บทความทั้งหมด

29/09/2563

ซาโดะคินซัง... จากเหมืองทองใหญ่ที่สุดสู่แหล่งทองเที่ยวยอดนิยม


บนเกาะซาโดะ (Sado Island) ในจังหวัด นิงาตะ(Niigata)คือที่ตั้งของเหมืองทองซาโดะคินซัง(Sado Kinzan Gold Mine) เหมืองทองคำและเหมืองเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดดำเนินการมาตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับโชกุนโทคุกาวะ โดยทำต่อเนื่องมานานกว่า400 ปีจากค.ศ. 1601 มาสิ้นสุดลงเมื่อปี1989 นี่เองเหมืองทองซาโดะ มีสายแร่ทองคำทอดตัวอยู่ในแนวตะวันออก-ตะวันตกกว้าง ประมาณ 3,000 เมตร ในแนวเหนือ-ใต้ ประมาณ 600 เมตร และลึกประมาณ 800 เมตร ปริมาณทองคำและเงินที่ผลิตได้นั้นว่ากันว่า ตลอดเวลาของการเปิดเหมืองสามารถผลิตทองคำได้กว่า 78 ตัน และเงินอีก 23 ตัน ปัจจุบันเหมืองทองซาโดะ ได้รับการขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของแหล่งมรดกโลกยูเนสโกในปี 2010 ในรายการ "กลุ่มมรดกเหมืองซาโดะโดยเฉพาะทองคำ" และทางการญี่ปุ่นได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้ามาศึกษาการทำเหมืองทองคำ ตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงสมัยเมจิ ในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ยังเต็มไปด้วยร่องรอยการทำเหมืองทั้งอุโมงค์เหมืองที่มีความยาวกว่า 400 กิโลเมตร สถานขุดเจาะ และโรงถลุงแร่เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกนิยมเที่ยวแบบ Soudaifukou Course คือการเดินไปในอุโมงค์ที่ขุดไว้สมัยเอโดะ เพื่อเที่ยวชมและศึกษาเครื่องมือเครื่องใช้ มีหุ่นคนงานจำลองขนาดเท่าคนจริงแสดงการทำงานในสมัยนั้น นอกจากนี้ยังมีการท่องเที่ยวแบบ Douyukou Course ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นอุโมงค์ที่ใช้ในสมัยเมจิและยุคถัดมา มีการจัดแสดงรถไฟลากที่ใช้ในสมัยนั้น และกลไกการทำงาน การขุดทองภายในอุโมงค์ที่มีความยาวหลายร้อยเมตร หากต้องการสัมผัสประสบการณ์ตรงและน่าตื่นเต้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านอุโมงค์มืดซึ่งขุดโดยนักสำรวจแร่สมัยเอโดะ โดยใช้ไฟฉายส่องนำทางได้ แต่ถ้าต้องการความสะดวกสาย ก็สามารถโดยสารรถบัสไปพร้อมกับมัคคุเทศก์เพื่อไปชมการทำเหมืองแบบสมัยใหม่ ซึ่งการท่องเที่ยวแต่ละรูปแบบจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันระหว่าง 900 ถึง 3400 เยน

Read More

29/09/2563

เพริดอต อัญมณีแห่งสุริยะ


เพริดอตเปรียบเสมือนอัญมณีประจำชาติของอียิปต์ เพราะมีหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งชาวไอยคุปต์บันทึกไว้บนกระดาษปาปิรุสว่ามีการทำเหมืองเพริดอตบนเกาะเซนต์จอห์น (St. John’s Island) ในทะเลแดงเมื่อกว่า 1,500 ปีก่อนคริสตกาล โดยชาวไอยคุปต์โบราณเรียกอัญมณีชนิดนี้ว่า “อัญมณีแห่งสุริยะ” (Gem of the Sun) ในขณะที่ชาวโรมันเรียกอัญมณีชนิดนี้ว่า“มรกตยามอาทิตย์อัสดง”(Evening Emerald)ชื่อของเพริดอตนั้นมาจากคำในภาษากรีกว่า “Peridona” แปลว่า ความคล้ายทองและความร่ำรวย เป็นอยู่ในประเภทพลอยชนิดหนึ่ง มีสีเขียวมะกอกสดใส จัดเป็นพลอยเนื้ออ่อนที่มีค่าความแข็งราว 6.5 - 7 ตามโมห์สเกล นิยมนำมาขัดจนเกลี้ยงกลมเป็นลูกปัดสำหรับทำเป็นเครื่องประดับและเครื่องราง ปัจจุบันแบรนด์จิวเวอรีระดับโลกนิยมนำมาทำเป็นกำไลข้อมือที่ประดับด้วยเพชร สปิเนลและ เพริดอตบนตัวเรือนทองคำ หรือทำเป็นแหวนทองคำประดับด้วยเพริดอตและเพชร บางแบรนด์นำมาประดับบนสร้อยคอทองคำร่วมกับแอเมทิสต์และเพชรในด้านความเชื่อนั้น เพริดอต ชาวอิปต์โบราณเชื่อว่าสามารถช่วยปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ทั้งช่วยป้องกันมนต์ดำ ขับไล่ภูตผีปีศาจ รวมถึงป้องกันฝันร้าย อีกทั้งยังเป็นอัญมณีแห่งสติปัญญา และความกล้าหาญ บรรดานักรบและเหล่าทหาร จึงนิยมพกติดตัวไว้เพื่อคุ้มครองป้องกันภัยและสร้างความฮึกเหิมเมื่อยามต้องออกสู่สนามรบอีกทั้งยังเป็นอัญมณีที่ใช้แสดงความเคารพต่อเทพรา(Ra)หรือสุริยเทพ เทพผู้เสมือนบิดาแห่งมวลมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลายตามวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวอียิปต์นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าเพริดอตสามารถบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยและโรคภัยต่างๆ เช่น โรคระบบทางเดินอาหาร โรคตับ รักษาโรคหอบหืด โรคผิวหนัง ทั้งยังช่วยปรับสมดุลทางจิตใจ นำมาซึ่งความสุขแก่ผู้เป็นเจ้าของได้อีกด้วยแหล่งแร่เพริดอต ยังเป็นอัญมณีประจำเดือนเกิดของผู้ที่เกิดเดือนสิงหาคมพบมากที่เมียนมา ศรีลังกา สหรัฐฯ ออสเตรเลีย บราซิล และเม็กซิโก นอกจากนี้เมื่อปี 2003 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐฯหรือองค์การนาซา(NASA) ยังรายงานการค้นพบแร่ชนิดนี้บนดาวอังคารอีกด้วย ข้อมูล : ศูนย์วิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ(องค์กรมหาชน)

Read More

29/09/2563

บ.เหมืองแร่ทองของจีน สบายปีกไปทั่วโลก


สภาทองคำโลกรายงานล่าสุดว่า ประเทศจีนคือผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของโลก มีปริมาณการผลิตมากที่สุดในโลกที่ 383.2 ตัน ภายใต้การทำงานของบริษัทเหมืองทองขนาดใหญ่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือกลุ่มบริษัทซานตงโกลด์กลุ่มบริษัทซานตงโกลด์เป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของจีน ที่กำลังขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งใน 10 เหมืองแร่ทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลกกลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายสินทรัพย์ในประเทศจีนให้มีสถานภาพที่มั่นคง มีแหล่งทรัพยากรทองคำสำรองที่ดี และต้องการเปิดตลาดสู่นานาประเทศผู้บริหารของบริษัทซานตงโกลด์กล่าว ว่าเป้าหมายหลักของบริษัทคือการเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการขนส่งทั้งทางบกและทางทะเลของจีนเข้ากับภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกทั้งเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลางเข้าด้วยกันตามโครงการ “One Belt, One Road” เพื่อร่วมสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในเส้นทางสายไหมในลักษณะที่จะเสริมสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย โดยคาดการณ์ว่า ในปี ค.ศ. 2020 นี้กลุ่มบริษัทฯ จะสามารถผลิตทองคำได้มากกว่า 55 เมตริกตันต่อปี โดยมีรายได้รายปีเกินกว่า 100 พันล้านหยวน (15.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทซานตงโกลด์เป็นเจ้าของสิทธิบัตร 228 ฉบับ รวมถึงสิทธิบัตรในการคิดค้น 51 ฉบับ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงในการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลและเทคโนโลยีการขุดเจาะสำรวจแร่ทองคำ ซึ่งสามารถขุดเจาะได้ลึกถึง 4,000 เมตร เทคโนโลยีการทำเหมืองแร่อันล้ำสมัยดังกล่าว ทำให้กลุ่มบริษัทซานตงโกลด์ ค้นพบพื้นที่เหมืองทองคำของ ซีหลิง (Xiling) ในมณฑลซานตง โดยคาดว่าจะเป็นแหล่งแร่ทองคำขนาดกว่า 550 ตันและมีมูลค่ากว่า 150 พันล้านหยวน ซึ่งนับเป็นแหล่งแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีนด้วย ทั้งนี้เมื่อเดือนเมษายนปี 2018 ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทซานตงโกลด์ ได้ทำข้อตกลงซื้อขาย เพื่อเข้าถือหุ้น 50 % ของบริษัท Barrick Gold ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตโลหะที่มีค่ารายใหญ่ที่สุดของโลก ในกิจการเหมืองแร่ทองคำ Veladero ในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 960 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้ยังทำให้ทั้งสองบริษัทมีแผนจะร่วมกันพัฒนาแถบเหมืองทอง El Indio ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชายแดนประเทศอาร์เจนตินาและสาธารณรัฐชิลี อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่ตั้งของเหมืองแร่ทองคำที่มีชื่อเสียงและโครงการระดับโลกต่าง ๆ เช่น เหมืองแร่ Veladero เหมืองแร่ Alturas และโครงการ Pascua-Lama โครงการต่าง ๆนี้ เป็นการทำเหมืองแร่ระบบเปิด โดยการเปิดหน้าดินเป็นบ่อลึกลงไปจนถึงชั้นแร่ แล้วจึงทำการขุดแร่ออกมาใช้งาน

Read More

29/09/2563

เหรียญทองคำแรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์


เมื่อปี พ.ศ. 2406 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ผลิตเหรียญกษาปณ์ทองคำขึ้นเป็นครั้งแรก มี 3 ชนิดราคา เรียกว่า เหรียญกษาปณ์ทองคำ ทศ พิศ พัดดึงส์ และนำออกใช้ หมุนเวียนชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตลอดจนค้าขายกับชาวต่างชาติได้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์เงินที่ใช้อยู่ในระบบ เหรียญกษาปณ์ทองคำที่ผลิตขึ้นในครั้งนั้นมีลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน ขอบมีเฟืองจักร ด้านหน้าเหรียญทองทศ และทองพิศมีตราพระมหามงกุฎ ยอดเปล่งรัศมี มีฉัตรกระหนาบทั้ง 2 ข้าง รอบวงขอบเหรียญมีจุดไข่ปลา ระหว่างฉัตรและพระมหามงกุฎมีลายกนก ส่วนเหรียญทองพัดดึงส์มีลายกนกทั้งด้านนอกและด้านในฉัตร รอบวงขอบเหรียญมีเกสรดอกไม้ โดยรอบ ด้านหลังมีรูปช้างยืนอยู่ตรงกลางวงจักร รอบวงขอบเหรียญมีลวดลายเหมือนด้านหน้า เหรียญทองคำทศ คือ เหรียญกษาปณ์ทองคำขนาดใหญ่ (22 มิลลิเมตร) ราคาเหรียญละ 8 บาท (2 ตำลึง) ทศ แปลว่า 10 มีค่าเท่ากับ 1 ใน 10 ของชั่ง หมายถึง จำนวนเหรียญ 10 เหรียญ เท่ากับ 1 ชั่ง เหรียญทองคำพิศ คือ เหรียญกษาปณ์ทองคำขนาดกลาง (17 มิลลิเมตร) ราคาเหรียญละ 4 บาท (1 ตำลึง) พิศ แปลว่า 20 มีค่าเท่ากับ 1 ใน 20 ของชั่ง หมายถึง จำนวนเหรียญ 20 เหรียญ เท่ากับ 1 ชั่ง เหรียญทองคำพัดดึงส์ คือ เหรียญกษาปณ์ทองคำขนาดเล็ก (16 มิลลิเมตร) ราคาเหรียญละ 2 บาทกึ่ง (10 สลึง) พัดดึงส์ แปลว่า 32 มีค่าเท่ากับ 1 ใน 32 ของชั่ง หมายถึง จำนวนเหรียญ 32 เหรียญ เท่ากับ 1 ชั่ง นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2407 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเหรียญแต้เม้งทงป้อขึ้น เป็นเหรียญทองคำและเงิน มีน้ำหนัก 4 บาท หรือ น้ำหนัก 60 กรัม เท่ากับจำนวน พระชนมายุของพระองค์ บอกชนิดราคาเป็นรูปดาวบนหน้าเหรียญที่วงขอบเหรียญ ลักษณะเป็นเหรียญกลม แบน ขอบเรียบ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45 มิลลิเมตร ด้านหน้าเป็นตราพระมหามงกุฎ ยอดเปล่งรัศมี มีฉัตร กระหนาบอยู่ 2 ข้าง มีลายกิ่งไม้เป็นเปลวแทรกอยู่ในท้องลาย มีดาวอยู่รอบวงขอบ 32 ดวง หมายถึง 32 เฟื้อง ราคาเท่ากับ 4 บาท น้ำหนัก 1 ตำลึง รอบวงขอบเป็นลายเกสรดอกไม้ด้านหลังเป็นลายแก้วชิงดวง หรือลายรวงผึ้ง มีอักษร "กรุงสยาม" อยู่กลางเหรียญ มีอักษรจีนอยู่ 4 ทิศ อ่านออกสำเนียงภาษาแต้จิ๋วว่า "แต้เม้งทงป้อ" แปลว่า ทรัพย์สินเงินตราของ "แต้เม้ง" (พระปรมาภิไธยอย่างจีนของรัชกาลที่ 4) ทำให้นิยม เรียกเหรียญนี้ว่า "เหรียญแต้เม้ง" ความพิเศษของเหรียญแต้เม้ง คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดฯ ให้มี พระบรมราชานุญาตนำไปใช้ประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมถึงจุดเด่นอีกประการคือ เป็นเหรียญกษาปณ์ สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เพราะมีราคาระบุที่หน้าเหรียญ แต่ด้วยความที่จำนวนการผลิตมีน้อย จึงเป็นที่นิยมอย่างสูงในเวลาต่อมา

Read More

29/09/2563

ทองคำในระบบเงินตราไทย


มีการพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าในพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบันมีการนำทองคำมาใช้ในระบบการค้ามาตั้งแต่สมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 11 ซึ่งมีทั้งเหรียญกลมและแบน มีทั้งชนิดเงินและทองคำหลายขนาดอีกทั้งข้อมูลเกี่ยวกับทองคำยังปรากฏบนศิลาจารึกหลักที่ 1 ในสมัยสุโขทัยกล่าวถึงการค้าทองคำด้วยในระหว่างปีพ.ศ. 1893 – 2310 บรรดาหัวเมืองในอำนาจการปกครองของอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา เช่นเมืองปัตตานีได้รับอนุญาตให้ผลิตเงินตราขึ้นใช้ได้เอง และมีการผลิตเหรียญทองคำเป็นตราประจำเมืองรูปวัวเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้า นอกจากนี้ยังผลิตเหรียญพระอาทิตย์มาตาฮารีและเหรียญที่ใช้อักษรอาหรับด้วย ระหว่าง พ.ศ. 2390 – 2402 ในยุคตื่นทอง ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นแหล่งผลิตทองคำใหญ่ที่สุดในโลกมีการผลิตทองคำเพิ่มขึ้น 7 – 8 เท่าตัว ขณะเดียวกัน ประเทศสยามก็เริ่มเปิดการค้าเสรีกับชาวต่างชาติ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีทองคำหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับระบบ การค้าเสรีแบบใหม่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีแนวพระราชดำริที่จะแก้ปัญหาทองคำล้นระบบ จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำทองคำมาผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์ทองคำขึ้นใช้ในประเทศไทย และไม่ประสงค์ให้ทองคำ ในประเทศกลายเป็นทองผสมแบบเหรียญทองของอังกฤษ จึงไม่ผสมทองแดงลงในเหรียญทอง ทำให้ระบบ เงินตราของไทยตั้งแต่สมัยโบราณสัมพันธ์กับน้ำหนักของโลหะมีค่าที่นำมาทำเงินตรานั้น เรียกว่า เงินเต็มค่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ การกำหนดราคาทองคำของไทย มาจากธรรมเนียมของชาวเชียงแสนโบราณ ใช้ค่าน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของเนื้อทองเป็นหลัก โดยทองบริสุทธิ์ ไม่มีโลหะเจืออื่นเรียกว่า ทองเนื้อเก้า หรือ นพคุณเก้าน้ำ ความบริสุทธิ์รองลงมาเรียกว่า ทองเนื้อแปด เจ็ด หก ถัดกันลงมาตามลำดับ ทองที่มีเนื้อต่ำ เรียกว่า ทองเนื้อสี่ หมายถึง ซื้อขายกันโดยน้ำหนักทอง 1 บาทเป็นราคาเงิน 4 บาทและเพิ่มขึ้นไปสูงสุดถึง 9 บาท เป็นทองเนื้อเก้า ส่วนราคาทองที่ซื้อขายเป็นเศษเกินกว่าบาทขึ้นไป เรียกว่า ขา เช่น ทองเนื้อหกน้ำสองขา หมายถึง ทองโดยน้ำหนัก 1 บาท ขายเป็นราคาเงิน 6 บาท 2 สลึง เป็นต้นต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ มากยิ่งขึ้น และยังคงมีการผลิตเหรียญกษาปณ์ทองคำใช้อยู่ แต่พระองค์ได้เปลี่ยนระบบเงินตราของไทยมาอยู่ในมาตรฐานเนื้อทองคำเช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ที่ไทยติดต่อค้าขายด้วย โดยทรงตราพระราชบัญญัติมาตราทองคำขึ้น เพื่อกำหนดเทียบค่าเงินบาทกับทองคำบริสุทธิ์และตั้งแต่นั้นมา และทองคำก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเงินตราของประเทศที่ใช้ในการผลิตธนบัตรด้วย

Read More

29/09/2563

นักลงทุนหันหา ETFs เหมืองทองและเงิน แทนETFs ทองคำ เหตุให้ผลตอบแทนมากกว่า


จากแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ดูจะลากยาวออกไป รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนยืดเยื้อ ทำให้ตลาดมีความกังวล เงินลงทุนจึงการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย การลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟทองคํา( ETFs ทองคำ) และกองทุนรวมอีทีเอฟเหมืองทองและเงิน (ETFs เหมืองทองและเงิน) จึงเป็นทางเลือกเพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุน ETFs ทองคำ คือการลงทุนกับกองทุนที่ลงทุนในทองคำโดยผลตอบแทนจะขึ้นอยู่กับราคาตลาดของทองในเวลานั้น ๆ ซึ่งผู้จัดการกองทุนก็จะซื้อทองคำเข้าไปใส่ในกอง และดูแลสินทรัพย์ทองคำให้กับนักลงทุนส่วน ETFs เหมืองทองและเงิน เป็นการลงทุนในบริษัทที่ทำเหมืองแร่ทองคำหรือแร่เงิน ซึ่งผลตอบ แทนไม่ได้อยู่ที่ราคาทองคำเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น การบริหารจัดการของบริษัท ผลประกอบการ และปัจจัยอื่นๆที่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด เป็นต้นการจะเลือกลงทุนใน ETFs เหมืองทองและเงิน บริษัทจัดการกองทุนจะคัดเลือกลงทุนใน ETFs เหมืองทองและเงินด้วยการประเมินมูลค่าหุ้น การบริหารจัดการภายในบริษัท ความสามารถของผู้บริหาร งบการเงิน และการเติบโตของบริษัท ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% เงินปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 35% ขณะที่ราคาหุ้นบริษัทเหมืองทองคำและบริษัทเหมืองเงินปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าการปรับตัวของราคาทองคำแท่งและเงิน ทั้งนี้เพราะตลาดเริ่มรับรู้ถึงผลดำเนินงานของเหมือง เนื่องจากขณะที่ราคาสินทรัพย์ทรงตัวในระดับสูง ต้นทุนการจัดการเหมืองยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากช่วงต้นปี ส่งผลให้ผลประกอบการดำเนินธุรกิจเหมืองปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น การลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟ(ETFs) เหมืองทองและเงิน จึงเป็นทางเลือกที่นักลงทุนให้ความสนใจเพราะให้ผลตอบแทนมากกว่ากองทุนรวมอีทีเอฟ (ETFs)ทองคำ และตลาดการทุนประเภทอื่นตัวอย่างเช่น วอร์เรน บัฟเฟตต มหาเศรษฐีและนักลงทุนระดับโลก ได้ลดลดการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาด อย่างธนาคารเวลส์ ฟาร์โก และเจพีมอร์แกน เชส พร้อมทั้งขายหุ้นที่ถืออยู่ในโกลด์แมน แซคส์ และกระโจนเข้าไปลงทุนครั้งใหญ่ในหุ้นของบริษัทบาร์ริค โกลด์ คอร์ปหนึ่งในบริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกในแคนาดาจำนวน 20.9 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 563.5 ล้านดอลลาร์

