวังให้ใครรับรู้ หรือหวังลาภยศคำสรรเสริญเยินยอใด ๆ พวกเขาคือ"ผู้ปิดทองหลังพระ"อย่างแท้จริง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ใช้เวลานานในการแปล หนังสือเล่มนี้ยาวนานเพราะนอกจากมีพระราชกรณียกิจมากมายแล้ว หนังสือ"A Man Called Intrepid"py’มีเนื้อหาที่สลับซับซ้อนและอิงประวัติศาสตร์ จึงยากต่อการแปล แต่พระองค์ทรงเห็นว่าเรื่องนี้มีประโยชน์ต่อมนุษยชาติจึงทรงใช้เวลาและพระราชวิริยะอุตสาหะแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ มาเป็นภาษาไทย เพื่อให้คนไทยได้อ่าน "นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ"และเข้าใจคำว่าปิดทองหลังพระอีกด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

ลงรักปิดทอง


การลงรักปิดทอง จัดอยู่ในงานช่างสิบหมู่ของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 - 23 เป็นช่วงที่งานศิลปะลงรักปิดทองเจริญรุ่งเรืองที่สุด และในช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ 3 – 4) เป็นช่วงที่ลงรักปิดทองมีการแพร่หลายและเฟื่องฟูที่สุดรักคือ ยางจากต้นรัก มีคุณลักษณะเหนียวเป็นยาง สามารถเกาะจับ ทา หรือ เคลือบผิวได้ดี เมื่อรักแห้งสนิทแล้วมีคุณภาพคงทนต่อ ความร้อน ความชื้น กรด หรือ ด่างอ่อนๆ และ ยังเป็นวัสดุที่ใช้เชื่อมสีเข้าด้วยกัน เชื่อมระหว่างผิวพื้นกับวัสดุ สำหรับตกแต่ง และยังใช้ผสมสีเข้าด้วยกัน คนไทยรู้จักใช้ยางรักมาแต่โบราณกาล การลงรักปิดทองก็คือทายางรัก แล้วปิดด้วยทองคำเปลวทับลงไปบนผิววัสดุต่างๆ เป็น กระบวนการตกแต่งผิวภายนอก ของศิลปวัตถุ หรือองค์ประกอบของงานสถาปัตยกรรมแบบไทย ทำให้ผิวของศิลปวัตถุนั้น เป็นสีทองคำเหลืองอร่าม และ เป็นมันวาวเหมือนทำด้วยทองคำ งานช่างลงรักปิดทองแบ่ง ๔ ลักษณะงาน คืองานลงรักปิดทองทึบ หมายถึง การปิดทองคำเปลวลงบนงานศิลปวัตถุต่างๆ ซึ่งสร้างขึ้นด้วย ดินเผา ปูนปั้น ไม้แกะสลัก หรือ โลหะหล่อ เพื่อให้ผิวภายนอกของศิลปวัตถุนั้นๆ เป็นผิวทองคำ และเรียบเกลี้ยง เช่น การลงรักปิดทองพระพุทธรูป หรือรูปเคารพต่างๆงานลงรักปิดทองล่องชาด คำว่า ล่อง หมายถึง รอยลึกต่ำลงไประหว่างพื้นผิวปรกติ ล่องที่ได้รับการขุดหรือควักลงไปให้ต่ำเป็นลวดลาย ชาด หมายถึง วัตถุสีแดงชนิดหนึ่ง การปิดทองล่องชาดจึงหมายถึงใช้สีแดงปิดลงไปในร่องระกว่างลวดลายบนงานศิลปวัตถุประเภทต่างๆ แล้วปิดทองคำเปลวทับลงไป งานลงรักปิดทองล่องกระจกหมายถึง การลงรักลงบนงานศิลปวัตถุต่างๆที่ทำด้วย ปูนปั้น ไม้แกะสลัก ดินเผา แล้วปิดทองคำเปลวทับ ลักษณะคล้ายกันกับงานลงรักปิดทองทึบ แต่จะมีลักษณะเฉพาะ ที่มีร่องกระจกเพิ่มขึ้นมาการลงรักปิดทองลายฉลุหมายถึง งานตกแต่งลักษณะหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาการทำลวดลายตกแต่งในที่สูง โดยการทำลายบนกระดาษหรือหนังแพะก่อนแล้วฉลุลายตามแบบ นำน้ำยาไปทาที่พื้นตรงที่จะทำให้เป็นลวดลาย แล้วเอาแบบฉลุลายปะติดเข้าไปตรงที่ต้องการ แล้วปิดทับดัวยทองคำเปลวปิดลงบนตัวลายให้ทั่ว พอทองจับติดพื้นดี แล้วจึงแกะแบบออก เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

การทำทองคำเปลว จากทองคำแท้


คนไทยรู้จักการใช้ทองคำเปลวมาช้านาน แต่เดิมนั้นทองคำเปลวถูกนำมาใช้ปิดองค์พระพุทธรูปเพื่อแสดงความเคารพสักการะ หรือนำไปใช้ลงรักปิดทองในงานช่างไทย แต่ปัจจุบันมีการนำทองคำเปลวมาใช้เพื่อประโยชน์ที่หลากขึ้นทั้งใช้มาร์คหน้า หรือผสมในเครื่องสำอางเพื่อความงาม หรือแม้กระทั่งนำไปตกแต่งอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและบ้างก็เชื่อว่าช่วยให้สุขภาพดีขึ้น ทองคำเปลว คือการตีแผ่นทองคำแท้นับร้อยนับพันครั้ง ให้แผ่ออกเป็นแผ่นบางๆ ซึ่งผู้ผลิตจะซื้อทองมาแล้วแบ่งเป็นชุดๆ เรียกว่าแบ่งทองช่าง เช่นแบ่งเป็นชุด ละ 2 บาท ซึ่งจะมีน้ำหนักประมาณ 30 กรัม เมื่อถูกตีและถูกตัดออกมาแล้วจะได้แผ่นทองนับพันชิ้น ทองแผ่นเล็กๆนี้จะถูกเขี่ยลงบนกลางกระดาษที่มีแป้งรองอยู่เพื่อไม่ให้ทองติดกระดาษ โดยขั้นตอนการเขี่ยทองลงไปบนแผ่นกระดาษนี้เรียกว่า การเขี่ยกุบ จากนั้นนำกระดาษมาซ้อนทับกันแล้วตี กุบจำนวน 1 ขอน(กุบ 750 ชิ้นเรียกว่า 1 ขอน)จะถูกนำมาใส่ปอกที่ทำด้วยหนังวัว ซึ่งมีความยืดหยุ่นและทนทานต่อแรงตีได้ดี นำกุบไปตีบนลานหิน ด้วยค้อนที่ตีทำมาจากทองเหลืองหนัก 5 กิโลกรัม ช่างที่ตีกุบต้องมีความชำนาญและประสบการณ์ เพราะต้องรู้ทั้งน้ำหนักและจังหวะในการตี เพื่อไม่ให้ทองที่อยู่ในกระดาษขาดและแผ่ออกเป็นแผ่นบางๆเสมอกัน ขณะตีช่างจะนั่งบนคานไม้ไผ่เพื่อช่วยผ่อนแรงในการตี แผ่นทองข้างในจะขยายขนาดเป็นแผ่นใหญ่ขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งต้องใช้เวลาในการตีนาน 2 ชั่วโมง จากนั้นแกะแผ่นทองที่ผ่านการตีนี้ ไปใส่แผ่นกระดาษที่ใหญ่ขึ้น เรียกว่าการใส่ฝัก แล้วตีอีกครั้งซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก ต้องใช้เวลาในการตีนานประมาณ 5-6 ชั่วโมง ทองจะขยายขนาดใหญ่ขึ้น ช่างตีทองต้องมีความระมัดระวังในการตีเพราะแผ่นทองจะบางมากถ้าแผ่นทองขาดก็จะขายไม่ได้ เมื่อตีจนแผ่นทองบางได้ที่จะถูกแกะออกใส่ในกระดาษสา แล้วตัดด้วยไม้ไผ่ที่ถูกเจียนขอบจนคม เรียกขั้นตอนนี้ว่า การตัดทอง แบ่งเป็น 2 ขนาดคือทองเต็ม เป็นทองคำเปลวขนาดใหญ่เต็มแผ่นกระดาษ และทองจิ้ม เป็นแผ่นทองคำเปลวที่มีขนาดเล็กไม่เต็มแผ่นกระดาษ บนกระดาษห่อทองคำเปลวทุกแผ่นจะมีการประทับตราร้านผู้ผลิตทองคำเปลวทุกแผ่น การจำหน่ายทองทำเปลว จะขายเป็นชุดๆละ 500 ใบ มัดรวมกัน ราคาขายก็จะขึ้นอยู่กับราคาทองคำแท่งในตลาดโลก ส่วนเศษทองที่เหลือจากการผลิตจะถูกรวบรวมส่งไปทำการหลอมใหม่อีกครั้ง ปัจจุบันมีการทำทองคำเปลวสังเคราะห์มากขึ้นคือไม่ได้ทำจากทองคำแท้ และขายในราคาที่ถูกกว่า เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

01/02/2562

การทำทองคำแท่ง-ทองคำรูปพรรณ ต่างกันอย่างไร


คนไทยมักให้ทองคำเป็นของขวัญของกำนัลในวาระสำคัญต่างๆเช่น รับขวัญเด็กเกิดใหม่ ใช้เป็นสินสอดทองหมั้น หรือมอบให้กับคนรักในโอกาสพิเศษ ที่นิยมให้กันในรูปแบบของทองรูปพรรณ แต่ปัจจุบันหันมาให้เป็นทองคำแท่งมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จเหมือนทองรูปพรรณ และการให้ทองเป็นไปเพื่อการลงทุนมากกว่าใช้เป็นเครื่องประดับ ในการผลิตทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณในบ้านเรานั้นมีการนำเข้าทอง Four nine หรือ ทองคำบริสุทธิ์ 99.99% จากต่างประเทศ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตซึ่งขั้นตอนการผลิตจะแตกต่างกันคือ การทำทองคำแท่งจะนำทองคำ Four nine ไปหลอมละลาย ทองคำก็จะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งกลายเป็นของเหลว แล้วก็นำไปเทใส่เบ้าพิมพ์ เมื่อเย็นตัวลงแล้วจึงแกะออกจากเบ้าพิมพ์จากนั้นนำมารีดเพื่อให้ได้ขนาดและน้ำหนักตรงตามความต้องการของร้านทองแต่ละร้านที่สั่งผลิต แล้วนำไปตัดและปั๊มให้ได้ขนาดตามแม่พิมพ์ ทองส่วนที่เกินจะถูกขูดออกไปเพื่อให้ได้น้ำหนักพอดี โดยต้องทำการชั่งน้ำหนักเป็นระยะๆ เนื่องจากหากน้ำหนักเกินผู้ผลิตก็จะขาดทุน แต่ถ้านำหนักขาดก็จะไม่ได้ตามมาตรฐานตามที่ร้านทองกำหนด ขั้นตอนที่ยากที่สุดของการทองคำแท่ง 96.5% คือการขัดเงา คนที่จะทำการขัดได้จะต้องมีประสบการณ์และมีความชำนาญส่วนการทำทองรูปพรรณเริ่มจากการนำทองคำแท่งมารีดเป็นเส้นเล็กๆ ตามลวดลายและขนาดที่ลูกค้าสั่ง แล้วนำไปขึ้นรูป ซึ่งการขึ้นรูป สลักลาย ต้องชั่งน้ำหนักตลอดเวลา การทำทองรูปพรรณแต่ละลายช่างทองต้องมีทั้งทักษะ ความชำนาญและประสบการณ์ จากนั้นก็นำชิ้นงานชิ้นเล็กๆ เหล่านั้นมาร้อยเชื่อมประสานให้เป็นทองเส้นเดียวกัน โดยใช้น้ำยาประสาน น้ำหนักของน้ำยาประสานก็ต้องมีปริมาณไม่เกินกว่าที่ สคบ. กำหนด คือต้องไม่เกิน 3% ของน้ำหนักทอง ซึ่งน้ำยาประสานก็คือทองคำที่มีความเข้มข้นกว่านั่นเองขั้นตอนสุดท้ายของการทำทองรูปพรรณคือ การวัดขนาดและการต้มสี เพื่อให้ทองคำมีความแวววาว สวยงาม คล้ายกับขั้นตอนการขัดเงาในทองคำแท่ง โดยนำไปต้มกับดินประสิว ล้างด้วยน้ำกรด และขัดเงา การทำทองคำรูปพรรณ ต้องอาศัยชั่งฝีมือและใช้เวลาในการทำนานจึงเป็นที่มาของการคิดค่ากำเหน็จตามความยากง่ายของทองรูปพรรณแต่ละลาย และระยะเวลาในการผลิตนั่นเองเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

ระบบมาตรฐานทองคำ


ระบบมาตรฐานทองคำ (gold standard) เป็นระบบมาตรฐานการเงินระหว่างประเทศระบบแรกผู้นำมาใช้ประเทศแรกคือ สหราชอาณาจักร โดยการผูกค่าเงินสกุลปอนด์สเตอร์ลิงไว้กับทองคำ ซึ่งพัฒนามาจากการใช้เหรียญทองคำทำหน้าที่แทนเงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า การวัดค่าของสินค้าและบริการ และเป็นเครื่องเก็บรักษามูลค่า ก่อนที่ประเทศต่างๆ จะใช้ตามกันมาเพื่อทำการค้าระหว่างกันในช่วง ปี ค.ศ.1870 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เงินปอนด์สเตอร์ลิงได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างมาก เนื่องจากสหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรม การค้าระหว่างประเทศ การทหาระการเมืองและเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการค้นพบทองคำปริมาณมากในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ ทำให้ปริมาณทองคำในโลกเพิ่มขึ้น ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น จึงได้นำระบบมาตรฐานทองคำมาใช้ในระบบการเงินระหว่างประเทศของตนมากขึ้นในช่วงที่มีการใช้ระบบมาตรฐานทองคำ ระบบการเงินระหว่างประเทศถือว่ามีเสถียรภาพมาก เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีสงคราม ปัญหาความขัดแย้งของประเทศต่างๆมีน้อย มีการขยายตัวของการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากโดยมีเงินปอนด์สเตอร์ลิง เป็นเงินสกุลหลักที่มีความสำคัญ ระบบมาตรฐานทองคำดำเนินมาจนถึงปี ค.ศ.1914 ที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมสงครามได้ประกาศยกเลิกการแลกเปลี่ยนเงินตรากับทองคำ รวมถึงห้ามส่งออกทองคำเพื่อรักษาทุนสำรองของประเทศ หลังจากนั้นประเทศอื่นๆ ก็ได้ทยอยยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำเช่นกัน จึงทำให้ระบบมาตรฐานทองคำล่มสลายลงในปี ค.ศ. 1932 อาจสรุปได้ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบมาตรฐานทองคำขาดเสถียรภาพและถูกยกเลิกไป คือ การขาดความเชื่อมั่นในสกุลเงินปอนด์ เนื่องจากสหราชอาณาจักรประสบปัญหาเศรษฐกิจชะงักงัน จนสูญเสียบทบาทผู้นำการค้าและศูนย์กลางทางการเงินของโลก และมีศูนย์กลางการเงินเพิ่มขึ้นเช่น สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส ยิ่งทำให้การทำธุรกรรมซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศมีความซับซ้อนและ ทำได้ยากยิ่งขึ้นปริมาณทองคำที่มีอยู่จำกัดและการถือครองทองคำโดยประเทศต่างๆ มีความไม่เท่าเทียมกัน ทำให้ระบบมาตรฐานทองคำขาดเสถียรภาพ ราคาทองก่อนและหลังเกิดสงครามมีราคาเท่าเดิมในขณะที่ราคาสินค้า เพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งหลายประเทศขาดแคลนทองคำ จึงเปลี่ยนมาใช้เงินตราสกุลหลักเช่น เงินปอนด์ ดอลลาร์สหรัฐ และฟรังก์ เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศแทนการใช้ทองคำ จึงเป็นการทำให้ระบบมาตรฐานทองคำขาดเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น และการเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในหลายประเทศโดยเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1929 ทำให้ประเทศต่างๆ ไม่สามารถปฏิบัติตามกติกาของระบบมาตรฐานทองคำ ทำให้ระบบมาตรฐานทองคำถูกยกเลิกไปในที่สุดเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

