บทความ

18/03/2562

มาตรฐานชะรีอะห์สำหรับ สถาบันการเงินอิสลาม


องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม หรือ The Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions (AAOIFI) ร่วมกับสภาทองคำโลก (World Gold Council) ออกมาตรฐาน 'Shari'ah Standard No. 57 on Gold and its Trading Controls เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการซื้อขายทองคำในรูปแบบและประเภทต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้องกับทองคำในสถาบันต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม มาตรฐานที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้จะกำหนดกฎข้อบังคับเฉพาะสำหรับการใช้ทองคำในฐานะเครื่องมือการลงทุนในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดออกกฎข้อบังคับดังกล่าว มาตรฐานใหม่จะแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในทองคำเป็นเรื่องที่ทำได้หากปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ ซึ่งรวมถึงการถือครองทองคำและการคำนวณซะกาตอย่างถูกต้อง มาตรฐานชะรีอะห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยจะเข้ามาเสริมมาตรฐานที่ AAOIFI มีอยู่ในปัจจุบัน และครอบคลุมกลไกต่างๆ ในการปฏิบัติตามหลักชะรีอะห์ เพื่อการจัดการและลงทุนในทองคำในยุคปัจจุบัน โดยจะวางรากฐานให้กับการสร้างและการจัดโครงสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆให้สอดคล้องกับกฎข้อบังคับและคำสอนตามหลักชะรีอะห์ นอกเหนือไปจากการบริหารสภาพคล่องสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม ซึ่งมาตรฐานนี้จะนำมาซึ่งความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมการเงินอิสลาม มาตรฐานดังกล่าวจะช่วยให้มีสินทรัพย์สำหรับการลงทุนประเภทใหม่ๆเกิดขึ้น ช่วยให้ธนาคารอิสลามและสถาบันการเงินอื่นๆขยายฐานลูกค้าของตนเอง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและออกผลิตภัณฑ์เพื่อการออม ป้องกันความเสี่ยง และกระจายการลงทุนที่หลากหลาย มาตรฐานชะรีอะห์นี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการสำหรับนักลงทุนอิสลามและอุตสาหกรรมทองคำโดยรวม ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับความมั่งคั่ง โดยต่อไปนี้นักลงทุนอิสลามจะสามารถลงทุนในทองคำเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของตนเองและกระจายความเสี่ยงของตลาดได้ ทั้งนี้ในการประชุม AAOIFI Shari'ah Board เมื่อวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีการอนุมัติมาตรฐาน ชะรีอะห์ จากนั้นก็ได้รับการพัฒนาและผ่านช่วงเวลาปรึกษาหารือ ซึ่งรวมถึงการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายสำคัญทุกราย เพื่อรับประกันว่ามาตรฐานขั้นสุดท้ายจะเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ได้จริงในอุตสาหกรรมโดยมาตรฐานใหม่นี้มีการเผยแพร่ทั้งในภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงมาตรฐานต่างๆของ AAOIFI ในรูปแบบดิจิทัล ผ่านทางเว็บไซต์ของ AAOIFI หรือผ่านทาง http://www.shariahgold.comเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

18/03/2562

แหวนกลทองคำ หนึ่งเดียวในโลก


เครื่องประดับทองคำมักเป็นสินค้าอันดับแรกๆที่คนไทยเลือกซื้อเมื่อมีโอกาส ทั้งเพื่อแสดงสถานะทางสังคมและเพื่อความสวยงาม ซึ่งรูปแบบเครื่องประดับทองของไทยก็มีความแตกต่างกันตามยุคสมัย แต่ทุกชิ้นงานมักถูกรังสรรค์ด้วยช่างทองฝีมือที่มีความชำนาญ แม้ปัจจุบันร้านทอง ส่วนใหญ่จะนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในหารผลิตเครื่องประดับมากขึ้นก็ตาม แต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย เช่นการผลิตแหวนกลปริศนา หรือ แหวนกลไก หรือ แหวนกล ของช่างเมืองจันทบุรี สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์ของช่างทองจากเมืองจันทบุรี คือแหวนทองคำ ที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ จึงเรียกกันว่า แหวนกลปริศนา ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกลจากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้วจึงพัฒนาให้เป็นแบบฉบับของตนเองและถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่ลูกหลาน จนกลายเป็นมรดกตกทอดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็ง และเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ 90% จึงนำไปหลอมลงในเบ้าแล้วเทลงรางเหล็กสี่เหลี่ยม ทองจะแข็งตัวจับเป็นแท่งช่างทองจะนำทองที่หลอมได้มาตีแผ่เป็นแผ่นด้วยเครื่องรีดแผ่นทองและใช้เครื่องชักทองให้กลายเป็นเส้นขนาดต่างๆ กันตามความต้องการแล้วจึงนำเส้นทองคำที่ได้มาทำตัวเรือนตามที่ออกแบบไว้ ในยุคแรกๆ ลวดลายของแหวนกลได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติรอบตัว เช่นรูปปูและปลา โดยทำเป็นแหวนวงเล็กเพียง 2 วง เรียงซ้อนกัน จากนั้นได้พัฒนาทำเป็นแหวน 4 วง คล้องเกี่ยวกัน โดยทำรอยหยักเว้าเหมือนกลไกล็อกไขว้ไว้อย่างแนบสนิท เมื่อสวมบนนิ้วมือจะดูเหมือนเป็นแหวนวงเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถถอดแหวนทั้ง 4 วงออกจากกันได้ แต่แหวนจะยังคงคล้องเกี่ยวกันอยู่ และสามารถประกอบกลับเข้าเป็นวงเดียวกันได้ ปัจจุบัน ช่างทองบางราย สามารถผลิตแหวนกล 8 วงเรียงซ้อนกัน มีการนำโลหะชนิดอื่นๆมาผลิตเช่นเงิน รวมถึงการพัฒนาดีไซน์ที่มีความทันสมัยและมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ที่ได้รับความนิยมโดยทั่วไปยังคงเป็นแหวนรูปสัตว์ต่างๆ แหวนปีนักษัตร 12 ราศี และแหวนดอกไม้ เป็นต้น อีกทั้งมีการนำพลอยหลากสีซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสวยงามโดดเด่นให้กับชิ้นงานมากขึ้นด้วยแหวน กลทองคำของจันทบุรี ตอนทำขึ้นด้วยมือทุกขั้นตอน ชิ้นงานจึงมีความละเอียดประณีต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถทำลวดลายได้หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ ชิ้นงานที่ผลิตได้จึงมีเพียงชิ้นเดียว ในโลก ด้วยเหตุนี้แหวนกลไกจากจันทบุรีจึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

18/03/2562

อุตสาหกรรมเครื่องประดับ(ทองคำ)ในแคนาดา


แคนาดาเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติ ประเภท เพชร ทองคำ และ เงิน สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมากแห่งหนึ่งของโลก โดยแคนาดาเป็นผู้ผลิตเพชรเป็นอันดับ 3 ของโลก ผลิตทองคำมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นผู้ผลิตเงินใหญ่อันดับที่ 15 ของโลก แคนาดามีแหล่งผลิตเพชรอยู่ใน 3 รัฐ ได้แก่ Northwest Territories, Nunavut และ Ontario มีบริษัทที่ได้รับสัมปทานการทำเหมืองเพชร 5 ราย สามารถผลิตเพชรได้ 11,100,000 กะรัต (ข้อมูลปี 2559) เป็นรองแค่ บอตสวานา และ รัสเซียเท่านั้น และสามารถผลิต เงิน ได้ 13 ล้านออนซ์ มูลค่า 238 ล้านเหรียญแคนาดา เมืองแร่เงินอยู่ในรัฐออนแทริโอและรัฐควิเบค ส่วนการผลิตทองคำ แคนาดามีการถลุงแร่ทองคำเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก โดยมีปริมาณการผลิต 155 ตัน มูลค่าตลาด 8.34 พันล้านเหรียญแคนาดา1 (ประมาณ 216,840 ล้านบาท)(ข้อมูลปี 2558) ซึ่งแคนาดาเป็นผู้ผลิตทองอันดับที่ 5 ของโลก รองจาก จีน ออสเตรเลีย รัสเซีย และ สหรัฐฯ ธุรกิจผลิตสินค้าอัญมณีเครื่องประดับในแคนาดา นั้นส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก มีจำนวนพนักงานไม่เกิน 4 คน ถึงร้อยละ 65 โดยจำนวนโรงงานผู้ผลิตในประเทศได้มีการปรับลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากอัตราค่าแรงที่สูง รวมถึงค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าสวัสดิการค่าชดเชยในกรณีต่างๆ อีกทั้งตลาดผู้บริโภคเปลี่ยนไปนิยมเครื่องประดับสำเร็จรูปมากขึ้น เน้นสินค้าแฟชั่นที่มีราคาไม่สูง โรงงานขนาดเล็ก-กลางในประเทศแคนาดาส่วนใหญ่จึงตั้งขึ้นมาเพื่อผลิตสินค้าลักษณะ Made-to-Order ที่มีราคาสูง ดีไซน์เฉพาะ และเพื่อให้บริการหลังการขายเช่นซ่อมแซมสินค้ามากกว่าที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมาแคนาดาประสบปัญหาเศรษฐกิจชลอตัวทำให้การบริโภคและนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างอัญมณีเครื่องประดับลดลง โดยสินค้าจากสหรัฐฯ ยังครองตลาดอันดับ 1 และ ไทย อันดับที่ 2 ตามมาด้วยอินเดีย และจีน สินค้าหลักได้แก่ อัญมณีเครื่องประดับโลหะมีค่าได้แก่ ทองคำ ทองคำขาว และแพตตินั่ม ตลาดสินค้าอัญมณีเครื่องประดับของแคนาดาแบ่งออกเป็น 3 ตลาด ที่มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกันคือ ตลาดระดับสูง (Hi-End) สินค้าในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยเครื่องประดับโลหะมีค่า ที่เน้นความหรูหรา เน้นดีไซน์ที่มีรูปแบบเฉพาะตัว สินค้าส่วนใหญ่จะมีราคาคิดจากน้ำหนักของวัตถุดิบทั้งทองคำ เงิน แพลตตินั่ม บวกกับอัญมณี และกำไร ตลาดระดับกลาง (Mid-End) เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคนาดา โดยสินค้าส่วนใหญ่กว่า 70% จะมีราคาขายปลีกต่ำกว่า 100 เหรียญแคนาดา (ประมาณ 2,800 บาท) โดยจะเน้นไปยังกลุ่มสินค้าที่ตามกระแสแฟชั่นเป็นหลัก และตลาดระดับล่าง (Low-End) สินค้าในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยอัญมณีเทียม และสินค้าแฟชั่น ที่มีราคาระหว่าง 5-50 เหรียญแคนาดา (ประมาณ 140-1,400 บาท) โดยจำหน่ายในร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งคุณภาพวัตถุดิบของสินค้า จะมีคุณภาพไม่สูงเน้นให้มีการเปลี่ยนหรือซื้อใหม่มากกว่า อย่างไรก็ตามทัศนคติการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของชาวแคนาดา หรือชาวตะวันตกจะซื้อเพื่อการใช้งานเป็นหลัก ที่ใช่เพื่อการลงทุน ซึ่งจะแตกต่างจากชาวตะวันออกหรือคนไทยอย่างมากที่มักซื้ออัญมณีหรือเครื่องประดับทองคำเพื่อการลงทุนมากกว่า เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