Read More

29/09/2563

มงกุฎดอกส้ม ของขวัญแห่งรักและภักดี


เข็มกลัดรูปช่อดอกส้มทำจากกระเบื้องเคลือบสีขาวแซมด้วยใบส้มที่ทำจากทองคำ เป็นเครื่องประดับที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร ทรงโปรดปรานมากที่สุด ด้วยเป็นเครื่องประดับที่เจ้าชายอัลเบิร์ต พระราชสวามีเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการผลิตด้วยพระองค์เอง เพื่อมอบเป็นของขวัญ แด่พระราชินีเมื่อครั้งยังทรงเป็นพระคู่หมั้น และเป็นเสมือนสาส์นแสดงความรักและความใส่พระทัยที่พระองค์มีต่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ย้อนเวลากลับไปใน ค.ศ. 1839 ภายหลังจากทรงขึ้นครองราชสมบัติได้ราว 2 ปีเศษ สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (ขณะมีพระชนมายุ 20 ชันษา) ทรงหมั้นกับเจ้าชายอัลเบิร์ต โอกาสนั้นเจ้าชายอัลเบิร์ตทรงมอบเข็มกลัดรูปช่อดอกส้มทำจากกระเบื้องเคลือบสีขาวแซมด้วยใบทำจากทองคำ ที่ทรงออกแบบด้วยพระองค์เองเพื่อเป็นของขวัญแก่พระคู่หมั้น ซึ่งตามธรรมเนียมของชาวยุโรปนั้น ดอกส้มถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ นับตั้งแต่นั้นมา ดอกส้มจึงความสำคัญและมีความหมายลึกซึ้งระหว่างสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ตความรักความผูกพันนี้ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 1840 ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงฉลองพระองค์ในชุดแต่งงานสีขาว ปราศจากรัดเกล้าที่ตกแต่งด้วยอัญมณีน้ำงามใดๆ แต่พระองค์ทรงเลือกที่จะให้นำช่อเข็มกลัดดอกส้มมาทำเป็นรัดเกล้าสำหรับใช้ในวันสำคัญของชีวิต ต่อมาในเดือนธันวาคม 1845 เจ้าชายอัลเบิร์ตทรงมอบชุดเครื่องประดับดอกส้มให้สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย อีกครั้ง ประกอบด้วย เข็มกลัดและต่างหู อีกทั้งยังทรงทรงออกแบบรัดเกล้ารูปดอกส้มทำจากกระเบื้องเคลือบสีขาว แซมด้วยใบทำจากทอง โดยมีผลส้มเล็กๆ ลงยาสีเขียว จำนวน 4 ผล ซึ่งมีความหมายถึงจำนวนพระโอรสและพระธิดา จำนวน 4 พระองค์ (ในขณะนั้น) เพื่อมอบเป็นของขวัญวันครบรอบการแต่งงานปีที่ 6 ให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย อีกด้วย สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงโปรดปรานชุดเครื่องประดับดอกส้มเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงสวมเครื่องประดับชุดนี้ในวันครบรอบการแต่งงานของพระองค์และเจ้าชายอัลเบิร์ตเป็นประจำทุกปี จนกระทั่งเมื่อเจ้าชายอัลเบิร์ตสิ้นพระชนม์ในปี 1861 ณ พระราชวังวินด์เซอร์ การสูญเสียพระราชสวามีอันเป็นที่รักยิ่งนำความเสียพระทัยแก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงไว้ทุกข์ด้วยการฉลองพระองค์ในชุดสีดำตลอดพระชนม์ชีพที่เหลือ อีกทั้งไม่ทรงสวมชุดเครื่องประดับดอกส้มอีกเลย หากแต่มีรับสั่งให้นำเครื่องประดับชุดดังกล่าวไปเก็บไว้ในห้องที่เจ้าชายอัลเบิร์ตสิ้นพระชนม์ โดยมีพระราชประสงค์ที่จะไม่พระราชทานเครื่องประดับชุดนี้ให้เป็นสมบัติแก่ผู้ใด นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราไม่เคยพบว่ามีสมาชิกราชวงศ์อังกฤษพระองค์ใดเคยได้สวมเครื่องประดับชุดสำคัญนี้สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 22 มกราคม 1901 ณ พระตำหนักออสบอร์น ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ออกแบบโดยเจ้าชายอัลเบิร์ต พระศพของพระองค์ถูกฝังเคียงข้างกับเจ้าชายอัลเบิร์ต ณ สุสานหลวงในพระราชวังวินด์เซอร์ ที่ซึ่งดอกส้มแห่งความรักของพระองค์จะผลิบานตลอดไป

Read More

29/09/2563

จีนครองอันดับ 1 ประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคทองคำมากที่สุดในโลก ตะลึงไทยบริโภคทองคำมากเป็นที่ 5 ของโลก


สภาทองคำโลกรายงตัวเลขล่าสุดของประเทศผู้ผลิตทองคำมากที่สุด 10 อันดับของโลก ประเทศผู้บริโภคทองคำมากที่สุดในโลก และ ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุด10 อันดับของโลกไว้ดังนี้10 อันดับประเทศผู้ผลิตทองคำมากที่สุดในโลก อันดับ 1 จีน 383.2 ตัน อันดับ 2 รัสเซีย 329.5 ตัน อันดับ 3 ออสเตรเลีย 325.1 ตัน อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา 200.2 ตัน อันดับ 5 แคนาดา 182.9 ตัน อันดับ6 เปร 143.3 ตัน อันดับ 7 การา142.4 ตัน อันดับ 8 แอฟริกาใต้ 118.2 ตัน อันดับ 9 แมกซิโก 111.4 ตัน อันดับ 10 บราซิล 106.9 ตัน 10 อันดับประเทศผู้บริโภคทองคำมากที่สุดในโลก อันดับ 1 จีน 984 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.68 กรัม อันดับ 2 อินเดีย 849 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.62 กรัม อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา 193 ตันปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.58 กรัม อันดับ 4 เยอรมนี 124 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 1.48 กรัม อันดับ 5 ไทย 90 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 1.29 กรัม อันดับ6 ซาอุดิอาระเบีย 85 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 2.44 กรัม อันดับ 7 ตุรกี 72 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.85 กรัม อันดับ 8 อิหร่าน 71 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.85 กรัม อันดับ 9 เวียดนาม 63 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.65 กรัม อันดับ 10 อินโดนีเซีย 59 ตัน ปริมาณเฉลี่ยต่อหัว 0.22 กรัมจะเห็นว่าแม้ประเทศจีนเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคทองคำมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากคิดปริมาณเฉลี่ยแต่หัวแล้ว การบริโภคทองคำของจีนยังน้อยกว่าอีกหลายประเทศทั้งเยอรมัน ตุรกี อิหร่าน หรือแม้แต่ประเทศไทย ในขณะที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย มีปริมาณการบริโภคเฉลี่ยสูงที่สุดถึง 2.44 กรัมต่อหัว

Read More

29/09/2563

WGC update 10 ประเทศที่ถือครอง "ทองคำสำรอง" มากที่สุดของโลก


สภาทองคำโลก (WGC) รายงานตัวเลขจากการสำรวจและจัดอันดับประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลกประจำเดือนสิงหาคม พบว่าสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับ1 อย่างต่อเนื่อง ส่วนอันดับอื่นไม่เปลี่ยนแปลงมากนักแต่มีบางประเทศที่อันดับไม่เปลี่ยนแต่ปริมาณทองคำเพิ่มขึ้น โดย ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองมากที่สุด10 อันดับได้แก่ อันดับ 10เป็นเนเธอร์แลนด์ มีจำนวนทองคำสำรอง 621.5 ตันอันดับ 9อินเดีย จำนวน 618.2 ตัน อันดับ 8ญี่ปุ่น จำนวน 765.2 ตัน และ อันดับ 7สวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 1,040.0 ตัน อันดับ 6 จีน จำนวน 1,936.5 ตัน แม้จีนจะเป็นประเทศผู้ผลิตทองคำมากเป็นอันดับ 1 แต่สำหรับทองคำสำรองแล้วจีนอยู่ในอันดับที่ 6 โดยในช่วงเดือนธันวาคม.ปี 2561 จนถึงเดือนสิงงหาคท 2562 ประเทศจีนซื้อทองคำรายเดือนสูงกว่า 100 ตันต่อเดือน อย่างไรก็ตามเมื่อคิดเป็นสัดส่วนแล้ว จนถือครองทองคำสำรองเพียงร้อยละ 2.8 เท่านั้นอันดับ 5 รัสเซียจำนวน 2,219.2 ตัน ธนาคารกลางรัสเซีย เป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมาและแซงจีนในปี 2561 ทำให้มีปริมาณสำรองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก โดยในปี 2560 รัสเซียซื้อทองคำแท่งมาสำรองไว้ มากถึง 224 ตันอันดับ 4 ฝรั่งเศส 2,436.1 ตัน ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางของฝรั่งเศสขายทองคำน้อยลง แม้เงินสดในประเทศไม่เพียงพอ เพราะมีการเรียกร้องให้รัฐบาลฝรั่งเศสหยุดการขายทองคำสำรอง และเมื่อดูจากตัวเลขจะพบว่าหากฝรั่งเศสยังคงขายทองคำสำรองต่อไป และรัสเซียยังซื้อทองคำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ฝรั่งเศสอาจโดนแซงในอีกไม่ช้านี้อันดับ 3 อิตาลี จำนวน 2,451.8 ตัน อันดับ 2 เยอรมนี จำนวน 3,366.8 ตัน ในปี 2560 เยอรมนีย้ายทองคำ 674 ตันจากธนาคารแห่งประเทศฝรั่งเศส (Banque de France) และ Federal Reserve Bank of New York ในสหรัฐอเมริกา กลับสู่ประเทศตัวเองครั้งแรก โดยคาดว่าการย้ายทองคำสำรอง จะแล้วเสร็จในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ประเทศในยุโรปเริ่มหันมาลงทุนทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก อันดับ 1สหรัฐอเมริกาจำนวน 8,133.5 ตัน มากกว่าทองคำสำรองของประเทศอันดับ 2-3-4 รวมกัน โดยทองคำส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาจะถูกเก็บไว้ที่ฟอร์ทน็อกซ์ (Fort Knox) แหล่งเก็บทองของสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐเคนทักกี นอกนั้นยังมีที่อื่นๆ ทั้ง โรงกษาปณ์ฟิลาเดลเฟีย(Philadelphia Mint) , โรงกษาปณ์เดนเวอร์ (Denver Mint), สำนักงาน San Francisco Assay และ โรงกษาปณ์ West Point Bullion Deposit เป็นต้นส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 มีทองคำสำรองอยู่ที่ 154 ตัน เท่ากับรายงานเมื่อปีก่อนหน้านี้อย่างไรก็ตามปริมาณทองคำสำรองของไทยเพิ่มขึ้นย่างต่อเนื่องจาก ปี 2011 ที่ประเทศไทยถือครองทองคำสำรองไว้เพียง 127.5ตัน เท่านั้น

Read More

29/09/2563

ความต้องการเครื่องประดับทองลดลงทั่วโลก ปัญหาจากราคาทองพุ่งไม่หยุด


ผ่านครึ่งปีแรกไปด้วยความร้อนแรงของราคาทองคำที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง แม้จะมีขยับลงบ้างในช่วงแคบๆแต่ก็ยังคงเป็นช่วงขาขึ้นอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนของภาวะตลาดทั้งตลาดเงินและตลาดทุน ทองคำจึงกลายเป็นทางเลือกของการลงทุน และธนาคารกลางทั่วโลกยังใช้ทองคำเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นนี้ส่งผลให้ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากรายงาน “แนวโน้มความต้องการทองคำ” (Gold Demand Trends) ของสภาทองคำโลก ( World Gold Council) ระบุว่า การระบาดของ COVID-19 ทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง โดยลดลงถึงร้อยละ 53 เหลือเพียง 251 ตัน เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปี 2019 ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกลดลงกว่าร้อยละ 46 เหลือเพียง 572 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด เนื่องจากผู้บริโภคทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทาง ตามรายงานระบุว่าตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับทองรายใหญ่ของโลกทั้งจีน อินเดีย และสหรัฐฯ ต่างมีความต้องการลดต่ำลง โดยความต้องการเครื่องประดับทองในไตรมาสที่สองของจีนลดลงร้อยละ 33 ส่งผลให้ความต้องการในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 152.2 ตัน หรือลดลงถึงร้อยละ 52 ซึ่งนับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ครึ่งแรกของปี 2007 เป็นต้นมาส่วนความต้องการเครื่องประดับทองในอินเดียก็ลดลงเช่นกัน โดยลดลงถึงร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปีที่ผ่านมา เหลือเพียง 44 ตัน ซึ่งนับว่าเป็นความต้องการรายไตรมาสที่ต่ำที่สุดเท่าที่ World Gold Council เก็บข้อมูลมาในช่วงหลายปี ส่งผลให้ความต้องการเครื่องประดับทองในช่วงครึ่งปีแรกลดลงถึงร้อยละ 60 มาอยู่ที่ 117.8 ตัน ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ World Gold Council ยังระบุว่าความต้องการเครื่องประดับทองโดยรวมของสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ลดลงต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี ส่วนในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2020 อุปสงค์เครื่องประดับทองในสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 34 เหลือเพียง 19 ตัน ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในช่วง 10 ปี สาเหตุที่ความต้องการเครื่องประดับทองลดต่ำลงหลังจากเพิ่มขึ้นมาตลอดหลายปีนั้น เป็นเพราะการปิดร้านในช่วง COVID-19 ที่อบยู่ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลอีสเตอร์และวันแม่ ซึ่งเป็นช่วงที่ปกติจะมีการซื้อเครื่องประดับเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองในสหรัฐฯ ลดลง และแม้ว่าปัจจุบันร้านค้าเครื่องประดับจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ตลาดเครื่องประดับทองก็ยังไม่ดีขึ้น ทั้งนี้ราคาทองคำในตลาดโลกเคยเพิ่มสูงขึ้นเกินระดับ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดลทำ All Time High ครั้งใหม่ที่ระดับราคา 2,075 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2020 ซึ่งนับว่าเป็นราคาสูงสุดของโลหะมีค่าชนิดนี้เท่าที่เคยมีมาก่อน ก่อนที่ปัจจุบันราคาทองคำจะกลับเข้าสู่ภาวะการปรับฐานขยับลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์แล้ว แต่ก็คาดว่าตลาดเครื่องประดับทองคำจะยังคงซบเซาต่อไปอีกระยะหนึ่ง

Read More

29/09/2563

อุตสาหกรรมเหมืองทองในสปป.ลาวคึกคัก รับราคาทองคำโลก


อุตสาหกรรมเหมืองทองคำใน สปป.ลาว อยู่ในภาวะซบเซามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ภายหลังจากบริษัท MMG Limited ซึ่งได้รับสัมปทานทำเหมืองแร่ทองแดงและทองคำที่เมืองเซโปน แขวงสะหวันนะเขต ประกาศหยุดการขุดแร่ทองคำเป็นการชั่วคราว เนื่องจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งส่งผลต่อกำไรของบริษัทฯ โดยคงไว้เฉพาะกิจกรรมขุดแร่ทองแดงเท่านั้น สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้บริษัท MMG Limited ขายหุ้นของตนในสัดส่วนร้อยละ ๙๐ ของบริษัท Lane Xang Minerals Limited ให้แก่บริษัท Chifeng Jilong Gold Mining ด้วยมูลค่า ๒๗๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นดังกล่าว บริษัท Chifeng Jilong ประกาศแผนที่จะเริ่มต้นการขุดแร่ทองคำที่เหมืองเซโปนอีกครั้งในปี ๒๕๖๓ ในจำนวน ๑-๑.๖ ตัน และเพิ่มเป็น ๗ ตันในปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำและโลหะขยับตัวสูงขึ้น ทำให้ผลประกอบการของเหมืองเซโปนกระเตื้องขึ้นตามไปด้วยและสามารถกลับมาทำ กำไรได้อีกครั้ง สถานการณ์ด้านราคาดังกล่าว ทำให้บริษัท Chifeng Jilong ประกาศเริ่มการผลิตแร่ทองคำโดยตั้งเป้าหมายว่า จะสามารถผลิตทองคำเพื่อป้อนตลาดได้สำเร็จในช่วงต้นมิถุนายน ๒๕๖๓ ทั้งนี้ในช่วงระหว่างปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ อุตสาหกรรมพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป.ลาว มีอัตราการขยายตัว ร้อยละ ๑๑ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๕ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง ๕ ปี (๒๕๕๔-๒๕๕๘) ก่อนหน้า แบ่งเป็นภาคพลังงานขยายตัวร้อยละ ๑๕๔ และภาคเหมืองแร่หดตัวลงร้อยละ ๑๘.๖๙ โดยคาดว่าในปี ๒๕๖๓ การผลิตรวมของอุตสาหกรรมจะมีมูลค่า ๑๓๐,๕๒๐ พันล้านกีบ (ประมาณ ๔๓๕,๐๐๐ ล้านบาท) และในช่วงไตรมาสแรกของปี ๒๕๖๓ สปป.ลาว ส่งออกทองคำคิดเป็นมูลค่า ๑๒๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งออกทองแดงและสิ่งของที่ทำจากทองแดง คิดเป็นมูลค่า ๙๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน มีบริษัทเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมธรณีศาสตร์และแร่ธาตุใน สปป.ลาว แล้ว จำนวน ๑๙๓ บริษัท โดยเริ่มดำเนินการแล้ว ๘๑ บริษัท อยู่ระหว่างการสำรวจแหล่งแร่ธาตุ ๖๙ บริษัท และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ๔๓ บริษัทข้อมูล : สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต

Read More

29/09/2563

ก้อนหินสีทอง ศูนย์รวมแห่งพลังศรัทธาของชาวเมียนมา


ก้อนหินสีทองขนาดความสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันของยอดเขาพวงลวง เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต ในเมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัมอญ ประเทศเมียนมา คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ธาตุอินทร์แขวน” แต่ชาวเมียนมาชาวมอญเรียกว่า ไจ้ก์ทิโย ซึ่งมีความหมาย หินรูปหัวฤๅษี เป็นก้อนหินแห่งพลังศรัทธาและความเชื่อว่าเป็นหินที่พระอินทร์นำมาแขวนเอาไว้บนก้อนหินยังมีเจดีย์ที่สร้างไว้เพื่อจำลองให้เป็นพระเกศแก้วจุฬามณี เป็นพระธาตุที่คนเกิดปีจอต้องหาโอกาสไปนมัสการให้ได้สักครั้งในชีวิตตำนานเล่าขานเรื่องพระธาตุอินทร์แขวนนั้นแตกต่างกัน บ้างว่ามีฤาษีพี่น้องสองตน ได้บำเพ็ญเพียรและมีบุญได้ครอบครองพระเกศาคนละ 1 เส้น โดยแยกกันไปบำเพ็ญเพียรบนยอดเขา โดยตอนค่ำของทุกวันจะองส่งสัญญาณไฟไปยังยอดเขาอีกลูกเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า ยังมีชีวิตอยู่อยู่มาวันหนึ่งฤาษีผู้พี่ไม่ได้รับสัญญาณไฟเหมือนเช่นเคย จึงได้เดินทางไปยอดเขาที่ฤาษีผู้น้องอยู่ และพบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จึงได้เก็บพระเกศาอีกเส้นซ่อนไว้ในมวยผมของตัวเองและกลับไปบำเพ็ญเพียรที่ เดิมและเกิดคิดขึ้นมาได้ว่า ตนก็ต้องตายสักวันหนึ่ง แล้วจะทำอย่างไรดีกับพระเกศาทั้งสองเส้น จึงบำเพ็ญเพียรจิตขอให้พระอินทร์ช่วยหาสถานที่เหมาะสมในการบรรจุพระเกศาของ พระพุทธเจ้าไว้ในที่สูงที่สุดพระอินทร์จึงได้ก้อนหินจากทะเลลึก นำมาแขวนไว้บนเขา และดลใจให้ฤาษีมาพบเข้า จึงได้นำเอาพระเกศาของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ที่ก้อนหินนี้ และเรียกกันต่อกันมาว่า "พระธาตุอินทร์แขวน" อีกตำนานเล่าว่ามีฤาษีติสสะผู้หนึ่งได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ให้ประชาชนได้สักการะ เมื่อครั้งมาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ แต่ฤๅษีติสสะกลับซ่อนไว้ในมวยผมกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผมเมื่อถึงเวลาละสังขาร ตั้งใจว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะของตน จึงขอให้พระอินทร์ช่วยหาก้อนหินลักษณะดังกล่าวให้ พระอินทร์จึงนำก้อนหินจากใต้มหาสมุทรมาวางไว้บนภูเขาหินในลักษณะเหมือนแขวนไว้จึงได้ชื่อว่า พระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุอินทร์แขวน นับเป็น1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ เชื่อกันว่าการได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวน ก็เหมือนกับได้นมัสการต่อหน้าพระเกศแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์ และหากผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนครบ 3 ครั้ง ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ

Read More

29/09/2563

เรื่องของทองคำ : ตำนานเล่าขานไม่รู้จบ


เพราะมนุษย์รู้จักการนำทองคำมาใช้ทำเครื่องลาง เครื่องประดับ และแลกเปลี่ยนซื้อขายมามากกว่า ๖,๐๐๐ ปี เรื่องเล่า ตำนาน ความเชื่อ ความรุ่งเรื่อง และหายนะ ที่เกี่ยวกับทองคำจึงเป็นมีให้ได้ศึกษาค้นคว้ากันไม่รู้จบ และนี่คือส่นหนึ่งของ ทองคำ ตำนานที่เล่าขานกันไม่รู้จบ- อาณาจักรอียิปต์โบราณ มีมหาสมบัติมากมายที่ทำด้วยทองคำ แม้แต่มัมมี่ก็มีทองคำปิด เพื่อให้วิญญาณได้ใช้ในการเปิดทางขึ้นสวรรค์ โดยเฉพาะในสุสานของฟาโรห์ Tutankhamun อันลือเลื่อง- คัมภีร์ไบเบิ้ลได้บันทึกว่า บัลลังก์ที่กษัตริย์ Solomon ทรงประทับนั้นทำด้วยทองคำ - ตำนานเทพนิยายกรีกเล่าว่ากษัตริย์ Midas แห่งเมือง Phrygia ทรงได้รับพรจากเทพ Zeus ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงสัมผัสกลายเป็นทอง แม้จะดีใจมากเพราะพระองค์ทรงโปรดปรานทองคำเป็นที่สุด แต่เมื่อพระองค์ทรงจุมพิตพระปรางค์ของพระธิดา นางได้เปลี่ยนเป็นรูปปั้นทองคำที่ไม่มีชีวิตในทันที Midas จึงทูลขอเทพ Zeus ให้ยกเลิกพรนั้นเสีย เทพก็ทรงอนุญาตและบัญชาให้พระองค์เสด็จไปที่แม่น้ำ Pactolus เพื่อทรงชำระล้างพระวรกายให้สะอาด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทรายจึงมีสีเหลืองของทองคำ- ชาวเมือง Buritisa ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ Bogota ในทวีปอเมริกาใต้ล้วนมีความเชื่อว่า ทองคำคือสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้-ชาวอินเดียนเผ่า Chibcha ในอเมริกาใต้เชื่อว่า ทองคำเป็นสิ่งที่ถือกำเนิดจากพระเสโทของสุริยเทพ หรือเทพแห่งดวงอาทิตย์ เมื่อกษัตริย์องค์ใหม่เสด็จขึ้นครองราชย์ ประชาชนจะต้องนำก้อนยางพาราคลุกฝุ่นทองคำมาแปะติดพระฉวี เพื่อให้พระองค์ดูเหมือนสุริยเทพที่ดูเปล่งปลั่งเป็นสีทองไปทั้งพระวรกาย นี่คือที่มาของชื่อ El Dorado ซึ่งแปลว่า บุรุษทองคำ -ในทวีปอเมริกาเหนือมีช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่ายุคตื่นทอง ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ.1848 เมื่อ James Marshall ประกาศว่าเขาได้ขุดพบทองคำในปริมาณมากที่หุบเขา Sacramento ใน California ข่าวนี้ทำให้ผู้คนทั้งในยุโรป และอเมริกาต่างก็มุ่งหน้าเดินทางไป California หลายคนต้องเสียชีวิตจากการเดินทางไกลเพราะล้มป่วยเป็นโรค และการสู้รบกับชนพื้นเมือง จน California มีผู้อพยพเข้ามาอาศัยใหม่กว่า 80,000 คน -จากนั้นความกระหายทองของผู้คนก็ระบาดไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ จนทำให้สถานที่ใดที่มีคนคลั่งทองไปอยู่ที่นั่นก็จะกลายเป็นเมืองไปในทันที เพราะมีผู้คนหลั่งไหลมาเล่นการพนัน และต่อสู้กัน อย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะที่เมือง Yerba Bueno ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 55,000 คน และจากปี 1850-1856 ประวัติศาสตร์ของเมืองได้บันทึกว่า มีคนเสียชีวิตในการต่อสู้ถึง 1,400 คน ในเวลาต่อมาเมื่อขุดทองได้ลดลง ความคลั่งทองก็เริ่มลดระดับ เมืองต่างๆ เริ่มกลายสภาพเป็นเมืองร้าง - ที่ประเทศ Peru จะไม่เคยมียุคตื่นทอง แต่ปัจจุบันชาวเปรูก็กำลังมีความกังวลเรื่องผลกระทบในการทำเหมืองทองคำในแถบ ลุ่มแม่น้ำ Amazon เพราะปัญหาจากการเผชิญหน้าที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง ระหว่างบริษัทเหมืองทองคำกับประชาชน ในเรื่องการปนปื้อนของปรอทในสิ่งแวดล้อม เรื่องเล่าขานจากทองคำจะยังคงดำรงอยู่ต่อไป และจะมีเรื่องใหม่ๆเป็นตำนานเล่าขานเพิ่มขึ้น ตราบใดที่ทองคำยังคงเป็นที่ต้องการและเป็นสินทรัพย์ที่คนทั่วโลกต้องการ

Read More

29/09/2563

อารยธรรมล้ำค่าใต้น้ำ


ปัจจุบันมีเมืองโบราณที่เคยรุ่งเรื่องหลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำ และกลายเป็นซากอารยธรรมให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ศึกษา และค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรกับเมื่องเหล่านั้น และนี่คือส่นหนึ่งของความยิ่งใหญ่ที่สุดท้ายก็แพ้ภัยให้กับวัฏจักรของธรรมชาติThonis-Heracleion อาณาจักรใต้น้ำของอิยิปต์ ที่นี่เคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือของอียิปต์ ที่ยิ่งใหญ่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งจมอยู่ก้นทะเลมากว่า 1,200 ปี มีซากเรือกว่า 60 ลำอัปปางอยู่ที่นี้ พร้อมสินค้า รูปปั้น และเหรียญทองคำมากมายทั้งของกรีก และอียิปต์ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เมืองนี้จมลงสู่ก้นทะเลนั้นคาดว่าเป็นเพราะสร้างอยู่บนดินทราย และดินโคลน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจึงทำให้เมืองพังทลายลงไปพระราชวังของคลีโอพัตรา ในอียิปต์ พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Alexandria อันเป็นที่ประทับของพระนางคลีโอพัตรา ราชินีองค์สุดท้ายของอียิปต์ จมอยู่ใต้น้ำมากว่า 2,000 ปีแล้ว และนักโบราณคดีกำลังพยายามปกป้องไม่ให้ที่นี่ถูกกระแสน้ำพัดพาออกสู่ มหาสมุทรไป นอกเหนือจากพระราชวังแล้ว ใกล้เคียงยังมีทั้งวิหาร ค่ายทหาร ป้อมสังเกตการณ์ รวมไปถึงห้องที่คาดกันว่าน่าจะเป็นที่ประทับแห่งสุดท้ายก่อนที่พระนางคลีโอพัตราจะปลงพระชนม์ด้วยการให้งูพิษกัด รวมไปถึงซากประภาคารแห่ง Alexandria ซึ่งเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณด้วยเมืองโบราณ Olous ประเทศกรีก สร้างขึ้นในช่วง 800 ปีก่อนคริสตกาล มีประชากรราว 30,000 คน แต่เพราะสร้างเมืองอยู่บนพื้นที่ที่ดินอ่อนนุ่ม ไม่แข็งแรง เมื่อเกิดแผ่นดินไหวเมืองจึงทลายลงก้นทะเล ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งดำน้ำตื้นยอดนิยมของกรีซ มีการพบเหรียญทองคำ และวัตถุโบราณอยู่เรื่อยๆ และสามารถมองเห็นซากกำแพงเมืองบางส่วนโผล่พ้นผิวน้ำได้ด้วยเมืองโบราณในทะเลสาบ Titicaca ประเทศโบลิเวียและเปรู แทบไม่น่าเชื่อว่าใต้ทะเลสาบที่แทบจะสูงที่สุดในโลก จะมีเมืองโบราณจมอยู่ใต้น้ำ จากการสำรวจโดยนักดำน้ำกว่า 200 ชีวิตพบเมืองโบราณที่นี่มีอายุกว่า 1,500 ปี เก่าแก่กว่าอารยธรรมอินคา ภายในเมืองมีทั้งวิหาร ถนน กำแพงเมือง ฟาร์มเพาะปลูก ก่อนหน้านั้นเรื่องราวของนครบาดาลแห่งนี้เป็นแค่ตำนานพื้นบ้านของชาเมือง แต่เมื่อนักโบราณคดีเริ่มมีเทคโนโลยี และเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีกว่าเดิมในการสำรวจ จึงพบว่าตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาเป็นเรื่องจริง ภายในเมืองใต้น้ำนี้ยังพบวัตถุโบราณอีกมากมาย ตั้งแต่โครงกระดูก เครื่องใช้เซรามิก ธุปเทียน เครื่องหอม ไปจนถึงทองคำ เมืองใต้น้ำอ่าว Cambay ประเทศอินเดีย เป็นเมืองโบราณแห่งนี้ถูกพบโดยบังเอิญในขณะที่กำลังมีการสำรวจมลภาวะของน้ำในอ่าว Cambay ช่วงปี 2002 เมืองโบราณนี้อยู่ลึกลงไป 40 เมตร มีอายุประมาณ 4,000-5,000 ปี เจัดว่าเป็นเมืองที่มีอารยธรรมก้าวหน้ามากๆ ในยุคนั้น มีการสร้างระบบชลประทาน ท่าเรือ ถนน ฯลฯ ปัจจุบันการสำรวจที่นี่ทำได้ลำบากกว่าเดิมเพราะปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี

Read More

29/09/2563

มองอนาคตราคาทองคำจากสถานการณ์ปัจจุบัน


ที่ผ่านมาราคาทองคำต่างประเทศ (gold spot) ปรับขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 9 ปี (ปี 2011 ที่ราคาขึ้นไปถึง 1,912 ดอลลาร์ต่อออนซ์) และยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อไป ทั้งนี้ก็ด้วยปัจจัยหลายอย่างทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยืดเยื้อนำไปสู่การอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางต่าง ๆ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเสถียรภาพของค่าเงินและหันมาถือทองคำมากขึ้น ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) พบว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มอยากถือทองคำเพิ่มขึ้นที่ระดับ 20-30% จากปี 2562 ที่ 10% ขณะที่กองทุนทองคำโลก (SPDR) มีการซื้อสุทธิทองคำเพิ่มขึ้น 300 ตัน มาอยู่ที่ 1,200 ตัน จากต้นปีที่ถือทองคำ 900 ตัน ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำต่างประเทศในช่วงต่อไปจากนี้ สมาคมค้าทองคำ มองว่าน่าจะอยู่ 1,800 ดอลลาร์/ออนซ์ขึ้นไป และจะยังคงเป็นขาขึ้นมากกว่าขาลง เพราะโควิดคงจะยังไม่จบเร็วๆนี้ โดยคาดการณ์ว่ารัฐบาลต่าง ๆ อาจมีการกู้หนี้เพิ่มเพื่ออัดฉีดงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ราคาทองมีโอกาสที่จะปรับขึ้นไปใกล้เคียงจุดสูงสุดเดิมที่ 1,900 ดอลลาร์/ออนซ์ในส่วนทองคำในประเทศนั้น คาดว่าน่าจะทะลุ 30,000 บาท/บาททองคำ บนสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 31.20 บาท/ดอลลาร์ โดยตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงปัจจุบัน ราคาทองคำต่างประเทศปรับขึ้นแล้ว ประมาณ 19.5% หรือปรับขึ้นประมาณ 283 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นประมาณ 24% หรือ 5,200 บาท/บาททองคำ อย่างไรก็ตามสภาทองคำโลกมองว่าความเสี่ยงและความไม่แน่นอน รวมถึงค่าใช้จ่ายและโอกาสในการลงทุน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการลงทุนทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีนักลงทุนเข้าถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากตลาดทุนและค่าเงิน ทำให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นถึง 17% สูงกว่าสินทรัพย์หลักทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในนรอบเกือบ 9 ปี ส่วนหนึ่งมาจากการบรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป(อียู) วงเงิน 7.5 แสนล้านยูโรเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจของอียู จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บวกกับการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ก็เป็นแรงบวกให้ราคาทองคำยังคงเพิ่มสูงขึ้นต่อไปในอนาคต

Read More

29/09/2563

ส่องพฤติกรรมการบริโภคเครื่องประดับของคนอเมริกัน หลังวิกฤติโควิด19


สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู้นำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับมากเป็นอันดับ 5 ของโลกและของไทย แต่เนื่อจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้การนำเข้าลดลงอย่างมาก จากข้อมูลสถิติของ Global Trade Atlast พบว่า ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2563 สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับลดลงเกือบ 60% และจากสถิติกรมศุลกากรไทยพบว่า สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าจากไทยลดลงถึงเกือบ 30% ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน รวมถึงเพชรเจียระไน นอกจากปริมาณการนำเข้าจะลดลงแล้ว ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ยังทำให้พฤติกรรมการบริโภคเครื่องประดับของชาวสหรัฐฯเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยDe Beers ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมนช่งที่ผ่านมาพบว่า ในช่วงที่มีการกักตัวอยู่กับบ้านทำให้ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้นใช้เวลาเดินทางน้อยลง ทำให้ความรู้สึกนี้เชื่อมโยงและขยายไปสู่การสวมใส่เครื่องประดับด้วยเพราะมีการนำเครื่องใส่เครื่องประดับเพชรออกมาสวมใส่แม้ว่าจะอยู่ในบ้านก็ตาม เพราะทำให้รู้สึกเชื่อมต่อกับใครบางคน นั่นเอง ในส่วนของการเลือกซื้อของขวัญ ผู้ตอบแบบสอบถาม 56% ระบุว่า ของขวัญที่ซื้อในครั้งต่อไปจะต้องมีความหมายเหนือสิ่ง อื่นใด และ 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การเลือกของขวัญที่คงมูลค่าหรือเพิ่มมูลค่าจะเป็นสิ่งสำคัญในการซื้อของขวัญ ในครั้งต่อไป โดยเครื่องประดับเพชรก็เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆเหนือของขวัญชนิดอื่น อย่าง เสื้อผ้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ผู้บริโภคจะซื้อน้อยแต่จ่ายมากสำหรับสินค้าที่ต้องการซื้อ ผลการสำรวจที่น่าสนใจคือ 45% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า จะซื้อสินค้าน้อยชิ้นแต่ลงทุนในสิ่งที่ซื้อมากขึ้นคือ ซื้อน้อยแต่จ่ายแพงกับสิ่งที่เพิ่มมูลค่าในอนาคตนั่นเอง สุดท้ายผู้บริโภคจะกลับไปซื้อสินค้าจากร้านค้าเครื่องประดับแบบอิสระ เพราะผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าร้านค้าปลีกอิสระของท้องถิ่นเป็นแหล่งที่ดี ที่สุดสำหรับการหาความรู้และคุณภาพของสินค้าที่จับต้องได้ อีกทั้งร้านค้าปลีกเครื่องประดับท้องถิ่นแบบดั้งเดิมยังเป็นทางเลือกของการ ซื้อเครื่องประดับราคาแพงที่ปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้จากงานวิจัยของ De Beers ยังระบุว่าเพชรจะมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คนในโลกหลังโควิด-19 แม้ว่าตลาดเพชรจะต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอีกระยะหนึ่งก็ตาม และจากผลการศึกษาครั้งนี้น่าจะทำให้ผู้ค้าเครื่องประดับเข้าใจมุมมองของ ผู้บริโภคเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ได้ ข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

29/09/2563

ปีทองของสร้อยข้อมือห่วงโซ่


เครื่องประดับของสุภาพบุรุษที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องก็คือ สร้อยข้อมือประเภทห่วงโซ่หรือที่เรียกว่า Cuban Link Chain และเทรนด์การสวมใส่ Cuban Link Chain จะยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะสร้อยข้อมือห่วงโซ่ที่มีขนาดใหญ่ เพราะกูรูในวงการแฟชั่นต่างเห็นตรงกันว่า ปี 2020 นี้คือปีทองของ Cuban Link Chain เห็นได้จากแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton, Dior, Hermes, Versace และอีกมากมาย ล้วนผลิต Cuban Link Chain ออกจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเองทั้งสิ้นปัจจุบันการผลิตเครื่องประดับไม่ได้เจาะเฉพาะลูกค้ากลุ่มผู้หญิงเท่านั้น แต่เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นสุภาพบุรุษมากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้อิทธิพลของฮิปฮอปกำลังเป็นวัฒนธรรมหลักในวงการแฟชั่น ทำให้ผู้ขายจำนวนไม่น้อย หันมาสวมใส่หรือมองหาเครื่องประดับมีค่าประเภทอื่นๆนอกเหนือจากนาฬิกามากขึ้น ซึ่งนอกจากแบรนด์ดังๆจะผลิตเครื่องประดับชายออกวางจำหน่ายแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการร้านขายเครื่องประดับผู้ชายหลายแห่งที่จับกระแสนี้ได้ไว ต่างประสบความสำเร็จจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แต่ทั้งนี้ใช่ว่าเครื่องประดับทุกประเภทจะประสบความสำเร็จเพราะผู้ชายจะเลือกสวมใส่เครื่องประดับบางประเภทเท่านั้น โดยสร้อยข้อมือซึ่งเป็นเครื่องประดับสุดคลาสสิก ถือเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ผู้ชายหลายคนเลือกที่จะสวมใส่ เพราะสวมใส่ได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถใส่คู่กับนาฬิกาได้ด้วย และแม้รูปแบบและลวดลายของสร้อยข้อมือจะมีมากมายหลายแบบ แต่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้น Cuban Link Chain หรือสร้อยข้อมือประเภทห่วงโซ่นั่นเองCuban Link Chain หรือสร้อยข้อมือประเภทห่วงโซ่ปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายยุค 1970 ที่ประเทศคิวบาในวัฒนธรรมฮิปฮอป แต่ในยุคปัจจุบันสามารถเห็น Cuban Link Chain ได้ทั่วทุกมุมโลก นั่นแสดงให้เห็นถึงความชื่นชอบอย่างแพร่หลายของเหล่าผู้ชายตลอดระยะเวลา มากกว่า 5 ทศวรรษ ด้วยลักษณะที่เป็นวงรีหน้าตัดเรียบที่เชื่อมโยงด้วยการบิดเข้าหากันเหมือน โซ่ มีขนาดความกว้างและใช้วัสดุที่หลากหลาย มีทั้งที่ทำจากทองเค ทองคำ ทองผสมเงิน หรือวัสดุอื่นๆ และสามารถสวมใส่คู่กับเครื่องประดับอื่นๆได้ง่าย ทำให้ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องข้อมูล :ศูนย์วิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาตื(องค์กรมหาชน)

Read More

29/09/2563

แหวนเงินชุบทอง เครื่องประดับของท่านผู้นำ


เมื่อเดือนกันยายน 2013 ได้มีการนำเครื่องประดับของท่านผู้นำแห่งนาซีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ออกประมูล โดยเครื่องประดับที่เป็นไฮไลท์ของการประมูลในครั้งนั้นก็คือแหวนเงินชุบทองตกแต่งด้วยทับทิมซึ่งถูกจัดเรียงเป็นตราสัญลักษณ์”สวัสดิกะ”แห่งพรรคนาซี นั่นเอง แหวนวงนี้ถูกพบเมื่อปี 1945 โดยนายทหารชาวอเมริกัน ขณะกองกำลังสหรัฐฯ บุกเข้าโจมตีเมือง Berchtesgaden ของประเทศเยอรมนี ต่อมาเมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลงเขามอบแหวนวงนี้ให้คนรัก จนกระทั่งในช่วงปี 1980 แหวนวงนี้ได้ถูกขายให้กับนักธุรกิจผู้หนึ่งในรัฐเนวาดา จากนั้นมันได้ถูกเปลี่ยนมือผู้ถือครองอีกหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งถูกนำออกประมูลเมื่อปี 2013 และมีผู้ประมูลไปในราคาที่สูงถึง 55,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐแหวนของท่านผู้นำนี้ถูกทำขึ้นโดยช่างทำทองชาวเยอรมันชื่อKarl Berthold เมื่อปี 1939 ทำด้วยเงินชุบทองคำ บนหัวแหวนตกแต่งด้วยทับทิมจำนวน 16 เม็ดจัดเรียงเป็นตราสัญลักษณ์สวัสดิกะ บรรจุอยู่ในฐานซึ่งออกแบบเป็นรูปทรงกลมคล้ายลูกโลก และสลักตราสัญลักษณ์นาซี บริเวณรอยปิดผนึก ทั้งนี้“สวัสติกะ” (Swastika) คือเครื่องหมายกากบาทที่ส่วนปลายหักทำมุมฉาก ในอดีตมันเป็นเครื่องหมายอันเป็นมงคลซึ่งถูกใช้กันมาหลายพันปี ชื่อของมันมาจากคำในภาษาสันสกฤต หมายถึง “ความโชคดี” เครื่องหมายสวัสดิกะจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงาม ความสงบสุข และความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องในทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธ ในประเทศญี่ปุ่นหากพบเครื่องหมายนี้ที่ใดก็ตาม หมายถึงว่าสถานที่นั้นคือ วัด และยังพบเครื่องหมายนี้ บนองค์พระพุทธรูปในเมืองหนานจิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกด้วย อย่างไรก็ดีความหมายอันเป็นมงคลของ ‘สวัสติกะ’ ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้นำเอาเครื่องหมายนี้ไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของพรรคนาซี จากนั้นภาพลักษณ์ของ ‘สวัสติกะ’ ก็กลาย กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความโหดร้ายทารุณ เผด็จการและกลายเป็นสัญลักษณ์ต้องห้ามไปทันที ข้อมูล : สถาบันวิจัยเละพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ

Read More

29/09/2563

Thai Silver Jewelry is the Best


นอกจากเครื่องประดับทองแล้ว เครื่องประดับเงินของไทยก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วโลก ทั้งในด้านมาตรฐานการผลิต คุณภาพ และดีไซน์ จึงครองความเป็นผู้นำส่งออกเครื่องประดับเงินในตลาดโลกมาอย่างยาวนาน โดยมีแหล่งผลิตกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งส่วนมากเป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดย่อม อีกทั้งยังมีแหล่งผลิตเครื่องประดับเงินท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง ซึ่งมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติอีกหลายแหล่งได้แก่ เครื่องเงินสุโขทัย กำเนิดจากฝีมือช่างสุโขทัยในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งมีวิชาความรู้เช่นเดียวกับช่างทำเครื่องทอง เอกลักษณ์ของเครื่องเงินสุโขทัยเป็นไปในทิศทางเดียวกับทองสุโขทัย คือ คงลวดลายทางศิลปะของสุโขทัยเอาไว้ ทั้งลายโบสถ์หรือวิหาร ลายเครื่องสังคโลก ลวดลายธรรมชาติ และลายไทยต่างๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งจากเทคนิคการถักลาย การลงยาสี และการประดับพลอยเหมือนเครื่องทองเครื่องเงินเมืองน่าน ซึ่งมีทั้งเครื่องเงินโบราณท้องถิ่นน่าน และเครื่องเงินชาวเขา ที่เรียกว่า “ชมพูภูคา” ชิ้นงานส่วนใหญ่ทำขึ้นด้วยมือ ใช้วัตถุดิบเป็นเนื้อเงินที่มีค่าความบริสุทธิ์สูงกว่ามาตรฐาน เป็นเม็ดเงินที่มีค่าความบริสุทธิ์ระหว่าง 96-98% ซึ่งมีความอ่อนตัวสูงกว่าเนื้อเงินทั่วไป ทำให้นำไปตีหรือขึ้นรูปได้ง่ายขึ้นเครื่องเงินวัวลาย บ้านวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่ ช่างฝีมือรุ่นแรกได้รับการฝึกฝีมือจากช่างพุกาม และถ่ายทอดทักษะ รูปแบบการทำเครื่องเงินมาแบบรุ่นสู่รุ่น เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านเครื่องเงิน” (Silver Village)มาอย่างยาวนาน เครื่องเงินนครศรีธรรมราช มีการนำลวดลายจากเครื่องทองมาประยุกต์ เอกลักษณ์เครื่องเงินนครเป็นลักษณะเครื่องเงินถักทั้งแบบสี่เสาและหกเสา หรือแบบสามกษัตริย์ทำด้วยทอง เงิน นาก โดยงานเครื่องถมเมืองนครเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อ รวมทั้งเครื่องประดับเม็ดนโม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องเงินนครศรีธรรมราช สาเหตุที่ทำให้เครื่องประดับเงินของไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก คือราคาไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับโลหะมีค่าสีขาวอื่นๆ อย่างทองขาวและแพลทินัม นอกจากนี้ยังมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์รูปแบบและดีไซน์ สินค้าได้หลากหลายและทันสมัย มีสินค้าคอลเล็กชั่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และยังมีการนำโลกะมีค่าอื่นๆมาผสมผสานเพื่อเพิ่มมูลค่าและรูปแบบอีกด้วยเช่น ทำเป็นเครื่องประดับเงินหุ้มทองคำแท้ 18 กะรัต และ 24 กะรัต หรือหุ้มด้วยโรเดียมสีดำ เป็นต้น ไทยเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินอันดับที่ 1 ของโลก ตามมาด้วยอินเดีย เยอรมนี อิตาลี และจีน โดยคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 25.95, ร้อยละ 7.65, ร้อยละ 7.14 ร้อยละ 5.34 และร้อยละ 0.56 ตามลำดับ

Read More

29/09/2563

หน้ากากทองคำป้องกันโควิด๑๙


ทองคำกับชาอินเดียดูเหมือนจะแยกกันไม่ออก โดยเฉพาะบรรดาเศรษฐีที่มีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ที่นิยมใส่เครื่องประดับทอง ใช้ของใช้ที่ทำจากทอง หรือแม้แต่สวมเสื้อผ้าที่ทำจากทอง ล่าสุดในสถานการณ์ที่ไวรัสโคโลน่า๒๐๑๙ กำลังระบาดอย่างรุนแรงไปทั่วโลก เศรษฐีชาวอินเดียจึงไม่พลาดกับโอกาสพิเศษนี้ โดยเจียดเงินหลักแสน สั่งทำหน้ากากทองคำเพื่อใส่ป้องกันไวรัสแทนหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าที่คนธรรมดาทั่วไปใช้เรื่องราวนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อต้อนเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานว่า นักธุรกิจคนดังวัย 49 ปี ในเมืองปูเน รัฐมหาราษฏระ ทางภาคตะวันตกของอินเดียที่มีชื่อว่านายชานการ์ กูร์ฮาดีสวมใส่หน้ากากสั่งทำพิเศษที่ทำจากทองคำ น้ำหนัก 60 กรัม มูลค่ากว่า 289,000 รูปี หรือราว 120,000 บาท ใช้เวลา 8 วันในการทำหน้ากากทองคำชิ้นนี้หน้ากากทองคำที่สั่งทำพิเศษนี้ เป็นหน้ากากบางๆ และมีรูเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไปเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น และแม้จะไม่มั่นใจว่าหน้ากากทองคำนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโควิด๑๙ได้หรือไม่แต่นายชานการ์ กูร์ฮาดี บอกว่าไม่เป็นไรเพราะมีวิธีอื่นๆ ในการปกป้องไม่ให้ติดเชื้ออยู่แล้ว และหน้ากากก็เหมือนเครื่องประดับทองคำอย่างสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และแหวนที่เขาใส่อยู่ หรือพูดง่ายๆว่า แค่อยากใส่หน้ากากที่ทำจากทองคำเพื่อสนองความชอบก็เท่านั้นเอง แถมตอนนี้เดินไปไหนมาไหนก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกลายเป็นคนดังข้ามโลกไปแล้วอย่างไรก็ตาม สำหรับ รัฐมหาราษฏระเป็นรัฐที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด๑๘ สูงที่สุดในประเทศอินเดีย กับยอดผู้ติดเชื้อมากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คน เสียชีวิตแล้วไม่น้อยกว่า ๘,๕๐๐ ราย และรักษาหายประมาณ 105,000 คน ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยสะสมทั้งประเทศเพิ่มขึ้นมากว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน รั้งอันดับที่ ๓ ของโลก มียอดผู้เสียชีวิตรวม ๓๔,๐๐๐ ราย และรักษาหายราว ๑ ล้านคนทั้งนี้ นายชานการ์ กูร์ฮาดีเป็นคนที่ขึ้นชื่อว่า ชื่นชอบใส่เครื่องประดับทองครั้งละหลายชิ้นและน้ำหนักหลายกิโลกรัม ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมมือ และสวมแหวนที่นิ้วมือทั้งสิบนิ้ว

Read More

30/06/2563

พระแสงดาบทองคำ สื่อสัมพันธไมตรีไทย-สหรัฐ


ไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์มายาวนาน โดยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปีพ.ศ. 2376 จากการทำสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ (Treaty of Amity and Commerce) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ โดยในปีนั้น ประธานาธิบดีแอนดรูว์ แจ๊กสัน (Andrew Jackson)ของสหรัฐฯได้ส่งเอกอัครราชทูตเดินทางมายังกรุงเทพฯ พร้อมทั้งนำพระแสงดาบทองคำมาทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยพระแสงดาบนี้ทั้งฝักและด้ามทองคำทำจากทองคำสลักรูปช้างและนกอินทรี แญเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาและไทย โดยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานของพื้นเมืองหลายอย่างเป็นของตอบแทน เช่น งาช้าง ดีบุก เนื้อไม้ และกำยาน เป็นต้น โดยนายรอเบิตส์ (Edmund Roberts) ผู้นำนำดาบทองคำมาถวายนี้ถือเป็นเอกอัครราชทูตคนแรกของสหรัฐอเมริกาที่เดินทางมาประเทศไทย โดยมีภารกิจสำคัญคือการเจรจาจัดทำสนธิสัญญาทางการค้ากับไทย เช่นเดียวกับที่ไทยได้ทำสนธิสัญญาและข้อตกลงทางการค้ากับสหราชอาณาจักรเมื่อ ปี 2369การจัดส่งคณะทูตสหรัฐฯ มายังไทยแสดงให้เห็นถึงความสนใจของสหรัฐฯ ที่จะติดต่อค้าขายกับไทยตั้งแต่ในช่วงต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ หลังจากที่ได้มีชาติตะวันตกอื่นๆ เช่น โปรตุเกส และสหราชอาณาจักร ได้เข้ามาค้าขายกับไทยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งนี้ ไทยและสหรัฐฯ ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 2376อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อนหน้านั้นปรากฏหลักฐานการติดต่อระหว่างทั้งสองประเทศตั้งแต่ต้น สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีเรือกำปั่นของชาวสหรัฐฯ ลำแรก โดยมีกัปตันแฮน (Captain Han) เป็นนายเรือได้แล่นเรือบรรทุกสินค้าผ่านลำน้ำเจ้าพระยาเข้ามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อปี 2364 หรือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่ไม่มีความต่อเนื่องเพราะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลกัน และสหรัฐฯ ไม่ค่อยความสนใจหรือมีผลประโยชน์ในภูมิภาคนี้ โดยสหรัฐฯ มีสถานกงสุลเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคนี้ที่ปัตตาเวีย (กรุงจาการ์ตาในปัจจุบัน)แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ รวมทั้งเรือสินค้าสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นเดินทางมาถึงไทยแล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศก็ยังไม่ขยายตัว เนื่องจากไม่มีการติดต่อที่ใกล้ชิด รวมทั้งการค้ากับต่างประเทศของไทยโดยเฉพาะกับประเทศตะวันตกก็ยังไม่ขยายตัว เนื่องจากฝ่ายไทยยังคงบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้ากับ ต่างประเทศนัก

Read More

30/06/2563

กองทุน ETF ทั่วโลกถือครองทองคำเพิ่มมากสุดเป็นประวัติการณ์


สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานตัวเลขการถือครองทองคำของกองทุน ETF ทั่วโลกเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 มีสัดส่วนการถือครองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวเลขการถือครองทองคำของ ETF ทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม สภาทองคำโลกระบุว่าในเดือนมกราคม 2563 กองทุน ETF ทั่วโลกถือครองทองคำรวมกัน 61.7 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ เดือนกุมภาพันธ์การถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 22.8 ตันมาอยู่ที่ 84.5 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4.9 พันล้านดอลลาร์ เดือนมีนาคม ตัวเลขขยับเพิ่มไปอยู่ที่ 151 ตัน เพิ่มขึ้น 66.5 ตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 2.9 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.1 พันล้าน และเมื่อแยกสัดส่วนการถือครองของกองทุนออกไปตามภูมิภาคต่าง ๆทั้วโลกก็จะพบว่า เป็นดังนี้กองทุน ETF ในยุโรป ถือครองเพิ่มขึ้นมากที่สุด 84 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5.8% เทียบกับสัดส่วนของทองคำทั้งหมดที่ถือครองก่อนหน้านี้ รองลงมาคือกองทุนอเมริกาเหนือ ถือครองเพิ่มขึ้น 57 ตัน คิดเป็นมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.9% กองทุนเอเชียถือครองเพิ่มขึ้น 4.9 ตัน คิดเป็นมูลค่า 309 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 6.4% (มีอัตราการถือครองเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนการถือครองเดิม) และกองทุนจากภูมิภาคอื่น ๆ ถือครองรวมกันเพิ่มขึ้น 4.7 ตัน คิดเป็นมูลค่า 249 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้เมื่อดูตัวเลขเฉพาะกองทุนพบว่าสัดส่วนการถือครองของกองทุนยักษ์ใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง ?ก็มีสัดส่วนทองคำเพิ่มขึ้นทั่วหน้านำมาโดย SPDR Gold Shares กองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือครองเพิ่มขึ้น 32.7 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ กองทุน iShares Gold Trust ถือครองเพิ่มขึ้น 13.2 ตัน คิดเป็นมูลค่า 729 ล้านดอลาร์ ,กองทุน Invesco Physical Gold ถือครองเพิ่มขึ้น 33ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.7 พันล้านดอลลาร์, กองทุน iShares Physical ถือครองเพิ่มขึ้น 29 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.5 พันล้านเมื่อดูตัวเลขย้อนหลังไปก็จะพบว่าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาสัดส่วนของถือครองทองคำในกองทุน ETF เพิ่มขึ้นถึง 56% โดยในเดือนมีนาคม 2563 จำนวนการถือครองทองคำของกองทุน ETF ทั่วโลกทำสถิติสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และแนวโน้มของราคาทองคำก็น่าจะขึ้นไปแตะที่ระดับ 1850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในช่วงสิ้นปี 2563 นี้ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำจะยังคงปั่นป่วนต่อไปอีกสักพัก จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นฟูและกลับเข้าสู่สภาวะที่มีเสถียรภาพ ซึ่งคาดว่าน่าจะกินเวลานับปีหมายเหตุ : ETFs หรือ Exchange Traded Fund คือ กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่มีนโยบายการลงทุนตามดัชนีต่างๆ เช่น ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารหนี้ เป็นต้น โดยต้องการสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีมากที่สุด โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท เช่น หุ้นในประเทศ, หุ้นต่างประเทศหรือทองคำ ข้อมูล : World Maker

Read More

30/06/2563

หอกลองกินุส หอกแห่งโชคชะตา


หอกแห่งลองกินุส (Lance of Longinus, Spear of Longinus) เป็นหอกหุ้มด้วยทองคำ มีหลายชื่อบ้างเรียกหอกแห่งโชคชะตา(Spear of Destiny)หอกศักดิ์สิทธิ์(Holy Lance, Holy Spear)และหอกแห่งพระคริสต์(Spear of Christ) นั่นเพราะหอกเล่มนี้ใช้แทงพระเยซูคริสต์ เพื่อตรวจสอบว่า พระองค์สิ้นพระชนม์แล้วหรือยัง หลังจากที่โดนตรึงบนไม้กางเขน จากไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาใหม่ เขียนไว้ว่าเมื่อพระโลหิตของพระเยซูกระเด็นมาโดนทหารคนหนึ่ง ทำให้ตาของเขาที่บอดกลับมามองเห็นได้ดีอีกครั้ง นายทหารผู้นี้จึงเกิดความศรัทธา และบวชเป็นนักบวชในศาสนาคริสต์ ชิ้นส่วนของหอกเล่มนี้ถูกเปลี่ยนมือไปหลายยุคหลายสมัย และมีวัตถุโบราณอีกหลายเล่มถูกอ้างว่าเป็นหอกลองกินุสอ แต่เล่มที่น่าสนใจ และมีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็คือ หอกลองกินุสแห่งกรุงเวียนนา (Vienna Lance) ซึ่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adoft Hitler) ผู้นำเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยได้ครอบครองไว้ช่วงหนึ่ง ในช่วงที่ฮิตเลอร์ต้องการสร้างอาณาจักรไรซ์ที่ 3 ขึ้น เขาจึงต้องการของศักดิ์สิทธิที่จะใช้เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ เขาจึงนำหอกลองกินุสแห่งกรุงเวียนนามาครอบครองไว้ เพราะผู้ถือครองหอกเล่มนี้ล้วนแต่มีอำนาจทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าคอนสแตนตินมหาราช กษัตริย์ผู้ประกาศให้ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติโรมัน, พระเจ้าชาร์เลอมาญ (Emperor Charlemagne) ผู้ก่อตั้งอาณาจักรโรมันศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) ก็ยังหวังในพลังของหอก จนเหล่าสภาชิกสภาเมืองนูเรมเบิร์กที่เก็บหอกลองกินุสในยุคนั้นต้องถูกนำไปซ่อนไว้ในกรุงเวียนนาแทน ปัจจุบันหอกศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ถูกนำกลับไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในกรุงเวียนนาเช่นเดิมหลังกองทัพนาซีพ่ายแพ้งคราม ตามประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ในปีช่วง ค.ศ.1046 พระเจ้าเฮนรี่ที่3มหาราช ผู้สืบเชื้อสายมาจาก ชาร์ลมาญ พระเจ้าเฮนรี่ได้ทำการหุ้มหอกด้วยแผ่นเงิน เนื่องจาก หอกลองกินุสเกิดหัก ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากความพยายามจะ ฝัง ตะปูศักดิ์สิทธิ์ดอกที่ 2 ลงไปในหอกในช่วง ค.ศ.ที่ 1350 ในยุคสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่4 พระองค์ได้สร้างปราสาท Karlstejn ในกรุง ปราก(Prague) เพื่อเป็นที่เก็บรักษา หอกลองกินุส และทรงหุ้มหอกลองกินุสใหม่ด้วยทองคำในช่วง ค.ศ.1400 ผู้สืบเชื้อสายจากพระเจ้าเฮนรี่ที่4 ได้ขายหอกศักดิ์สิทธิ์ ให้แก่สภาเมืองนูเรมเบิร์ก(Nuremberg town council) หอกศักดิ์สิทธิ์ถูกเก็บรักษาไว้ในหีบเงิน และถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์เกือบ 400 ปีก่อนที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะเข้ายึดประเทศออสเตรียและพบหอกลองกินุสอีกครั้งในปี ค.ศ.1938 ที่กรุงเวียนนา

Read More

30/06/2563

สกัดโลหะมีค่าจากเครื่องประดับค้างสต็อก ทางรอดจองธุรกิตยุกโควิด-19


ในช่วงวิกฤติการระบาดของCOVID-19 ทำให้ราคาโลหะมีค่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะทองคำแท่งที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย รวมไปถึงโลหะมค่าในอุตสาหกรรมเครื่องประดับอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเงิน แพลทินัม และแพลเลเดียม ในขณะที่ความต้องการเครื่องประดับลดลง ทำให้การสกัดโลหะให้บริสุทธิ์เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขายเครื่องประดับในปัจจุบันสภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานแนวโน้มความต้องการทองคำในไตรมาสที่ 1 ปี 2020 ว่า ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี คือลดลงถึงร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2019 ขณะเดียวกันความต้องการเครื่องประดับแพลทินัมก็ลดลงถึงร้อยละ 26 เฉพาะในจีนลดลงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2019 และเครื่องประดับเงินจะลดลงร้อยละ 7แม้ความต้องการเครื่องประดับลดลงแต่โลหะมีค่ายังมีราคาสูงผู้ขายเครื่องประดับจึงมีโอกาสชดเชยรายได้ที่หายไปด้วยการสกัดโลหะมีค่าจากเครื่องประดับและเศษโลหะที่เหลือจากการผลิต โดยโรงสกัดสกัดโลหะมีค่าเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในออสเตรเลียยังคงทำงานทั้งวันทั้งคืนเพื่อสนองความต้องการของตลาด โดยพบว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมางานสกัดโลหะมีค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์บริษัท Peter W Beck ในออสเตรเลียที่ได้รับการรับรองจาก London Bullion Market Association (LBMA) และ Shanghai Gold Exchange (SGE) ซึ่งรับสกัดทอง เงิน แพลทินัม และแพลเลเดียม แนะนำให้ผู้ขายเครื่องประดับเริ่มต้นจากการนำสินค้าคงคลังเก่าที่เก็บไว้นานกว่าสี่ถึงห้าปีมาสกัดก่อน ซึ่งจากราคาโลหะมีค่าที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน จึงเป็นไปได้ว่ามูลค่าของโลหะมีค่าอย่างเดียวอาจสร้างรายได้กลับมามากกว่าราคา เดิมของสินค้านั้นๆ ในภาวะวิกฤติปัจจุบัน เมื่อผู้ขายเครื่องประดับเริ่มกลับมาเปิดร้านและผู้บริโภคใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 กลยุทธ์การสกัดโลหะที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กิจการเครื่องประดับ ตลอดจนช่วยให้กิจการมีโอกาสรอดและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นกว่าเดิมข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