ปาล์มทองคำ


ปาล์มทองคำ เป็นรางวัลสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในระดับโลก นอกเหนือจากรางวัลออสการ์ และรางวัลลูกโลกทองคำที่แจกกันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรางวัลปาล์มทองคำนี้ แจกกันเป็นประจำทุกปีในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1946 เป็นเวทีที่ผู้กำกับภาพยนตร์จากทั่วโลกจะได้มีโอกาสนำเสนอผลงานของตัวเอง เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีการแข่งขันสูงมากและผู้ได้รับรางวัลก็เป็นที่ยอมรับว่าผลงานมีคุณภาพจริง เพราะตัดสินโดยโดยมีศิลปินจากนานาชาติซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับการยอมรับในวงการศิลปะภาพยนตร์ทั้งสิ้นเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เริ่มใช้ชื่อ รางวัลปาล์มทองคำ(Palme d’Orครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1955 โดยมอบให้กับเดลเบิร์ต มานน์ ในผลงานภาพยนตร์เรื่อง Marty ก่อนหน้านั้น รางวัลที่มอบให้กับภาพยนตร์ที่ดีที่สุดคือรางวัล "Grand Prix of the International Film Festival" โดยรูปแบบของตัวรางวัลไม่ใช่เป็นปาล์มอย่างที่เห็นทุกวันนี้ แต่จะออกแบบใหม่ทุกปีโดยศิลปินร่วมสมัยในแต่ละปี จนกระทั่ง ปี 1954 คณะกรรมการจัดงานเล็งเห็นว่าควรมีการปรับรูปแบบของรางวัลให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น จึงได้นำปาล์มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นเมืองคานส์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยให้ช่างอัญมณีชื่อลูเซียน ลาซอน เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานถ้วยรางวัลปาล์มทองคำใบแรก และศิลปินชื่อ เซบาสเตียงเป็นผู้ออกแบบแท่นประติมากรรม เพื่อให้รางวัลนี้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ในปี ค.ศ. 1964 ได้มีการนำรางวัล Grand Prix of the International Film Festival กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเกิดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เกี่ยวกับปาล์ม จนกระทั่งถึงปี1975 รางวัลปาล์มทองคำถูกนำกลับมามอบให้กับผู้ชนะอีกครั้งและถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ตั้งแต่นั้นมา อย่างไรก็ดีรางวัลปาล์มทองคำมีการออกแบบใหม่หลายครั้ง โดยปี 1984 เชอร์รี่ เดอ บูคเน้ (Thierry de Bourqueney)ได้ออกแบบใหม่โดยให้ใบปาล์มมีฐานเป็นรูปปิรามิดสีน้ำตาล และมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปีค.ศ.1992 ให้ฐานปิรามิดทำจากคริสตัล ปีค.ศ. 1998 ปาล์มทองคำถูกออกแบบใหม่อักครั้งโดยคาโรลีน กรูโอซี-ชอยเฟเล ผู้บริหารและศิลปินจากโชพาร์ด ให้มีใบปาล์ม 19 ใบทำด้วยทองคำ 24 กะรัตประดับบนฐานสี่เหลี่ยมที่ทำจากคริสตัล บรรจุในกล่องหนังโมร็อกโคสีน้ำเงิน ปี ค.ศ. 2014 โชพารด์ในฐานะผู้ผลิตรางวัลนี้ได้เพิ่มลูกเล่นใหม่เข้าไปในรางวัลเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย โดยใช้ทองคำที่เรียกว่า FAIRMINED พร้อมสลักชื่อนี้ไว้ที่หลังใบปาล์ม เพื่อแสดงว่าทองคำที่นำมาทำรางวัลนี้เป็นทองคำที่ผ่านกระบวนการสกัดจากเหมืองแร่ทองที่ตรวจสอบได้ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นความตั้งใจของผู้ผลิตและผู้จัดงานที่ต้องการให้รางวัลแก่ผู้สร้างหนังที่ยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยทองคำที่ดีเยี่ยมที่สุดเช่นเดียว ผู้กำกับจากประเทศไทยที่เคยได้รับรางวัลปาล์มทองคำ คือคุณ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล จากภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) ในปี ค.ศ. 2010 เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

Sovereign Hill เหมืองทองในตำนาน


เมืองบาราลาด รัฐวิคตอเรีย เป็นที่ตั้งของเหมืองทอง โซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ (Sovereign Hill) จุดเริ่มต้นของยุคตื่นทอง ของออสเตรเลีย เมื่อมีการขุดพบทองคำครั้งแรกในปี ค.ศ. 1851 จากนั้นก็มีผู้คนอพยพกันมาจับจองพื้นที่เพื่อขุดทองกันอีกหลายหมื่นคน โซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ อยู่ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก เป็นแหล่งที่มีการขุดพบทองจำนวนมากถือเป็นแหล่งขุดทองหมายเลขหนึ่งของออสเตรเลียที่ดึงดูดนักเสี่ยงโชคจากทั่วโลกมารวมกัน ประชากรที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ทำให้วิคตอเรียกลายเป็นรัฐที่มีความมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และทำให้บัลลารัตเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุด ในยุคตื่นทองระหว่างปี1851-1869 ทองคำที่ โซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ ถูกค้นพบครั้งแรกโดย James Dunlop และ James Reagan เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ.1851 ทองคำที่พบมีลักษณะเป็นกรวดทราย ซึ่งฝังตัวรวมอยู่กับก้อนหินและเนินเขา การคัดแยกต้องใช้วิธีร่อนทองเพื่อกรองทรายออกเมื่อกรวดทรายทองคำบนผิวดินเริ่มร่อยหรอลง จึงเริ่มมีการขุดลงไปใต้ดิน ทำเป็นเหมืองทอง และมีการค้นพบทองคำบริสุทธิ์ 99 % น้ำหนัก 69 กิโลกรัม ชื่อ Welcome Nugget ในปี 1858 ในขณะนั้นมีราคา 10,000 ปอนด์ เป็นทองคำก้อนใหญ่เป็นอันดับสองของโลกที่ถูกค้นพบเมื่อทองคำถูกขุดออกไปจนหมด ยุคตื่นทองจบสิ้นลง หลายเมืองมีขนาดเล็กลง บางเมืองกลาย เป็นเมืองร้างมีเพียงเมืองบัลลารัต และเบนดิโก เท่านั้น ที่ยังคงความเจริญเติบโตและปัจจุบัน โซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโซเวอร์เรนจ์ ฮิลล์ (Sovereign Hill)เป็นสถานที่จำลองยุคตื่นทองบนพื้นที่ขนาด 60 เอเคอร์ หรือประมาณ 150 ไร่ เล่าเรื่องราวความเป็นมาของยุคตื่นทองและวิธีชีวิตของผู้คนในยุคนั้น มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำมากมายเพื่อย้อนรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต ทั้งการหลอมทอง การชมเหมืองทองใต้ดินและการทดลองร่อนหาทองด้วยตัวเองแม้จะหมดยุคตื่นทองไปแล้วแต่ปัจจุบัน ออสเตรเลียก็ยังเป็นผู้ผลิตทองคำมากเป็นอันดับสองของโลกที่ประมาณ 270 ตัน รองจาก จีนที่ผลิตทองคำมากที่สุดที่ 455 ตัน และยังเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองแร่ทองคามากที่สุดด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

นายทองคำแห่งกรุงศรีอยุธยา


นายทองคำ เป็นชื่อสามัญชนของสมเด็จพระเพทราชา พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 28 แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์บ้านพลูหลวง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา และทรงเป็นพระสหายที่ถูกเลี้ยงดูควบคู่มากับขุนหลวงนารายณ์หรือสมเด็จพระนารายณ์ มาตั้งแต่วัยเยาว์ นายทองดำมีพระมารดาเป็นพระนมในสมเด็จพระนารายณ์ เบื้องแรกรับราชการเป็นจางวางกรมช้าง ต่อมามีความดีความชอบในการทำสงคราม จึงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากสมเด็จพระนารายณ์ให้รับใช้ใกล้ชิด มีบรรดาศักดิ์เป็นพระเพทราชา ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาล ซึ่งมีอำนาจค่อนข้างมากในเวลานั้น ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2231 เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชประชวรหนักด้วยโรคไอหืดใกล้สวรรคต พระเพทราชาได้ชิงกระทำยึดอำนาจในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2231 โดยมีหลวงสรศักดิ์เป็นกำลังสำคัญ ซึ่งการกระทำของพระเพทราชานั้นมีชาวกรุงศรีอยุธยาสนับสนุนเป็นจำนวนมาก ทั้งชาวบ้าน ขุนนาง และพระสงฆ์ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของสมเด็จพระนารายณ์ ที่ให้อำนาจคอนสแตนติน ฟอลคอลมากเกินไป จนเกรงว่าจะถูกฝรั่งเศส ยึดครองบ้านเมือง ในการยึดอำนาจครั้งนั้น ได้มีการสังหารพระปีย์ พระราชโอรสบุญธรรมด้วยการผลักตกจากระเบียงพระที่นั่งสุทธาสวรรค์ และกุมตัวคอนสแตนติน ฟอลคอน หรือเจ้าพระยาวิชเยนทร์ ไปประหารชีวิต เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2231 เมื่อบ้านเมืองสงบแล้วนายทองคำ จึงทำพระราชพิธีปราบดาภิเษกเป็นสมเด็จพระเพทราชา ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์แล้ว ได้ขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกไปจากกรุงศรีอยุธยา แต่ยังทรงอนุญาตให้บาทหลวง และพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ สำหรับข้าราชการและราษฎรไทยที่อยู่ในประเทศฝรั่งเศส ก็ถูกส่งกลับกรุงศรีอยุธยาเช่นกัน นับเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศส ตั้งแต่นั้นมา สมเด็จพระเพทราชา ทรงครองราชย์ได้ 15 ปี ก็เสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2246 สิริ รวมพระชนมมายุได้ 71 พรรษา เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

ทองคำแห่งหิมาลัย


หิมาลัย มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึง ที่อยู่ของหิมะ เป็นเทือกเขาในทวีปเอเชีย เป็นที่ตั้งของยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก และยังมียอดเขาที่มีความสูงมากกว่า 7,200 เมตร อีกมากกว่าร้อยยอด กินพื้นหลายประเทศ ตั้งแต่อินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน จีน ภูฏาน เนปาล และหลังคาโลกอย่างทิเบตที่เทือกเขาหิมาลัยมีสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อ ถั่งเช่า หรือตังถั่งเช่า หรือตังถั่งแห่เช่า หรือที่ชาวทิเบตเรียกว่ายาร์ซากุมบา ซึ่งมีความหมายว่า ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า เกิดจากหนอนผีเสื้อแถบที่ราบสูงธิเบตที่จำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาวได้ถูกสปอร์ของเห็ดรา Ophiocordyceps มาอาศัยเป็นปรสิตและเติบโตสร้างเส้นใยออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนในฤดูร้อน พบได้มากที่บางมณฑลในทิเบต เทือกเขาหิมาลัย เนปาล และภูฏาน ถั่งเช่า มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงครอบจักรวาล บรรเทาอาการหย่อนและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ เชื่อว่าช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย ถั่งเช่ามีความต้องการในท้องตลาดสูงทำให้มีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำจนได้ชื่อว่าทองคำแห่งหิมาลัย ว่ากันว่า ซุปถั่งเช่าบำรุงกำลังและสมรรถนะทางเพศ ที่ปรุงจำหน่ายในลาสเวกัส มีราคาถึงชามละ 688 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือ ราว 23,000 บาท แม้จะใช้ถั่งเช่าเป็นวัตถุดิบเพียงแค่ 7 กรัมเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้มีอาชีพเก็บถั่งเช่าในแถบเทือกเขาหิมาลัยหลายแสนคน และมีคนต่างถิ่นหลั่งไหลเข้ามาขุดทองที่หิมาลัยกันมากขึ้น มูลค่าการค้าถั่งเช่าในตลาดโลกมีมากถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯผลจากความต้องการบริโภคถั่งเช่าที่พุ่งสูงขึ้นนี้เอง ทำให้มีการอพยพเข้ามาหาถั่งเช่าของคนจำนวนมากส่งผลต่อระบบนิเวศในแถบเทือกเขาหิมาลัยที่ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว คุณภาพดินเสื่อมลง ต้นไม้และพุ่มไม้ถูกตัดมาทำฟืนเป็นจำนวนมาก และมีการทิ้งขยะในบริเวณแคมป์ที่พักของผู้เก็บถั่งเช่าจำนวนมากทำให้ปริมาณถั่งเช่าเริ่มลดลง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น ตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมาบางแห่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้นถึง 4 องศาเซลเซียสทำให้เชื้อราถั่งเช่าเจริญเติบโตในพื้นที่เดิมได้ยาก และเชื้อราไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในที่สูงซึ่งอากาศเย็นกว่าได้ เพราะเชื้อราต้องอาศัยซากหนอนผีเสื้อเป็นอาหาร แต่หนอนผีเสื้อสามารถไม่อพยพขึ้นไปอยู่บนที่สูงได้ จึงมีแนวโน้มว่าถั่งเช่าอาจสูญพันธุ์ถึง 1 ใน 3 ของถั่งเช่าที่มีทั้งหมด ภายในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้านี้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