18/03/2562

อุตสาหกรรมเครื่องประดับ(ทองคำ)ของอิตาลี


ประเทศอิตาลีเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเครื่องประดับและอัญมณี ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีบริษัทผู้ผลิตกว่า 9,000 บริษัททั่วประเทศ มีคนงานกว่า 45,00 คน มีมูลค่าการผลิตกว่า 7 พันล้านยูโร(ข้อมูลจากปี 2560) เนื่องจากมีความชำนาญในการผลิตที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นผู้นำในด้านการออกแบบที่มีดีไซน์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าและทันสมัย ในการผลิตเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง เพชร และทองคำ เขตอุตสำหกรรมเครื่องประดับอัญมณีในประเทศอิตาลีมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ใน ๓ แคว้น คือ- แคว้น Veneto (เมือง Vicenza) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับทองคำและเงิน ประเภทสร้อยแหวน เข็มกลัด จี้ ต่างหู เป็นต้น ผลิตโดยใช้เครื่องจักรและหัตถกรรม สำหรับตลาดกลางถึงตลาดบน- แคว้น Toscana (เมือง Arezzo) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับทองคำและเงินเช่นเดียวกับเมืองVicenza แต่ใช้เครื่องจักรเป็นเทคโนโลยีหลักในการผลิต สำหรับตลาดกลางถึงตลาดล่าง- แคว้น Piemonte (เมือง Valenza) เชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง เพชร และทองคำ โดยผลิตจำนวนจำกัด และใช้แรงงานคนผลิตเป็นหลัก เน้นตลาดกลางถึงตลาดบน และตลาดระดับสูง แม้จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่แต่อิตาลีก็ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางการค้า และความเสียเปรียบด้านต้นทุนการผลิตเพราะต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เช่น นำเข้าไข่มุก จากประเทศออสเตรเลียและญี่ปุ่น เพชร จากเบลเยียม อัญมณี (ยกเว้นเพชร) นำเข้าจากจีน ไทย และสำธารณรัฐเช็ก เงิน จากเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ทองคำนำเข้าจาสวิตเซอร์แลนด์และแอฟริกาใต้ ทองคำขาวนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและแอฟริกาใต้ เป็นต้นสำหรับรูปแบบ และประเภทของเครื่องประดัลที่ได้รับความนิยมนั้น ผู้หญิงอิตาเลียนจะให้ควำมสำคัญกับดีไซน์มากกว่าวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ทองแดง ไทเทเนียม ซึ่งส่วนมากมักจะมีชิ้นส่วนของทอง เงิน คริสตัล แก้ว ลูกปัด เปลือกหอย และอื่นๆ ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ก็จะเป็นผู้หญิงทำงานและวัยรุ่น นอกจำกนี้ เครื่องประดับที่ทำจากเงินยังได้รับความนิยมจากผู้ชายด้วย โดยเฉพาะกำไล กระดุมแขนเสื้อ (cufflinks) เข็มกลัดติดเน็คไท แหวน พวงกุญแจ คลิปหนีบธนบัตร ปากกำหมึกซึม ที่จุดบุหรี่ และเข็มกลัด เป็นต้น ทั้งนี้ชาวอิตาเลียนนิยมทองคำ ๑๘ กะรัต (สีเหลือง ขาว หรือชมพู) รองลงมาเป็นทองคำ๑๔ กะรัต ปัจจุบัน ดีไซเนอร์ได้หันมาออกแบบเครื่องประดับทองจากเดิมที่เน้นมูลค่ำจริงของวัสดุที่ใช้ มาเป็นการเน้นการออกแบบ และรูปลักษณ์แทน ในส่วนของเพชรและเครื่องประดับเพชรก็เป็นที่ต้องการในตลาดเช่นเดียวกับ เครื่องประดับเงิน ที่ในช่วงหลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

18/03/2562

ทองคำ กับ ระบบเงินตรา


นับตั้งแต่อดีต “ทองคำ” ถูกยอมรับว่าเป็น “สิ่งมีค่า” และทองคำได้กลายมาเป็นสื่อกลางในการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน แต่การใช้ทองคำเพื่อการซื้อขายโดยตรงก็มีความยุ่งยาก วุ่นวาย มนุษย์แก้ปัญหานี้ด้วยการประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า เงินตราขึ้นมาในรูปเหรียญ หรือธนบัตรเพื่อเป็นตัวแทนของทองคำโดยกำหนดค่าให้เช่นเงิน 100 บาทมีค่าเท่ากับทองคำ 1 เหรียญเป็นต้น เงินในยุคแรกจึงทำหน้าที่เหมือน ใบแทนทองคำ ที่นำไปแลกกลับเป็นทองได้ ตามที่มูลค่าของเงินสกุลนั้นกำหนดไว้ ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19 อังกฤษได้นำทองคำมาผูกกับเงินสกุลเงินปอนด์ของตนไว้กลายเป็นระบบมาตรฐานทองคำ หรือ Gold Standard ทำให้อังกฤษกลายเป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมาตรฐานทองคำและเงินปอนด์ของอังกฤษจึงได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะสกุลเงินหลักของโลก ระบบของมาตรฐานทองคำ จำนวนเงินจะถูกพิมพ์โดยมีทองคำเป็นตัวหนุนหลังในฐานะ “ใบแทนทองคำ” ระบบนี้ถูกใช้มาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อรัฐบาลของประเทศต่างๆห้ามการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ เนื่องจากต้องการเก็บทองคำไว้ในประเทศ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนทองคำ นำไปสู่ระบบการเงินใหม่คือ “มาตราปริวรรตทองคำหรือGold Exchange Standard ระบบนี้มีหลักการให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและเป็นศูนย์กลางการเงิน เป็นผู้ถือทองคำแทน ส่วนประเทศอื่นๆนั้นก็เพียงแต่นำเงินของประเทศศูนย์กลางนี้ไปถือไว้แทนทองคำ ทำให้อังกฤษ เริ่มสูญเสียอำนาจทางการเงินให้กับประเทศเกิดใหม่อย่าง สหรัฐอเมริกา และเงินที่ใช้เป็นตัวกลางที่สำคัญของโลก ก็เปลี่ยนจากเงินg’boปอนด์ เป็น เงินดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และประเทศต่างๆก็ยอมที่จะถือเงินดอลลาร์สหรัฐ แทนการถือทองคำในเวลาต่อมามีการพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาเกินกว่าปริมาณทองคำที่มีอยู่ มีการประมาณการว่ารัฐบาลสหรัฐได้พิมพ์เงินออกมาเป็นมูลค่าเท่ากับทองคำอย่างน้อย 30,000 ตันในขณะที่ทองจริงๆนั้นมีเพียงราว 6,000 ตันเท่านั้น ทำให้รัฐบาลสหรัฐไม่สามารถหาทองคำที่มีมูลค่าเท่ากันมาคืนให้ประเทศต่างๆได้ รัฐบาลสหรัฐจึงแก้ปัญหาด้วยการยกเลิกการผูกติดเงินดอลลาร์กับทองคำ และในปี 1971 ประธานาธิปดีนิกสัน ได้ประกาศเลิกรับแลกดอลลาร์สหรัฐกับทองคำโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันสิ่งที่เป็นหลักค้ำประกันเงินสกุลต่างๆแทนทองคำคือ เงินตราสำรองต่างประเทศ ทั้งในรูปของเงินดอลลาร์ หรือ พันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา บางประเทศยังมีทุนสำรองในรูปแบบของทองคำอยู่บ้างแต่เป็นสัดส่วนที่น้อยมากประเทศที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกตอนนี้ คือ ประเทศจีน ซึ่งมีมากถึง 100 ล้านล้านบาท ส่วนประเทศไทยอยู่อันดับที่ 12 มีเงินสำรองระหว่างประเทศ 8 ล้านล้านบาท ขณะที่สหรัฐอเมริกา มีเงินสำรองระหว่างประเทศเพียง 4 ล้านล้านบาทเท่านั้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