30/06/2563

คำสำคัญที่พบบ่อยในข่าวสารทองคำ


ในข่าวเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือการซื้อขายทองคำ มักพบคำย่อ หรือคำเรียกหน่วยงานต่างๆที่บางครั้งเราอาจไม่เข้าใจว่าหมายถึงหน่วยงานใดหรือมีความหมายว่าอย่างไร บทความนี้จึงขอนำเสนอคำที่พบเห็นได้บ่อยๆตามบทความหรือข่าวสารต่างๆเพื่อความเข้าใจในเนื้อหาของข่าวสารนั้นๆมากยิ่งขึ้น ได้แก่1.SPDRหรือSPDR Gold Trustเป็นชื่อเรียกกองทุนเปิดดัชนีที่จดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์(Exchange Traded Fund : ETF)เป็นกองทุนที่ลงทุนในทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการ ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำในตลาดลอนดอน คือLondon Gold PM Fix Priceมีนโยบายลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงโดยไม่มีการใช้ตราสารอนุพันธ์หรือมีการให้ยืมทองคำแท่งกับผู้ลงทุนSPDR Gold Trustมีผู้เก็บรักษาทองคำแท่งให้ ได้แก่ ธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ สหรัฐอเมริกา(HSBC Bank USA, N.A.)กองทุนSPDR Gold Trustจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ 4 แห่ง ได้แก่ นิวยอร์ก สิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น กองทุนFeeder Fundหลายกองทุนในประเทศต่างๆ ก็มีนโยบายลงทุนในSPDR Gold Trustอีกทีหนึ่ง ซึ่งรวบรวมคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนจากนักลงทุนรายย่อย หรือสถาบันในประเทศนั้นๆ มาอีกทอดหนึ่ง ระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของSPDR Gold Trustจึงเป็นตัวสะท้อนมุมมองต่อทองคำของนักลงทุนจากทั่วโลก2.FED(Federal Reserve Bank)ธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งนาย​เจอโรม โพเวลล์เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนปัจจุบัน เนื่องจากระบบเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่ นโยบายทางการเงินและภาษีของสหรัฐฯ จึงมีผลอย่างมากต่อตลาดเงินและตลาดทุน รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ทั่วโลก ดังนั้นเราจึงมักพบชื่อของนายเจอโรม โพเวลล์อยู่บ่อยครั้งในข่าวสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน รวมถึงทองคำด้วย3.FOMC (The Federal Open Market Committee)คือ คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) มีหน้าที่ในการกำหนดและรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยตรง เช่น นโยบายดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึง ภาพรวมของเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ ว่ามีความแข็งแกร่งหรืออ่อนแอมากน้อยเพียงใด หรือแม้กระทั่งสะท้อนภาวะเงินเฟ้อในช่วงนั้นๆFOMCจะมีการประชุมทุกๆ 6 สัปดาห์หรือปีละ 8 ครั้ง4.ECB(European Central Bank)ธนาคารกลางแห่งยุโรป มีบทบาทหน้าที่ในการรักษาเสถียรภาพของราคาค่าเงินยูโร และ ดำเนินนโยบายการเงินที่ที่ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงาน ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ปัจจุบันมีนางคริสตีน ลาการ์ด เป็นผู้ว่าการ5.BOE(Bank of England)ธนาคารกลางอังกฤษ ถือเป็นธนาคารกลางของประเทศที่มีความสำคัญต่อทิศทางและนโยบายของเศรษฐกิจโลกประเทศหนึ่ง มีความเป็นอิสระจากรัฐบาลและปราศจากอิทธิพลทางการเมืองทำหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของอังกฤษปัจจุบันมีนายแอนดรูว์ เบลลีย์ เป็นผู้ว่าการฯ 6.IMF(International Monetary Fund)กองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ให้ประเทศต่างๆ กู้ยืมเงิน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค เพื่อสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวและดุลยภาพของการค้าและการเงินระหว่างประเทศ ปัจจุบันมีนางคริสตาลินา จอร์เจียวาเป็นผู้อำนวยการผู้อำนวยการกองทุน

Read More

30/06/2563

Yellow Sapphire, Topaz, Citrine ความเหมือนที่แตกต่าง


Yellow Sapphire, Topaz, Citrine คือ บุษราคัม โทแพซ และซิทริน มักพบว่าเป็นอัญมณีที่มีสีคล้ายกันคอสีเหลือง หรือเหลืองทอง แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเพียง Yellow Sapphire เท่านั้นที่มีสีเหลืองโดยธรรมชาติ ส่วนสีเหลืองของ Topaz เกิดจากกระบวนการอาบสีและ Citrine แม้จะมีสีเหลืองใสแต่ความแข็งแรงก็น้อยกว่า Yellow Sapphireอยู่มากTopaz (โทแพซ)ที่พบในธรรมชาติ มักเป็นชนิดไร้สี นิยมนำมาทำการเคลือบสี หรือ Coatingให้เป็นสีต่างๆเช่น สีฟ้าเรียกว่า Blue Topaz, สีชมพูเรียก Pink Topaz, สีรุ้งเรียก Mystic Topaz และสีเขียวเรียก Green Topaz ซึ่ง Topaz ที่ได้รับความนิยมและน่าสะสมที่สุดเรียกว่า Yellow Topaz หรือ Imperial Topaz ในสมัยโบราณ คำว่า บุษราคัม จะหมายถึง โทแพซ แต่เมื่อเราพบว่า พลอยสีเหลืองของจันทบุรีที่เราเรียกว่าบุษราคัมนั้นเป็นแซปไฟร์สีเหลือง (Yellow Sapphire) ซึ่งมีคุณภาพเหนือกว่าโทแพซ เราจึงใช้ Yellow Sapphire แทน Topaz นอกจากการสวมใส่เป็นเครื่องประดับแล้วTopaz ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่ออีกด้วย เพราะคำว่า Topaz นั้นมาจากภาษากรีกคือคำว่าtopazian (โทแพเซียน) หมายถึงการเสาะแสวงหา คนในสมัยก่อนเชื่อว่าโทแพซ มีพลังอำนาจช่วยให้สติปัญญาดีมีความกล้าหาญสามารถขจัดความทุกข์โศก ป้องกันการฝันร้าย และยังใช้รักษาโรคหืดโรคนอนไม่หลับได้ด้วยส่วน Citrine (ซิทริน) เป็นพลอยโปร่งใสสีเหลือง ส้ม และ ส้มอมน้ำตาล เป็นสีที่เกิดจากธาตุเหล็ก (Fe)โดยซิทรินที่ขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ได้มาจากการเผาอะเมทิสต์ (Amethyst) จัดอยู่ในกลุ่มของหินควอรตซ์ (Quartz) มีความแข็งเท่ากับ 7 (บุษราคัมความแข็งเท่ากับ 9) มีเสถียรภาพทางเคมี ไม่ทำปฏิกิริยากับ สารเคมีทั่วไป จึงเป็นแร่ที่ทนทานต่อการผุกร่อน และทนต่อการทำลายทางเคมีมาก คำว่า "Citron" มาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่ามะนาวเป็นการตั้งชื่อตามสีเพราะมีสีเหลืองมะนาวโดย สีของซิทรินจะคล้ายคลึงกับสีของโทแพซสีเหลืองมาก จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันอยู่บ่อยๆครั้ง แต่ปัจจุบัน ซิทรินเป็นที่นิยมกันมากกว่าโทแพซ เพราะโทแพซทีเหลือง หายากกว่าและมีราคาแพงกว่า เชื่อกันว่าใครที่สวมใส่ซิทริน จะนำมาซึ่งสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้สดชื่น ช่วยเรื่องทัศนคติและมุมมองทำให้สามารถสื่อสารกับค้นรอบข้างได้ดี ช่วยขจัดพิษทั้งในร่างการและจิตใจ

Read More

30/06/2563

บุษราคัม อัญมณีสีเหลืองทอง


บุษราคัม หรือ Yellow sapphire เป็นหนึ่งในอัญมณี ๙ ชนิดของไทยเรียกว่า นพรัตน์หรือแก้วเก้าประการซึ่งมีคำกลอนบอกเล่าเรื่องราวของอัญมณีทั้ง ๙ ชนิดโดยลำดับชั้นคุณภาพ ลักษณะสี และชนิดไว้อย่างชัดเจนว่า ๑. เพชร (น้ำ) ดี หมายถึง เพชร - Diamond๒. มณีแดง หมายถึง ทับทิม - Ruby๓. เขียวใสแสง มรกต หมายถึง มรกต - Emerald๔. เหลืองใสสด บุษราคัม หมายถึง บุษราคัม - Yellow - Sapphire ๕. แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก หมายถึง โกเมน - Garnet๖. ศรีหมอกเมฆ นิลกาฬ หมายถึง ไพลิน - Blue Sapphire๗. มุกดาหาร หมอกมัว หมายถึง ไข่มุก - Pearl or Moonstone๘. แดงสลัว เพทาย หมายถึง เพทาย - Zircon๙. สังวาลสาย ไพฑูรย์ หมายถึง ไพฑูรย์ - Chrysobery Cat's eye บุษราคัม (Yellow sapphire) ไพลิน และทับทิม จัดเป็นแร่ชนิดเดียวกันเพราะประกอบด้วยธาตุอะลูมิเนียม และออกซิเจนเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของสีคือ ไพลินมีสีน้ำเงิน ทับทิมมีสีแดง และบุษราคัมมีสีเหลือง ทำให้เรียกชื่อเป็นชนิดอัญมณีต่างกัน อีกทั้งสีเหลืองของบุษราคัมก็ยังแตกต่างกันคือมีตั้งแต่เหลืองอ่อนเรียกบุษย์น้ำเพชร, สีอมเขียวเรียกว่าบุษย์น้ำแตง, สีเหลืองทองเรียกบุษย์น้ำทอง, สีคล้ายเหล้าเรียกบุษย์น้ำแม่โขง, สีเหลืองเข้มมากเรียกบุษย์น้ำขมิ้นเน่า, สีเหลืองออกส้มเรียกว่าบุษย์น้ำจำปา บุษราคัมสีบุษย์น้ำแม่โขงและน้ำทองเป็นสีที่ได้รับนิยมและมีราคาแพง โดยบุษย์น้ำโขงจะแพงที่สุดบุษราคมจัดเป็นอัญมณีประจำของผู้เกิดเดือนเกิด พฤศจิกายน ผู้ที่เกิดปีวอก และผู้ที่เกิดวันจันทร์ คนไทยเชื่อว่าการได้ครอบครองหรือสวมใส่บุษราคัมจะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล ความแข็งแกร่งของเนื้ออัญมณีจะทำให้ผู้สวมใส่ มีพลังอำนาจ ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้าย ความวิตกกังวลและปัญหากวนใจต่างๆ หากวางไว้ใต้หมอนขณะหลับจะสร้างพลังบวกให้กับร่างกาย ช่วยให้นอนหลับง่าย มีสมาธิตัดสินใจอย่างรอบคอบ วางไว้บนโต๊ะทำงานจะสร้างความร่ำรวย ช่วยปรับสมดุลในร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาท มีช่วยในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นให้เกิดความกล้า อีกทั้งสีเหลืองยังให้ความรู้สึกสงบร่มเย็นแก่อารมณ์และจิตใจ บุษราคัมจึงเป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด

Read More

30/06/2563

เครื่องประดับไทยสดใสในตลาดจีน


ตลาดเครื่องประดับจีน เป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ กลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลักที่มีกำลังซื้อสูงอย่างกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ เมืองเซินเจิ้น เมืองกวางโจว เป็นต้น โดยเครื่องประดับทองได้รับความนิยมมากที่สุดอันดับหนึ่งเพราะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่าย เป็นสินค้าบ่งบอกสถานะทางสังคม คนหนุ่มสาวจีนสนใจเครื่องประดับทองที่มีลวดลายสวยงาม มีความทันสมัยใหม่ ดีไซด์แปลกใหม่และเครื่องประดับเงินที่ราคาไม่แพงอีกด้วยปัจจุบันการซื้อขายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในจีนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนเริ่มคลี่คลาย ประชาชนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น คาดว่าจะทำให้การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกครั้ง โดยสินค้าที่มีโอกาสขยายตัวสูงและกำลังได้รับความนิยมในตลาดจีนมาก คือ พลอยสี ทับทิม ไพลิน เพราะมีคุณภาพ ความประณีต ความคงทน และเอกลักษณ์พิเศษไม่เหมือนใคร ในขณะที่เครื่องประดับเงิน ที่มีดีไซน์และลวดลายทันสมัย ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ในส่วนของการทำตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในประเทศจันนั้น ผู้ส่งออกชาวไทยจะต้องทำความเข้าใจตลาดและความต้องการของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ และกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมจึงจะช่วยให้การขยายตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในจีนประสบความสำเร็จ เพราะแม้จีนจะเป็นตลาดใหญ่แต่ก็มีการแข่งขันสูงทั้งจากผู้ประกอบการท้องถิ่นเองและแบรนด์ดังระดับโลก อีกทั้งหลังการระบาดของ COVID-19 ผู้บริโภคชาวจีนก็มีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จึงเป็นอีกความท้าทายหนึ่งของผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยในการออกแบบเครื่องประดับดีไซด์ใหม่ๆเพื่อเอาชนะผู้บริโภคชาวจีนที่จัดว่ายังมีกำลังซื้อสูงแม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจอย่างในปัจจุบันก็ตาม ทั้งนี้ มีงานวิจัยของ China Luxury Report 2019 ยืนยันว่า การบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับในจีนมีมูลค่าสูงถึง 5.85 แสนล้านหยวนในปี 2561 ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้บริโภคที่เกิดในยุค 80 ประมาณ 54% กลุ่มผู้บริโภคที่เกิดในยุค 65-70 ประมาณ 24% และกลุ่มที่เกิดในยุค 90 ประมาณ 22% โดยแต่ละกลุ่มมีรสนิยมการเลือกซื้อสินค้าแตกต่างกันไป เช่น กลุ่มผู้บริโภคยุค 65-70 ให้ความสำคัญกับแบรนด์สินค้า ขณะที่ประมาณ 50% ของกลุ่มผู้บริโภคยุค 90 พร้อมเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ หากมีข้อเสนอดี เช่น ดีไซน์ถูกใจ โปรโมชั่นราคาดี

Read More

30/06/2563

ซื้อขายทองคำแบบ New Normal


ในช่วงการแพร่ระบาดของCOVID – 19 ที่จำเป็นต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อหยุดการแพร่เชื้อนั้น พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนจากการออกจากบ้านไปซื้อของที่ร้านมาเป็นการซื้อแบบออนไลน์มากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งการซื้อขายทองคำ ทั้งการซื้อในรูปแบบของการลงทุนและการซื้อเพื่อเป็นของขวัญและเครื่องประดับ ที่ผ่านมาธุรกิจร้านทองถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆเนื่องจากผู้ซื้อมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมน้อย เขาเหล่านั้นยังต้องการซื้อทองผ่านร้านตู้แดงแม้จะมีการซื้อขายผ่านออนไลน์บ้างแต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ที่สำคัญตัวร้านทองเองที่เป็นลักษณะธุรกิจครอบครัวที่มีแนวทางปฏิบัติที่ทำสืบต่อกันมา แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ทุกธุรกิจปัจจุบันการซื้อทองคำเพื่อสะสมหรือลงทุนในรูปแบบของการซื้อออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีความสะดวก ปลอดภัย เพราะสามารถซื้อได้ในเวลาเดียวกับตลาดต่างประเทศเปิดทำการซื้อขาย และยังสามารถฝากทองไว้กับผู้ค้าได้อีกด้วย ในขณะที่บางร้านปรับระบบการให้บริการเพื่อรับพฤติกรรมในของผู้บริโภคแบบ New Normal โดยการให้บริการแบบดิลิเวอรี รวมถึงให้บริการผ่านไปรษณีย์ที่มีการรับรองด้านความปลอดภัยพร้อมใบรับประกันให้ลูกค้าเพื่อความมั่นใจ ในขณะเดียวกันหากลูกค้าได้รับสินค้าแล้วไม่พอใจก็สามารถส่งกลับมาที่ร้านแบบดิลิเวอรีได้ด้วย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาเปลี่ยนที่หน้าร้านด้วยตัวเอง บางร้านเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง สามารถซื้อทองและจ่ายเงินผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที โดยราคาของการซื้อขายออนไลน์ก็เป็นไปตามที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน การซื้อขายผ่านออนไลน์สร้างความปลอดภัยให้ลูกค้าไม่ต้องเสี่ยงเดินทางมาพบปะผู้คน จึงกลายเป็นNew Normal ของธุรกิจค้าทองคำ ส่วนขนาดทองคำที่ขายก็ถูกปรับให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นเช่นสามารถสั่งซื้อทองคำแท่งมูลค่า 1,000 บาท เพื่อให้เป็นของขวัญได้ด้วย ถือเป็นมิติใหม่ของร้านขายทองที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับชีวิตวิถีใหม่ในปัจจุบัน นอกจากนี้การที่ราคาทองคำยังอยู่ในขาขึ้นนี้ก็สนับสนุนให้การซื้อ-ขาย ผ่านออนไลน์ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะนักลงทุนสามารถสั่งซื้อได้ตามปริมาณที่ต้องการ และสามารถส่งคำสั่งขายได้ทันทีเมื่อถึงจุดที่พอใจ ทั้งนี้ภาพการลงทุนในทองคำนั้น ในระยะยาวราคาทองคำก็ยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น ตราบเท่าที่ยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกัน COVID – 19ได้มากเพียงพอ รวมถึงธนาคารกลางและหลายประเทศทั่วโลกยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งทางการเงินและการคลังอย่างต่อเนื่อง

Read More

30/06/2563

ราคาทองขาขึ้น อาจถึง 30,000 บาทใน1-2 ปีนี้


“ทองคำ” เป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก การถือทองคำไว้มีค่ามากกว่าถือเงินตราสกุลต่างๆเพราะ “ทองคำ” มีมูลค่าในตัวเองไม่วาจะอยู่ในรูปแบบใด (ทองก้อน ทองแท่ง ทองรูปพรรณ) ในสมัยก่อนเมื่อ 40 -50 ปีที่แล้วทองคำ1 บาทมีมูลค่า เพียง 400- 500 บาท ปัจจุบันราคาทองมีมูลค่ามากกว่า 25,000 บาท อีกทั้งธนาคารทั่วโลก ยังถือทองคำไว้เป็นส่วนหนึ่งของเงินสำรองระหว่างประเทศ ทองคำจึงถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยมาก และคาดการว่าในระยะ 1-2 ปีนี้ทองคำหนัก 1 บาทจะมีมูลค่าขึ้นไปถึง30,000 บาทเลยทีเดียว นักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำทะยานขึ้นต่อเนื่องมาเหตุมาจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ อัตราดอกเบี้ยในตลาดทั่วโลกที่ต่ำมาก ในบางประเทศการฝากเงินมีอัตราดอกเบี้ยติดลบแล้ว เช่นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก นักลงทุนจึงต้องหาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่า อีกทั้งการลงทุนในตลาดหุ้นก็ค่อนข้างเสี่ยงมากเกินไป ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกจากการระบาดของไวรัสโดวิด-19 และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้เงินลงทุนไหลมาที่ตลาดทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำสูงขึ้นซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดนอกจากนี้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆทั่วโลก โดยเฉพาะ จีน อินเดีย และรัสเซีย เริ่มสะสมทองคำเพิ่มมากขึ้นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยในระหว่างปี 2015-2018 เฉพาะธนาคารกลางรัสเซียซื้อทองคำเพิ่มขึ้นในปริมาณที่มากกว่า 200 ตันต่อปี โดยล่าสุดในปี 2019 ธนาคารกลางรัสเซียถือครองทองคำเพิ่มขึ้นถึง 158.1 ตันเลยทีเดียว ไม่เฉพาะประเทศใหญ่ๆเท่านั้น ธนาคารกลางของประเทศต่างๆทั่วโลกก็มีแนวโน้มว่าจะสะสมทองคำเพิ่มขึ้น โดยสภาทองคำโลก (World Gold Council) ได้ทำการสำรวจความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศในตลาดเกิดใหม่ พบว่า ธนาคารกลางกว่า 1 ใน 5 หรือคดเป็น 20% เตรียมจะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองของประเทศในอีก 12 เดือนข้างหน้า และผลสำรวจยังบ่งชี้อีกว่า ปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารกลางใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเพิ่มทองคำสำรอง ได้แก่ สภาวะอัตราดอกเบี้ยติดลบ, ประสิทธิภาพของทองคำในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติ และการที่ทองคำปราศจากความเสี่ยงของการผิดนัดชำระ อีกปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำคือความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าหลักๆของโลก เช่น น้ำมัน ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น จีนมีการซื้อน้ำมันจากประเทศคู่ค้าโดยใช้สกุลเงินหยวนในการซื้อขายทำให้ความต้องการและการถือครองเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐลดลง เพราะค่อนค้างมีความเสี่ยงในระยะยาวที่เงินดอลลาร์จะด้อยค่าลง นักลงทุนจึงหันไปถือครองทองคำเพื่อลดความเสี่ยงมากขึ้นเหล่านี้เป็นปัจจัยหนุนที่คาดว่าจะทำให้ราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามหรือความไม่สงบในระดับโลกก็เริ่มมีมากขึ้น จึงน่าจะทำให้ราคาทองคำจะขึ้นไปจนถึงบาทละ 30,000 บาทภายใน 1-2 ปีนี้

Read More

30/06/2563

ขุดพบวัตถุโบราณกว่า2,000 ชิ้นริมแม่น้ำเหลืองประเทศจีน


ที่เมืองซานเหมินเสีย มณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน คณะนักโบราณคดีขุดพบวัตถุโบราณกว่า 2,030 มีทั้งเครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองสัมฤทธิ์ เครื่องประดับทองและเงิน ศิลปวัตถุที่ทำจากหยก รวมถึงโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมหายาก เช่น กาน้ำสัมฤทธิ์พร้อมที่จับรูปคอหงส์อายุกว่า 2,000 ปีถูกฝังอยู่ในหลุมศพโบราณกว่า 600 หลุม บนพื้นที่ 367,000 ตารางเมตรหรือประมาณ 23.5 ไร่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเหลือง การขุดค้นพื้นที่นี้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปี2560 สถาบันโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีของซานเหมินเสีย ระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของหลุมศพที่ค้นพบเชื่อกันว่ามีความเก่าแก่ถึงยุคจ้านกั๋ว หรือประมาณ 475-221 ปีก่อนคริสตกาล ถึงยุคราชวงศ์ฮั่นหรือ 202 ปีก่อนคริสตกาลถึงช่วง ค.ศ.220 ส่วนที่เหลือมีความเก่าแก่จากหลากหลายยุค เช่นราชวงศ์ถัง ช่วง ค.ศ.618-907 ราชวงศ์ซ่ง ช่วง ค.ศ.960-1276 ราชวงศ์หมิง ช่วง ค.ศ.1368-1644 และราชวงศ์ชิง ช่วง ค.ศ.1644-1911การขุดค้นพบหลุมศพนี้เกิดขึ้นระหว่างตรวจสอบพื้นที่โครงการปรับปรุงชุมชน นอกจากเป็นการเผยข้อมูลอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับวิวัฒนาการของหลุมฝังศพในพื้นที่ซานเหมินเสียแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองด้วยซานเหมินเสียตั้งอยู่ระหว่างนครซีอานและเมืองลั่วหยาง สองเมืองหลวงโบราณในประวัติศาสตร์จีน เคยถูกใช้เป็นเส้นทางการทหารและคมนาคมสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดอารยธรรมของชนชาติจีน และยังมีการค้นพบหลักฐานวัฒนธรรมยางเซา(Yangshao) เป็นครั้งแรก ณ เมืองนี้ด้วยประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในเมืองนี้มีทั้ง พระราชวังไท่ชู(Taichu), ด่านฮานกู่ (Hangu)ด่านปราการทางทหารโบราณ สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์Qing พิพิธภัณฑ์รถรบและม้าศึกแห่งรัฐ Guo ซึ่งเป็นกลุ่มสุสานสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก แหล่งวัฒนธรรมของลัทธิเต๋า และเขตอนุรักษ์นกหงส์ขาว