Brexit กับราคาทองคำ


วันที่ 23 มิถุนายน 2559 พลเมืองกว่า 17 ล้านคนของสหราชอาณาจักร(UK)ลงประชามติสนับสนุนให้ UK ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เหตุการณ์ในครั้งนี้ถูกเรียกกันในโลกการเงินว่า “Brexit” (มาจากคำว่า British รวมกับ Exit) ซึ่งส่งผลค่อรูปแบบเศรษฐกิจ การเงินการลงทุนของUK และของตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้รวมถึงราคาทองคำและการลงทุนในทองคำในช่วงที่ผล Brexit ประกาศออกมา ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างแรงทำจุดสูงสุดที่ระดับ1,324 เหรียญดอลลาร์ต่อออนซ์ จากที่ก่อนจะทราบผล Brexit ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 1,260 เหรียญดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นมาแรง เป็นโอกาสดีของนักลงทุนในการขายทำกำไร เหตุการณ์ Brexit นี้ทำให้นักลงทุนเรียนรู้ที่จะกระจายการกระจายการลงทุน ไปยังตราสารหนี้ หุ้น และทองคำ ทำให้ได้รับผลกระทบทางลบน้อยกว่าคนที่ลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว ผ่านมาถึงตอนนี้ ทองคำยังได้รับประโยชน์จากการเป็น สินทรัพย์ที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุน(Safe-Heaven )ที่ผ่านมาราคาทองคำ อ่อนตัวลงเพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ เป็นปัจจัยให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจึงกดให้ราคาทองคำอ่อนตัวอย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลกรณีการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีการส่งร่าง Brexit ต่อคณะกรรมาธิการสหภาสพยุโรป หรือยูโรโซนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เป็นสถานการณ์ที่กลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงและผลักดันให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งอย่างไรก็ตามในปี 2019 ประเด็นของการขอถอนตัวออกจากสภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) จะกลับมาเป็นปัจจัยต่อราคาทองคำอีกครั้งหนึ่ง เพราะแม้ว่านางเทเรซ่า เมย์นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะผ่านการลงมติไม่ไว้วางใจมาได้ แต่การ จะขอเสียงสนับสนุนในเรื่องร่างที่เสนอต่อคณะกรรมาธิการสหภาสพยุโรป หรือยูโรโซน ยังไม่อาจตั้งความหวังได้ว่าจะผ่านมติในที่ประชุมสภา ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินปอนด์ และกดดันในส่วนของราคาทองคำได้เช่นกัน เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/25/2561

ทองคำกับสำนวนไทย


ทองคำมีความผูกพันกับคนไทยมาช้านาน คนไทยถือว่า ทองคำเป็นของมงคลและมีค่า จึงมักนำมาใช้ตั้งชื่อคน ชื่อสถานที่สำคัญ เช่นสนามบินสุวรรณภูมิ ชื่อจังหวัดเช่น อ่างทอง สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชื่อวัด เช่น วัดภูเขาทอง วัดธาตุทอง วัดสุวรรณาราม วัดสุวรรณคูหา เป็นต้น หลายคำในภาษาไทยก็มีความหมายว่า ทองคำ เช่น สุพรรณ สุวรรณ กนก และกาญจนาเป็นต้น นอกจากนี้ทองคำยังถูกนำมาใช้ในสำนวนไทยเพื่อเปรียบเปรยสิ่งต่างๆ ซึ่งมีหลายสำนวนได้แก่ทองไม่รู้ร้อนหมายถึง เฉยเมย ไม่กระตือรือร้น ไม่สะดุ้งสะเทือนทองแผ่นเดียวกันหมายถึง เกี่ยวดองกันโดยการแต่งงานผ้าขี้ริ้วห่อทองหมายถึงผู้ที่มีฐานะร่ำรวย แต่ทำตัวสมถะหรือแต่งตัวซ่อมซ่อ เหมือนคนยากจนเรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนหมายถึง การแต่งกันของคนมีฐานะดีทั้งฝ่ายหญิงและชาย เมื่อแต่งงานแล้วทรัพย์สินเงินทองก็จะอยู่ในเครือญาติของทั้งคู่กิ่งทองใบหยกหมายถึง เหมาะสมกันกิ้งก่าได้ทองหมายถึง คนที่ไม่มีความสำคัญ ไม่เคยมีสมบัติและไม่มีความคิด เมื่อได้รับลาภยศแม้เพียงเล็กน้อย ก็คิดว่าตนมีความสำคัญเหนือผู้อื่น เกิดความเห่อเหิมลืมตัวแสดงความเย่อหยิ่งจองหองวางท่าใหญ่โต คนเช่นนี้ ย่อมเป็นที่รังเกียจของคนทั่วไปปิดทองหลังพระหมายถึงการที่บุคคลกระทำการใดๆที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับกิจกรรมนั้นๆ แต่ผู้อื่นจะไม่ทราบว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมานั้น ใครเป็นผู้ทำให้มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหวหมายถึง มีสมบัติเพียงเล็กน้อยแต่กังวลจนนอนไม่หลับปัจจุบันคนนิยมใช้ทองคำเป็นเครื่องประดับหรือเก็บสะสมเป็นทรัพย์สมบัติ หรือซื้อทองเพื่อการลงทุน เห็นได้จากมีร้านขายทองคำอยู่ทั่วไปทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ทำให้ในแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนที่มาจากการซื้อ-ขายทองคำเป็นจำนวนมากเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

ลูกโลกทองคำ Golden Globe Award


ในปี1944 สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำฮอลลีวูด (Hollywood Foreign Press Association) หรือ HFPA จัดให้มีการมอบรางวัลรางวัลลูกโลกทองคำ(Golden Globe Award)ให้กับภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ที่สตูดิโอของฟ็อกซ์ หลังจากนั้นการมอบรางวัลก็ทำกันมาอย่างต่อเนื่องทุกปี ในสถานที่ต่างๆกันเช่นที่ Beverly Hills Hotel, Hollywood Knickerbocker Club และ Hollywodd Roosevelt Hotel การมอบรางวัลลูกโลกทองคำ จะจัดกันในช่วงต้นปีก่อนการมอบรางวัลออสการ์ โดยยึดผลจากการโหวดของนักข่าวและสื่อมวลชนในสหรัฐอเมริกา ผู้มีสิทธิเข้าชิงจะคัดเลือกกันในช่วงหลังวันที่1 ตุลาคมซึ่งแตกต่างจากรางวัลออสการ์ที่ใช้เกณฑ์วันที่1 มกราคม ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1950 HFPA ได้ตัดสินใจเพิ่มรางวัลพิเศษเพื่อมอบให้กับผู้ที่มีผลงานโดดเด่นในวงการบันเทิงเป็นบุคคลความสำคัญและเป็นบุคคลทรงคุณค่าในวงการบันเทิงโดยมอบรางวัลให้กับ เซซิล บี. เดอมิลล์ (Cecil B. DeMille) ในปีค.ศ. 1952 หลังจากนั้นได้ใช้ชื่อของเขาเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของรางวัลบุคคลทรงคุณค่า ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัล เซซิล บี. เดอมิลล์ เป็นคนแรกคือ วอลท์ ดิสนีย์ ในปีถัดมา รางวัลลูกโลกทองคำต่างจากรางวัลออสการ์ตรงที่นอกจากจะมอบรางวัลให้กับภาพยนตร์แล้วยังมีการมอบรางวัลให้กับผลงานในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ด้วย จึงทำให้เวทีลูกโลกทองคำเป็นเวทีเดียวที่คนในวงการหนังได้มากระทบไหล่กับคนวงการทีวี อีกทั้งขั้นตอนวิธีการตัดสินรางวัลก็ต่างกัน คือลูกโลกทองคำจะมีสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำฮอลลีวูด (HFPA) ซึ่งเป็นสื่อมวลชนจากประเทศต่าง ๆ กว่า 50 ประเทศทั่วโลกเป็นคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งในปัจจุบันมีกรรมการตัดสินกว่า 90 คน แตกต่างกับรางวัลออสการ์ที่ใช้กรรมการลงคะแนนเสียงกว่าพันคน เพราะรางวัลจากสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์นี้มีสมาชิกที่สามารถลงคะแนนให้กับหนังที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมกว่า 6,000 คนรวมทั้งนักแสดงชื่อดัง โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ คนเขียนบทและผู้คนในแวดวงภาพยนตร์จำนวนมากด้วยวิธีการตัดสินที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้เองผู้ที่ได้รางวัลลูกโลกทองคำบางครั้งก็ไม่ใช่ผู้ชนะรางวัลออสการ์เสมอไป แต่จากสถิติในหลายปีที่ผ่านมาพบว่าผู้ชนะของทั้งสองเวทีจะใกล้เคียงกันรางวัลลูกโลกทองคำถูกเป็นรางวัลที่ผู้คนให้ความเชื่อถือศรัทธาที่สุด และเป็นธรรมเนียมทุกปีที่รางวัลลูกโลกทองคำจะประกาศผลก่อน รางวัลออสการ์ และเป็นรายการแจกรางวัลที่มีผู้ชมมากเป็นอันดับ 3 สำหรับ รองจากรางวัลออสการ์ และรางวัลแกรมมี่รางวัลลูกโลกทองคำ มาจากทองคำ 24 กะรัต มีความสูง 10.75 นิ้ว กว้าง 3.5 นิ้ว หนักราว ๆ 2.5 กิโลกรัม มีมูลค่าประมาณ 25,000 บาท บาบรา สตรัยแซนด์เป็นเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำมากที่สุด 9 ตัว เมอรีล สตรีพ 8 ตัว , แจ๊ค นิโคลสัน มี 6 ตัว และ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า , โอลิเวอร์ สโตน , เชอร์ลีย์ แม็คเลน , โรซาลินด์ รัสได้คนละ 5 ตัว เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

กรุทองคำวัดราชบูรณะ สมบัติล้ำค่าของชาติ


การขุดกรุสมบัติวัดราชบูรณะเมื่อปี 2499 ทำให้พบเครื่องราชูปโภคทองคำจำนวนมาก จากคำให้การคนร้ายที่ลักลอบขุดกรุมหาสมบัติในพระปรางค์ รวมกับคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์และนักค้าของเก่า ประมาณการกันว่าเครื่องทองคำที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะนี้น่าจะมีน้ำหนักราว 100 กิโลกรัม แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสมบัติชาติบางส่วนถูกขายไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เครื่องทองคำส่วนหนึ่งที่กรมศิลปากรตามคืนมาได้ขณะนี้จัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากบันทึกของคำให้การที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรมีใจความสำคัญที่ทำให้เห็นภาพว่ามีเครื่องทองจำนวมมหาศาลภายในพระปรางค์วัดราชบูรณะ ....กรุข้างล่างนั้นมีโต๊ะสำริด 3 ตัวตั้งอยู่ทิศตะวัน ออก ทิศใต้ และทิศเหนือ ตรงกลางของกรุ ทำเป็นรูปสี่ เหลี่ยมกว้างราว 1 วาเศษ บน แท่นศิลากลางกรุ มีถาดทองคำ 3 ใบ บนถาดมีกระโถนทองคำ 4 ใบ มีไข่มุกอยู่เต็มกระโถน และพบแหวนประมาณ 2,000 วง บนแท่นยังพบพระแสงทองคำปักไว้ข้างขอบ โต๊ะ มีเสื้อทองคำ 8 ตัว มหามงกุฎกว้าง 1 ศอก สูง 2 ศอกเศษ มีจอกทองคำประดับด้วยทับทิม และมงกุฎราชินี 3 อัน ตลับทอง 12 ใบส่วนบนโต๊ะด้านทิศตะวันออก มีมหามงกุฎราชินี 5 อัน วางไว้บนโต๊ะ เสื้อทองคำของพระมหากษัตริย์ เรือหงส์ทองคำ 1 ลำ คนพายเรือทองคำ พระพุทธรูป 20 องค์ กระบวยทองคำ 8 อัน พร้อมม่านทองคำขึงท้องพระโรงก้อนใหญ่ โต๊ะทางทิศใต้เต็มมีพระพุทธ รูป 25 องค์ ตลับพระแก้วมรกต 4 องค์ พระพุทธรูปทำด้วยทอง นาก เงิน มีผ้าพับไว้อย่างดี แต่เมื่อถูกก็เป็นผุยผง นอกจากนี้มีพระราชรถคันหนึ่งมีม้าเทียมคู่หนึ่งทำด้วยทองคำ มีขวด 6 ลูก ทำด้วยสีขาว มีแหวนอยู่เต็มขวด และเศษทองอีก 10 กระสอบโบราณวัตถุสำคัญอีกชิ้นหนึ่งคือองค์พระปรางค์จำลองที่มีแผ่นทองแปะอยู่ซึ่งคนร้ายไม่สามารยกพระปรางค์ทั้งหมดออกไปขายจึงใช้วิธีฉีกแผ่นทองออกไปเนื่องจากเป็นทอง 100 เปอร์ เซ็นต์ มีความอ่อนทองที่ฉีกไปนี้คาดว่านำไปหลอมหมดแล้ว นึกภาพไม่ออกว่าถ้าสมบัติทุกชิ้นยังอยู่ครบจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นได้มากแค่ไหน ปัจจุบัน เครื่องประดับทองคำ เครื่องใช้ทองคำของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นมงกุฎทองคำ เข็มขัด ปั้นเหน่ง แหวน กำไล สร้อยพระหัตถ์ แผ่นทองคำ พระแสงขรรค์ชัยศรี จัดแสดงอยู่บนชั้นสอง ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ


“...ข้างบนของแท่นนั้นมีโต๊ะสำริด ๓ ตัวบนโต๊ะนั้นทาง ทิศเหนือ มีพระแสงทองคำปักไว้ข้างขอบโต๊ะนั้นทางเหนือบนโต๊ะ ทางเหนือมีเสื้อทองคำ อยู่แปดตัว และมหามงกุฎอีกอันหนึ่ง...” นี่คือส่วนหนึ่งของบันทึกคำให้การของคนร้ายที่ลักลอบเข้าไปขุดหาสมบัติกรุวัดราชบูรณะเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ เป็นเวลาถึง ๕๓๒ ปี นับจากปีที่สร้างวัดราชบูรณะในแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ หรือเจ้าสามพระยาในปีพ.ศ.๑๙๖๗พระแสงทองคำที่พูดถึงก็คือพระแสงขรรค์ หนึ่งในเครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่มีขนาดเท่าองค์จริง และมีมีรูปแบบที่ไม่เหมือนพระขรรค์องค์ใดเท่าที่มีการบันทึกหรือเท่าที่จะสามารถศึกษาได้ เช่น ฝักพระแสงขรรค์ แยกเป็นสองแฉกเหมือนหางนกแซงแซว ซึ่งต่างจากพระแสงขรรค์ชัยศรีรัตนโกสินทร์(องค์ปัจจุบัน)ที่ตัดตรงเหมือนฝักดาบทั่วไป รูปทรงของใบพระแสงขรรค์กรุฯวัดราชบูรณะก็ค่อนข้างแบนไม่หนามาก ต่างจากพระแสงขรรค์ชัยศรีรัตนโกสินทร์ ที่หนาเหมือนใบหอก และต่างจากดาบทรง หรือพระขรรค์เล่มอื่นๆ แต่กลับมีความสอดคล้องกับรูปแบบดาบ อินเดียโมกุล หรือ อินโด-อิราเนียน ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๓ โดยดาบสองคมรูปแบบนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า คานดา หรือ เคนด์ (Khande) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่ม ราชบุตร (Rajputs) รัฐราชาสถาน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศปากีสถานลงมาจนถึงอินเดียตอนใต้ ซึ่งนับถือศาสนา ฮินดู (คำว่า Khande มีรากศัพพ์มาจากภาษาสันสกฤต หมายถึงดาบหรืออาวุธมีคมซึ่งออกเสียง และมีความหมายเดียว กันกับคำว่า “ขรรค์” ในภาษาไทย ศัตราวุธนี้มีประวัติยาวนานสืบย้อนไปได้ถึงสมัยพุทธกาล)พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ มีความยาว 115 เซนติเมตร องค์พระแสงขรรค์ทำด้วยเหล็กมีคม 2 ด้าน แฝงความหมายของความยุติธรรมแห่งองค์พระมหากษัตริย์ หากต้องลงดาบจะไม่สามารถเลือกด้านใดด้านหนึ่งได้ ฝักทองคำจำหลักลายประจำยาม ลายกนกประดับอัญมณี ด้ามทำด้วยเขี้ยวหนุมาน หรือหินควอทซ์ซึ่งมักเรียกว่าแก้วผลึกเป็นรูปแปดเหลี่ยม พระแสงขรรค์ชัยศรีทองคำ จากกรุพระปรางค์วัดราชบุรณะเป็นหนึ่งในตัวอย่างของศัตราวุธ ที่แสดงให้เห็นถึง การผสมผสานระหว่างงานช่างชาวสยามกับรูปแบบของต่างชาติโดยปรับให้มีความเหมาะสมกับการใช้งาน และ ความงามอย่างไทย เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