18/03/2562

เมื่อรสนิยมการบริโภคเครื่องประดับทองของคนจีนเปลี่ยนไป


ปัจจุบันผู้บริโภคในประเทศจีนหันมาซื้อเครื่องประดับทองเพื่อสวมใส่กันมากขึ้น เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่มักซื้อเครื่องประดับทองเพื่อการลงทุนเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามไลฟ์สไตล์ของชีวิตยุคใหม่ ผู้ผลิตหลายรายจึงต้องพัฒนาเครื่องประดับทองที่เน้นรูปแบบแฟชั่นมากขึ้นเพื่อตอบสนองรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับทองชั้นนำบอกว่า เดิมเครื่องประดับทองในตลาดจีนมักมีรูปแบบตามธรรมเนียมนิยมและผลิตด้วยเทคโนโลยีอันล้าสมัย ในเวลานั้นผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับระดับความบริสุทธิ์ของทองคำมากกว่างานออกแบบและฝีมือช่าง แต่เมื่อรสนิยมการบริโภคเปลี่ยนไป ธุรกิจเครื่องประดับของจีนจึงต้องปรับตัว ต้องมีการวิจัย พัฒนา และพัฒนา มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการผลิตและออกแบบ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่า และต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า ตัวอย่างเช่นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีการขึ้นรูปด้วยไฟฟ้าที่เรียกว่า Complete Ion-Controlled Penetration Electroforming มาใช้เพื่อการผลิตทองเนื้อแข็ง ของบริษัท BlueOcean ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ได้สุดยอดทองเนื้อแข็ง ที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณสมบัติทางกายภาพอันโดดเด่น นับเป็นการปฏิวัติวงการผลิตเครื่องประดับทองที่ช่วยให้สามารถผลิตเครื่องประดับทองได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้นในมุมมองของบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับทองยุคใหม่มองว่า การทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆที่ใช้กำลังคนมาก ใช้แรงงานราคาถูกและการขยายพื้นที่ออกไปนั้น ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ปัจจุบันต้องอาศัยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรม ระบบการผลิตอัจฉริยะจะช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตและลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดจากมนุษย์ ทำให้ธุรกิจเครื่องประดับสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน เช่นเครื่องประดับทองเนื้อแข็งเป็นพิเศษของทางบริษัท BlueOcean ที่ทำยอดขายได้ดีด้วยคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ขายและผู้บริโภค แม้จะถูกคิดค่ากำเหน็จสูงถึง 70 หยวน (ประมาณ 350 บาท) ต่อกรัมก็ตาม ในอดีตตลาดเครื่องประดับทองของจีน ยอดขายส่วนใหญ่มาจากการซื้อเพื่อการลงทุนและเพื่อเป็นของขวัญ รูปแบบของเครื่องประดับทองจึงเป็นแบบดั้งเดิม ที่วางขายตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อการลงทุนอีกต่อไป ผู้ประกอบการจึงต้องปรับรูปแบบของเครื่องประดับทองให้เป็นแฟชั่นและร่วมสมัยมากขึ้น เช่น คอลเล็กชัน เครื่องประดับรูปรถฟักทอง รูปแหวน รูปมงกุฎสำหรับคนที่ยังคงฝันว่าอยากเป็นซินเดอเรลลา และได้รับการตอบรับอย่างดีของผู้บริโภคเป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/18/2562

แร่ทองคำในกัมพูชา


กัมพูชาเป็นประเทศหนึ่งที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะแร่มีค่าอย่างทองคำที่คาดว่าน่าจะมีอยู่ในปริมาณมากโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ในจังหวัดรัตนคีรี ซึ่งเป็นแหล่งแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่ามีปริมาณทองคาสารองอยู่ถึง 3 ล้านออนซ์ อย่างไรก็ดีการสำรวจและขุดแร่ทองคำจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูง ทำให้รัฐบาลกัมพูชาโดยกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานจึงเปิดให้สัมปทานการทำเหมืองแร่ทองคำแก่บริษัทต่างชาติ โดยให้สามารถถือหุ้นสูงสุดได้ถึง100 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงออกกฎหมายคุ้มครองการลงทุนของต่างชาติ ให้ปฏิบัติกับชาวต่างชาติเท่าเทียมกับคนกัมพูชา และสามารถโอนเงินตราออกนอกประเทศได้อย่างเสรี ที่ผ่านมามีบริษัทต่างชาติได้รับสัมปทานดำเนินกิจการสำรวจและขุดแร่ทองคำในกัมพูชาหลายบริษัท ทั้งจากออสเตรเลีย และแคนนาดา เช่น บริษัท เรอเนซองซ์ มิเนอรัลส์ จำกัด จากออสเตรเลียเจ้าของเหมืองทอง โอกะวาว ในเขตอำเภอแก้วสีมา จังหวัดมณฑลคีรี บริษัท เซาเทอร์นโกลด์ จำกัด ซึ่งถือหุ้นใหญ่ร้อยละ 80 ในเหมืองทองสนูล จังหวัดกระแจ๊ะ บริษัท ซัมเมอร์โกลด์ อินเวสเม้นท์ จำกัด ทำเหมืองทองในอำเภอโอยาดาว จังหวัดรัตนคีรี เป็นต้น ในส่วนของบริษัทจากแคนาดา คือ Ankor Gold Corp. ได้รับสัมปทานทำเหมืองทอง 5 แห่งโดย 4 แห่งอยู่ในจังหวัดรัตนคีรี และอีก 1 แห่งอยู่ในจังหวัดมณฑลคีรี นอกจากนี้ยังมีบริษัทจากประเทศในเอเชียที่ได้รับสัมปทานดำเนินกิจการเหมืองทองในกัมพูชา อาทิ Phu Yang (Cambodia) Co. Ltd. บริษัทร่วมทุนจากเวียดนามซึ่งลงทุนในเหมืองทองพนมปรึก จังหวัดพระตะบอง บริษัท Queens Property and Resource Holding บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ทำเหมืองทองTabas จังหวัดพระวิหาร บริษัท China Forwin International Investment Phnom Penh Mining Co., Ltd บริษัทสัญชาติจีนทำเหมืองทอง Phnom Rohav จังหวัดมณฑลคีรี เป็นต้นนอกจากทองคำแล้ว กัมพูชายังมีสินแร่อื่นๆที่มีค่าอีกเป็นจำนวนมาก เช่น เหล็ก ฟอสเฟต, บ๊อกไซด์, ซิลิคอน ,ถ่านหิน และแมงกานีส เป็นต้น รวมถึงยังมี แหล่งอัญมณีที่มีคุณภาพดีอยู่ที่กรุงไพลิน จังหวัดไพลิน มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กว่าประมาณ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร และอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศไทยอีกประมาณ 8 พันล้านลูกบาศก์เมตร ที่สามารถขุดมาใช้ในทางพาณิชย์ได้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

ตามล่าขุมทรัพย์(ทองคำ)สุดขอบฟ้า


ในโลกนี้ยังมีขุมทรัพย์ที่คาดว่ามีทรัพย์สิน เงินทอง สมบัติมีค่าที่ยังหาไม่พบอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นขุมทรัพย์ที่คาดว่ามีอยู่จริงและขุมทรัพย์นเรื่องเล่าหรือตำนานต่างๆ และนี่คือ ขุมทรัพย์ที่ชาวโลกยังตามล่าหากันอยู่ ขุมทรัพย์เรือเอล ซาลวาดอร์( EL Salvador Shipwreck : Beaufort, North Carolina ) ซากเรือที่จมดิ่งกลางมหาสมุทรใกล้ชายฝั่งที่บรรทุกสัมภาระล้ำค่า ซ่อนสมบัติไว้อย่างมหาศาล หีบ 16 ใบกับเหรียญเงิน 44,000 เหรียญ หีบ 4 ใบบรรจุทอง และมรกตมูลค่าเกือบครึ่งล้านเหรียญ อับปางลงตามเส้นทางเดินเรือของ โคลัมบัส ภาพเขียนจากพิพิธภัณฑ์การ์ดเนอร์( Gardner Museum Art Heist : Boston, Massachusetts ) ภาพเขียนของจิตรกรเอกชาวดัทช์3 ภาพสาบสูญได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีมูลค่ากว่า 300 ล้านเหรียญคือเป้าหมายที่โรเบิร์ต สปิล กำลังสืบหาอยู่ซึ่งคาดว่าอยู่ในบอสตัน สหรัฐอเมริกา ลายแทงเหมืองทองดัทช์แมน(Dutchman Gold Mine : Apache Junction, Arizona) จัดเป็นขุมทรัพย์ที่อันตรายที่สุดในโลกอยู่บริเวณ เทือกเขาซูเปอร์สติชั่น ในรัฐอริโซน่า เป็นเหมืองทองคำมูลค่าถึง 200 ล้านเหรียญที่เชื้อเชิญนักขุดทองให้เข้าไปค้นหา รอน เฟลด์แมน และเดวิด ฮินช์คลิฟ คือสองนักล่าสมบัติที่ทำการสำรวจเทือกเขาอันตรายนี้เพื่อตามล่าหาขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ลายแทงเหมืองโร้ดส์ (Lost Rhoades Mines : Uinta Mountains, Utah) เหมืองแร่อันเก่าแก่ ที่ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลเอาไว้ บนเทือกเขายูอินตา แหล่งทองคำที่พร้อมจะเป็นของผู้ค้นพบ ดั๊ก เออร์มันเทราท์ และคาเรน เอลบี้ คือหน่วยกล้าตายที่อยากเข้าไปพิสูจน์ พวกเขาเลือกสำรวจเหมืองทางปลายสุดด้านตะวันออกของเทือกเขา การเดินทางเต็มไปด้วยความอันตราย แต่ไม่มีอะไรห้ามพวกเขาได้เพราะหวังว่าจะมีทองคำมหาศาลที่ยังหาไม่พบรออยู่ ขุมทองแคลิฟอร์เนีย(California Gold : Sonora, California) โซโนร่า แคลิฟอร์เนียทองคำบริสุทธิ์ที่ลำธารเชิงเขา เซียร์ร่า เนวาด้า จุดหมายปลายทางของผู้แสวงหาตลอด 300 ไมล์ของลำธารเต็มไปด้วยนักร่อนทองและเชื่อว่ายังมีทองคำอีกมากรอนักแสวงโชคอยู่ซากเรือซานมิเกล(San Miguel Shipwreck : Fort Pierce, Florida) จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึก กลางมหาสมุทร พร้อมสมบัติล้ำค่าที่จมดิ่งไปพร้อมๆกัน ซึ่งคาดการณ์กันว่ามีทั้งทองคำ เพชรพลอย มูลค่าสูงถึง 10 ล้านเหรียญ เงินค่าไถ่ของ ดี บี คูเปอร์ (D.B.Cooper?s Ransom Money?: Portland, Oregon) การปล้นลอยฟ้า ที่คนร้ายได้เงินไปถึง 2 แสนเหรียญ ก่อนจะกระโดดออกจากเครื่องบินที่ความสูง 10,000 ฟุต ก่อนที่สลัดอากาศรายนี้จะหายสาบสูญไปพร้อมกับเงินดังกล่าว หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นมา 9 ปี เงิน 5,800 เหรียญถูกพบในสภาพฝังอยู่ในสันทรายกลางแม่น้ำโคลัมเบีย ปริศนา เงินค่าไถ่ของ ดี บี คูเปอร์ จึงเริ่มขึ้น เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