Read More

30/06/2563

เทศกาลหนังเบอร์ลิน ยิ่งใหญ่ไม่แพ้คานส์


เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน (Berlin International Film Festival) เป็น 1 ใน 3 เทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำของโลกนอกเหนือจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ เริ่มจัดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1951โดยจะมีการประกาศรางวัลในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มีภาพยนตร์จากทุกภูมิภาคในโลกเข้าฉายในเทศกาล ผู้ชนะจะได้รับรางวัล หมีทองคำ(โกลเดนแบร์) และหมีเงิน(ซิลเวอร์แบร์) เนื่องจากหมี เป็นสัญลักษณ์ของนครเบอร์ลินนั่นเองจุดเด่นของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเบอร์ลิน อยู่ตรงที่จำนวนผู้เข้าร่วมงาน ที่มีมากกว่า 500,000 คนทุกปี จนได้รับการยกย่องให้เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดในโลก สำหรับรางวัลหมีทองคำที่มอบให้ผู้ชนะมีสองประเภทคือ รางวัลหมีทองคำ สำหรับ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Motion Picture) และ รางวัลหมีทองคำเกียรติยศ สำหรับ ผู้ที่อุทิศชีวิตให้กับภาพยนตร์ (Lifetime Achivement) ส่วนรางวัลหมีเงินมอบให้กับสาขาย่อยอื่น ๆ เช่น ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงยอดเยี่ยม เป็นต้นในส่วนของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส หรือ Venice International Film Festival ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เริ่มจัดเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปีค.ศ.1932 บนเกาะลิโด้ โดยรางวัลที่มีการมอบให้ในเทศกาลนี้ เรียกว่า Golden Lion หรือสิงโตทองคำ ส่วนรางวัลสำหรับผู้กำกับยอดเยี่ยม จะเรียกว่า Silver Lion หรือ สิงโตเงิน และรางวัลสำหรับนักแสดงนำชายหรือหญิงยอดเยี่ยม จะเรียกว่า Volpi Cupในขณะที่ฝั่งเอเชียก็มีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์อีกหลายงาน ที่โดดเด่นได้แก่ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงโตเกียว หรือ Tokyo International Film Festival ในญี่ปุ่น ที่เริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1985 เป็นหนึ่งในเทศกาลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และมีผู้เข้าร่วมงานในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก เอกลักษณ์ของเทศกาลภาพยนตร์นี้ ก็คือการจัดงานสัมมนา ควบคู่ไปกับการฉายภาพยนตร์ ที่มีทั้งในโรงภาพยนตร์และการฉายกลางแจ้ง สำหรับรางวัลที่มีการมอบในงานนี้เรียกว่า Tokyo Sakura Grand Prix เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ หรือ Shanghai International Film Festival ประเทศจีน เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 1993 โดยภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมถึงนักแสดงและผู้กำกับยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลจอกทองคำ หรือ "Golden Goblet" ปิดท้ายด้วยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน หรือ Busan International Film Festival ประเทศเกาหลีใต้ เทศกาลภาพยนตร์นี้ เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี1996 จุดเด่นคือการเน้นฉายภาพยนตร์ของผู้กำกับหน้าใหม่ และการเน้นกลุ่มผู้ชมที่เป็นคนรุ่นใหม่ เน้นการมอบรางวัลให้กับภาพยนตร์เกาหลี และภาพยนตร์จากเอเชีย พร้อมกับเงินรางวัลเพื่อเป็นทุนให้มีการสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ชิ้นใหม่ๆ

Read More

30/06/2563

โควิดไม่มีผลกระทบต่อการจับจ่ายของเศรษฐีในจีน


สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า -19 ที่เกิดขึ้นทำให้หลายธุรกิจปิดตัวลงและผู้คนตกงานจำนวนมาก คาดการณ์กันว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้กำลังซื้อลดลง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มฟุ่มเฟือยอย่างสินค้าหรู แบรนด์แนม และเครื่องประดับต่างๆ แต่ข้อกังวลนี้ใช้ไม่ได้กับกลุ่มลูกค้าชาวจีน เพราะทันทีที่รัฐบาลจีนปลดล็อคดาวน์ร้านค้าต่างๆ กลับมาเปิดให้บริการได้เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563 ยอดขายสินค้าแบรนด์เนมและเครื่องประดับก็ทำยอดขายได้ถล่มทลายทันทีจีนเป็นตลาดหลักสำหรับสินค้าหรู ชาวจีนใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าแบรนด์เนมคิดเป็นสัดส่วน 35% ของผู้ซื้อทั่วโลก และมีอัตราการเติบโตของตลาดในจีนมากถึง 90% ในปี 2562 เว็บไซต์แฟชั่น WWD รายงานว่า หลังสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์สินค้าแบรนด์เนมกลับมาทำยอดข่ายถล่มทลายอีกครั้ง เช่น Hermes แบรนด์แฟชั่นหรูจากฝรั่งเศสที่เปิดสาขาในเมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง สามารถทำยอดขายได้ถึง 19 ล้านหยวน หรือราว 87.90 ล้านบาทภายในวันเดียว ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่สูงที่สุดสำหรับร้านค้าร้านเดียวในจีน แม้จะมีการคาดการณ์ว่ายอดขายสินค้าหรูของโลกจะลดลงราว 25-30% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และตลาดสินค้าหรูทั่วโลกจะสูญเสียรายได้ราว 65,000-75,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ โดยคาดว่าตลาดสินค้าหรูจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2564 แต่สำหรับประเทศจีน ดูเหมือนตลาดสินค้าหรูจะฟื้นตัวก่อนใคร อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคทุกวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมคือการมองหาแบรนด์หรือธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น การสนับสนุนแบรนด์เหล่านี้จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจว่ากำลังได้ทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น แบรนด์เครื่องประดับหรูของโลกที่ประสบความสำเร็จ อย่าง Tiffany&Co. ที่ตลอดห่วงโซ่การผลิตเครื่องประดับมีแหล่งที่มาของวัตุดิยที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นแร่ทองคำ แพลตตินั่ม และอัญมณีต้างๆ นอกจากนี้ยังมีการระดมทุนช่วยเหลือสังคมหรือชุมชนอย่างชัดเจน ซึ่งการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ของผู้บริโภคจะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป

Read More

30/06/2563

ทองบางสะพาน คุณค่ามากกว่าทองคำ


แหล่งแร่ทองคำที่มีชื่อเสียง และรู้จักกันดีในประเทศไทย มีด้วยกัน ๓ แหล่ง ได้แก่แหล่งแร่ทองคำกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แหล่งแร่ทองคำสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และแหล่งแร่ทองคำบางสะพาน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ฉายาว่าเป็น “ทองนพคุณหรือทองเนื้อเก้า” ที่เชื่อกันว่าป้องกันภยันตรายและภูตผีปีศาจได้“ทองบางสะพาน” หรือ “ทองบางตะพาน” มีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขานว่าทองคำจากแหล่งบางสะพานนี้ “เป็นทองคำเนื้อดีที่สุดของเมืองไทยและดีที่สุดในโลก” โดยสามารถร่อนหาแร่ทองคำได้โดยไม่ต้องถลุง มีสีเหลือง สุกปลั่งและเนื้ออ่อน เป็นทองร้อยเปอร์เซ็นต์ เรียกว่า “ทองนพคุณหรือทองเนื้อเก้า” ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการขุดและร่อนทองที่บางสะพานเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด แต่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่า ในปี พ.ศ. ๒๒๘๙ สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เจ้าเมืองกุยได้ทองคำที่ร่อนหาได้ในพื้นที่หนัก ๓ ตำลึง ไปถวายแด่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ หลังจากนั้นพระองค์จึงเกณฑ์ไพร่จำนวน ๒,๐๐๐ คน ไปร่อนทองที่บางสะพานเป็นเวลาปีเศษ ได้ทองคำ ๙๐ ชั่งเศษ เป็นน้ำหนัก ๕๔ กิโลกรัม หรือคิดเป็นน้ำหนัก ๓,๖๐๐ บาท และได้นำทองที่ร่อนได้ทั้งหมดไปหุ้มยอดมณฑป รอยพระพุทธบาทสระบุรี แต่น่าเสียดายที่เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ (พ.ศ.๒๓๑๐)ยอดมณฑปนี้ถูกโจรจีนเผาหลอมทองเอาไปทั้งหมด อำเภอบางสะพานเดิมชื่อ เมืองกำเนิดนพคุณ ตัวเมืองตั้งอยู่ที่ท่ามะนาว ฝั่งขวาของลำน้ำแม่รำพึง ต่อมาย้ายมาตั้งที่ท่ากะหลอ ปัจจุบันเรียกว่าบ้านหลักเมือง อยู่ริมฝั่งขวาลำน้ำบางสะพาน ซึ่งยังมีเสาหินหลักเมืองเป็นหลักฐานปรากฏอยู่ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รับซื้อทองบางสะพานที่ชาวบ้านร่อนได้ในคลองทองพื้นที่ ต.ร่อนทอง แล้วนำมาผลิตเป็นล็อกเก็ตขนาดเล็กภายในบรรจุทองบางสะพานเพื่อจำหน่าย กำลังเป็นที่นิยมถึงขนาดต้องมีการสั่งจองล่วงหน้าเพราะเชื่อว่าทองบางสะพานมีพุทธคุณช่วยให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยและเป็นของหายาก โดยจะมีการออกใบรับประกันจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนว่า เนื้อทองในล็อกเก็ตเป็นทองบางสะพานแท้ที่ได้จากการร่อนในคลองทอง ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นจริงทั้งนี้"ทองนพคุณหรือทองเนื้อเก้า” ในหนังสือประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ อธิบายความไว้ว่า ทองคำที่ซื้อขายกันนั้น เรียกตามเนื้อและตามราคา เช่น ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๔ บาท เรียกว่า เนื้อสี่ ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๕ บาท เรียกว่า เนื้อห้า ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๖ บาท เรียกว่า เนื้อหก ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๗ บาทเรียกว่า เนื้อเจ็ด ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๘ บาทเรียกว่า เนื้อแปด ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๘ บาท ๒ สลึง เรียกว่า ทองเนื้อแปดสองขา ทองหนักบาทหนึ่งเป็นเงิน ๙ บาท เรียกว่า เรียกว่าทองเนื้อเก้า หรือ ทองนพคุณเก้าน้ำ เรียกสั้น ๆ ว่า ทองนพคุณ ทองธรรมชาติ ทองเนื้อแท้ หรือ ทองชมพูนุท ก็เรียก.

Read More

30/06/2563

เครื่องประดับสำหรับกษัตริย์และราชวงศ์


ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กษัตริย์ได้รับการยกย่องเสมือนเป็นสมมติเทพ ดังนั้น กษัตริย์ พระมเหสี และพระราชวงศ์ จึงต้องมีเครื่องประดับ ที่ดูสง่างาม โดยเฉพาะในเวลาที่มีพระราชพิธีสำคัญหรือเวลาเสด็จออกว่าราชการ โดยเครื่องประดับต่างๆ มักสร้างขึ้นด้วยอัญมณีมีค่าและทองคำ โดยรูปแบบได้รับอิทธิพลจากอินเดีย เปอร์เซีย และชาวตะวันตก มีการนำวัสดุและวิธีการทำเครื่องประดับของชาวต่างชาติ เข้ามาผสมผสานกับการทำเครื่องประดับของไทย ให้แปลกใหม่ออกไปกว่าเดิมเครื่องประดับสำหรับกษัตริย์ มเหสี พระราชวงศ์ ที่ระบุไว้ในกฎมณเฑียรบาล ที่สำคัญมีดังนี้๑. มงกุฎ และชฎา ราชาศัพท์เรียกว่า "พระมงกุฎ" และ "พระชฎา" เป็นเครื่องประดับประเภทศิราภรณ์ ใช้สำหรับกษัตริย์และมเหสี หากมียอดแหลมตรงขึ้นไป เรียกว่า "มงกุฎ" หากมียอดหลายยอดปัดไปทางด้านหลัง โดยแยกเป็นหาง ไหลออกไปหลายหาง เรียกว่า "ชฎา"๒. เทริด (อ่านว่า เซิด) เป็นศิราภรณ์สำหรับกษัตริย์ หรือพระราชวงศ์ และเทวรูป มีรูปเป็นมงกุฎทรงเตี้ย๓. เกี้ยว ราชาศัพท์เรียกว่า "พระเกี้ยว" มีลักษณะเป็นวงคล้ายกับพวงมาลัย ใช้สำหรับรัดผมหรือรัดจุก๔. กุณฑล ราชาศัพท์เรียกว่า "พระกุณฑล" คือ ตุ้มหู หรือต่างหู๕. สังวาล ราชาศัพท์เรียกว่า "พระสังวาล" หรือ "สร้อยเฉวียงพระองค์" เป็นสร้อยที่คล้องลงมาจากบ่าทั้ง ๒ ข้าง๕.สร้อยคอ ราชาศัพท์เรียกว่า "สร้อยพระศอ" เป็นสร้อยสวมไว้ที่คอ๖. กำไลต้นแขน ราชาศัพท์เรียกว่า "พระพาหุรัด" หรือ "พาหุรัด" เป็นกำไลรัดที่ต้นแขน๗. กำไลข้อมือ ราชาศัพท์เรียกว่า "ทองพระกร" หรือ "ทองกร" เป็นกำไลสวมที่ข้อมือ๘. กำไลข้อเท้า ราชาศัพท์เรียกว่า "ทองพระบาท" เป็นกำไลสวมที่ข้อเท้า นิยมใส่เฉพาะสตรี๙.แหวน ราชาศัพท์เรียกว่า "พระธำมรงค์" หรือ "ธำมรงค์" เป็นแหวนสวมที่นิ้วมือ วัฒนธรรมการใช้เครื่องประดับยังสืบต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ - รัชกาลที่ ๓ และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงรัชกาลที่ ๔ เมื่อมีการติดต่อสัมพันธไมตรีกับประเทศทางตะวันตกมากขึ้น และมีการใช้เครื่องประดับที่เรียกว่า เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้น เพื่อพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นบำเหน็จความชอบ ในราชการ หรือส่วนพระองค์ รวมทั้งพระราชทานให้แก่ประมุขของรัฐต่างประเทศ ที่มีสัมพันธไมตรีอันดีกับประเทศไทยแทนเครื่องประดับตามกฎมณเฑียรบาลในสมัยกรุงศรีอยุธยา

Read More

30/06/2563

Hoop Earrings ต่างหูห่วง เทรนด์เครื่องประดับแห่งปี 2020


สถาบันจัดอันดับด้านแฟชั่นหลายๆแห่ง จัดให้“Hoop Earrings” หรือ “ต่างหูห่วง”เป็นเทรนด์เครื่องประดับมาแรงในปี 2020 เพราะมันถูกนำมาให้นางแบบนิตยสารแฟชั่นชั้นนำสวมใส่ อีกทั้งแบรนด์ดังๆไม่ว่าจะเป็น Proenza Schouler, Bottega Veneta ไปจนถึงแบรนด์ Versace, Gucci, Chanel, Balenciaga ล้วนเทใจให้กับ Hoop Earringsนอกจากนางแบบชั้นนำแล้วคนดัง เหล่าบรรดาเซเลบริตี้และศิลปินชั้นก็นำหันมาสวมใส่ต่างหูห่วงกันมากขึ้น อาทิ Kendall Jenner, Bella Hadid, Jennifer Lopez, Beyoncé และอีกมากมาย นั่นแสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมที่กำลังหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่าง นอกจากนี้Erica Russo รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นของเครื่องประดับและความงามประจำ Bloomingdales ยังมองว่าในปี 2020 ต่างหูห่วงโดยเฉพาะห่วงที่มีขนาดใหญ่จะเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะขนาด ที่ใหญ่จะเป็นส่วนเสริมที่สมบูรณ์แบบสำหรับชุด ไม่ว่าจะสวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์หรือจะแต่งตัวอย่างเป็นทางการ ในส่วนของวงการอัญมณีและเครื่องประดับ ต่างหูห่วงเป็นเครื่องประดับที่อยู่คู่กับวงการนี้มาโดยตลอด ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและแฝงไปด้วยความคลาสสิก จึงทำให้แบรนด์ต่างๆ ได้นำต่างหูห่วงมาประดับประดาด้วยอัญมณีอยู่เสมอ เช่น ต่างหูห่วงทองคำ 18K ประดับเพชรของ Cartier, ต่างหูห่วงทองขาว 18K ประดับเพชรของ Bvlgari,ต่างหูห่วงทองคำ 18K ของ Buccellati.ต่างหูห่วง Pink Gold 18K ของ Van Cleef & Arpels เป็น ต่างหูห่วงเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ ถูกสวมใส่โดยราชินีและกษัตริย์เพื่อแสดงถึงสถานะทางสังคมและอำนาจ นอกจากนั้นยังเป็นวิธีระบุการเป็นสมาชิกของชนเผ่าในเอเชียโบราณอีกด้วย ต่อมาในยุคกลางมีความเชื่อว่าต่างหูห่วงสามารถปกป้องผู้สวมใส่ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางทะเล ส่วนมากจึงมักเห็นในหมู่โจรสลัดในยุคนั้น ปัจจุบันต่างหูห่วงเป็นเครื่องประดับประจำวัฒนธรรมละตินในฐานะชนกลุ่มน้อยและผู้อพยพ เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการต่อต้านการเลือกปฏิบัติ สำหรับหญิงสาวชาวละตินเป็นเรื่องปกติที่จะได้รับต่างหูห่วงจากแม่หรือยายและสวมใส่ต่างหูนั้นตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ในมุมมองของคนทั่วไปต่างหูห่วงเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความไม่มีที่สิ้นสุด ต่างหูห่วงนับเป็นส่วนหนึ่งของอดีตที่แม้เวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ ต่างหูห่วงก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์และถูกหยิบยกขึ้นมาสวมใส่อยู่เสมอจนถึงปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

30/06/2563

3 ปัจจัยกำหนดราคาทองในปัจจุบัน


ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี ที่ 1,747 ดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 ทำให้เริ่มคิดว่าราคาทองคำอาจขยับไปถึงจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ 1,920 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเดือนกันยายน 2011 โดยมองว่ามี 3 ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้แก่ 1.ความเสี่ยงจากสถานการณ์โรคระบาด แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในยุโรปจะเริ่มคลี่คลายลง และสหรัฐฯก็เริ่มหาจังหวะที่เหมาะสมที่จะคลายมาตรการล็อคดาวน์ต่างๆ ซึ่งน่าจะให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาดำเนินกิจการได้แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดต่อเศรษฐกิจก็จะยังคงอยู่ และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนาน อีกทั้งการระบาดระลอกใหม่ก็พร้อมที่จะปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา จากสถานการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุนยังคงเข้าไปถือครองทองคำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง จึงเป็นปัจจัยหนุนหลักให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูงต่อไป2.ภาวะดอกเบี้ยต่ำจนติดลบ การดำเนินนโยบายลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถึง 2 ครั้งในช่วงเดือนมีนาคม ทำให้ดอกเบี้ยลงมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดที่ 0-0.25%รวมถึงการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบด้วยการเข้าซื้อตราสารหนี้ และการอัดวงเงินสูงถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในสหรัฐฯ มีผลกระทบทำให้อัตราดอกเบี้ยโลก และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงอยู่ในระดับต่ำอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่นและยุโรป ปรับลดลงจนติดลบและมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นจึงส่งผลให้ทองคำได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่ไม่ได้สร้างกระแสเงินสดให้ แต่ก็สามารถรักษามูลค่าได้ในระยะยาว3.กระแสเงินลงทุนไหลเข้า ETF ทองคำต่อเนื่องหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลบวกกับราคาทองคำในระยะสั้นและกลาง คือ กระแสเงินลงทุนที่ไหลไปสู่สินทรัพย์ที่มีโอกาสในการทำกำไร หนึ่งในนั้นคือกองทุนรวม ETFs ทองคำ โดยข้อมูลจาก World Gold Council ล่าสุดพบว่า มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิในเดือนมีนาคม 2020 สำหรับ ETF ทองคำสูงถึง 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ทั้งนี้ราคาทองคำเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดในช่วงเดือนกันยายน 2011 ที่ระดับ 1,920 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากนั้นก็ปรับตัวลดลงตลอดไปต่ำสุดบริเวณ 1,046 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม 2015 ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวมาในระดับปัจจุบัน ข้อมูล: SCBS Wealth Research /the standard