ศึกษาทองโบราณด้วยรังสีX


กรุสมบัติวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุเป็นโบราณสถาน2 แห่งสำคัญที่มีการขุดพบเครื่องทองโบราณเป็นจำนวนมากซึ่งรอดพ้นจากการศูนย์เสียให้พม่าเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310 หลังจากนั้นได้มีการนำเครื่องทองโบราณที่พบมาวิเคราะห์ ศึกษาลักษณะเฉพาะ และแหล่งที่มาของทองของทองโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์ ด้านสังคม วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “วิธีการวาวรังสีเอกซ์”หรือ “เอกซ์อาร์เอฟ”นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.)ร่วมกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกันทำงานวิจัยนี้ โดยได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยาที่ได้จากกรุสมบัติวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ จำนวน 12 ชิ้น ประกอบด้วยเครื่องทอง โบราณ 10 ชิ้น และตัวอย่างที่ทำจากวัสดุไม่ใช่ทองอีก 2 ชิ้น ตัวอย่างทองคำจากแหล่งโบราณคดีทางภาคใต้ 2 ชิ้น และได้นำทองรูปพรรณสมัยปัจจุบัน จำนวน 11 ชิ้น มาวิเคราะห์เปรียบเทียบ ด้วยเครื่องวิเคราะห์การวาวรังสีเอกซ์แบบพกพา (Portable XRF) วัดรังสีเอกซ์จากตัวอย่าง โดยใช้เวลาในการวัดตัวอย่างละ 60 วินาที วัดอย่างน้อยตัวอย่างละ 2 ตำแหน่ง แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ทางสถิติ ผลการวิเคราะห์สรุปได้ว่าทองคำ จากกรุวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะมีความบริสุทธิ์อยู่ในช่วง 19 ถึง 23 K(กระรัต) ยกเว้น 2 ชิ้นงานที่มีความบริสุทธิ์สูงถึงเกือบ 24 K ได้แก่ ผอบทองคำ และแผ่นตาลบัตรจำลอง ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นนี้อยู่ในเจดีย์ศรีสุริโยทัย สันนิษฐานว่า การที่ชิ้นงานดังกล่าวมีความบริสุทธิ์สูงเป็นพิเศษ น่าจะมาจากกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากชิ้นอื่น ซึ่งเมื่อเปรียบกับทองในปัจจุบันมีการกระจายตัวของความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 9 ถึง 24 K และมีส่วนผสมของดีบุกด้วย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทองจากอยุธยามีส่วน ผสมของดีบุกได้อย่างไร เพราะดีบุกมาจากทางภาคใต้จึงได้ทำการศึกษาตัวอย่างทองจากภาคใต้พบว่ามีส่วนผสมของดีบุกและมีองค์ประกอบของธาตุอื่นเหมือนกันจึงสันนิฐานว่าน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน การใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าการวาวรังสีเอกซ์นี้ในต่างประเทศมีมานานกว่า 20 ปีที่แล้ว เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกเพราะสามารถวิเคราะห์ธาตุได้เกือบทั้งหมด มีไม่ถึง 20 ธาตุจากร้อยกว่าธาตุที่อาจวิเคราะห์ไม่ได้และเป็นการตรวจวิเคราะห์ที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทองโบราณที่นำมาศึกษาด้วยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งเครื่องมือ เพื่ออ้างอิงและพิสูจน์ทองคำอื่นๆอีกหลายชิ้น และหากพบว่าชิ้นใดเป็นเครื่องทองที่อยู่ในสมัยอยุธยา จะนำมารวบรวมไว้ที่พิพิธภัณฑ์เครื่องทองโบราณหลังใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 และจะเป็นพิพิธภัณฑ์หลังแรกของไทยที่มีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกของเครื่องทองโบราณที่ได้จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ มาตอบโจทย์การวิจัยทางโบราณคดีที่เป็นรูปธรรมเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

พิพิธภัณฑ์ทองคำ โคลัมเบีย


ประเทศโคลอมเบีย ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองคาตาเฮน่าเป็นเมืองสำคัญ และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทวีปอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ มีกรุงโบโกต้า เป็นเมืองหลวงของประเทศ ซึ่งมีความเก่าแก่และมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 5 ศตวรรษ ตั้งอยู่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,600 เมตรจึงมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทองคำ (Gold Museum – El Museo del Oro) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์ทองคำ เอลมิวซิโอเดลโอโร (El Museo del Oro) จัดแสดงชิ้นงานล้ำค่า เครื่องใช้ เครื่องประดับที่ทำจากทองคำในช่วง Pre-Hispanic กว่า 55,000 ชิ้น โบราณวัตถุสำคัญชิ้นหนึ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือเครื่องประดับที่ทำเลียนแบบนกหรือแมลง มีอายุระหว่าง 800-500 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีความยาว 6 เซนติเมตรกว้าง 5 เซนติเมตร รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ขุดพบในโคลอมเบียซึ่งบอกเล่าถึงวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตของชนเผ่าพื้นเมืองในอดีตการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ที่ชั้นสอง จัดแสดงการทำเหมือง การหลอมและการทำโลหะ มีนิทรรศการผู้คนกับทองคำ การใช้โลหะของชุมชนโบราณที่ปกครองโคลอมเบียก่อนยุคพรีฮิสแพนิก จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาอายุตั้งแต่ 1500 ปีก่อนคริสต์ศักราชไปจนถึง 100 ปีก่อนคริสต์ศักราช รวมถึงคอลเล็กชั่นหน้ากากทองคำและเครื่องประดับตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราชไปจนถึงคริสต์ศักราช 1200 ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมยุคพรีฮิสแพนิก ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมจากพืชและสัตว์ มงกุฎที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม อุปกรณ์ล่าสัตว์ รวมถึงหน้ากากและโกศที่ใช้ในงานศพ มีนิทรรศการการบูชา ศาสนาและความเชื่อเรื่องการเข้าทรง การแสดงแสงสีเสียงที่ช่วยให้เข้าใจพิธีกรรมการเข้าทรงและบวงสรวงได้ดียิ่งขึ้นนอกจากทองคำแล้ว Gold Museum – El Museo del Oro ยังจัดแสดงคอลเลกชั่นงานศิลปะจากศิลปินชื่อ โบเทโร(Botero)การจัดแสดงงานศิลปะโดย เดอะแบงโกเดอลารีพับลิกา(the Banco de la Republica)มากกว่าสามพันชิ้นให้ได้ชมกันอีกด้วย พิพิธภัณฑ์ทองคำตั้งอยู่ทางเหนือของย่านประวัติศาสตร์ La Candelaria ในโบโกตา เดินจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองที่สำคัญ อาทิเช่น Plaza de Bolívar และพิพิธภัณฑ์ Botero โดยใช้เวลาไม่นาน เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ และเข้าชมฟรีทุกวันอาทิตย์ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ทองคำ ไต้หวัน


พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ทองคำจินกวาสือ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานนิเวศวิทยา Gold ecological Park เมืองนิวไทเป เขตรุ่ยเฟิง เปิดตัวเมื่อปี 2004 โดยรัฐบาลไต้หวัน เพื่อรวมพลังของชุมขนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิทัศน์ การทำเหมืองทองคำ ความทรงจำทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้ำค่าไว้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานเหมืองแร่ Taiwan Metal Mining Corpจินกวาสือ เคยเป็นแหล่งการทำเหมืองทองคำและทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการพบแร่ทองคำครั้งแรกเมื่อปี 1890 โดยมีการขุดอุโมงค์ลึกกว่า 600 กิโลเมตรจากภูเขาที่ล้อมรอบเพื่อทำเหมืองแร่ ซึ่งพื้นที่ด้านในส่วนใหญ่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทั้งนี้การทำเหมืองแร่ได้ยุติลงเมื่อปี 1970 เนื่องจากชาวเมืองส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่อีกต่อไปเนื่องจากหวั่นเกรงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่ายังมีแร่ทองคำหลงเหลืออยู่อีกกว่า 8 ล้านออนซ์ รัฐบาลจึงหันมาพัฒนาจินกวาสือให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ทองคำจินกวาสือ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ทองคำจินกวาสือ นอกจากจะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้วยังถือเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของไต้หวันที่ถูกสร้างมาจากแนวคิดเชิงสวนนิเวศน์แบบบูรณาการและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็น๋ศูนย์การศึกษาและมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและลักษณะทางธรณีวิทยาและยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2002 ภายในพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ทองคำจินกวาสือ แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นที่1 จัดแสดงเส้นทางการค้นพบทองคำในอดีต, อุโมงค์ Benshan Fifth Tunnel การทำเหมืองแร่ในอดีต, ระบบขนส่งของการทำเหมืองแร่และข้อมูลเกี่ยวกับค่ายนักโทษจากสมัยสงครามโลกครั้งที่สองของฝ่ายพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของอุโมงค์ Benshan จะมีรูปปั้นจำลองชาวเหมืองในอดีตและทองคำแกะสลักสวยๆ จัดแสดงอยู่ภายในให้ได้ศึกษากันอีกด้วยชั้นที่ 2 ส่วนจัดแสดงทองคำ ผลงานศิลปะจากทองคำและข้อมูลเกี่ยวกับทองคำบริสุทธิ์ ขนาดกว่า 220 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 7.8 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมป้ายที่เขียนไว้ว่า“หากคุณสามารถยกขึ้นได้เราจะให้นำกลับบ้านไปเลย!” ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางที่ใครจะทำได้ ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์จะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนทั้งยังเป็นจุดชมดอกซากุระขึ้นชื่อของไต้หวันอีกแห่งหนึ่งด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/19/2561

พิพิธภัณฑ์ทองคำ เยาวราช


พิพิธภัณฑ์ทองคำ เยาวราชเยาวราช เป็นย่านที่มีร้านทองมากกว่า 130 ร้าน ร้านทองที่เก่าแก่ที่สุดในย่านนี้มีอายุกว่า 160 ปีก็คือห้างทองตั้งโต๊ะกังซึ่งเปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้า ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำทองให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความลำบากในการทำทองรูปพรรณแต่ละเส้นที่ต้องอาศัยความชำนาญ ความอดทนและฝีมือ เป็นเป็นงานทำมือที่ไม่ได้ใช้เครื่องจักรเหมือนในปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ทองคำห้างทองตั้งโต๊ะกัง ตั้งอยู่บนชั้นที่ 6 ของตึกสำนักงานเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแสดงเครื่องไม้เครื่องมือในการทำทอง เช่นแม่พิมพ์ในการปั๊มทองคำ เป็นลวดลายต่างๆ เช่น มังกร สิงโตจีน เทวดานางฟ้า เวลาจะทำลวดลายก็นำแผ่นทองคำมาวางบนแม่พิมพ์แล้วใช้แรงกระแทกบนแม่พิมพ์ ก็จะเกิดลายขึ้นมา มีเบ้าหลอมทอง แท่นตีทอง และเตาต้มทอง นอกจากนี้ก็ยังมี ตราชั่งไม้โบราณสำหรับชั่งน้ำหนักทอง ไหน้ำกรดเป็นที่เก็บน้ำกรดเพื่อใช้ในการสกัดทองคำบริสุทธิ์ที่สั่งทำเป็นพิเศษจากจังหวัดราชบุรี ปัจจุบันเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกแล้วจัดแสดงโต๊ะทำงานของช่างทำทองสมัยก่อน บนโต๊ะมีเครื่องมือประเภทปากคีบ คีมหนีบ ค้อน กรรไกร ตะไบ ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับทำลวดลายทองรูปพรรณ นอกจากจะได้ชมเครื่องมือการทำทองแล้ว ยังมีการจัดแสดงรูปถ่ายเก่าๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ตราตั้งครุฑพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 โต๊ะช่างทองที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงทดลองทำทองเมื่อครั้งที่เสด็จมายังห้างทองตั้งโต๊ะกัง รวมถึงมีการสาธิตการหลอมทอง การทำงานของช่างทอง การผลิตทองคำแท่ง การตีตรา และการทำทองรูปพรรณ ให้ชมกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย พิพิธภัณฑ์ทองคำห้างทองตั้งโต๊ะกัง เปิดให้เข้าชมทุกวันวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 9.30 น. – 16.00 โดยไม่เสียค่าเข้าชม สนใจเรียนรู้การทำทองในสมัยก่อนก็ไปเที่ยวชมกันได้ หรืออยากซื้อทองเยาวราชก็มีร้านทองให้เลือกนับร้อยร้านเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