ทั่วโลกตุนทองคำสำรองสูงสุดในรอบ 19 ปี


สภาทองคำโลก ระบุในรายงาน แนวโน้มอุปสงค์ทองคำ (Gold Demand Trends) ว่า ทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ในปี 2561 ได้เพิ่มปริมาณขึ้นจำนวน 651.5 ตัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 74% ส่งผลให้อุปสงค์ทองคำโดยรวมทั้งหมดในปี 2561 ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 4,345 ตัน โดยการปรับขึ้นดังกล่าวถือเป็นการเข้าซื้อทองคำสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2510 ซึ่งมีการเข้าซื้อทองคำสูงที่สุด เพิ่มขึ้นปริมาณ 1,404 ตัน ขณะที่ปัจจุบันธนาคารกลางเหล่านี้ถือครองทองคำเอาไว้รวมกันเป็นปริมาณเกือบๆ 34,000 ตัน ทั้งนี้ การที่อุปสงค์ทองคำเพิ่มขึ้น เกิดจากการเข้าซื้อของพวกธนาคารกลางที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบระยะเวลาหลายสิบปี ตลอดจนการเร่งตัวของการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำระหว่างช่วงครึ่งหลังของปี 2561 โดยครึ่งหลังของปี 2561 เป็นระยะเวลาที่เกิดความตึงเครียดในสงครามการค้า ระหว่างสหรัฐฯกับจีน รวมทั้งความไม่แน่นอนในเรื่อง Brexit ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลของตลาดการเงิน นอกจากนั้นยังมีความวิตกเกี่ยวกับการที่อัตราเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวลงอีกด้วย โดยการซื้อทองคำของพวกธนาคารกลางต่างๆ ในปี 2561 เป็นการกว้านซื้อของธนาคารกลางของชาติต่างๆ ไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะรัสเซีย, ตุรกี, และคาซัคสถาน ทั้งนี้ รัสเซียได้ทำการลดการใช้เงินดอลลาร์มาเป็นทุนสำรองของตน ได้ซื้อ (ทองคำ) เป็นจำนวน 274.3 ตันในปี 2561 โดยทำการขายพอร์ตพันธบัตรคลังสหรัฐฯ ซึ่งปริมาณที่ซื้อทองคำในปีที่แล้วถือเป็นระดับการซื้อสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันที่รัสเซียซื้อทองคำมากกว่าปีละ 200 โดยทุนสำรองทองคำของรัสเซียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 13 ปีส่งผลให้สิ้นปี 2561 มีปริมาณยอดรวม 2,113 ตัน สูงขึ้น 1,726.2 ตันสภาทองคำโลกจัดอันดับประเทศที่สะสมทองคำอย่างเป็นทางการ (2561) ซึ่งเป็นการถือครองผ่านธนาคารกลางในแต่ละประเทศมากที่สุดในโลก 5 อันดับ คือ1.สหรัฐอเมริกา ยังคงครองแชมป์สะสมทองคำมากที่สุดที่ 8,133 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 71.9% ของทุนสำรองของประเทศทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้2.เยอรมนี ถือครองทองคำ 3,337 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 68.4% ของทุนสำรองที่มีอยู่ทั้งหมด 3.อิตาลี ถือครองทองคำที่ 2,452 ตัน คิดเป็น 67% ของทุนสำรองทั้งหมด4.ฝรั่งเศส ถือครองทองคำที่ 2,436 ตัน คิดเป็น 65.1%ของทุนสำรองต่างประเทศที่มีอยู่5.รัสเซีย ธนาคารกลางรัสเซีย ถือครองทองคำที่ 1,857 ตัน หลังรัสเซียถูกคว่ำบาตรทางการเงินจากสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร ส่งผลให้รัสเซียหันไปพึ่งพาทองคำเป็นทุนสำรองแทนเงินดอลลาร์สหรัฐ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

เครื่องประดับ(ทอง/เงิน)อัตลักษณ์ของไทย


ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องประดับที่สำคัญของโลก ด้วยมีแรงงานมีฝีมือ มีองค์ความรู้ในการทำเครื่องประดับ มีรูปแบบสินค้าที่สวยงามและคุณภาพได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีเครื่องประดับที่มีอัตลักษณ์ของช่างฝีมือระดับท้องถิ่น ซึงที่มีคุณค่า สะท้อนภูมิปัญญา วัฒนธรรม และความเป็นไทยได้ เช่นเครื่องทองเมืองเพชร เครื่องทองสุโขทัย เครื่องถมทอง เป็นต้น เครื่องประดับทอง เครื่องประดับทองโบราณมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่ สุโขทัย และเพชรบุรี โดยความพิเศษของเครื่องประดับทองโบราณนั้น อยู่ที่ค่าความบริสุทธิ์ของทองคำที่ใช้ผลิต ซึ่งมีค่าความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5-99.99% และออกแบบลวดลายโดยใช้ศิลปะไทยเช่นเครื่องประดับทองสุโขทัยที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปวัฒนธรรมของอาณาจักรสุโขทัยโบราณ โดยเพิ่มเทคนิคการถักทองและลงยา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาวลงไปบนตัวชิ้นงานเพื่อเพิ่มความสวยงาม ในขณะที่เครื่องประดับทองเพชรบุรีมีการใช้เทคนิคพิเศษผลิตแหวนตะไบที่มีลักษณะเป็นแหวนฝังพลอยซีกและมีการตะไบทั้งสองข้างของตัวเรือนให้เป็นร่องลึก การทำลวดลายลูกสน และลายปะวะหล่ำที่เกิดจากการดัดเกลียวลวดทองให้เป็นลวดลายคล้ายกับโคมไฟของจีน เป็นต้นเครื่องถมทอง/ถมเงินเครื่องถมเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เดิมเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่นิยมใช้กันในราชสำนัก แต่ปัจจุบันเป็นสินค้าที่คนทางใต้นิยมสวมใส่ติดตัวเพราะเชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ผู้สวมใส่ ทั้งนี้ การผลิตเครื่องถมในปัจจุบัน มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาใช้ขึ้นรูป ส่วนใหญ่ทำจากเงินและทอง แล้วจึงแกะสลักลวดลายแบบไทยเข้าไป ซึ่งนิยมใช้ลายกนก เป็นแม่แบบในการแกะสลักให้ตัดกับสีพื้นที่ลงไว้ด้วยน้ำยาสีดำ โดยเครื่องประดับที่ผลิตได้ส่วนใหญ่เป็นกำไลข้อมือ และแหวน เครื่องประดับเงิน การผลิตเครื่องประดับเงินของไทย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เชียงใหม่ น่าน สุโขทัย และสุรินทร์ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไปอย่างเครื่องประดับเงินของเชียงใหม่และน่านจะมีความงดงามอ่อนช้อย ย่านการผลิตที่สำคัญของเชียงใหม่นั้นตั้งอยู่บริเวณถนนวัวลาย ชุมชนบ้านศรีสุพรรณ อำเภอเมือง และบริเวณบ้านกาด ในอำเภอแม่วาง ขณะที่จังหวัดน่าน แหล่งผลิตสำคัญตั้งอยู่บริเวณอำเภอเมือง และอำเภอปัว ในส่วนของจังหวัด สุโขทัย มีแหล่งผลิตอยู่ที่อำเภอศรีสัชนาลัย โดยมีกรรมวิธีการผลิตที่เป็นภูมิปัญญาประจำท้องถิ่น คือ การถักเส้นเงินเป็นเครื่องประดับ ควบคู่กับการใช้เทคนิคลงยาสีที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญทางศิลปวัฒนธรรมของอาณาจักรสุโขทัย สำหรับจังหวัด สุรินทร์ มีอาณาเขตอยู่ติดกับประเทศกัมพูชาจึงได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบขอมเข้ามา จึงทำให้การผลิตเครื่องประดับเงินของสุรินทร์ซึ่งอยู่ที่อำเภอเขวาสินรินทร์ มีรูปแบบที่แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น ทั้งในด้านเทคนิคการผลิตที่ส่วนใหญ่เป็นการทำลูกปัดแกะสลักลวดลาย และการทำรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างดอกตะเกา เป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