Read More

30/06/2563

เงินทุนไหลเข้าGold ETFไม่หยุด รับราคาทองพุ่งต่อเนื่อง


สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานว่าการลงทุนในกองทุนรวมทองคำ (Gold ETF) จะยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดการลงทุนประเภทอื่นๆ นับเป็นการเพิ่มการถือครองทองมากขึ้นกว่า 100% (หลังจากการล้มละลายของ Lehman ในปี 2551)ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นกว่า 600% จากระดับต่ำสุดถึงระดับสูงสุด และการที่กระแสเงินทุนไหลเข้า ETFs ทองคำอย่างต่อเนื่องนี้จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้แก่ราคาทองคำในปีนี้YLG บริษัทผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย ได้ออกมายืนยันกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน ETFs ทองคำ ว่านับตั้งแต่ต้นปี 2563 ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีครึ่งที่ 1,747 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อออนซ์ วันที่ 14 เมษายน 2563 ซึ่งแม้ว่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่ไม่กระทบต่อราคาทองคำมากนัก และราคายังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง และยังมีแนวโน้มราคาทองคำจะเป็นทิศทางขาขึ้นต่อไป ทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน ETFs ทองคำทั่วโลกกว่า 298 ตัน ถือเป็นการถือครองทองคำเพิ่มในรูปแบบตันที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559 มีรายงานว่าเฉพาะเดือนมีนาคมเดือนเดียว กองทุนรวมทองคำ (Gold ETF) ทั่วโลกถือครองทองคำเพิ่มมากถึง 151 ตัน ส่งผลให้การถือครองทองคำของ ETFs ทองคำทั่วโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 3,185 ตัน นำโดยกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองคำที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือ และเป็นกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ถือครองทองคำเพิ่มในช่วงไตรมาสแรกของปี 73.75 ตัน ก่อนที่จะถือครองทองคำเพิ่มในช่วงครึ่งแรกของเดือน เมษายน อีกจำนวน 54.69 ตัน ทำให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 20 เมษายน SPDR ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 136.34 ตัน จากระดับ 893.25 ตันสู่ระดับ 1,029.59 ตัน แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่พฤษภาคม ปี 2556 มากกว่าประเทศอย่างญี่ปุ่นและเนเธอร์แลนด์ประเทศที่ถือครองทองคำเป็นทุนสำรองมากในระดับทอปเท็นของโลกเสียอีกทั้งนี้ ETF คือ กองทุนเปิดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายต่ำ บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซึ่งมีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง (Passive Fund) โดยสามารถลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท เช่น หุ้นในประเทศ , หุ้นต่างประเทศ หรือ ทองคำ เป็นต้นโดยกองทุนรวมทองคำในประเทศไทยส่วนใหญ่เน้นลงทุนในกองทุนรวมของต่างประเทศ ซึ่งกองทุนรวมที่กองทุนรวมในไทยนิยมไปลงทุนก็คือ กองทุน SPDR Gold Trust เป็นกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนในทองคำแท่งจริงๆ และเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง

Read More

30/06/2563

Shanghai Gold Exchange (SGE) เปิดศักราชใหม่ยุคการค้าทองคำของจีน


การก่อตั้ง Shanghai Gold Exchange (SGE) ของรัฐบาลจีนในปี 2545 ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของยุคการค้าทองคำและตลาดค้าทองคำเสรี ในประเทศจีน ภายใต้การดูแลของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Bank of China : PBoC) โดยมีสภาประชาชนแห่งชาติ (State Council) และเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้เป็นผู้สนับสนุน นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนยุคใหม่หลังจากเปิดประเทศเมื่อปี ค.ศ.1978 หรือ พ.ศ. 2521 ภายใต้การนำของเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำรุ่นที่ 2 ของพรรคคอมมิวนิสต์ ในปี พ.ศ. 2526 รัฐบาลจีนได้มีประกาศกฎหมายเพื่อการควบคุมและบริหารจัดการการซื้อขาย รวมถึงการนำเข้าและส่งออกทองคำและเงิน ภายใต้ธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน(PBoC) มาก่อนแล้ว แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2544 ภายใต้นโยบายเปิดการค้าเสรีของตลาดทองคำ กฎหมายควบคุม ทองคำและเงินนี้ก็ได้ถูกยกเลิกไป และได้มีการก่อตั้งสมาคมทองคำแห่งประเทศจีนขึ้นเรียกว่าChina Gold Association (CGA) และมีการก่อตั้ง Shanghai Gold Exchange (SGE) ในอีกหนึ่งปีต่อมา และทำให้ SGE เป็นองค์กรแลกเปลี่ยนซื้อขายทองคำแบบการรับมอบและส่งมอบทองคำจริง (physicalgold) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกวิวัฒนาการตลาดการค้าทองคำของจีนต้องย้อนกลับไปในช่วงก่อนการปิดประเทศเมื่อเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเมืองท่าสำคัญ และเป็นตลาดการค้าที่เชื่อมต่อจีนกับโลกภายนอก ชาติตะวันตกได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในยุครัฐบาลเจียงไคเชก จากพรรคก๊กมินตั๋ง โดยการตั้งตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ที่เรียกว่าThe Shanghai Stock and Commodities Exchangeขึ้นในปีค.ศ. 1920 หรือ พ.ศ. 2463 หลังจากนั้น ก็มีการก่อตั้ง Shanghai Gold Business Exchange จนกลายเป็นศูนย์กลางของการค้าทองคำที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออก จนถึงปี ค.ศ. 1949 หรือ พ.ศ. 2492 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้กลับมามีอำนาจและผลักดันให้เจียง ไคเชก ออกจากประเทศไป (เขาขนย้ายพลเมืองรวมทั้งทองคำไปอยู่ที่เกาะไต้หวัน) และเหมา เจ๋อตง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ได้อ่านประกาศเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ People’s Republic of China หลังจากนั้น จีนก็แทบไม่มีการติดต่อการค้ากับต่างประเทศอีกเลยนับเป็นเวลากว่า30 ปี จีนมีแหล่งทองคำกระจายอยู่ทั่วไป เนื่องจากพื้นที่ของประเทศมีมากถึง 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร มีแนวชายฝั่งติดทะเลยาวกว่า 14,500 กิโลเมตร จึงยังมีทรัพยากรอยู่มากมาย ล่าสุดในปี 2560 มีการค้นพบเหมืองทองคำที่มณฑลชานตง ที่ประมาณการว่าจะมีทองคำอยู่ถึง 550 ตัน ซึ่งจะนับว่าเป็นเหมืองทองใหญ่ที่สุดของจีน โดย Shandong Gold Group ที่ถือเป็นผู้ผลิตทองคำอันดับสองของจีน ทั้งนี้หน่วยงานที่มีความสำคัญในตลาดทองคำของจีนประกอบไปด้วย 4 ธนาคารใหญ่ของจีนคือ Industrial and Commercial Bank of China (ICBC), Bank of China (BoC), China Construction Bank (CCB) และ Agriculture Bank of China (ABC)

Read More

11/05/2563

เมสไอนัค(Mes Aynak) แหล่งแร่ทองแดงใหญ่ที่สุดในโลก


จากการสำรวจของนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ได้ออกรายงานเมื่อปี 2550 ว่าประเทศอัฟกานิสถานมีทรัพยากรแร่ทองแดงราว 60 ล้านตัน เฉพาะที่เมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)นี้คาดการณ์ว่ามีปริมาณแร่ทองแดงอยู่ราว 11.33 ล้านตันซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่งแร่ทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกระทรวงเหมืองแร่และปิโตรเลียมของประเทศอัฟกานิสถานได้ประกาศให้สัมปทานบริษัทเหมืองแร่จากจีนทำการสำรวจแหล่งแร่ทองแดงแห่งนี้ด้วยตัวเลขกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้แร่ทองแดงของจีนที่พุ่งสูงขึ้นเมืองเมสไอนัค(Mes Aynak)ตั้งอยู่ห่างจากเมืองคาบูล(Kabul)ราว 30 กิโลเมตร บริษัทที่ได้รับสัมปทานจากจีนได้เริ่มเข้าไปบุกเบิกและสำรวจมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของอาฟกานิสถาน และจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำให้เกิดการจ้างงานถึงราว 10,000 คน ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้มีปริมาณแร่ทองแดงกว่า 10 ล้านตัน และอาจจะมีมากถึง 20 ล้านตันในอนาคต ซึ่งหากคำนวณตามราคาและปริมาณในปัจจุบัน ทองแดงเหล่านี้มีมูลค่าถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียวทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ราคาของทองแดงในตลาดโลกได้ถีบตัวขึ้นกว่า 2 เท่า ผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ได้ดึงดูดให้บรรดาอุตสาหกรรมแร่จากทั่วโลกแห่เข้ามาเพื่อที่จะ “ขุดทองแดง” ที่อาฟกานิสถาน อย่างเช่นในการประมูลที่เหมือง Mes Aynak นี้ ได้มีบริษัทมากมายจากประเทศแคนาดา รัสเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และจีนที่เข้ามาสู่การประมูลปัจจุบันประเทศจีนบริโภคทองแดงมากที่สุดในโลก หรือราว 22% ของการใช้ทองแดงทั่วโลก ทว่าทรัพยากรทองแดงที่มีในจีนนั้น กลับมีปริมาณไม่เพียงพอในระยะยาว และกว่า 2 ใน 3 ของทั้งหมดยังต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศการเข้าประมูลเพื่อให้ได้สัมปทานในเหมืองแร่ทองแดงของอัฟกานิสถานนครั้งนี้จรึงเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่ออนาคตนั่นเองอย่างไรก็ตามโครงการเหมืองทองแดงนี้ได้โดนประท้วงจาก“พิทักษ์เมสไอนัค” (Saving Mes Aynak)มาโดยตลอด เนื่องจากเมสไอนัคเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เก่าแก่นับ 5,000 ปี เป็นที่ตั้งของรูปปั้นและรูปแกะสลักพระพุทธรูปโบราณกว่า 200 องค์ สถูป และศาสนสถานทางพุทธศาสนาอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การขุดเหมืองทองแดง จะทำลายแหล่งโบราณสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้

Read More

11/05/2563

COVID-19ผลกระทบต่อ Supply Chain ทองคำทั่วโลก


การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ส่งผลกระทบต่อทุกธุรกิจทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจการค้าทองคำที่โควิด-19 เข้ามาทำให้ห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chainทองคำทั่วโลกได้รับผลกระทบ นับตั้งแต่กระบวนการผลิต การสกัด กระบวนการซื้อขายในตลาด กระบวนการแปรรูปในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ การเข้าสู่ตลาดการเงิน จนกระทั่งการส่งถึงผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ขณะที่กระบวนการผลิตติดขัด กระบวนการขนส่งก็มีปัญหาเนื่องจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศถูกยกเลิก ขณะที่การประกาศปิดเมือง (Lockdown) ในหลายประเทศกระทบกับการขนส่งทางบกเมื่อระบบโลจิสติกส์หยุดชะงักจึงทำให้ห่วงโซ่อุปทานทองคำได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์ COVID-19ยังทำให้การผลิตทองคำและการส่งมอบทองคำของผู้ผลิตในต่างประเทศทำได้ยาก โดยผู้ผลิตทองในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนอิตาลี และมีคนงาน 2 ใน 3 ของทั้งหมดเป็นชาวอิตาลี ซึ่งมีการผลิตทองคำราว 1,500 ตันต่อปี หรือเทียบเท่า 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก ถูกสั่งระงับการผลิตชั่วคราว เพื่อยับยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สิ่งเหล่านี้ ก่อให้เกิดปัญหาต่อผู้ประกอบการค้าทองคำทั่วโลก ในเรื่องของสภาพคล่อง เนื่องจากส่งของไปไม่ได้ ปลายทางก็ไม่จ่ายเงิน เมื่อไม่จ่ายเงิน ก็ไม่มีเงินมารับซื้อทำให้ธุรกิจหยุดชะงักกันไปทั้งโลกในส่วนของผู้ประกอบการค้าทองคำของไทย เริ่มทยอยแก้ไขปัญหาการส่งออก จนสามารถส่งออกได้บ้างบางส่วนแล้ว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยยังคงติดขัดปัญหา เมื่อส่งทองคำออกไปแล้ว จะต้องรอเงินอีก 7 วันทำการ (จากปกติไม่เกิน 1-2 วัน) ซึ่งบริษัทผู้ค้าทองคำในต่างประเทศจะชำระเพียง 80% เท่านั้น อีก 20% ที่เหลือ จะชำระหลังจากรีไฟน์เสร็จ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน รวมแล้วใช้เวลาอีก 14 วัน ถึงจะได้เงินทั้งหมด จะเห็นว่าปัญหาเรื่องสภาพคล่องยังคงมีอยู่ แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าในช่วงแรกของสถานการณ์ COVID-19 และหากนักลงทุนมองว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ การซื้อขายทองทำได้ยากลำบาก ก็ควรชะลอการซื้อขาย และกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

Read More

11/05/2563

ทองคำสำรองของประเทศในอาเซียน


ทองคำสำรอง หรือ gold reserve เป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่ธนาคารกลางของประเทศหรือองค์กรทางการเงินระหว่างประเทศซื้อเก็บสะสมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศเพื่อเป็นการลงทุนและหลักประกันทางการเงินของประเทศและองค์กรนั้นๆ ข้อมูลของสภาทองคำโลกระบุว่าประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซี่ยนที่มีปริมาณทองคำสำรองมากที่สุด 3 อันดับแรกได้แก่ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย โดยประเทศไทยถือครองทองคำเป็นอันดับ 3 มาโดยตลอด แต่ในปี 2554 เป็นต้นมา ปริมาณทองคำสำรองของไทยเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 152.41 ตัน ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของไทยมากเป็นอันดับสองรองจากฟิลิปปินส์และเป็นเช่นนั้นมาจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปีธันวาคท 2562 ไทยมีทองคำสำรอง 154 ตัน)เมื่อพิจารณาสัดส่วนปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรจากข้อมูลในปี 2562 พบว่า สิงคโปร์มีประมาณทองคำสำรองต่อจำนวนประชากรสูงที่สุด(127.40 ตัน/ประชากร 5.681คน) รองลงมาคือไทย (153.94 ตัน/ประชากร 67.913 คน) และฟิลิปปินส์ (194.93 ตัน/ประชากร 108.732 คน)ทั้งนี้เมื่อดูปริมาณทองคำสองรองทั่วโลกพบว่า ประเทศที่มีสัดส่วนปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรสูงที่สุดได้แก่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งนำอันดับ 1 มาโดยตลอด คือมีปริมาณทองคำสำรองมากถึง 121 กรัมต่อประชาการ 1 คน สะท้อนให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจของสวิสเซอร์แลนด์มีเสถียรภาพมาก ขณะที่สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีปริมาณทองคำสำรองต่อประชากรสูงที่สุด โดยอยู่ในอันดับ 10 ของโลกตารางแสดงปริมาณทองคำสำรองและจำนวนประชากรของประเทศต่างๆในอาเซียน

Read More

11/05/2563

เลือกแหวนหมั้น-แต่งงานให้เหมาะกับราศี


ค่านิยมในการเลือกแหวนแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานมักจะต้องเป็นแหวนเพชรบนตัวเรือนทองคำ หรือแพลตตินั่มเพราะดูแพงและสื่อความหมายของความมั่นคง แต่ปัจจุบันการเลือกแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานไม่จำเป็นต้องเป็นเพชรเสมอไปแล้ว คู่รักอาจเลือกแหวนที่เหมาะสมจากราศีเกิดได้ด้วย ซึ่งนอกจากถูกเงินกว่าแหวนเพชรแล้ว ยังถูกโฉลก แถมเชื่อว่าเมื่อสวมแล้วจะทำให้รักกันยั่งยืนอีกด้วยโกเมน อัญมณีสีแดงเลือดนกประจำราศีมังกร (14 ม.ค.-13 ก.พ.) มีความโดดเด่นอยู่ที่สีแดงสดหลายเฉดช่วยปรับสมดุลด้านความรู้สึก และยังช่วยเพิ่มบารมีให้มีความสุขอีกด้วย อเมทีสต์ พลอยสีม่วงใส อัญมณีประจำราศีกุมภ์ (14 ก.พ.-13 มี.ค.)หากนำมาคู่กับตัวเรือนสีเงินจะทำให้พลอยดูโดดเด่น กันว่าสวมแล้วจะทำให้ปราดเปรื่อง มีความคิดสร้างสรรค์ และช่วยคุ้มครองให้พ้นจากอบายมุขที่เข้ามายั่วยุ อความารีน อัญมณีแห่งสายน้ำประจำราศีมีน (14 มี.ค.-13 เม.ย.)โดดเด่นด้วยสีฟ้าน้ำทะเลสดใส ที่สามารถเข้าคู่ได้เป็นอย่างดีกับตัวเรือนทองคำขาว และหากนำมาจับคู่กับเพชรน้ำงามด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าดูสวยสุดๆ เพชร อัญมณีประจำราศีเมษ (14 เม.ย.-13 พ.ค.)ด้วยสีที่ใสสะอาดและมีความแข็งแรงสวยงามทำให้สาวๆ ทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะมีในครอบครอง เหมาะกับชาวราศีเมษ เพราะมีวามเป็นนักริเริ่ม นักบุกเบิกที่แข็งแกร่ง มรกต อัญมณีสีเขียวประจำราศีพฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.) อันเป็นเอกลักษณ์ที่มีโทนสีให้เลือกตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงสีเข้ม เชื่อกันอีกว่าพลอยสีเขียวจะทำให้ผู้สวมใส่เกิดความศรัทธาที่มั่นคงและกล้าหาญอีกด้วยมุกดาหาร อัญมณีสีหมอกมัวประจำราศีเมถุน (14 มิ.ย.-13 ก.ค.)เป็นสีที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ ความสดชื่น อายุยืนยาวสามารถจับเข้าตัวเรือนได้ทั้งสีทองและสีเงิน สวมแล้วจะช่วยส่งเสริมดวงให้สดใส และช่วยลดอารมณ์ที่ชอบแปรปรวนได้ ทับทิม อัญมณีประจำราศีกรกฎ (14 ก.ค.-13 ส.ค.)ทับทิมเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความกล้าแสดงออกโดดเด่นด้วยสีแดงกล่ำ ที่สามารถนำมาเข้าได้ทั้งตัวเรือนทองคำขาวและทองชมพู เพอริโดต์ อัญมณีประจำราศีสิงห์ (14 ส.ค.-13 ก.ย.) อัญมณีเนื้ออ่อนสีเขียวใสสามารถนำมาจับคู่ได้ทั้งกับตัวเรือนสีทองและสีขาว เชื่อว่าสามารถขับไล่วิญญาณของภูติผีปีศาจได้ ไพลิน อัญมณีสีน้ำเงินเข้มประจำราศีกันย์ (14 ก.ย.-13 ต.ค.) เป็นอัญมณีที่สามารถนำมาทำแหวนได้หลากหลายทรงที่สามารถเข้ากับตัวเรือนทองคำขาวมากที่สุด ไพลินเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความเมตตากรุณา และความเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ทัวร์มาลีน อัญมณีประจำราศีตุลย์ (14 ต.ค.-13 พ.ย.)เป็นอัญมณีที่มีหลายสีmyh’สีเขียว ดำ และชมพู หรืออาจเป็นแบบสีผสมก็ได้ ซึ่งทั้งสีเขียวและดำเหมาะกับตัวเรือนสีดำส่วนสีชมพูเหมาะกับตัวเรือนสีพิ้งโกลด์ ซึ่งทัวร์มาลีนสามารถสร้างพลังบวกและทำลายพลังงานลบ กระตุ้นการสื่อความเข้าใจและให้ความร่วมมือระหว่างขั้วที่แตกต่างกันได้ บุษราคัม อัญมณีประจำราศีพิจิก (14 พ.ย.-13 ธ.ค.)เป็นพลอยที่มีให้เลือกตั้งแต่โทนสีเหลืองอ่อนไปจนถึงโทนสีเข้ม เหมาะกับตัวเรือนสีทอง เชื่อกันว่าบุษราคัมเป็นอัญมณีที่สื่อถึงความรอบคอบ การปกป้องจากความทุกข์เข็ญ ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเป่า ความกล้าหาญ และที่สำคัญยังช่วยรักษาความสมดุลแห่งอารมณ์ทางเพศได้อีกด้วย เทอร์คอยส์ อัญมณีประจำราศีธนู (14 ธ.ค.-13 ม.ค.)เทอร์คอยส์หรือหินมูลนกการเวก โดดเด่นด้วยสีโทนเขียวอมฟ้า เหมาะกับตัวเรือนทองคำขาว สามารถทำเป็นแหวนได้ทั้งแบบโชว์เม็ดเดี่ยวและแบบล้อมเพชรก็ได้ เทอร์คอยส์มีพลังอำนาจเสริมดวงทำให้สวมใส่แล้วมีความสุขุมเยือกเย็น อีกทั้งยังช่วยให้ประสบความสำเร็จและช่วยเสริมบารมีชีวิตให้ก้าวหน้าอีกด้วย ข้อมูล : แพรว