เครื่องประดับเงิน ทอง กับสุขภาพ


การใส่เครื่องประดับไม่ได้เพียงเพื่อความสวยงามหรือแสดงสถานะทางสังคมเท่านั้น แต่การใส่เครื่องประดับที่ทำจากเงินและทองยังส่งผลต่อสุขภาพ เพราะในร่างกายของคนเรามีธาตุ ดิน น้ำ ไฟซึ่งจะทำปฏิกิริยากับเงินและทองในภาวะที่ต่างกัน ทอง เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ มีลักษณะเป็นหยาง เครื่องประดับที่ทำจากทอง จะช่วยทำให้ลมสูงขึ้น เหมาะกับคนที่อยู่ในภาวะหยินอ่อน สีหน้าซีด มึนหัว ตาลาย ร่างกายอ่อนแอ ความดันเลือดต่ำ และชีพจรเต้นเบา เงิน เป็นโลหะที่มีลักษณะเป็นหยิน อ่อนโยนคล้ายแสงจันทร์ มีสรรพคุณช่วยขจัดลมร้อน อาการบวม และทำจิตใจให้สงบ ในผู้ป่วยที่มีอาการร้อนตามใบหน้าและอก หน้าแดงบวม คอบวม อกบวมและเจ็บ รวมทั้งคนที่ลำคอและใต้รักแร้มีไขมันสะสมได้ง่าย สร้อยคอเงินและตุ้มหูเงินช่วยให้ดีขึ้นได้ และไม่ควรใส่เครื่องประดับเงินในฤดูหนาว เพราะทำให้รู้สึกเย็น ใส่ในหน้าร้อนจะเหมาะกว่า รวมถึงไข่มุก หยก คริสตัลสีม่วง มีลักษณะเป็นหยินเช่นกัน การใส่จะเครื่องประดับชนิดใด ตรงส่วนไหนของร่างกายเพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะ หยิน หยาง ก็มีผลต่อสุขภาพ เช่นกัน การใส่แหวนเงินที่นิ้วโป้ง จะช่วยให้ปอดของเราแข็งแรง เพราะ ธาตุเงินจะช่วยดูดสารพิษจากปอดและทำให้ระบบการหายใจดีขึ้นด้วย ส่วนการ ใส่แหวนทอง จะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นใส่แหวนเงิน ที่นิ้วชี้ช่วยในเรื่องการขจัดสารพิษที่ม้าม ทำให้ระบบน้ำเหลืองดีขึ้น ช่วยเรื่องเบาหวานและช่วยสลายไขมันในร่างกาย ใส่การใส่แหวนทอง จะทำให้กระเพาะอาหารแข็งแรงและแก้อาการปวดเข่าได้ใส่แหวนเงิน ที่นิ้วกลาง จะขจัดสารพิษในเลือดที่ไหลผ่านหัวใจป้องกันอาการหัวใจวาย และการใส่แหวนทอง ช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายเกิดสมดุลใส่แหวนเงิน ที่นิ้วนาง ช่วยล้างสารพิษในตับ เพราะ ช่วยสลายไขมันในร่างกายทำให้ผอมลง ส่วนการใส่แหวนทอง ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน และทำให้หลับสนิม ขึ้นใส่แหวนเงิน นิ้วก้อยช่วยขจัดสารพิษออกจากไต แต่ถ้าใส่แหวนทองจะทำให้ระบบภายในของผู้หญิงทั้ง มดลูก รังไข่ ปีกมดลูก แข็งแรงขึ้น ส่วนผู้ชายจะช่วยป้องกันไส้เลื่อนได้ การเลือกเครื่องประดับอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง และสวมใส่ให้ถูกต้องกับส่วนต่างๆของร่างกายนอกจากจะสวยงามแล้วยังทำให้สุขภาพดีขึ้นด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

ไข่มุกสีทอง


หมู่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นท้องทะเลที่ธรรมชาติยังคงความบริสุทธิ์และอุดมสมบูรณ์ ฌากส์ บราเนลเล็ค นักบินชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในความงามของอัญมณีแห่งท้องทะเล ละทิ้งอาชีพนักบินเข้าหันมาจับมือกับ Mr.มานูแอล โคจองโก นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ร่วมกันก่อตั้งฟาร์มไข่มุกชื่อ Jewelmer International Corporation เมื่อปีพ.ศ. 2522 และร่วมกันคิดค้น พัฒนาการเลี้ยวไข่มุกสีทองจนประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ไข่มุกสีทองเป็นมุกหายากและมีราคาแพงที่สุดในโลก การเลี้ยงหอยมุกให้ได้ไข่มุกสีทองต้องผ่านกระบวนการต่างๆถึง323 ขั้นตอน ใช้เวลาเลี้ยงยาวนานถึง 5 ปีจึงจะเก็บหอยมุกสีทองได้ เริ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยงตัวอ่อนของหอยมุกสายพันธุ์ Pinctada Maxima ใต้ทะเลที่ระดับความลึก 15 เมตร คนงานในฟาร์มต้องบันทึกสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงของน้ำทะเลอย่างสม่ำเสมอตลอด2-3 ปีแรก จากนั้น จึงทำการย้ายเนื้อเยื่อและฝังเชลล์บีดลงในส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์ เมื่อหอยมุกเกิดการระคายเคืองก็จะปล่อยน้ำมุกออกมาเคลือบหุ้มเชลล์บีดซึ่งจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี สำหรับการสร้างชั้นผลึกคริสตัลทับถมกันรอบๆ เชลล์บีดที่ใส่เข้าไป ระยะนี้หอยมุกจะถูกเลี้ยงอยู่ในตะกร้าและต้องนำขึ้นมาตรวจเช็คความแข็งแรงด้วยเครื่องเอกซเรย์อย่างสม่ำเสมอ Jewelmer ผลิตไข่มุกได้ปีละ 1 ล้านเม็ด แต่มีไข่มุกที่มีคุณภาพสูงสมบูรณ์คือลักษณะกลมได้สัดส่วน สะอาด ผิวสดใสเงางาม และให้สีสวยงามเพียง 200-300 เม็ด เท่านั้น ปัจจุบัน Jewelmer มีฟาร์มไข่มุกสีทองอยู่ 6 แห่งบนหมู่เกาะปาลาวัน มีสถานที่อนุบาลหอยมุกและห้องแล็ปวิจัย 2 แห่ง โรงงานเครื่องประดับ 1 แห่ง และโชว์รูมเครื่องประดับ 10 แห่ง ใน 7 ประเทศทั่วโลก ทั้งฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา มีร้านค้าปลีกกระจายตัวอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาวและห้างสรรพสินค้าในฟิลิปปินส์ ดูไบ ฮ่องกง เมลเบิร์น และปารีส นอกจากไข่มุกสีทองที่เลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติแล้ว ยังมีนวตกรรมเปลี่ยนไข่มุกธรรมดาให้เป็นไข่มุกสีทองเพื่อเพิ่มมูลค่าได้เป็นครั้งแรกของโลกด้วยวิธีการใช้แสงซินโครตรอน ซึ่งค้นพบโดยคนไทยนายณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ นักวิจัยผู้คิดค้นและผลิตต้นแบบไข่มุกสีทอง จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน จ.นครราชสีมา เทคโนโลยีนี้สามารถเปลี่ยนไข่มุกน้ำจืดสีขาวราคาเม็ดละ 30-35 บาท เป็นเม็ดละ 3,000-5,000 บาท และยังสามาถ พิมพ์ลวดลายสีทองลงบนไข่มุกด้วยแสงซินโครตรอนได้ด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

ช่องทางการลงทุนใหม่ที่ไม่ใช่ทองคำ


ปัจจุบันนักลงทุนพยามหาช่องทางการลงทุนรูปแบบใหม่ๆมากขึ้นเพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการลงทุนกับหุ้นหรือทองคำทำกำไรยากขึ้น ส่วนการลงทุนกับหินแร่ อัญมณี หรืออสังหาริมทรัพย์ก็ยังไม่ใช่คำตอบ แต่ก็น่าแปลกใจที่ช่องการการลงทุนใหม่ๆที่ว่าคือ กระเป๋าแบรนด์เนม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นHermes Birkin และ Chanel Classic คือกระเป๋า 2 แบรนด์ที่เป็นมากกว่ากระเป๋าแต่เป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะทางสังคมของสุภาพสตรี และเป็นที่ต้องการของนักลงทุน Hermes Birkin เปิดตัวครั้งแรกในปี 1892 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล มีราคาตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านราคา ขึ้นอยู่ตามวัสดุว่ามีความพิเศษแค่ไหน ฝีมือประณีตและผลิตจำนวนจำกัด จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบัน Hermes Birkin มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 500% นับตั้งแต่ปี 1980 ที่มีราคา 2,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยับขึ้นเป็น 2,750 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี 1990 ปี 2000 ราคาปรับขึ้นเป็น 4,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ปี 2014 ราคาอยู่ที่ 12,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และยังคง ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าแบรนด์ Hermes ในรุ่นอื่นๆ Chanel ผลิตกระเป๋าที่ได้รับความนิยมหลายรุ่น ทั้งรุ่น Classic รุ่น Coco รุ่น Boybag และรุ่นReissue แต่ที่ได้รับความนิยมและถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือ Chanel Classic Bag โดยมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี จากปี 1955 Chanel Classic ออกวางจำหน่ายครั้งแรกด้วยไซส์ Medium ในราคาเพียง 220 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น แต่อีก 35 ปีต่อมาราคากลับพุ่งสูงขึ้นถึง1,150 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2,850 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2010 อีก 3 ปีต่อมา(ปี 2013)ปรับราคาอีกครั้งเป็น 2,850 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ปี 2016 ราคาพุ่งขึ้นไปที่ 4,900 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นราคาของกระเป๋าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 70% ซึ่งสูงกว่ารุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์ Chanel นักสำรวจตลาดพบว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาด้วยกระเป๋า Chanel Classic มีอัตราการเติบโตด้านราคาสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์ ที่มีอัตราเพิ่มขึ้น 8.1% และยังสูงกว่าดัชนีหุ้นของS&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 13.2% ดังนั้นกระเป๋า HERMES และ CHANEL จึงเป็นกระเป๋าที่ไม่ได้มีแค่ความสวยงามคลาสสิกแต่ยังเป็นที่หมายตาของนักลงทุนในแง่ของการสร้างผลตอบแทนสูงกว่าทองอีกด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

รองเท้าแตะที่แพงเหมือนทอง


โลกวันนี้หมุนเวียนด้วยแฟชั่น สินค้าแบรนด์ดังออกผลิตภัณฑ์นานาชนิดมาปรนเปรอสาวกด้วยราคาแสนแพงไม่ว่าจะเป็น แชลแนล กุชชี่ หลุยวิตตอง แอร์เมส ต่ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนก็สามารถดูดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคได้เพราะความภักดีในแบรนด์นั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรองเท้าแตะหน้าตาธรรมดาแถมยัง ดูเชยๆ กลับราคาโหดร้ายนัก ที่สำคัญสาวกหรอแฟชั่นนิสต้ายังพร้อมควักกระเป๋าจ่ายซะอีก และนี่คือตัวอย่างรองเท้าแตะพรีเมียมที่แพงเหมือนทองหคำ RAF SIMONS X ADIDAS ORIGINALS ADILETTE RUBBER SLIDES รองเท้าแตะจากการออกแบบของดีไซน์เนอร์ระดับโลกชาวเบลเยี่ยม ที่ออกจาก Dior มาทำปั้นแบรนด์ของตัวเองและร่วมงานกับ Adidas และหนึ่งในผลงานเหล่านั้นคือรองเท้าแตะที่ราคาจับต้องได้ 130 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ GUCCI ‘PURSUIT ’72 SLIDE’ SANDAL รองเท้าแตะรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Gucci ชื่อรุ่น ’72 slides’ สัญลักษณ์จากวัฒนธรรมป็อปในทุกยุคทุกสมัยแถมยังฮิตในหมู่นักร้องฮิปฮอปชื่อดังอีกด้วยเปิดขายในราคาเบาๆแค่ 210 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ PAUL SMITH RUBEN STRIPED RUBBER SLIDES รองเท้าแตะชั้นสูงของผู้ที่หลงใหลแถบสี ผลงานของตำนานนักออกแบบชาวอังกฤษราคารองเท้าแตะรุ่น RUBEN นี้อยู่ที่ 225 เหรียญดอลลาร์สหรัฐVALENTINO GARAVANI CAMOUFLAGE SLIDES ลายคาโมยังคงความอมตะไม่เสื่อมคลายและ VALENTINO GARAVANI คู่นี้ก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นคู่สีหรือความสบายในการสวมใส่เหนือสิ่งอื่นใดคือราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับความไฮเอ็นด์ 295 เหรียญดอลลาร์สหรัฐBALENCIAGA Logo Print Slide Sandal ตัวท็อปที่สุดของรองเท้าแตะก็น่าจะเป็น BALENCIAGA รองเท้าแตะคู่นี้มีจุดเด่นตรงที่ทำจากหนังแกะและสกรีนโกโล้สีขาวของแบรนด์ลงบนตัวรองเท้าสีดำทั้งคู่ ราคามาพร้อมกับความพิเศษที่ 650 เหรียญดอลลาร์สหรัฐสนใจคู่ไหนก็ลองหามาซื้อใส่กันได้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

อะไร ๆ ก็ทอง


ขึ้นชื่อว่าคนรวย สามารถทำอะไรก็ได้ จะกินอาหารที่มีส่วนผสมของทองคำ หรือขับถ่ายในโถส้วมทองคำก็ไม่มีใครว่า และนี่คือสุดยอดของกินของใช้ที่ทำด้วยทอง จากบรรดามหาเศรษฐีบนโลกนี้ยาลดไขมันทองคำ ชื่อว่าShit Gold Pillsแบบตรงตัวก็คือ ยาอึทอง ยานี้ถูกประดิษฐ์โดยศิลปินที่ชื่อว่าTobiasWongและ Ken Courtney ใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาตัวนี้นาน 7 ปี (2005-2012)มีลักษณะเป็นเกล็ดสีทองภายในแคปซูนบรรจุผงทอง 24k เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะไปแตกตัวในท้อง แล้วไปเกาะตัวกับของเสียในลำไส้และขับถ่ายออกมา ก็จะมีสีทองระยิบระยับ แม้จะมีคนมองว่าเป็นเพียงเรื่องตลก แต่มันสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิตได้จริง โดยขายในราคาเม็ดละ 420 ดอลล่าร์ เชฟมาร์ค กีเบิร์ต เชฟชื่อดังจากประเทศอังกฤษ รังสรรค์เมนูของหวานพุดดิ้งทองคำขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้เศรษฐีที่สนใจได้ลิ้มลองสุดยอดขนมของเขา โดยพุดดิ้งนี้ทำจากช็อกโกแลตเบลเยี่ยม เยลลี่ แชมเปญ เพชร 2 กะรัต แผ่นทองคำแบบรับประทานได้ทำเป็นรูปใบไม้ และคาเวียร์ ใครอยากชิมพุดดิ้งทองคำต้องจ่ายเงินสูงถึง 35,000 ดอลล่าร์ห้องน้ำทองคำ เป็นของมหาเศรษฐีชาวฮ่องกง ชื่อเจ้าสัวหลินใช้ทองคำทั้งสิ้น 380 กิโลกรัม และอัญมณีอีก 6,200 เม็ด พื้นห้องน้ำทำจากฟอสซิลไม้กลายเป็นหินอายุถึง 150 ล้านปี ระบบน้ำถูกตั้งค่าให้ไหลเวียนแบบอัตโนมัติ ของใช้อย่างกล่องกระดาษชำระ อ่างล้างหน้า แปรงสีฝัน กรอบกระจก โคมไฟ ล้วนทำจากทองคำแท้ ห้องน้ำทองคำนี้มีมูลค่า 38 ล้านเหรียญฮ่องกง ได้รับการบันทึกไว้ในกิสเนสบุ๊กเมื่อปี 2002 ว่าเป็นสุขาที่หรูหราที่สุดในโลก และ เป็นสุขาที่แพงที่สุดในโลก โดยเจ้าสัวหลินเป็นผู้ดูแลออกแบบการสร้างเองทั้งหมด รวมระยะเวลาในการสร้างหนึ่งปี ต้นคริสต์มาสแพงที่สุดในโลก อยู่ที่โรงแรม เอมิเรตส์ พาเลซ เมื่องอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรต เป็นต้นคริสต์มาสสูง 13 เมตร ประดับด้วยอัญมณี สร้อย ต่างหูเพชร ไข่มุก กำไลทับทิมและมรกต รวม181 ชิ้น ตกแต่งด้วยโบว์เงิน โบว์ทอง รวมมูลค่าต้นคริสต์มาสนี้มากกว่า 11 ล้านเหรียญสหรัฐหรือมากกว่า 331 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีไอโฟนทองคำ เป็นโทรศัพท์มือถือที่แพงที่สุดในโลก ตัวเครื่องทำจากทองแท้ 22 กะรัต ด้านข้างของเครื่องและโลโก้รูปแอปเปิ้ลทำจากเพชรมูลค่า15 ล้านดอลล่าร์ รถแลมโบกินี่ที่สร้างจากทอง, แพลตตินั่ม แล เพชร ราคา 62 ล้าน ดอลล่าร์ และโลงทองคำ ทำด้วยทอง 24 กะรัตมาพร้อมกับกรอบรูปทองคำและของที่ระลึกทองคำในโลงราคา 50,000 ดอลล่าร์ เป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