ทองคำสำรองยังคงถูกขนออกจากธนาคารกลางของเวเนซุเอลา


ความโกลาหลวุ่นวายในเวเนซุเอลายังคงไม่จบลงง่ายๆเมื่อส.ส.ฝ่ายค้านออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ารัฐบาลของอัลวาราโดขนทองคำกว่า 8 ตันออกนอกประเทศหลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วครั้งหนึ่งในปี 2561 อังเฆล อัลวาราโด ส.ส. ฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา และแหล่ง ข่าวในรัฐบาล 3 คน เปิดเผยว่ามีการนำทองคำอย่างน้อย 8 ตัน ออกจากห้องนิรภัยของธนาคารกลางของเวเนซุเอลา ขึ้นรถของหน่วยงานรัฐบาลเมื่อต้นเดือนมีนาคม ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะขายทองคำเหล่านี้ในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่ธนาคารกลางเวเนซุเอลายังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ อัลวาราโดและแหล่งข่าว รัฐบาลไม่ได้บอกว่าธนาคารกลาง จะส่งทองคำเหล่านี้ไปไว้ที่ไหน แต่การเคลื่อนย้ายทองคำครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ กาลิกซ์โต ออร์เตกา ผู้ว่าการธนาคารกลางเดินทางไปต่างประเทศก่อนหน้านี้ในปี 2561 มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวจากรัฐบาลตุรกี มีการนำว่าทองคำ 23 ตัน ส่งขึ้นเครื่องบินจากเวเนซุเอลาไปนครอิสตันบูล ทั้งนี้ธนาคารกลางเวเนซุเอลานำทองคำบางส่วนมาจากเหมือง ทองทางใต้ของเวเนซุเอลาส่งไป ขายที่ตุรกีและประเทศอื่น เพื่อต้องการนำเงินมาซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคพื้นฐานที่ขาดแคลนอย่าง หนักทั่วประเทศ จากข้อมูลของธนาคารกลางเวเนซุเอลา ในปี 2561 มีการเคลื่อนย้ายทองคำสำรองราว 20 ตัน ออกจากห้องนิรภัยของธนาคารกลาง ทำให้เหลือทองคำสำรองเพียง 140 ตัน อยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี ปีนี้ เวเนซุเอลาเริ่มขายทองคำที่ใช้เป็นทุนสำรองสกุลเงินโบลิวาร์มาตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. โดย“โซลาร์คาร์โก” สายการบินขนส่งสินค้ารายเล็กๆ ของเวเนซุเอลา ขนทองคำ 3 ตันออกจากสนามบินไมเกเทียมุ่งหน้ายูเออี และมีการส่งทองคำอีกหลายรอบคือวันศุกร์ 1 ก.พ. ส่งทองคำหนัก 15 ตัน จากนั้นในเดือน ก.พ. ส่งอีก 11 ตัน รวมทั้งสิ้น 29 ตัน โดยจ่ายเป็นเงินยูโรแต่ไม่มีการเปิดเผยว่า มีบริษัทใดเกี่ยวข้องกับธุรกรรมครั้งนี้บ้างตัวเลขเมื่อสิ้นเดือน พ.ย.เวเนซุเอลามีทองคำสำรองเก็บไว้ในธนาคารกลางและที่บีโออีรวม 132 ตัน รัฐบาลการากัสเริ่มขายทองคำเมื่อปีก่อน เนื่องจากผลผลิตน้ำมันตกต่ำ เศรษฐกิจล่มสลาย โดนสหรัฐคว่ำบาตรอย่างหนักส่งผลกระทบต่อรายได้ประเทศ จะขอกู้ยืมเงินใครก็ยากแต่การขายทองคำปริมาณมากก็ทำให้เงินโบลิวาร์อ่อนค่า เปิดช่องให้เกิดวิกฤติการเงินได้ง่าย เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

ตลาดเครื่องประดับ(ทอง)และอัญมณีของบราซิล


บราซิลเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นแร่ทองคำ เงิน และอัญมณีชนิดต่างๆ เช่น Amethyst, Topaz, Aquamarine, Blue Sapphire และPink Sapphire ซึ่งเหมืองอัญมณีและเหมืองแร่เหล่านี้ตั้งอยู่ในรัฐต่างๆทั่วประเทศ ชาวบราซิลชื่นชอบเครื่องประดับที่ทำจากทองคำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่ำรวยและความสำเร็จของผู้ที่สวมใส่ วัดได้จากมูลค่าของสินค้าที่ขาย ในปี 2560 ของ Fine Jewellry บริษัทผลิตเครื่องประดับชั้นนำ เป็นเครื่องประดับที่ทำจากทองคำถึงร้อยละ 70 รองลงมาคือ Metal Combination Platinum และเงิน โดยต่างหู และแหวนยังคงเป็นเครื่องประดับที่นิยมกันมากที่สุด รองลงมาคือสร้อยคอ และสร้อยข้อมือ การซื้อเครื่องประดับของชาวบราซิลจะเกิดขึ้นในเทศกาลสำคัญๆ หรือวันพิเศษต่างๆเช่น วันครบรอบวันแต่งงาน งานฉลองอายุครบ 15 ปี งานวันแม่ และวัน Valentinesของบราซิล (ตรงกับวันที่12 มิถุนายน) โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้หญิง ส่วนเครื่องประดับสำหรับผู้ชายที่นิยมกันมากก็จะเป็นแหวนแต่งงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหวนทอง (Plain Gold) รองลงมา คือ สร้อยข้อมือ และสร้อยคอ ที่ทำจากทองคำ เงิน และหนังในปี2017 บราซิลส่งออกสินค้าเครื่องประดับและอัญมณี มูลค่าประมาณ 3,306.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อังกฤษ สหรัฐฯ และสวิสเซอร์แลนด์ โดยประเทศไทยเป็นตลาดส่งออกลาดับที่ ๒5 ของบราซิล มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 1.09 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสินค้าส่งออกสำคัญคือ ทองคำสูงถึง ร้อยละ 85 รองลงมาคือเครื่องประดับที่ทาจากโลหะอื่น หินสีและอัญมณี ในส่วนของการนำเข้า บราซิลนำเข้าเครื่องประดับและอัญมณีจากทั่วโลก 436.97 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้านำเข้าส่วนใหญ่ของบราซิล คือ เครื่องประดับที่ทำจากแพลตินั่ม เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับโลหะมีค่า โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญ คือแอฟริกาใต้ เบลเยียม รัสเซีย อย่างไรก็ตาม บราซิลยังคงเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรณ์ธรรมชาติอัญมณีและโลหะมีค่าเป็นอันดับต้นๆของโลกไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน เพชร พลอย มรกต โอปอ และอความารีนเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

คนญี่ปุ่นชอบเครื่องประดับสีเงินมากกว่าสีทอง


สตรีชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อการแต่งกายที่ทันสมัยและนิยมสวมใส่เครื่องประดับที่มีดีไซน์เรียบง่ายชิ้นเล็ก โดยชอบสีเงินมากกว่าสีทอง เช่น ไข่มุก เพชร และแพลทินัม เป็นที่นิยมมากกว่าเครื่องประดับที่ทำจากทองคำ ทั้งเพื่อความสวยงามและเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง เครื่องประดับส่วนใหญ่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า มีทั้งแบรนด์ดังระดับ High-End ซึ่งเป็นผู้ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดกว่าครึ่งไม่ว่าจะเป็น Cartier, Tiffany, Arpels และ Bvlgari เป็นต้น ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นมักตั้งร้านโชว์รูมกระจายไปตามเมืองใหญ่ เช่น Tsutsumi, Mikimoto และ Tasaki เป็นต้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้การค้าสินค้าออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนอกจากเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงแล้ว ตลาดเครื่องประดับของผู้ชายเช่น แหวน สร้อยคอ และคัฟลิงค์ที่ใช้สวมใส่เครื่องประดับในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับเครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยง ก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจึงเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้แก้เหงา และมักจะหาเสื้อผ้าเครื่องประดับมาตกแต่งบนตัวสัตว์เลี้ยง ผู้ประกอบการเจ้าไหนที่สามารถจับลูกค้ากลุ่มนี้ได้ด้วยสินค้าที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาก็เป็นตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยทั้งนี้ญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอันดับต้นๆของโลก โดยสินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่คือแพลทินัม เครื่องประดับทอง โลหะเงิน และเพชรเจียระไน ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็ยังเป็นผู้ส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเป็นอันดับต้นๆของโลก(อันดับที่ 10 ปี 2560) ด้วยมูลค่า 12,881.56 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย5 อันดับแรกส่งออกไปยัง สิงคโปร์ ฮ่องกง สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร ส่วนไทยเป็นตลาดส่งออกในอันดับที่ 11 ของญี่ปุ่นโดยสินค้าที่สำคัญได้แก่ ทองคำ เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทำด้วยโลหะมีค่า เครื่องประดับทอง โลหะเงิน และโลหะแพลทินัม ในส่วนของการค้ากับไทย ญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากไทยมูลค่า 266.67 ล้านเหรียญสหรัฐ (มกราคม – ตุลาคม 2560) โดยสินค้านาเข้าหลักจากไทยคือ เครื่องประดับทอง เศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ทาด้วยโลหะมีค่า เพชรเจียระไน เครื่องประดับเทียม พลอยเนื้อแข็งและพลอยเนื้ออ่อนเจียระไนเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/14/2562

ทองคำและเครื่องประดับทองในกัมพูชา


กัมพูชาเป็นประเทศหนึ่งที่ผู้คนยังคงนิยมบริโภคทองคำไม่เคยเปลี่ยน แม้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมการใช้จ่ายของชาวกัมพูชาจะเปลี่ยนไปโดยหันไปเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและให้ความสำคัญกับแบรนด์สินค้ามากขึ้น ทั้งนี้เพราะเห็นว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศมีความไม่แน่นอน การถือครองทองคำและเครื่องประดับทองจึงเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคงที่สุด ปัจจุบันชาวกัมพูชามีรายได้มากขึ้น จึงนิยมซื้อทองคำและเครื่องประดับทองเก็บสะสมไว้ที่บ้านและนำไปฝากไว้กับธนาคารโดยเฉพาะที่ธนาคารCanadia Bank Plc. ธนาคารร่วมทุนระหว่างบริษัทสัญชาติแคนาดากับธนาคารแห่งชาติกัมพูชา กว่าครึ่งหนึ่งของบัญชีเงินฝากในธนาคารนี้เป็นบัญชีฝากประจำในรูปของทองคำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมสะสมทองคำของชาวกัมพูชาได้เป็นอย่างดีส่วนรูปแบบเครื่องประดับที่ชาวกัมพูชานิยมซื้อนั้นยังคงเป็นเครื่องประดับทอง 24 กะรัต ทั้งเพื่อสะสมเป็นสินทรัพย์และสวมใส่ในเทศกาลหรือโอกาสสำคัญต่างๆเพื่อแสดงฐานะ และยังนิยมซื้อเครื่องประดับทอง 18 กะรัต และ 14 กะรัต สไตล์อิตาลีสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และมอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษนอกจากนี้ ชาวกัมพูชายังนิยมเก็งกำไรจากการลงทุนในทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจในการซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures) จึงมีบริษัทการลงทุนที่เปิดให้บริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์และซื้อขายทองคำล่วงหน้า หลายแห่ง ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากัมพูชานำเข้าทองคำรวม 2,952 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการนำเข้าทองคำส่วนใหญ่เพื่อสะสมเป็นสินทรัพย์ ออมแทนเงินสด และการเก็งกำไร อีกส่วนหนึ่งนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับทอง ซึ่งกิจการส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กในลักษณะอุตสาหกรรมครัวเรือน ที่มักเปิดเป็นร้านจำหน่ายเครื่องประดับทองและมีช่างฝีมือของตนเอง โดยเน้นงานที่ทำด้วยมือเป็นหลัก และมีรูปแบบเครื่องประดับที่เรียบง่ายส่วนใหญ่เป็นการผลิตทองรูปพรรณ 24 กะรัต บางรายผลิตเครื่องประดับทอง 18 กะรัตสำหรับใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งด้วยอัญมณีต่างๆ และมีบางรายผลิตเครื่องประดับทองที่มีค่าความบริสุทธิ์ต่ำกว่า 9 กะรัต รวมถึงมีการนำเครื่องประดับเงินมาชุบทองคำ ส่วนเครื่องประดับทองขาวและทองสามกษัตริย์สไตล์อิตาลีส่วนใหญ่นำเข้าผ่านฮ่องกง และสิงคโปร์ ราคาทองคำในกัมพูชามักอ้างอิงตามราคาทองคำในตลาดโลก โดยใช้หน่วยวัดน้ำหนักเป็น ชิ (Chi) และตำลึง (Domlung) ซึ่ง 10 ชิเท่ากับ 1 ตำลึง และ 1 ตำลึงเท่ากับ 1.2 ทรอย-ออนซ์ หรือเท่ากับ 37.49 กรัม ดังนั้น 1 ชิ มีค่าเท่ากับ 3.749 กรัม ส่วนการระบุค่าความบริสุทธิ์ของทองคำนั้น จะระบุเป็นส่วนในพันส่วน เช่น ทองคำ 24 กะรัต หมายถึงทองคำที่มีค่าความบริสุทธ์ 99.999% เป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