Read More

11/05/2563

ประตูเงิน ประตูทอง


ในประเพณีการแต่งงานของคนไทย นอกจากสินสอดทองหมั้น พิธีสงฆ์ การหลั่งน้ำสังข์แล้ว ลำดับพิธีสำคัญที่ขาดไม่ได้อีกอย่างหนึ่งคือ ขบวนขันหมาก ซึ่งในการแห่ขันหมากมาบ้านเจ้าสาวนั้นขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวจะต้องผ่านการกั้นประตูเงินประตูทอง ของฝ่ายเจ้าสาวเสียก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวมายืนกั้นประตูมากบ้างน้อยบาง ทำให้เกิดความสงสัยว่าประเพณีการกั้นประตูเงินประตูทองมีเพื่ออะไร และในสมัยโบราณมีการกั้นมากน้อยแค่ไหน ตามประเพณีดั้งเดิมขอไทยเราเมื่อมีงานแต่งงานมักจะนิยมกั้นประตู 3 ประตู ได้แก่ ประตูชัย ประตูเงิน และประตูทอง เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงเรือนเจ้าสาว ก่อนที่จะได้พบปะกับคนรักก็จะต้องผ่าน 3 ประตูนี้เสียก่อน แต่จะผ่านแต่ละประตูได้ก็จะต้องมีซองเงินเล็กๆ น้อยๆ ให้คนกั้นประตู ซึ่งเขาเรียกซองพวกนี้ว่า “ของแถมพก” โดยผู้ที่ให้ซองนี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าบ่าว บางครั้งก็มีเถ้าแก่และเพื่อนเจ้าบ่าวช่วยกันหยอกล้อและต่อรองขอผ่านประตูเข้าไปหาเจ้าสาวประตูแรกที่เจ้าบ่าวจะต้องเจอก็คือ “ประตูชัย” โดยผู้กั้นประตูจะถือชายผ้าคนละข้าง เรียกกันว่า “การปิดประตูขั้นหมาก” จากนั้นก็จะมีการต่อรองเกิดขึ้นตามแต่บรรยากาศจะพาไป สุดท้ายก่อนจะผ่านประตูเข้าไป ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องให้ซองเงินแก่ผู้กัน เรียกว่า “ของแถมพกอย่างตรี” ประตูที่สองได้แก่ “ประตูเงิน” ผู้กั้นประตูจะถือชายผ้าแพรคนละข้าง หรือเป็นผ้าที่มีเนื้อดีกว่าผ้าที่ใช้กั้นประตูชัย มีการต่อรองขอผ่านประตูเช่นเดียวกับประตูชัย แต่ซองเงินที่ให้จะต้องมีค่าสูงกว่า เรียกว่า “ของแถมพกอย่างโท” ประตูสุดท้ายเป็น “ประตูทอง” ผู้กั้นจะถือชายผ้าแพรอย่างดี หรือถ้าเป็นบ้านที่มีฐานะดีก็จะใช้สร้อยทองสำหรับกั้นประตู และเช่นเดียวกันกับสองประตูที่ผ่านมาคือ จะต้องมีการหยอกล้อ ต่อรองเพื่อขอให้เจ้าบ่าวผ่านประตูไปรับเจ้าสาว แต่อาจจะผ่านยากสักหน่อย และอาจต้องมีเงินในซองมากกว่าสองประตูแรกเรียกว่า “ของแถมพกอย่างเอก” ถึงแม้ว่าประเพณีดั้งเดิมของไทยจะมีเพียงแค่ 3 ประตู และวัสดุที่นำมาใช้กั้นก็เป็นเพียงแค่ผ้าแพรเท่านั้น ยกเว้นประตูทองที่อาจใช้สร้อยทองกั้น แต่ในปัจจุบันงานแต่งหลายงานก็ประยุกต์ใช้ทั้งกระดาษ ผ้า หรือดอกไม้นำมาตัดแต่งร้อยเรียงจนสวยงามแล้วนำมากั้นประตู ที่สำคัญมีมากมายหลายประตูจนฝ่ายเจ้าบ่าวแจกซองจนเหงื่อตกเลยทีเดียวข้อมูล : แพรว

Read More

11/05/2563

ทองแท้ หรือ ทองปลอม ทดสอบเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง


การซื้อเครื่องประดับทองถ้าจะให้มั่นใจว่าได้ของแท้ก็ต้องซื้อจากร้านทองที่ได้มาตรฐาน แต่ถ้าหากได้มาจากแหล่งอื่นๆแล้วอยากทดสอบว่าเครื่องประดับทองที่ได้มาเป็นของแท้หรือไม่ก็สามารถทำได้ในเบื้องต้นด้วยวิธีต่างๆดังต่อไปนี้การทดสอบด้วยแม่เหล็ก อาจใช้แม่เหล็กที่หาได้จากจากลำโพง หรือของเล่นต่างๆ เอาไปวางไว้ใกล้ๆ กับเครื่องประดับทอง แล้วสังเกตแรงดึงดูดที่เกิดขึ้น หากเป็นเครื่องประดับทองแท้ จะไม่เกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็กแต่ถ้าเป็นของปลอมทื่ทำจากเหล็กหรือสแตนเลส รวมทั้งโคบอล จะเกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็ก การทดสอบด้วยแม่เหล็กนี้เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลอย่างรวดเร็วเหมาะกับการทดสอบเครื่องประดับที่เป็นงานชุบ แต่ก็มีข้อควรระวังว่าหากมีการใช้เงินและทองแดงเป็นตัวชุบก็จะไม่เกิดแรงดึงดูดกับแม่เหล็กเหมือนกันการทดสอบน้ำหนัก อาจใช้การชั่งด้วยมือโดยวางเครื่องประดับที่สงสัยในมือข้างหนึ่งแล้วมืออีกข้างหนึ่งวางเครื่องประดับที่เป็นของจริง ทำการชั่งเปรียบเทียบกัน ถ้าน้ำหนักแตกต่างกันก็แสดงว่าอาจเป็นของปลอมหรือเป็นการชุบตีโป่งก็ได้ การทดสอบสี เป็นการสังเกตสีของเครื่องประดับว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้อต่อ สลัก ขอเกี่ยว และตัวเรือน หากต้องการทดสอบเพื่อความแน่ใจให้ทำการตะไบเบาๆ แล้วลองเปรียบเทียบสีดู ซึ่งการทดสอบสีนี้ทำให้เราสามารถจำแนกได้ว่าเป็นเครื่องประดับอะไรหรือมีความบริสุทธิ์มากน้อยแค่ไหน เช่นถ้ามีส่วนผสมของทองแดงมากสีของเครื่องประดับก็จะเข้มกว่าเครื่องประดับที่มีทองแดงผสมอยู่น้อยกว่าเป็นต้นดูตราประทับกะรัตและความบริสุทธิ์ ซึ่งตราประทับนั้นสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหากไม่มีตราประทับให้สันนิฐานไว้ก่อนเลยว่าเครื่องประดับทองนั้นอาจไม่ใช่ของจริง การประทับตรากะรัตและความบริสุทธิ์บนเครื่องประดับประเภทสร้อย ส่วนใหญ่จะประทับไว้บนตะขอเกี่ยว สลัก หรือข้อต่อ ถ้าเป็นพวกต่างหูจำเป็นต้องใช้แว่นขยายในการสังเกต ห่างเป็นแหวนหรือกำไลจะประทับไว้บริเวณใต้ท้องของแหวนและกำไลต่างๆ อย่างไรก็ตามการมีตราประทับกะรัตหรือความบริสุทธิ์บนเครื่องประดับไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเครื่องประดับเหล่านั้นเป็นของจริงเพราะอาจมีการเลียนแบบได้แต่เครื่องประดับที่เป็นทอง จำเป็นต้องมีตราประทับกะรัตและความบริสุทธิ์ทุกชิ้น เพื่อง่ายต่อผู้บริโภคในการสังเกต ดูตราประทับผู้ผลิต ในส่วนของตราประทับผู้ผลิตก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะทำให้ทราบแหล่งที่มาและอาจทำให้ราคาของเครื่องประดับแตกต่างกันออกไป เช่น Italy 18K เป็นทองคำของอิตาลีก็จะทำให้ราคาของเครื่องประดับนั้นแพงขึ้นไปอีกเป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นการทดสอบเบื้องต้นแต่ถ้าให้มั่นใจควรให้ร้านทองตรวจสอบให้ ก็จะได้ผลที่ถูกต้องที่สุด แต่ทางที่ดีคือควรซื้อเครื่องประดับทองจากร้านทองที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

Read More

11/05/2563

ชาร์มกับความเชื่อ


ชาวไอยคุปต์หรือชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้นิยมความสวยงาม หรูหรา และค่อนข้างพิถีพิถันในเรื่องการแต่งกาย ชายหญิงทุกชนชั้นยังนิยมแต่งเติมร่างกายด้วยเครื่องประดับนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น แหวน ต่างหู กำไลข้อมือ และสร้อยคอ ซึ่งอาจทำจากไม้ เปลือกหอย หรือแร่ทองคำ แต่นอกจากเพื่อความสวยงามแล้วการใส่เครื่องประดับยังเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกทางสัญลักษณ์ตามคติความเชื่อในแบบเทวนิยม เช่นการห้อยวัตถุขนาดเล็กที่เรียกว่า ‘ชาร์ม’ (Charm)เพื่อแสดงความศรัทธาต่อเหล่าเทพเจ้าอีกด้วยในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชาร์ม หรือ จี้ประดับ มักทำมาจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์ หรือดินเหนียว หลักจากนั้นเปลี่ยนเป็นอัญมณี ไม้ แร่หิน และแร่ทองคำ มีการพบเครื่องประดับชาร์มทำจากเปลือกหอยอายราว 75,000 ปีแถบทวีปแอฟริกา และชาร์มที่ทำจากงาช้างแมมมอธอายุราว 30,000 ปีที่ประเทศเยอรมณี นอกจากการประดับชาร์มเพื่อแสดงความศรัทธาต่อเทพเจ้าของชาวไอยคุปต์แล้ว ในยุคจักรวรรดิโรมันรุ่งเรืองชาวคริสก็มักจะมีชาร์มรูปปลาติดตัวไว้เสมอเพื่อแสดงถึงความเป็นคริสเตียน แม้แต่อัศวินในยุคกลางก็ยังห้อยชาร์มติดตัวเพื่อเป็นเครื่องรางคุ้มครองให้ปลอดภัยในยามออกศึกสงครามจากการมีชาร์มเพื่อความเชื่อและความศรัทธามาสู่การประดับชาร์มเพื่อความสวยงาม โดยมีการพบสร้อยช้อมือชาร์มชิ้นแรกอายุราว 400-600 ปีก่อนคริสตกาล สวมใส่โดยชาวอัสซีเรีย บาบิโลเนีย เปอร์เซียและฮิตไทน์ แต่ที่การสวมชาร์มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็คือในยุคของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ พระองค์ทรงรักการสวมสร้อยข้อมือชาร์มมากและยังเป็นผู้ที่ริเริ่มแฟชั่นชาร์มในยุโรปอีกด้วยพระองค์ทรงมีสร้อยชาร์มจำนวนมากแต่หนึ่งในสร้อยชาร์มเส้นโปรดของพระองค์คือ เส้นที่เจ้าชายอัลเบิร์ตมอบให้เป็นของขวัญในปีค.ศ.1840 เป็นสร้อยข้อมือประดับชาร์มรูปหัวใจ 9 ดวงเคลือบด้วยสีต่างๆไม่ซ้ำกัน 9 สี ซึ่งหัวใจแต่ละดวงเป็นตัวแทนของทั้งสองพระองค์ พระโอรส และพระธิดา หัวใจนี้สามารถเปิดออกได้ ด้านหนึ่งแกะสลักพระนามและวันพระสูติอีกด้านใส่เส้นพระเกศาของแต่ละพระองค์ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียมักจะมอบชาร์มเป็นของขวัญแก่เชื้อพระวงศ์และพระสหายตามโอกาสพิเศษต่างๆเสมอๆทำให้สร้อยข้อมือชาร์มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากนั้นเป็นต้นมา

Read More

11/05/2563

โควิด19 ดันตัวเลขส่งออกทองคำไทยพุ่ง


รายงานตัวเลขมูลค่าการส่งออกทองคำไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ พุ่งขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดอย่างรวดเร็วทั่วโลกทำให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น สวนทางกับตัวเลขการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับแท้ที่มีมูลค่าลดลงกว่า 18%จากช่วง 2 เดือนแรกของปีก่อนศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) รายงานว่าสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ คือ ทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูป ในสัดส่วนร้อยละ 69.96 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย และมีอัตราการขยายตัวกว่า 2.23 เท่า เมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 เนื่องมาจากการส่งออกเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกเครื่องประดับทอง กลับหดตัวลงร้อยละ 15.63 เนื่องจากการส่งออกไปยังกาตาร์ อิตาลี และฮ่องกงลดลง ในขณะที่การส่งออก เครื่องประดับแท้ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับที่ 2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.98 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโดยรวม ลดลงร้อยละ 15.24 เครื่องประดับ-เงิน ปรับตัวลดลงร้อยละ 8.14 แต่เครื่องประดับแพลทินัม ยังเติบโตร้อยละ 11.42 การส่งออกพลอยสี ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 3 ก็มีมูลค่าลดลงร้อยละ 34.38 โดยพลอยเนื้อแข็งเจียระไน เช่น ทับทิม แซปไฟร์ และมรกต หดตัวลงมากถึงร้อยละ 43.48 เนื่องจากการส่งออกไปยังฮ่องกงและอิตาลี ตลาดในอันดับ 2 และ 3 ลดลงมาก ส่วนพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน ปรับตัวลดลงร้อยละ 34.84 การส่งออกเพชร ก็มีมูลค่าลดลงร้อยละ 28.23 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ในส่วนของตลาดส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย รวมถึงทองคำ ที่มีมูลค่าสูงสุดในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ในสัดส่วนร้อยละ 43.40 รองลงมาคือสิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และเยอรมณีตามลำดับอย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายประเทศ lockdown บางพื้นที่หรือทั้งประเทศ ส่งผลให้กิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ชะงักงัน และประชาชนส่วนใหญ่ก็ใช้จ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดารงชีพเท่านั้น น่าจะทำให้ตัวเลขการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงไตรมาส3ติดลบหนักขึ้น

Read More

11/05/2563

พิษโควิด19 ทำส่งออกเครื่องประดับไทยไปจีนสะดุด


มีรายงานตัวเลขการส่งออกออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยไปยังจีนในช่วงวิกฤติโควิค19 ว่าลดลงมากกว่า 80 %ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2563 แต่การที่ประชาชนจีนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยจากสถานการณ์ที่คลี่คลายจึงถือเป็นสัญญาณของการเริ่มฟื้นตัวซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ตัวเลขการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2563 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 13.86 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า83.19% โดยสินค้าส่งออกหลักอย่างเครื่องประดับเงินส่งออกได้มูลค่า 11.87 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 65.58% รองลงมาคือเครื่องประดับทองในมูลค่า 0.71 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 76.75% เครื่องประดับเทียมมูลค่า 0.34 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 51.60% และพลอยสีมูลค่า 0.31 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 72.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ในประเทศจีนคลีคลายลงมากจนเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ ทำให้รัฐบาลประกาศปลดล็อคมาตรการต่างๆลง ประชาชนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ลูกจ้างเริ่มกลับเข้าทำงาน โรงงานอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาทำการผลิตอีกครั้ง ทั้งนี้รวมถึงผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ๆของจีนก็ได้เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการแล้วเช่นกัน Chow Tai Fook Jewellery Group Ltd. หนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับรายใหญ่ของจีนได้เริ่มกลับมาเปิดดำเนินการแล้วประมาณ 85% ของร้านค้าในจีนหรือจำนวน 3,600 แห่ง เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือแบรนด์หรูอย่าง Hermes, Gucci และ Bottega Veneta ก็ได้เริ่มกลับมาเปิดร้านค้าในประเทศจีนตามเมืองต่างๆ แต่ยังคงมาตรการป้องกันการเข้าใช้บริการภายในร้านด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิ ทุกคนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย และจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าภายในร้าน ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานว่าอัตราการกลับมาทำงานในจีนพุ่งทะลุ 70% และปัจจัยสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของจีนในช่วงที่เหลือของปี 2563 คือการบริโภคภายในประเทศที่จะเติบโตที่สุด นอกจากนี้ IHS Markit คาดการณ์ว่า GDP ของจีนจะเติบโต 3.9% ในปีนี้โดยมีอัตราลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่เติบโตถึง 6.8% ซึ่งหลังจากยอดผู้ติดเชื้อในประเทศจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจีนได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการกักกันโรคโควิด-19 ทำให้ประชาชนเริ่มออกมาท่องเที่ยวและใช้จ่ายตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ ข้อมูล:ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

11/05/2563

ไม้ชัยพฤกษ์ลงรักปิดทอง เสาหลักเมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์


หลังจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกปราบดาภิเษกเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ท่านทรงสั่งให้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีฝั่งตะวันตกมาฝั่งตะวันออก เพื่อสถาปนาเป็นเมืองหลวงใหม่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ทำพิธียกเสาหลักเมืองสถาปนาพระนครใหม่ขึ้นตามโบราณราชประเพณีที่การสร้างเมืองสำคัญจำเป็นต้องมีการยกหลักเมืองเสาหลักเมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทำจากไม้ชัยพฤกษ์ ประกอบด้านนอกด้วยไม้แก่นจันทน์ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 75 ซ. สูง 27 ซม. และกำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 10 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดรูปบัวตูม สวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ภายในมีช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง และโปรดเกล้าฯให้ทำพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ต่อมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงตรวจดวงพระชะตาของพระองค์พบว่าเป็นอริแก่ลัคนาดวงเมือง จึงโปรดเกล้าฯให้สร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่อีก 1 ต้น เพื่อแก้เคล็ด พร้อมบรรจุดวงชะตาเมืองขึ้นมาใหม่ ให้ต้องตามดวงพระราชสมภพเสาหลักเมืองใหม่นี้ มีแกนเป็นไม้สัก และประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ส่วนยอดเป็นทรงมัณฑ์ โดยทำพิธียกเสาหลักเมืองใหม่เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2395ปัจจุบันเสาหลักเมืองประดิษฐานอยู่ในศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร รวมกับพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลองซึ่งเป็นเทพารักษ์สำคัญ 5 องค์ที่ให้ความร่มเย็นแก่แผ่นดินและประชาชน ทำให้ศาลหลักเมืองกลายเป็นที่ชุมนุมสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่พึ่งทางใจของคนไทยทั่วไปเสาหลักเมือง หมายถึง เสาที่สร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของเมือง มักทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ เสาหลักเมืองถือเป็นหัวใจของเมือง เป็นที่สถิตของเทพยดาผู้ปกปักพิทักษ์บ้านเมือง มีธรรมเนียมว่าก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่ที่เป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น ส่วนคำว่า ศาลหลักเมือง หมายถึง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองและเป็นที่สถิตของเทพยดาผู้พิทักษ์เมืองซึ่งเรียกว่าพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี

Read More

11/05/2563

การบังคับใช้ Hallmark บนเครื่องประดับทองในอินเดีย


ตั้งแต่ต้นปีหน้า (2021) รัฐบาลอินเดียออกกฎหมายบังคับให้เครื่องประดับทองและสินค้าที่ทำจากทองคำทุกชนิดที่ขายทั่วประเทศต้องได้รับการประทับตรา Hallmark เพื่อรับรองความบริสุทธิ์หลังจากให้ผู้ประกอบการประทับตรา Hallmarkตามความสมัครใจมาตั้งแต่ปี 2000การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ส่งผลให้ ผู้ขายเครื่องประดับทองทุกรายจะต้องลงทะเบียนกับ The Bureau of Indian Standards (BIS) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2020 ที่ผ่านมาและในปีหน้าต้องขายแต่เครื่องประดับทองและสินค้าที่ทำด้วยทองคำที่ประทับตรา Hallmark แล้วเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องประดับทองราวร้อยละ 40 เท่านั้นที่ได้รับการประทับตรา Hallmark ทั้งนี้BIS ได้กำหนดมาตรฐานความบริสุทธิ์ของเครื่องประดับทองไว้สามระดับด้วยกัน คือ 14 กะรัต 18 กะรัต และ 22 กะรัต ซึ่งรัฐบาลอาจกำหนดให้ผู้ขายต้องแสดงราคาของทองคำทั้งสามระดับนี้ที่ร้านของตนด้วย โดยในปัจจุบันอินเดียมีศูนย์ตรวจรับรองและประทับตราทองคำอยู่ 877 แห่งใน 234 เขต และมีผู้ขายเครื่องประดับที่ได้ลงทะเบียนกับ BIS แล้ว 26,019 ราย จากผู้ขายเครื่องประดับทั้งหมดราว 200,000 รายในอินเดีย อย่างไรก็ดี รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะเปิดศูนย์ประทับตราเพิ่มขึ้นในทุกเขตของประเทศ และให้ผู้ขายเครื่องประดับทุกรายลงทะเบียนภายในกรอบเวลาหนึ่งปีนี้ การประทับตรา Hallmark บนเครื่องประดับทองจะระบุสัญลักษณ์รวม 5 สัญลักษณ์ ได้แก่ ตราสัญลักษณ์ BIS (BIS Standard Mark) ค่าความบริสุทธิ์ของทองคำในรูปแบบกะรัตและไฟน์เนส (Purity in Carat and Fineness) ตราของศูนย์ตรวจรับรอง (The Assaying Centre’s Identification Mark) และตราระบุตัวผู้ผลิตเครื่องประดับ (Jeweller’s Identification Mark) รวมถึงปีที่ประทับตรา อาทิเช่น ‘A’ ใช้สำหรับปี 2000 และ ‘J’ ใช้สำหรับปี 2008 เป็นต้น สำหรับการออกกฎบังคับให้เครื่องประดับทองและสินค้าที่ทำด้วยทองคำต้องได้รับการประทับตรา Hallmark มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค และช่วยให้ผู้บริโภคโดยเฉพาะในเมืองเล็กและในระดับหมู่บ้านรับรู้เรื่องนี้มากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าผู้บริโภคได้ซื้อเครื่องประดับทองที่มีค่าความบริสุทธิ์ตามที่กำหนด และยังช่วยลดกรณีการหลอกลวง เมื่อผู้ขายขายเครื่องประดับทองกะรัตต่ำลงโดยอ้างว่าสินค้าได้รับการประทับตราแล้ว ข้อมูล : ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

Loading...
More