น้ำหอมที่แพงกว่าทองคำ


น้ำหอมเป็นไอเทมที่บางคนชอบ บางคนไม่ชอบ คนที่ไม่ชอบถ้าจะให้เสียหลักพันเพื่อแลกกับน้ำหอมสักขวด เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบน้ำหอมมากถึงขั้นคลั่งไคล้ หลงใหลในกลิ่นแล้วละก็เสียเงินเท่าไหร่ถ้าไม่แพงจนเกินไปก็พยายามหามมาใช้จนได้ ถ้าน้ำหอมราคาท้องตลาดราคาก็อยู่ที่หลักพันบาทต่อออนซ์ แต่ก็มีน้ำหอมอีกประเภทหนึ่งที่เห็นราคาแล้วอาจอ้าปากค้างเพราะราคาต่อออนซ์แพงกว่าทองคำเสียอีด และนี่คือน้ำหอมจากแบรนด์ดัง 5 รุ่นที่มีราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อออนซ์ อันดับ 5 Clive Christian No. 1 แบรนด์นี้ผลิตน้ำหอมดีๆออกมาเยอะมาก รุ่น No.1เป็นรุ่นที่เคยติดอันดับ ความนิยมสูงสุดช่วงปี 2001-2006 มี 2 กลิ่น คือ Floral Oriental สำหรับผู้หญิง และ Woody Oriental สำหรับผู้ชาย บรรจุในขวดแก้วคริสตัล ปากขวดประดับด้วยทองคำ 24K และเงิน สนนราคาออนซ์ละ 70,000 บาท อันดับ 4 Chanel Grand Extrait เอกลักษณ์ของแบรนด์นี้คือ กลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ และ ดีไซน์ขวดสวย เป็นน้ำหอมรุ่นแรกๆของแบรนด์ที่มีราคาแพง ถูกคิดค้นเมื่อปีค.ศ.1921 โดยเลือกสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีที่สุด ราคาแพงที่สุด เช่น ดอกกระดังงา, ดอกกุหลาบพันธุ์ de Mai, และดอกมะลิจากเมืองกราส์ เป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นพิเศษ ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ราคาออนซ์ละ 138,000 บาทอันดับ 3. Baccarat Les Larmes Sacrees de Thebes เป็นหนึ่งในรุ่นท็อป ของแบรนด์ มีกลิ่นหอมพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สกัดจากยางต้นเทียน, ยางสน, มัสค์, ต้นจันทร์เทศ, ดอกกระดังงา, ดอกมะลิ และดอกเจราเนี่ยม บรรจุในขวดแฮนด์เมดทำจากคริสตัลทรงพีระมิด ราคาออนซ์ละ 223,000 บาทอันดับ 2. Clive Christian No. 1 Imperial Majesty Perfume น้ำหอมรุ่นนี้สกัดจากวนิลาคุณภาพดีที่สุดในโลก พันธุ์ตาฮิเตียน และชะเอมจากอิตาลี ผสมกับดอกไม้ป่าต่างๆ เช่น ดอกกะดังงา ดอก rosa centafolis และดอกกุหลาบ ให้ความรู้สึกหอมหวานและสดชื่น บรรจุในขวดที่ทำจากทองคำ 18K และเพชร ราคาออนซ์ละ 418,000 บาท อันดับ1. DKNY Golden Delicious Million Dollar Fragrance Bottle มีกลิ่นหอมหวานแบบดอกไม้กลางคืน ผสมกับความสดชื่นจากผลไม้ บรรจุอยู่ในขวดที่ประดับด้วยเพชรสีเหลือง ขนาด 2.43 กะรัต, เพชรสีชมพูอีก 4.03 กะรัต, ทัวร์มาลีนอีก 1.06 กะรัต, ไพลินจากศรีลังกา ขนาด 7.18 กะรัต และทับทิมขนาด 3.07 กะรัต นอกจากนี้ยังมีเพชรกว่า 2,700 เม็ด และไพลินสีเหลืองอีก 183 เม็ด น้ำหอมขวดนี้ถูกขายไปเพื่อการกุศลไปด้วยราคา 32 ล้านบาท ถูกในแบรนด์ไหน รุ่นอะไรก็เลือกซื้อหามาใช้ได้ตามกำลังทรัพย์ แต่ถ้าไม่ชอบน้ำหอมก็เปลี่ยนมาซื้อทองคำก็ได้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/10/2561

เครื่องแต่งกายทองคำ


ขี้นชื่อว่าคนรวย ย่อมทำสิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไปเพื่อแสดงออกถึงความมั่งคั่ง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถสื่อถึงความร่ำรวยได้อย่างชัดเจนก็คือ ทองคำ นอกจากการใส่เครื่องประดับทองที่บ่งบอกสถานทางสังคมแล้ว การนำทองคำมาทำเป็นเครื่องแต่งกายก็ยากที่คนธรรมดาจะจินตนาการ แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นแล้วกับเศรษฐีหลายคนนายปันกาจ ปาราก เศรษฐีและนักธุรกิจด้านสิ่งทอในประเทศอินเดีย คือหนึ่งในเจ้าของเสื้อทองคำมูลค่า12,700 ปอนด์ เขาสวมใส่เสื้อที่ทำด้วยทองคำบริสุทธ์หนัก 4 กิโลกรัม ไปทำบุญที่วัดฮินดู ในนครมุมไบ ก่อนหน้านี้เขาเคยมีเสื้อทองคำมาแล้ว 1 ตัว ตัดเย็บโดย Shanti Jewellersบริษัทออกแบบเครื่องประดับชั้นนำ โดยใช้ช่างกว่า 20 คนและใช้เวลาทำนานกว่า 3,200 ชั่วโมงในการตัดเย็บ ซึ่งเสื้อตัวนั้นเขาสวมมันในพิธีแต่งงาน เนื้อผ้าทำมาจากทองคำแท้ ประดับด้วยเพชร พลอย และอัญมณีต่างๆ เศรษฐีที่เป็นเจ้าของเสื้อทองคำอีกคนหนึ่งชื่อ นาย ดัตตา พูจี เป็นคนอินเดียเหมือนกัน เสื้อทองคำของเขาเป็นเสื้อเชิ้ตที่ทำจากทอง 22 กระรัต มีผ้ากำมะหยี่สีขาว นำเข้าจากต่างประเทศรองเป็นฐานสำหรับการทอไหมทองคำ ใช้คริสตัลจากชวารอฟสกีมาทำเป็นกระดุม และมีเข็มขัดที่ทำจากทองคำเข้าชุดกัน รวมทองและคริสตัส 14,000 ชิ้น น้ำหนัก 3.32 กิโลกรัม ต้องใช้ช่างฝีมือถึง15 คนช่วยกันทำนาน 16 วัน เสื้อทองคำของเขามีมูลค่า 12.7 ล้านรูปีหรือราว 240,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8.4 ล้านบาท นายพูจี เป็นคนหลงใหลในทองคำมาก นอกจากเสื้อทองคำแล้ว เขายังใส่เครื่องประดับทองเต็มตัวทั้งสร้อยข้อมือ สร้อยคอและแหวน ทำให้เศรษฐีเงินกู้ชาวอินเดียคนนี้ได้รับฉายาว่า "มนุษย์ทองคำ" แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่นายดัตตา พูจีได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังถูกรุมทุบตีทำร้านร่างกายด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ 12 คน เมื่อปี 2016ที่ฉังซา มณฑลหูหนัน ประเทศจีนมีการผลิตชุดชั้นในทองคำแท้มูลค่า 4,000,000 หยวน หรือ ราว 20 ล้านบาท มีน้ำหนักชินลพ 900 กรัม(มี 2 ชุด รวม 4 ชิ้น)ใช้นักออกแบบและตัดเย็บ 5 คน ใช้เวลาตัดเย็บนาน 6 เดือนชิ้นบนแกะสลักเป็นรูปมังกรและหงส์ฝีมือการแกะสลักประณีตงดงามที่สุดในแผ่นดินใหญ่ทีเดียว ชุดชั้นในทองคำอีกชุดหนึ่ง อยู่ที่เมืองหวู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน น้ำหนักรวมถึง 3 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 5ล้านหยวน หรือราว 27 ล้านบาท ในเมืองไทยก็เคยมี เดรสทองคำแท้สุดหรูมูลค่า 45 ล้านบาท นำเข้ามาจากอเมริกาออกแบบโดยไซด์เนอร์ชื่อดังระดับโลก เพื่อมาใส่โชว์ในงานเปิดตัวไอศครีมดังยี่ห้อหนึ่ง เป็นเดรสที่ตกแต่งด้วยทองคำแท้ 24 K จำนวนกว่า 10,000 แผ่น ประดับลงบนเดรสทีละชิ้นๆ ร้อยเรียงกันรับกับทรวดทรงของผู้สวมใส่งดงามจนน่าตกตะลึงเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

เอล-โดราโด มหานครทองคำ


ตามตำนานมหานครทองคำเอล-โดราโด เริ่มขึ้นในยุคล่าอาณานิคมเมื่อนายพลฟรานซิสโก ปิซาโร (Francisco Pizarro)แห่งสเปน นำกำลังทหารเข้าไปยังดินแดนของชนเผ่าอินคา(ประเทศเปรูในปัจจุบัน)เพื่อหวังยึดครอง ในขณะที่ชาวอินคามีความเชื่อว่าจะมีพระเจ้าผิวขาว หนวดเครารุงรังนำพาวัฒนธรรมและวิทยาการต่างๆมาให้พวกตน จึงเข้าใจผิดคิกว่าผู้รุกรานเป็นพระเจ้า จึงให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อนายพลฟรานซิสโก ปิซาโร ได้เห็นความเป็นไปในอาณาจักรอินคาเห็นว่าทั้งกำลังพลและอาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่มีไม่สามารถสู้กองทัพตนได้จึงบุกโจมตีชาวอินคาทันทีและจับกุมกษัตริย์มาได้ แต่ก่อนที่จะลงมือสังหาร กษัตริย์อินคาเสนอทองคำจำนวนหนึ่งให้กับปิซาโรเพื่อแลกกับการปลดปล่อยพระองค์ให้เป็นอิสระ เมื่อปิซาโรเห็นช่องทางและโอกาส จึงเสนอค่าไถ่เป็นทองคำเต็มห้องที่ใช้ขังกษัตริย์และให้หามาให้ได้ภายใน 2 วัน แม้จะดูเป็นข้อเสนอที่ยากจะเป็นไปได้แต่กษัตริย์อินคาก็ตอบตกลงและมีบัญชาให้ชาว อินคาเร่งขุดทองคำมาเติมเต็มห้องขังทันที ตามตำนานเล่าว่าชาวอินคาเดินทางไปยังนครลึกลับแห่งหนึ่งที่ว่ากันว่ามีแต่ทองคำแต่ช่วงเวลา 2 วันนั้นน้อยเกินไปจึงไม่สามารถหาทองคำมาได้ทัน ปิซาโรคิดว่าตนโดนหลอกจึงสังหารกษัตริย์ชาวอินคาเสีย เมื่อชาวอินคาทราบเรื่องการสิ้นพระชนม์ของกษัตร จึงนำทองคำที่ขุดมาแล้วและอยู่ระหว่างขนส่งเปลี่ยนเส้นทางเอาทองคำไปซุกซ่อนไว้ในนครลึกลับอีกแห่งหนึ่งท่ามกลางป่าลึก ชาวสเปนจึงได้ออกตามหาทั้งนครที่เป็นเหมืองทองของชาวอินคา และนครลี้ลับกลางป่าที่ชาวอินคานำเอาทองคำไปซ่อนไว้ แต่ก็หาไม่เจอ จึงเป็นที่มาของการออกตามล่าหานครทองคำเอล-โดราโด มาจนถึงปัจจุบัน เอล-โดราโด เป็นภาษาสเปนแปลว่า มนุษย์ทองคำ อันเนื่องมาจากเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1535 ชาวสเปนได้พบชายชราคนหนึ่ง ได้เล่าถึงการประกอบพิธีกรรมบูชาสุริยเทพท่ามกลางผืนน้ำของกษัตริย์อินคา โดยจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สวยงาม ประดับประดาด้วยทองคำและอัญมณี แล้วประทับในแพทองคำล่องไปในแม่น้ำ จากนั้นจะถอดอาภรณ์ล้ำค่าออก แล้วชโลมร่างกายด้วยผงทองคำละเอียดจนกลายเป็น มนุษย์ทองคำ ทำให้เชื่อว่านครทองคำน่าจะมีจริงแม้จะมีความพยายามค้นหาอย่างไรก็ไม่มีใครเคยพบมหานครทองคำ จนเมื่อปีค.ศ.1856นักโบราณคดีได้ค้นพบแพทองคำ(Muisca Raft) ที่มีรูปสลักของกษัตริย์และข้าทาสนับสิบประดับอยู่บนแพในถ้ำใกล้ทะเลสาบกัวตาบีตา ทางตอนใต้ของกรุงโบโกตา สันนิฐานว่าถูกสร้างราวคริสตศักราช 600 – 1,600 พร้อมกับทองคำอีกหลายชิ้น บางทีนี่อาจทำให้ความเชื่อว่ามหานครทองคำ เอล-โดราโด มีจริงหนักแน่นขึ้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