ความนิยมเครื่องประดับทองในกาตาร์


กาตาร์เจ้าภาพฟุตบอลโลกในอีก 3 ปีข้างหน้า เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกตามการวิเคราะห์ของ Global Finance Magazine เพราะเป็นประเทศที่อุดมด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 143,400 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งสูงที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่เศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก และเครื่องประดับทองก็ได้รับความนิยมสูงสุดในกาตาร์ตามข้อมูลจาก GlobalTrade Atlas พบว่าประเทศต่างๆ ส่งสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไปยังกาตาร์ในแต่ละปีราว1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับทอง ครองสัดส่วนร้อยละ 90 ประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกเครื่องประดับทองไปยังกาตาร์สูงสุดห้าอันดับแรกคือ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศไทยและฝรั่งเศส ตามลําดับรสนิยมการบริโภคเครื่องประดับในกาตาร์แตกต่างกันไปตามกลุ่มผู้บริโภค คือหากเป็นชาวกาตาร์พื้นเมืองที่แม้จะมีสัดส่วนจํานวนประชากรไม่มากนัก แต่ก็เป็นผู้บริโภคที่มีกําลังซื้อสูง โดยเครื่องประดับที่ใช้มีหลากหลายรูปแบบทั้งรูปแบบพื้นเมืองดั้งเดิมและรูปแบบทันสมัยสําหรับใช้ในชีวิตประจําวันและโอกาสสําคัญ ทั้งนี้เครื่องประดับรูปแบบดั้งเดิมเป็นเครื่องประดับทองสไตล์อาหรับกลุ่มประเทศอ่าวอาระเบียนเป็นทอง 21K มักใช้ในพิธีแต่งงาน ส่วนชาวกาตาร์รุ่นใหม่นิยมเครื่องประดับรูปแบบทันสมัย 18K สําหรับสวมใส่ประจําวันอย่าง แหวน ต่างหู สร้อยข้อมือ และสร้อยคอ ขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่มาก ขณะที่เครื่องประดับชุดใหญ่ซึ่งมักประดับตกแต่งด้วยเพชร และอัญมณีต่างจะใช้ในงานแต่งงงานหรือในโอกาสพิเศษผู้บริโภคชาวต่างชาติ ซึ่งกลุ่มใหญ่ที่อยู่ในกาตาร์โดยมากเป็นชาวอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศจะชื่นชอบเครื่องประดับทอง 22K ตกแต่งสีสันลวดลายด้วยการลงยา รูปแบบสไตล์อินเดีย ส่วนเครื่องประดับทองตกแต่งอัญมณีไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก แต่หากชาวฟิลิปปินส์และชาวตะวันตกนิยมเครื่องประดับทอง 18Kเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

หลวงพ่อสดทองคำ


ที่อุโบสถหลังเก่าของวัดโบสถ์บน ถนนนครอินทร์ หมู่ 4 ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี มีรูปหล่อหลวงพ่อสดที่ทำจากทองคำแท้น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัมที่ญาติโยมผู้มิจิตศรัทธาได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2558 ประดิษฐานไว้ให้ศิษย์ยานุศิษย์ได้กราบไหว้บูชา วัดโบสถ์บน ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ.2300 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระอุโบสถเก่าที่มีความสวยงาม เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ หรือพระมงคลเทพมุนี สด จนทสโร ที่ครั้งหนึ่งในอดีตท่านได้มาศึกษาพระธรรมที่วัดโบสถ์บนแห่งนี้ และใช้อุโบสถหลังนี้ปฎิบัติธรรมเมื่อปี พ.ศ.2460 จึงเรียกอุโบสถแห่งนี้ว่า โบสถ์บรรลุธรรม ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ที่มีอายุเกือบ 260 ปี มีผู้เดินทางมานั่งสมาธิเจริญสติภาวนากันเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีความสงบร่มรื่นอุโบสถหลังเก่านี้มีรูปทรงคล้ายเรือ ซึ่งเปรียบเสมือนพระพุทธศาสนาที่จะพาเราทั้งหลายก้าวพ้นความโกรธ หลง โลภ ต่างๆไปถึงนิพพานได้มีวิหารอยู่ 4 มุมของอุโบสถ สำหรับให้พระมานอนเฝ้าพระทองคำ รอบๆอุโบสถมีใบเสมาที่ทำจากหินทรายแดง มีลวดลายและอักขระโบราณ ด้านในอุโบสถ เป็นแบบเรียบง่ายไม่ทีภาพจิตรกรรมฝาพนัง มีพระประธานขนาดใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยพระพุทธเจ้าอีกจำนวน 27 องค์ ที่ด้านหน้าพระประธาน เป็นรูปหล่อทองคำหลวงพ่อสด มีขนาดใหญ่ หนึ่งเท่าครึ่งขององค์จริง ทำจากทองคำแท้น้ำหนักทองคำ 1 ตัน หรือ 1,000 กก. ผู้ที่สนใจจะเดินทางมาดูความตระการตาพระทองคำน้ำหนัก 1 ตัน และนมัสการรูปหล่อทองคำหลวงพ่อสด สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ยังสามารถมาเที่ยวชมตลาดน้ำริมคลองบางกอกน้อย เพื่อจับจ่ายซื้อพืชผักจากเกษตรกร อ.บางกรวย และสินค้าท้องถิ่นได้ หลวงพ่อสด หรือพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เดิมมีชื่อว่า สด มีแก้วน้อย เกิดเมื่อวันที่ 10ตุลาคม 2428 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่บ้านสองพี่น้อง ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่ออายุ 22 ปีได้อุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง เรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อโหน่ง และหลวงพ่อเนียม ในระยะเวลาสั้นๆ ปวารณาพรรษา แล้วเดินทางมาจำพรรษา ณ วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพฯ เพื่อเล่าเรียนพระปริยัติธรรมปี 2459 เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2463หลวงพ่อสด มรณภาพเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502 เวลา 15.05 น. สิริอายุได้ 75 ปี พรรษา 53ด้วยอาการอันสงบหลังจากอาพาธได้ประมาณ 2 ปีเศษ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

การใช้คำพูดที่ดี “ประดุจให้ทองคำ”


ปรัชญาโบราณของคนจีนไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ หลุนอวี่ ของ ขงจื่อ หรือ เต๋าเตอจิง ของ เหลาจื่อ กล่าวไว้ว่าคำกล่าวยกย่องในสิ่งที่ดีหรือมีคุณค่าว่า“ประดุจทอง” และการใช้คำพูดที่ดีก็เปรียบเสมือนการมอบทองคำให้แก่กันนั่นเอง ปรัชญานี้หายไปหลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรม มีคัมภีร์และคำสอนของจีนโบราณถูกทำลายไปจำนวนมาก แต่ในสมัยของเติ้งเสี่ยวผิงหลังจากมีการเปิดเสรีทางการค้า จีนก็เริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลักปรัชญาโบราณมากขึ้น เช่นปรัชญาของขงจื่อ และมีการก่อตั้งสถาบันขงจื่อแห่งชาติขึ้นในยุค2000 นี่เอง ปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการรื้อฟื้นและปลูกฝังมารยาทในสังคมของจีนอย่างจริงจังหนึ่งในการรณรงค์ขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การใช้คำล้ำค่า 8 คำ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมสำหรับการทักทายกันของคนในสังคมได้แก่คำว่า 1. สวัสดี การทักทายแรกสุด เพื่อสร้างความประทับใจที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่ 2. เชิญ ไว้ใช้นำหน้าคำกริยาต่างๆ เช่น เชิญนั่ง เชิญพูด เพื่อแสดงมารยาท 3. ขอบคุณ การแสดงความขอบคุณ ที่ต้องการเน้นเพื่อแสดงความมีน้ำใจต่อกัน 4. ไม่ต้องเกรงใจ ตอบรับคำขอบคุณของผู้อื่น5. ขอโทษ จีนยุคใหม่มีปัญหาในเรื่องการแข่งขัน กระทบกระทั่ง และสังคมที่เร่งรีบ คำนี้ถูกรณรงค์ให้ใช้มากขึ้น 6. ไม่เป็นไร ปลอบโยน หรือใช้ตอบรับคำขอบคุณของอีกฝ่าย 7. แล้วพบกันใหม่ คำกล่าวอำลา เพื่อแสดงมารยาท 8. ขอให้มีความสุข, โชคดี คำอวยพรเพื่อแสดงถึงไมตรีต่ออีกฝ่าย ใช้อวยพรในการเดินทาง และวาระต่างๆคำเหล่านี้เป็นคำกล่าวง่ายๆที่ใช้กันทั่วโลก ใช้แทบทุกหลายภาษา แม้คำจะแตกต่างไปบ้าง แต่ก็สื่อความหมายคล้ายกัน แสดงไมตรีระหว่างกัน ซึ่งจำเป็นต่อการอยู่ร่วมกันทางสังคม และในทางธุรกิจเอง ก็ถือว่าเป็นคำที่จำเป็นเช่นกันเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

วิหารทองคำ แห่งอินเดีย


วิหารทองคำ ฮัรมันดิร ซาฮิบ (Harmandir Sahib หรือ Golden Temple) ศาสนสถานสุดตระการตา ที่มีความสำคัญสูงสุดของศาสนาซิกข์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอัมริตสาร์ ในรัฐปัญจาบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ใกล้กับเขตแดนของประเทศปากีสถาน ห่างจากเมืองหลวงนิวเดลีประมาณ 410 กิโลเมตร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้นับถือศาสนาซิกข์และบรรดาผู้แสวงบุญจากทั่วโลกต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตวิหารทองคำฮัรมันดิร ซาฮิบ นี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1570 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของชาวซิกข์ ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 30 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ รูปแบบการก่อสร้างเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมฮินดูผสมมุสลิม ทำให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากวิหารทั่วไป คือแทนที่จะสร้างบนฐานที่มีระดับสูง ตามลักษณะ สถาปัตยากรรมการสร้างวิหารของฮินดู แต่วิหารทองคำแห่งนี้กลับถูกสร้างบนฐานที่ต่ำกว่าระดับราบของพื้นที่รอบข้าง รวมถึงมีการสร้างประตูทางเข้าออกทั้งสี่ทิศ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และชาติตระกูล ชื่อฮัรมันดิร ซาฮิบ แปลว่า ที่สถิตของพระผู้เป็นเจ้า สถานที่อันเป็นที่ยกย่องว่าศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเพราะเป็นที่เก็บรักษาพระมหาคำภีร์อันเป็นหลักธรรมสูงสุดจากองค์พระศาสดาของชาวซิกข์ ตัววิหารชั้นแรกสร้างจากหินอ่อน ผนังภายในแกะสลักเป็นรูปดอกไม้สวยงาม ส่วนชั้นสองขึ้นไปจนถึงยอดโดมเคลือบด้วยทองคำสีทองอร่ามมีน้ำหนักรวมกว่า 800 ตัน ด้านในเป็นที่เก็บรักษาพระมหาคำภีร์ โดยจะมีหัวหน้านักบวชทำหน้าที่อ่านคำสอนผ่านเครื่องกระจายเสียงทุกวัน วิหารทองคำแห่งนี้ ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ่อน้ำโซราวอร์ อันศักดิ์สิทธิ์ กว้าง 150 เมตร ซึ่งชาวซิกข์ทุกคนปรารถนาที่จะได้ลงไปอาบน้ำในสระแห่งนี้ เพื่อเป็นการชำระล้างจิตวิญญาณว่ากันว่าถ้าใครเจ็บป่วยแล้วได้อาบหรือดื่มกินน้ำจากที่นี่ จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บทำให้ผู้คนเดินทางมาที่วิหารนี้กันมากมาย อัมริตสาร์เมืองที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาซิกข์และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ และสถานที่สำคัญ เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ และนับเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของชาวซิกข์ที่มีชื่อเสียงที่สุด รวมถึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ เหตุการณ์สังหารหมู่ชาวอินเดียที่สวนสาธารณะ Jallianwala Bagh ในยุคสมัยที่อินเดียประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ปี ค.ศ. 1919 จวบจนกระทั่งการก้าวเข้าสู่การระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบันเมืองอมฤตสาร์ มีสนามบินนานาชาติและจุดเชื่อมต่อรถไฟที่ครอบคลุมเมืองสำคัญอื่นๆทั่วอินเดีย และเนื่องจากเป็นเมืองยอดนิยมแห่งหนึ่ง จึงมีการจราจรที่ติดขัด ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ คือใช้บริการรถสามล้อ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการมาเยือนคือ ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม ซึ่งมีอากาศเย็นสบาย และแจ่มใส ปัจจุบัน นอกจากนักแสวงบุญชาวซิกข์แล้ว เมืองอัมริตสาร์ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งในอินเดียและทั่วโลก ที่มาเยือนเมืองอัมริตสาร์และวิหารทองคำมากกว่า 100,000 คนต่อสัปดาห์เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

ตลาดส่งออกเครื่องประดับทองของไทย


เครื่องประดับทอง เป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในหมวดการส่งออกเครื่องประดับแท้ โดยมีมูลค่าราว 1,700 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.42 ตลาดส่งออกสำคัญ 10 ประเทศคือ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สวิตเซอร์แลนด์ ,สหราชอาณาจักร ,อิตาลี, ญี่ปุ่น ,เยอรมนี,ออสเตรเลียและฝรั่งเศส ในส่วนของภาพรวมการส่งออกเครื่องประดับแท้ของโลกในปี 2560 ไทยนั้นมีมูลค่าการส่งออกอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก อินเดีย สวิตเซอร์แลนด์ และจีน ยังคงเป็นประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุด สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำเข้าเครื่องประดับแท้มูลค่า877.06 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นอันดับที่ 1 ของไทย แต่หากคิดมูลค่าโดยรวมแล้วสหรัฐอเมริกานาเข้าเครื่องประดับแท้คิดเป็นมูลค่าถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยร้อยละ 81.84 เป็นการนำเข้าเครื่องประดับทอง จากอินเดีย ฝรั่งเศส จีน และอิตาลี ขณะที่ไทยมีสัดส่วนการนาเข้าเครื่องประดับทองจากสหรัฐอเมริการ้อยละ 4.83 เท่านั้น ฮ่องกง เป็นผู้นำเข้าเครื่องประดับแท้มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 1 ของโลกโดยนำเข้าจากจีนและอินเดียมากกว่าครึ่งของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าเครื่องประดับทอง ขณะที่ประเทศไทยเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องประดับทองของฮ่องกงในลาดับที่ 13 โดยไทยส่งออกเครื่องประดับทอง และเครื่องประดับเงินไปยังฮ่องกงมูลค่าที่ใกล้เคียงกันที่ราวร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เยอรมนีเป็นตลาดนำเข้าเครื่องประดับแท้มูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก และยังเป็นฐานกระจายสินค้าต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มสหภาพยุโรป เนื่องจากมีทำเลอยู่กึ่งกลางของทวีป รวมทั้งมีโครงสร้างการคมนาคมที่ทันสมัย โดยในปี 2560 เยอรมนีมีมูลค่าการนำเข้าเครื่องประดับทองร้อยละ 54.32 และเครื่องประดับเงินร้อยละ 45.66 ทั้งนี้แหล่งนำเข้าเครื่องประดับทองของเยอรมนี คือ สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ขณะที่ไทยเป็นแหล่งนำเข้ามูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 5 มีสัดส่วนราว ร้อยละ 9.56 ในขณะที่ไทยก็มีการนำเข้าเครื่องประดับทองมูลค่าสูงเกือบร้อยละ 70 ของการนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับทั้งหมด รองลงมาคือเครื่องประดับเงิน โดยมีฮ่องกง และอิตาลีเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องประดับแท้รายใหญ่ของไทยเหมือนเช่นที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขการนำเข้าเครื่องประดับแท้จากอินเดียเติบโตเกือบ 1 เท่าตัวเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

สงครามการค้า จีน-สหรัฐ กับผลกระทบต่อตลาดเครื่องประดับ(ทองคำ)ของไทย


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจีนส่งออกเครื่องประดับทองไปยังสหรัฐฯในสัดส่วนราวร้อยละ 70 ของมูลค่าการส่งออกเกือบ 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีน ในขณะที่จีนนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับจากสหรัฐฯ เฉลี่ยในรอบ 5 ปีไม่ถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยนำเข้าโลหะเงินเป็นหลักราวร้อยละ 30 รองลงมาเป็นเครื่องประดับหุ้มหรือติดด้วยโลหะมีค่า และเครื่องประดับทองตามลำดับทั้งนี้ ปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากจีนไปยังสหรัฐฯ มีอัตราต่าสุดคือ ร้อยละ 0 และอัตราสูงสุดอยู่ที่ร้อยละ 17.9 เช่น ไข่มุกเสียภาษีนำเข้า 0% โลหะแพลทินัม10% เพชร0-10% ทองคำที่หุ้มติดด้วย แพลทินัม20% เครื่องทองหรือเครื่องเงิน 12.7-17.9% โลหะที่หุ้มติดด้วยทองคำ16% และทองคำ10-14.1% เป็นต้น ซึ่งการทำส่งครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯนี้จะส่งผลกระทบต่อทั้งในแง่บวกและลบต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวคือ ในระยะสั้นไทยจะได้รับทั้งผลดีและผลเสียจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยผลดีที่ไทยจะได้รับนั้นอาจทำให้มูลค่าส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไปยังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทยเพิ่มมากขึ้น เพราะสหรัฐฯ อาจนำเข้าสินค้าจากไทยทดแทนจีน ในขณะเดียวกันไทยก็จะได้รับผลเสียทำให้ไทยอาจส่งออกพลอยสีไปยังจีนได้ลดลง เพราะจีนน่าจะส่งออกเครื่องประดับไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ ได้น้อยลง ก็จะลดการนำเข้าสินค้ากึ่งวัตถุดิบอย่างพลอยสีที่จะนาไปประกอบเป็นเครื่องประดับจากไทยลดลงตามไปด้วย ในระยะยาวไทยจะได้รับผลกระทบในทางลบเพียงอย่างเดียว หากสงครามการค้ายืดเยื้อและทวีความรุนแรงจนทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศหยุดชะงัก ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยไปยังตลาดโลกก็อาจเติบโตในอัตราลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น บริหารสต๊อกวัตถุดิบและสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้ใช้สร้างโอกาสทางการค้าได้ถูกจังหวะเวลา รวมถึงกระจายความเสี่ยงด้วยการส่งออกไปยังตลาดที่มีศักยภาพอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