แผ่นทองคำที่เขาชัยสน จ.พัทลุง


เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีเหตุการณ์ตื่นทองเกิดขึ้นที่ ม.7 ต.เขาชัยสน จ.พัทลุง คือมีการขุดพบแผ่นทองคำโบราณ ทองรูปพรรณและโบราณวัตถุจำนวนมากในพื้นที่สวนปาล์มของนายวิ ทับแสง และมีชาวบ้านนับพันแห่ไปขุดทองที่สวนแห่งนี้ จนหน่วยงานราชการ ต้องเข้าควบคุมพื้นที่ ตลอดจนเรียกร้องให้ผู้ที่ขุดทองได้นำมาคืนหน่วยงานรัฐโดยให้ค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกำหนด ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่มีสำนึกรักหวงแหนสมบัติชาตินำทองที่ขุดได้มาส่งคืนกรมศิลปากรจำนวนมาก ทองคำที่ชาวบ้านขุดพบและนำมามอบให้กรมศิลปากรมีจำนวน 22 รายการ ประกอบด้วย ทองรูปพรรณ 4 รายการ ได้แก่ กำไลหัวมังกร ชิ้นส่วนกำไล จี้รูปปลัดขิก ลูกปัดทองคำ และแผ่นทองคำที่มีจารึกอักษรจีนอีก13 รายการ การศึกษาเบื้องต้นโดยผู้เชี่ยวชาญทำให้ได้ข้อมูลว่า ทองคำดังกล่าวน่าจะมีอายุราว พ.ศ.1670–1822 หรือประมาณ 700-800 ปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ตัวอักษรจีนที่ประทับลงบนแผ่นทองคำโดยดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่าแผ่นทองคำที่พบนั้นน่าจะใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายแทนเงินตรา เปรียบเสมือนการใช้ธนบัตรในปัจจุบัน ซึ่งการผลิตทองคำแผ่น ต้องมีการสัมปทานจากรัฐ หรือราชสำนักจึงต้องมีการปั๊มตัวหนังสือลงไปบริเวณมุมแผ่นทอง และกลางแผ่นทองคำ สังเกตดูจะพบว่ามีตัวหนังสือคล้ายๆกันกระจายไปทั่วทั้งแผ่นซึ่งในแผ่นทองคำที่พบ มีอักษรจีนคำว่า ป้าเป่ยเจียซี คำว่าป้าเป่ยคือชื่อของสถานที่ เจียแปลว่าถนน ซี แปลว่าตะวันตก เมื่อแปลความหมายโดยรวมแล้วหมายถึง โซนฝั่งตะวันตกของถนนป้าเป่ย หรือถนนป้าเป่ยฝั่งตะวันตก ชื่อป้าเป่ย เป็นคำโบราณ ซึ่งนักวิจัยพบว่าชื่อนี้ใช้เรียกกันในสมัยราชวงศ์ ชุ้งใต้ ปัจจุบันไม่พบชื่อนี้แล้ว ตำแหน่งต่อไปพบบริเวณส่วนกลางของแผ่นทองคำคือชื่อผู้การันตี หรือรับรองคุณภาพทองคำว่าเป็นทองคำแท้ จากอักษรตัวนามสกุลอ่านได้ว่า แซ่หาน และท้ายสุดเป็นอักษรที่บอกเปอร์เซ็นต์ทอง ซึ่งอ่านได้ว่าสือเฟินจิน สือเฟินแปลว่าสิบส่วน จิน แปลว่าทอง รวมแล้วหมายถึงทองคำสิบส่วน แปลว่าเป็นทองที่มีคุณภาพสูงหรือเปอร์เซ็นต์ทองคำสูง ซึ่งทองที่พบมีความบริสุทธิ์ของทองคำถึง 97% ที่เหลือเป็นเงิน จากการศึกษาชั้นดินใน พื้นที่สวนปาล์มแห่งนี้ พบว่าในอดีตน่าจะเคยเป็น หนองน้ำที่เชื่อมไปยังคลองพะเนียดและคลองท่ามะเดื่อ ไหลออกสู่ทะเลสาบสงขลาแล้วออกทะเลที่อ่าวไทย จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ทองคำที่พบในสวนปาล์มนี้อาจเป็นของพ่อค้าหรือบุคคลมีฐานะหรือบุคคลชั้นสูงชาวจีน ที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้โดยทางเรือ อาจมาเพื่อการค้าหรือกิจธุระอื่นใด ก่อนที่เรือจะล่มลงพร้อมกับทองคำในบริเวณนี้ ปัจจุบันการขุดหาทองได้ยุติลงไปแล้ว และกรมศิลปากรได้คืนพื้นที่ให้เจ้าของนำกลับไปทำสวนปาล์มแล้ว แต่หากมีการขุดพบทองคำอีกก็ให้แจ้งกรมศิลปากรทราบทันทีเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

ปลียอดทองคำ พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช


พระบรมธาตุเจดีย์ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าตั้งอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ตามตำนานเล่าว่าหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน เมืองต่างๆ ในแคว้นชมพูทวีปได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุไปเก็บรักษาเพื่อเคารพบูชา พระนางเหมชาลาพร้อมพระธิดาและพระโอรสอัญ แห่งเมืองทนธบุรีได้อัญเชิญพระทันตธาตุ ลงเรือหนีจากชมพูทวีปจะไปยังลังกาเพราะเกรงจะถูกแย่ง ระหว่างทางเกิดพายุทำให้เรือกำปั่นแตกมาฝั่งที่หาดทรายแก้วจึงได้ฝังพระทันตธาตุไว้ ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมโศกราชเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้มาพบพระทันตธาตุจึงโปรดให้ สร้างพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและสร้างเมืองขึ้น ณ หาดทรายแก้วจนสำเร็จเมืองดังกล่าว คือ เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเสด็จประพาสเมืองนคร จึงได้พระราชทานนามวัดว่าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาทรงระฆังคว่ำ ส่วนปลียอดหุ้มด้วยแผ่นทองคำ มีทั้งที่เป็นแผ่นทองเรียบ แผ่นทองดุนลาย และแผ่นทองที่มีจารึกส่วนยอดบนสุดเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ถักจากลูกปัดร้อยเข้ากันด้วยเส้นลวดทองคำ การหุ้มปลียอดพระธาตุด้วยทองคำแท้นี้เป็นการถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามความเชื่อของพุทธศสานิกชนเพื่อให้ผู้ถวายได้พบกับพระนิพพาน ตามประวัติศาสตร์การบูรณะองค์พระบรมธาตุเจดีย์ทำมาแล้วหลายครั้ง โดยการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อราว 30 ปีก่อนได้ปลดเอาทองคำทั้งหมดที่ปลียอดพระธาตุลงมาชั่งรวมกันได้มากถึง 216 กิโลกรัม พบแท่นจารึกทองคำ 74 รายการ ทั้งอักษรขอมและอักษรไทยอ่านแปลไปแล้ว 40 รายการ ในจารึกระบุถึงการซ่อม น้ำหนักทอง นามและถิ่นที่พำนักของผู้ซ่อม จารึกที่เก่าแก่ที่สุดที่พบคือปี พ.ศ. 2155 ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา หลังจากนั้นมีจารึกตามมาอีกหลายแผ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2159 จนถึง พ.ศ.2377 แสดงให้เห็นว่ามีการซ่อมบำรุงมาโดยตลอดนอกจากนี้ยังมีจารึกเป็นหลักฐานยืนยันว่ายอดพระบรมธาตุเจดีย์เคยชำรุดหักลงมาแล้วและได้มีการซ่อมสร้างขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ.2190 ดังคำจารึกว่า "พุทธศักราชได้สองพันร้อยเก้าสิบพระพรรษาเศษได้สี่วัน เมื่อยอดพระเจ้าหัก วันจันทร์ เดือนหก แรมสี่ค่ำ ปีมะเมีย เพลาชายแล้วสองยาม สร้างตรลบหกสู่ยอดเจ้าหั้นแล เมื่อได้ทำการนั้นเดือนสิบ วันศุกร์ เวลาเช้าขึ้นถึงสิบชั้นเป็นสุดเอย" จารึกนี้ถูกจารลงในแผ่นทองคำ เป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกค้นพบเมื่อกว่า 30 ปีก่อนเช่นกัน ขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมกำลังดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการประกาศให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก โดยได้จัดทำเอกสารฉบับภาษาไทยเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างแปลเอกสารฉบับภาษาอังกฤษ โดยผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร คาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2562 นี้ ซึ่งปัจจุบันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกจากยูเนสโก้แล้วเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

แผ่นบันทึกข้อมูลทองคำในอวกาศ


วอยเอจเจอร์ 1-2 เป็นยานสำรวจที่นาซ่าส่งออกไปเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจระบบสุริยะชั้นนอกเมื่อปี 1977 โดยยานวอยเอจเจอร์ 1 (Voyager Spacecraft-1) ออกเดินทางเมื่อวันที่ 05 กันยายน 1977 อยู่ห่างจาก โลกกว่า 139 AU.(นับถึงปี 2017) ด้วยความเร็ว 38,000 ไมล์ต่อชั่วโมง มีเป้าหมายสู่ช่องว่างระหว่างดวงดาว (Interstellar Space) และยานวอยเอจเจอร์ 2 (Voyager Spacecraft -2) ออกเดินทางเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 1977 ห่างจากโลกกว่า 114 AU. .(นับถึงปี 2017) ด้วยความเร็ว 34,000 ไมล์ต่อชั่วโมง ยานทั้งสองใช้เวลาเดินทางไปแล้ว 41 ปี(นับถึงปี2018) และมีการอัพเดทตำแหน่งระยะทางทุกๆ 5 นาที และอาจใช้เวลา 40,000 ปี เดินทางในความว่างเปล่าเพื่อไปถึง ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น (Extrasolar Planet ปัจจุบัน ยานวอยเอเจอร์ 1 เป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นที่อยู่ห่างจากโลกมากที่สุด คืออยู่ห่างไป 12,000 ล้านไมล์ นอกจากภารกิจสำรวจระบบสุริยะชั้นนอกแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ถูกส่งไปกับยานนี้ด้วย ก็คือแผ่นบันทึกข้อมูลทองคำ แผ่นบันทึกข้อมูลนี้ทำจากแผ่นทองแดงเคลือบผิวด้วยทองคำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร ภายในแผ่นทองคำนั้นบันทึกภาพในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ที่สำคัญๆบนโลก และเสียงต่างๆ ตั้งแต่เสียงรถวิ่งบนถนน เสียงวาฬสีน้ำเงิน ดนตรีคลาสสิค ดนตรีร็อค เป็นต้นและข้อมูลภาพอีก 117 ภาพ เช่น ภาพกายวิภาคศาสตร์ อวัยวะเพศมนุษย์ กำแพงเมืองจีน ภาพใต้น้ำที่มีนักประดาน้ำและปลา ทารกในครรภ์ นักกายกรรม สนามบิน และอื่นๆ รวมถึงคำทักทาย ในภาษาต่าง ๆอีก55 ภาษา การใส่ข้อมูลลงในแผ่นบันทึกทองคำแล้วส่งไปกับยานสำรวจอวกาศวอยเอเจอร์ นี้ก็เพื่อแสดง ให้เห็นถึงความหลากหลายของชีวิตและวัฒนธรรมบนโลก นั่นหมายความว่า หากมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาอยู่ในดาวดวงอื่นจริง และพวกเขาอยู่ในแนวเดียวกับที่ยานทั้งสองส่งไป ยานสำรวจอวกาศสองลำนี้อาจจะเป็นหลักฐานแรกของอารยธรรมของมนุษย์ที่พวกเขาพบก็เป็นได้สำหรับเรื่องราวของประเทศไทยถูกบันทึกไว้ในแผนทองคำนี้ 2 ส่วนคือภาพคุณลุงช่างแกะสลักไม้จากภาคเหนือของไทย และคำกล่าวทักทายภาษาไทยที่ว่า “"สวัสดีค่ะ สหายในธรณีโพ้น พวกเราในธรณีนี้ ขอส่งมิตรจิตมาถึงท่านทุกคน" การส่งบันทึกไปกับยานนี้ไม่ได้หวังผลว่าจะได้รับคำตอบกลับมา แต่โดยนัยยะอาจเป็นการส่งสาร ไปยังมวลมนุษยชาติว่า ควรก้าวข้ามความแตกแยกระหว่างเชื้อชาติ ศาสนา หรือประเทศ แล้วรวมกันเป็นหนึ่งเดียวนั่นเองเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

มงกุฎทองคำกับอาร์คีมีดีส


อาร์คิมิดีส เป็นนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ วิศวกร และนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก เป็นผู้คิดวิธีหาพื้นที่และปริมาตรของรูปทรงเรขาคณิตมากมาย เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมเครื่องจักรกลหลายชนิด รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงที่ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน การค้นพบที่นำชื่อเสียงมาสู่ อาร์คิมิดีสมากที่สุดก็น่าจะเป็นเหตุการณ์หาปริมาตรทองคำจากมงกุฎของกษัตริย์ เฮียโร (Hiero) ที่ 2 แห่งเกาะซิซิลี เมื่อพระองค์ต้องการได้มงกุฎทองคำ จึงพระราชทานทองคำจำนวนหนึ่ง ให้ช่างทองประจำราชสำนักนำไปทำมงกุฎ เมื่อช่างทองทำเสร็จเรียบร้อยก็ได้นำมงกุฎมาถวายให้ทอดพระเนตร ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักทองคำที่ให้ไป ครั้งแรกพระองค์รู้สึกพอพระทัย แต่ต่อมาเกิดความสงสัยว่า ช่างทองจะซื่อสัตย์จริงอย่างที่พระองค์คิดหรือไม่หรือมีการนำโลหะอื่นมาหลอมรวมให้ได้เท่ากับน้ำหนักทอง แล้วยักยอกนำทองคำบางส่วนไปเก็บไว้เสียเอง กษัตริย์ เฮียโรไม่รู้ว่าจะพิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างไร จึงให้อาร์คีมีดีสหาทางพิสูจน์ว่าช่างทองซื่อสัตย์หรือไม่ มงกุฎของพระองค์เป็นทองคำแท้อย่างที่คิดหรือเปล่า อาร์คีมีดีสใช้เวลาคิดอยู่หลายวัน ก็ยังไม่สามารถหาวิธีพิสูจน์ได้ วันหนึ่งขณะที่เขากำลังจะก้าวลงอ่างอาบน้ำ ก็สังเกตเห็นว่าเมื่อเขาลงไปในอ่างทำให้น้ำส่วนหนึ่งล้นออกมา ทำให้เขารู้วิธีหาปริมาตรวัตถุได้จึงอุทานขึ้นมาด้วยความดีใจว่า "ยูเรก้า ยูเรก้า" (ต่อมายูเรก้าใช้เรียกภาชนะที่ใช้สำหรับหาปริมาตรของวัตถุ) การทดลองของอาร์คีมีดีสทำได้ด้วยวิธีการที่ง่ายมาก เขานำมงกุฎจากพระราชาจุ่มลงไปในน้ำ ให้น้ำล้นออกมา เขาตวงวัดปริมาตรของน้ำ ซึ่งเท่ากับปริมาตรของมงกุฎ ต่อมาเขาเอาทองคำบริสุทธิ์ที่มีน้ำหนักเท่ากับมงกุฎจุ่มลงน้ำเช่นเดียวกันเพื่อหาปริมาตร ผลปรากฏว่าปริมาตรของทองคำบริสุทธิ์มีขนาดน้อยกว่าปริมาตรของมงกุฎ ซึ่งหมายความว่าในมงกุฎนั้นมีโลหะอื่นเจือปนอยู่ ในที่สุดช่างทองยอมรับผิด วิธีการของอาร์คีมีดีสคือการหาความถ่วงจำเพาะ ของวัตถุที่มีรูปร่างขรุขระไม่เป็นไปตามรูปทรงทางเรขาคณิต หลักการคือน้ำหนักของวัตถุที่หายไปในน้ำ ย่อมเท่ากับน้ำหนักของน้ำ ที่ถูกวัตถุนั้นแทนที่ ซึ่งต่อมากฎนี้ถูกเรียกว่า " หลักของอาร์คิเมดีส " (Archimedes's Principle) " อาร์คิมิดีส เป็นชาวกรีก เกิดเมื่อ 287 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่เมืองซีรากูซา บนเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ในวัยเด็กอาร์คิมิดีสเดินทางไปศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ ที่เมืองอเล็กซานเดรียทางตอนเหนืออียิปต์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคนั้น หลังจบการศึกษาอาร์คิมิดีสกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองซีรากูซาบ้านเกิด เป็นนักคิดและนักประดิษฐ์คนสำคัญ ทำงานและช่วยแก้ปัญหาให้กับพระเจ้าเฮียโรที่ 2 กษัตริย์ผู้ปกครองเมืองซีรากูซา จนเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดและเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในยุคโบราณเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

12/07/2561

หลวงพ่อทองคำ


“หลวงพ่อทองคำ” เป็นชื่อเรียกพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Record เมื่อ ปี พ.ศ.2534ว่า เป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หลวงพ่อทองคำ มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว ความสูงจากพระเกตุมาลาถึงฐานที่รองรับพระพุทธรูป 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 5.5 ตัน และที่สำคัญคือสร้างด้วยทองคำแท้ มีมูลค่าสูงกว่า 21 ล้านปอนด์ (ตามราคาทองคำในปีที่หนังสือกินเนสส์บุ๊คบันทึกไว้) ถึงเวลานี้ประเมินไม่ได้ว่าราคาจะขึ้นไปถึงเท่าไหร่ หลวงพ่อทองคำนี้สันนิฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันพอกปูนทับเนื้อทองคำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกศัตรูเห็น จนล่วงมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองต่างๆมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ รวมถึงหลวงพ่อทองคำด้วย โดยตอนแรกประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกรจนถึงพ.ศ.2478 จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดสามจีน(ชื่อเก่าวัดไตรมิตรวิทยาราม) และกว่าจะรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำไม่ใช่พระปูนปั้นก็ผ่านไปนานถึง 20 ปีเวลานั้นมีการประกอบพิธีอัญเชิญองค์พระมาประดิษฐ์ฐานบนพระวิหาร ปรากฏว่าเชือกที่ยกองค์พระนั้นขาดลงทำให้พระพุทธรูปตกลงมาทำให้ปูนที่พอกไว้กะเทาะออกและเมื่อล้างรักที่ลงไว้ออกก็ปรากฏเห็นเป็นพระพุทธรูปทองคำทั้งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ว่า"พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" ปัจจุบันหลวงพ่อทองคำประดิษฐานในพระมหามณฑปเฉลิมพระเกียรติฯ ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ60 ปี และทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อปีพ.ศ. 2549และ พ.ศ. 2550 ตามลำดับ พระมหามณฑปออกแบบเรียบง่าย โดยคำนึงถึงความจำเป็นและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โครงสร้างของอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กตัวอาคารก่ออิฐถือปูนบุด้วยหินอ่อน กว้าง 30 เมตร สูง 60 เมตร รูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ยอดพระมณฑปทรงจตุรมุข ประดับด้วยตราสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ส่วนวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เดิมชื่อ วัดสามจีน ตามตำนานเล่าว่าเป็นวัดที่สร้างโดยชาวจีน 3 คน ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในเมืองไทยกลุ่มแรกๆ สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวย จึงร่วมกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นและเรียกว่าวัดสามจีน ต่อมาภายหลังมีการปฏิสังขรณ์วัดครั้งใหญ่ได้เปลี่ยนชื่อจากวันสามจีนเป็นวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร แต่ก็ยังคงมีความหมายว่าเพื่อนสามคนเหมือนเดิมเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

11/28/2561

ร้านทองกับกฎหมายฟอกเงิน


หลังจากพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ฉบับที่ 3) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ทำให้ผู้ประกอบอาชีพ9 ประเภทต้องรายงานการทำธุรกรรมให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ตรวจสอบ อย่างละเอียดตามเงื่อนไนในกฎหมาย ตั้งแต่ธุรกิจขาย-เช่าซื้อรถ นายหน้าค้าที่ดิน ที่ปรึกษาการลงทุน บัตรเครดิต บัตรเงินสดที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และร้านค้าอัญมณี เพชรพลอย ทองคำ สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ออกกฎหมายเพิ่มเติมกำหนดให้ร้านทองต้องดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ • ต้องรายงานธุรกรรมต่อ ปปง. เมื่อลูกค้าซื้อ-ขายทองคำด้วยเงินสดที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยส่งแบบรายงานที่ทำขึ้นระหว่าง วันที่ 1- 15 ให้รายงานปปง.ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ 15 ของเดือน ส่วนแบบรายงานที่ทำขึ้นระหว่างวันที่ 16 – สิ้นเดือน ให้รายงานภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นเดือน สำหรับธุรกรรมที่กระทำผ่านสถาบันการเงิน เช่น เช็ค เงินโอน หรืออื่น ๆ ไม่ต้องจัดทำรายงาน • ต้องรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยไม่ว่าลูกค้าจะซื้อด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่หรือจะซื้อด้วยเงินสด เช็ค เงินโอน หรืออื่นๆก็ตาม หากเห็นว่ามีพฤติกรรมหรือลักษณะอันน่าสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงินก็ต้องรายงานต่อปปง.เช่น มีการปกปิดร่องรอยเจ้าของเงินที่แท้จริง หรือ ทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับสภาพฐานะของลูกค้า เป็นต้น นอกจากหน้าที่การรายงานธุรกรรมแล้ว ผู้ประกอบอาชีพค้าทองคำ ยังมีหน้าที่ช่วยป้องกันการฟอกเงิน โดยให้ลูกค้าทำธุรกรรม ด้วยเงินสด เช็ค เงินโอน หรืออื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าทั้งซื้อหรือขาย จำนวน 7 แสนบาทขึ้นไป ในครั้งแรก ร้านทองต้องให้ลูกค้าแสดงตัวตน เช่นแสดงข้อมูลในบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวกของลูกค้าหรือข้อมูลของบริษัทหากลูกค้าเป็นนิติบุคคล และเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้ ๕ ปี โดยไม่ต้องรายงานต่อ ปปง. ในกรณีบังเอิญธุรกรรมนั้น เป็นการฟอกเงิน จะช่วยให้ร้านทองไม่ต้องรับผิดชอบต่อธุรกรรมนั้น ๆ หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินกำหนดบทลงโทษ • บุคคลธรรมดา– โทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ นิติบุคคล– ปรับ 200,000 – 1,000,000 บาท • ผู้มีหน้าที่รายงาน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ปปง.ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง • รายงาน โดยแจ้งแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดความจริงต่อเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 บาท – 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

11/28/2561

อาหารชาววังตระกูล “ทอง”


อาหารชาววัง คือกับข้าวของเจ้านาย ซึ่งมีลักษณะพื้นฐานใกล้เคียงกับอาหารชาวบ้าน แต่จะเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่ มีกรรมวิธีในการปรุงที่ซับซ้อนและประณีตสวยงามมากกว่า ต่อมาเมื่อเจ้านายได้ขยับขยายออกไปอยู่นอกพระบรมมหาราชวัง ได้สร้างสรรค์ตำรับอาหารของตนเองขึ้นมาจนเกิดเป็นอาหารชาววังแบบประยุกต์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น แต่ยังคงความพิถีพิถันซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของอาหารชาววังไว้ นอกจากนี้อาหารชาววังยังถือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของไทยอีกด้วยนอกจากความประณีต วิจิตรบรรจงแล้ว อาหารชาววังยังตั้งชื่อให้ไพเราะ มีความหมายดีเป็นสิริมงคลเช่นขนมในตะกูล ทอง ซึ่งปัจจุบัน ยังคงมีให้รับประทานอยู่ตามร้านอาหารไทย และมีสูตรเผยแพร่ให้สามารถทำได้เองที่บ้าน เช่นกระทงทอง ถุงทอง และทองโปร่งกระทงทองเป็นอาหารว่างไทยแบบชาววัง ครบถ้วนด้วยความสวยทั้งรูปลักษณ์ สีสัน และรสชาติที่อร่อยลงตัว ขนาดชิ้นพอดีคำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทุกมื้ออาหาร หรือรับประทานเป็นของว่างยามบ่ายคู่กับน้ำชา ประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นกระทงทำจากแป้งและส่วนที่เป็นไส้ ทำจากผักต่างๆผัดกับกุ้งและหมูสับผัด เช่น ข้าวโพด แครอท ถั่วลันเตา แต่งหน้าด้วยผักชีและพริกซอย สีสันสวยน่ารับประทานกระทงทองที่ดีสีต้องสวยแบบเหลืองทองอ่อนไม่เข้มจนเกินไปตัวไส้ต้องมีรสชาติเข้มข้นแต่ไม่จัดจ้าน ถึงแม้ว่ากระทงทองจะเป็นอาหารว่างที่มีวิธีทำค่อนข้างยากใช้เวลามาก แต่ก็เป็นอาหารว่างไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้เพราะมีความสวยงามเหมือนงานศิลปะและรับประทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถุงทอง เป็นอาหารว่างยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งประเภทเดียวกับกระทงทอง เปาะเปี๊ยะทอด ทำโดยใช้แป้งแผ่นห่อไส้ที่นำหมูสับ กุ้งสับ เห็ดหอม แห้ว น้ำตาล รากผักชี กระเทียม น้ำปลา และซีอิ๊วขาวมาผัดรวมกันห่อให้เป็นถุงขนาดพอดีคำและทอดจนมีสีเหลืองทอง เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มบ๊วยหรือน้ำจิ้มไก่ สมัยก่อนนิยมทำอาหารชนิดนี้ใช้ในงานมงคล แต่ปัจจุบันมักจะใช้ในงานเลี้ยงดินเนอร์ หรือจัดให้เป็นอาหารเรียกนํ้าย่อยตามงานบุฟเฟ่ต์ต่างๆ ถุงทอง เป็นอาหารที่มีชื่อเป็นมงคล เพราะคำว่าถุงเงิน ถุงทอง คล้ายกับการอวยพรให้มีเงินมีทองใช้ตลอดไป จึงนิยมให้ถุงทองในงานเทศกาลต่างๆเช่นปีใหม่ ทำให้สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ขนมทองโปร่ง หรือขนมหน้านวลเป็นขนมไทยโบราณดัดแปลงมาจากขนมโปรตุเกสในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีส่วนผสมของ ไข่แดง น้ำตาลทราย และ แป้ง รูปทรงคล้ายเรือ มีสีเหลืองนวล กรอบนอก และด้านในโปร่งมีฟองอากาศ เป็นอีกหนึ่งขนมจากการประดิษฐ์ของเท้าทองกีบม้ากระทงทอง ถุงทอง ทองโปร่ง เป็นอาหารชาววังที่ชาวบ้านยังคงหารับประทานได้ และนอกจากจะได้ความอร่อยแล้วยังได้ทานอาหารที่มีชื่อเป็นมงคลอีกด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

11/28/2561

Rose Gold, Ping Gold, นาก


ในอดีตคนไทยและคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมเครื่องประดับที่ทำจากทองคำเป็นหลักเพราะถือเป็นของมีค่า ทั้งในแง่ของความสวยงามและการแสดงสถานะทางสังคม แต่ปัจจุบันเครื่องประดับที่ไม่ใช่ทองคำแท้ แต่ใช้ทองคำผสมกับโลหะอื่นตามแบบตะวันตกเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากมีสีสันสวยงาม และรูปแบบทันสมัย เช่น Rose gold และ Ping goldRose gold, Ping gold รวมถึงเครื่องประดับของไทยที่เรียกว่านาก ล้วนมีส่วนผสมของทองคำ เงิน และทองแดงเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมแต่ละชนิด ทำให้มีสีต่างกันออกไปRose Gold คือทองกะรัตหรือที่เรียกว่าทองk มีส่วนผสมองทองคำและทองแดงเป็นหลักในบ้านเราจะเรียกทอง18K คือมีส่วนผสมของทองคำราว 75% เนื้อทองออกสีrose ในขณะที่ประเทศทางโซนยุโรปและอเมริกาจะนิยม ทองค่ำที่มีค่าความบริสุทธิ์ต่ำกว่าคืออยู่ที่ 14K และ 10K เท่านั้นทำให้ทองที่ได้มีสีอ่อนกว่าเรียกว่า Ping goldPing gold หรือทองชมพู มีสีใกล้เคียงกับ Rose Gold ค่าความบริสุทธิ์ของทองPing Gold ที่นิยมในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ที่14-18K แต่ถ้าในยุโรปเช่นอิตาลี อังกฤษนิยม 9-22K ซึ่งสีสันก็ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของของทองแดงและทองขาว เช่นถ้าทอง 9-10 K ก็จะมีปริมาณทองแดงสูงมากถึง 35-45% แต่โดยรวมคือมีความสวยงามและสดใสแตกต่างจากทองรูปพรรณทั่วไปที่มีสีเหลือง และมีคงทนแข็งแรงกว่าทองรูปพรรณจึงนิยมนำมาทำตัวเรือนเครื่องประดับ เช่นแหวน ต่างหู กำไลข้อมือ อีกทั้งเครื่องประดับที่ทำจากPing Gold ยังนิยมนำมาใช้เป็นตัวแทนความรักของคนหนุ่มสาวจึงนิยมซื้อให้กันในช่วงเวลาพิเศษต่างๆเช่นวันครบรอบแต่งงาน วันวาเลนไทน์ เป็นต้น ความจริงคนไทยรู้จักping gold มานานแล้วแต่เราเรียกกันว่า นาก ซึ่งมีความบริสุทธิ์ของทองคำอยู่ที่ 40-60% ลักษณะของสีจะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการผสมของแต่ละร้าน เวลาขายคืนมักจะไม่ได้ราคาเหมือนทองรูปพรรณ ส่วนมากต้องขายคืนร้านทองที่ซื้อมาเท่านั้น ประกอบกับรูปแบบและลวดลายที่ไม่ทันสมัยทำให้นากไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ต่างจากPing GoldและRose Gold ที่มีการออกแบบสวยงามสะดุดตาเช่นเครื่องประดับจากแบรนด์ดังอย่าง cartier, Bvlgari จึงได้รับความนิยมมากกว่าและราคาแพงกว่าส่วนราคาซื้อขายก็ขึ้นอยู่กับราคาทองคำในขณะนั้นและส่วนผสมของทองคำเช่น rose gold 18K (75%) ราคาก็จะสูงกว่า ping gold 14K (58%) เพราะมีปริมาณทองคำมากกว่า นอกจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์และการออกแบบ การเลือกซื้อก็ต้องดูว่ามีการประทับตราค่าความบริสุทธิ์เช่น 18K,14K หรือไม่จากนั้นก็ดูที่ค่าความถ่วงจะเพาะ ถ้าเป็นทองคำบริสุทธิ์ค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ที่ 19.63 ทอง18K ค่าความถ่วงจำเพาะจะอยู่ที่ 15.58 ส่วนทอง14K ก็จะอยู่ที่ประมาณ 13.40 (ขอให้ทางร้านชั่งให้ดูได้)จากนั้นก็ดูความน่าเชื่อถือของร้าน ขอใบรับประกัน ส่วนราคาก็คำนวณจากเปอร์เซ็นต์ทองบวกค่าแรง ค่ารูปแบบก็จะรู้ราคาโดยประมาณจะได้ไม่ต้องโดนหรอกการดูแลรักษา เมื่อใส่แล้วควรทำความสะอาดทุกครั้งเพื่อขจัดคราบเหงื่อโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดจิวเวลรี่ที่หาซื้อได้จากร้านทองหรือร้านขายจิวเวลรี่ทั่วไปเสร็จแล้วเก็บใส่ถุงซิปล็อคเพื่อไม่ให้ทำปฏิกิริยากับอากาศเพราะถ้าทิ้งไว้จะทำให้หมองได้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

Loading...
More