สมาร์ทโฟนทองคำ


ปัจจุบันโทรศัพท์ เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสารเพราะมันได้กลายเป็นเครื่องมือบ่งบอกตัวตน รสนิยม ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หน้าที่การงานและ สถานะทางสังคม เราจึงได้เห็นgedget ใหม่ๆที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนธรรมดา ให้เป็นสมาร์ทโฟนสุดพิเศษไปจนถึงสมาร์ทโฟนทองคำ Gold Elite Paris (Thailand) ร่วมกับ Designer ชั้นนำได้ออกแบบและผลิตโทรศัพท์ทองคำมาตั้งแต่ปี 2014 โดยร่วมกับเจ้าของแบรนด์อย่างซัมซุงไทยแลนด์และแอปเปิล ทำตลาดผ่านซุปเปอร์สตาร์ ดาราและผู้มีชื่อเสียงระดับโลกถือเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ทำธุรกิจนี้ GOLD ELITE นำโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นยอดนิยมมาแปลงโฉมเพิ่มเสน่ห์ด้วยทองคำบริสุทธิ์ 24K (99.9%) ผสานเทคนิคการผลิตขั้นสูงของงาน fine jewelry บนตัวเครื่องโทรศัพท์ ให้มีความหรูหรา เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จคู่กับไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ที่ทำมาแล้วมีหลากหมาย Model เช่น Gold Elite iX และ i8 Plus, Gold Elite Samsung Galaxy S8+ และ Note 8 นอกจากนี้ยังมี Power Bank หูฟังไร้สายทองคำ และ Accessoriesอื่นๆ Gold Elite เปิดตัวที่ปารีส และได้พาร์ทเนอร์ที่ฮ่องกงสร้างโรงงานและตั้งเป็นศูน์กระจายสินค้า มีสาขาทั้งที่ฝรั่งเศส มิลาน จีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย ลาว เวียดนาม และประเทศไทย นอกเหนือจากผลิตโทรศัพท์มือถือทองคำแล้วยังร่วมกับค่ายโทรศพท์ต่างๆออกแพ็คเกจเพื่อจูงใจลูกค้า โดยจำหน่ายสมาร์ทโฟนทองคำร่วมกับสุดยอดหมายเลขโทรศัพท์เช่น ลงท้ายด้วย 1-1111 ถึง 9-9999 ที่มีจำนวนจำกัดมาก และเพิ่มความพิเศษสุดด้วยเบอร์มงคลระดับ 5 ดาวอีกด้วย นอกจาก Gold Elite แล้ว โรลส์-รอยซ์ (Roll Royce) แบรนด์ซูเปอร์คาร์ระดับโลก ยังกระโจนเข้าตลาดมือถือระดับไฮเอ็นด์ โดยผลิตโทรศัพท์มือถือทองคำรุ่นลิมิเต็ดแพงที่สุดในโลก 34.9 ล้านบาท ดีไซน์พิเศษสลักตรา ‘Spirit of Ecstasy’ หรือ ‘Flying Lady’ สัญลักษณ์เทพีหน้ารถโรลส์-รอยซ์อันเป็นตำนานระดับโลกมากว่า 113 ปี พิเศษสุดสำหรับเจ้าของ ‘โรลส์-รอยซ์ แบล็ค แบดจ์’ (Black Badge) เท่านั้นโทรศัพท์มือถือทองคำนี้แม้ไม่ใช่ปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญกับการดำรงชีวิต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ใครๆ ก็ต้องมีสมาร์ทโฟน ถ้าโฟกัสเฉพาะประเทศไทยตลาดสมาร์ฟนขยายตัวอย่างเร็ว โดยกลุ่มที่มีระดับราคาต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท เป็นตลาดที่มีสัดส่วนเยอะที่สุดราว 70% ส่วนที่มีราคา 1.5 หมื่นบาทขึ้นไปมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 30% เท่านั้น ส่วนตลาดระดับไฮเอ็นด์หรือนิซมาร์เก็ต ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือทองคำ ก็ยังได้รับการจับตามองอยู่จากกลยุทธ์การตลาดที่เลือกใช้ซุปเปอร์สตาร์ทั่วทั้งเอเชีย และบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ มา เป็นจุดขายเช่น เฉินหลง, เจิ้งอี้เจี้ยน เทียนเล่อ, โทนี่ จา และคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เป็นต้น โทรศัพท์มือถือทองคำจึงเป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร แต่คือสิ่งบ่งบอกตัวตนว่าผู้ใช้แตกต่างอย่างมีระดับอย่างไรเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

Russian Trio แหวนแห่งรักและศรัทธา


Russian Trio เป็นชื่อเรียกแหวนแต่งงานที่มีดีไซน์สวยเก๋แปลกตา ไม่ล้าสมัยและแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งงดงาม ถือกำเนิดในรัสเซียเมื่อราวศตวรรษที่ 19 หรือราว 300 ปีที่แล้ว เป็นแหวนทองเกลี้ยง 3 วง 3 เฉดสี คือทองคำ ทองขาว และทองชมพู ที่เกี่ยวคล้องประกอบรวมกันเป็นวงเดียวไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ถูกนำมาใช้ในพิธีแต่งงานของชาวรัสเซีย นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแล้ว Russian Trio ยังสื่อถึงความศรัทธา และความเชื่อ โดยแหวนทอง 3 วงที่คล้องเกี่ยวกันนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของพระบิดา พระบุตร และพระจิต ตามคติความเชื่อในศาสนาคริสต์ ซึ่งคู่บ่าวสาวจะได้รับพรอันประเสริฐจากการแต่งงานนี้ อีกความหมายหนึ่งแหวนแต่ละวงสื่อถึง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่หลอมรวมคนสองคน ใจสองใจไว้ด้วยกัน เป็นความหมายที่ลึกซึ้งงดงามไปด้วยความรัก นอกจากนี้ ยังว่ากันว่าเจ้าแหวนทองแต่ละเฉดแต่ละวงนี้ แทนนิยามความรักในแง่มุมที่แตกต่างกัน โดยแหวนทองสีเหลืองซึ่งมีความบริสุทธิ์ของทองคำสูงสุด เป็นตัวแทนของความรักที่มั่นคง แหวนทองขาวสื่อถึงความเข้าใจซึ่งกันและกัน ความอ่อนโยน และการประนีประนอม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตคู่ และสุดท้ายคือ แหวนทองชมพูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ตามธรรมเนียมปฏิบัติในพิธีแต่งงานของชาวรัสเซียที่มีมาแต่โบราณนั้น คู่บ่าวสาวจะสวมแหวนแต่งงานไว้ที่นิ้วนางของมือข้างขวา แต่ปัจจุบันมีคู่บ่าวสาวจำนวนมากได้เปลี่ยนมาสวมแหวนบนนิ้วนางที่มือข้างซ้ายเช่นเดียวชาวตะวันตกชาติอื่นๆ ด้วยเหตุผลว่าการสวมแหวนที่นิ้วนางของมือซ้ายได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสถานภาพทางการสมรสตามแบบสากลไปแล้ว ด้วยความหมายอันลึกซึ้งนี้เองทำให้แหวน Russian Trio ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก มีการพัฒนารูปแบบและดีไซน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมถึงมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปเช่น Russian Wedding Ring หรือ Trinity Ring หรือ Triple-Roll Ring เป็นต้นปัจจุบันแหวนนี้ไม่ได้ถูกจำกัดให้ใช้เฉพาะพิธีแต่งงานแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นแหวนที่ได้รับความนิยมอย่างสูงที่ชายหนุ่มจะเลือกซื้อเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่คนรักเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันวาเลนไทน์ วันคริสต์มาส หรือวันครบรอบแต่งงาน และด้วยดีไซน์ที่แปลกตานี้เอง Russian Trio จึงถูกนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับประเภทต่างๆ เช่น กำไลข้อมือ ต่างหู และจี้ อีกด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

แหล่งขายทอง-เงินโบราณ ที่สุโขทัย


ถ้าพูดถึงเครื่องประดับทองและเงินลายโบราณ ก็ต้องนึกถึง สุโขทัย เพราะเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับทองเงินโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากแหล่งผลิตอื่น เพราะผลิตด้วยมือและใช้ทองคำ 99.99% เป็นวัตถุดิบ จึงถือเป็นงานหัตถศิลป์และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หาไม่ได้จากที่ไหน นอกจากการผลิตด้วยมือแล้ว ลวดลายของเครื่องประดับทอง เงินสุโขทัยก็มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเพราะถอดแบบมาจากโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เป็นรากเหง้าของวิถีชุมชน เช่น ลายนางพญาซึ่งมีที่มาจากลายปูนปั้นของวัดนางพญา ลายเครือวัลย์ที่เลียนแบบมาจากเถาวัลย์ เป็นต้น พร้อมทั้งมีการพัฒนาและผสมผสานแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆอยู่เสมอ จึงทำให้ได้รับความนิยมและการยอมรับในฝีมือทั้งในระดับประเทศและในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวจากสปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา ที่นิยมเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าที่ร้านทองต่างๆ รวมทั้งลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ซึ่งย่านการค้าเครื่องประดับทองและเงินลายโบราณที่สำคัญของจังหวัดสุโขทัยมี 2 แหล่งใหญ่ๆคือพื้นที่ในอำเภอศรีสัชนาลัย และในเขตอำเภอเมือง 1) ย่านการค้าในตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย บริเวณชุมชนวังยายมาก ใกล้สำนักงานเทศบาลศรีสัชนาลัย และบริเวณชุมชนตลาดท่าชัย ใกล้ตลาดสดเทศบาล ส่วนเส้นทางไปอุทยานศรีสัชนาลัย ก็มีแหล่งผลิตเครื่องประดับทองและเงินลายโบราณตั้งอยู่อีกหลายแห่ง ซึ่งร้านเก่าแก่ดั้งเดิมมีอยู่ 4 ร้าน คือ บ้านทองสมสมัย บ้านทองสมศักดิ์ ร้านทองนันทนา และร้านอรอนงค์ 2) ย่านการค้าในเขตอำเภอเมือง มีร้านเครื่องประดับเงินลายโบราณ และเครื่องประดับอัญมณี ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ใกล้กับบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นอกจากมีร้านเครื่องประดับทองและเงินจำนวนมากแล้วยังเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องประดับที่ทั้งลายโบราณและแบบอื่นๆ ให้กับลูกค้าที่มาสั่งทำ รวมถึงรับผลิตชิ้นงานจากร้านเครื่องประดับทองและเงินทั้งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯอีกด้วย ทั้งนี้ หากนับรวมช่างทองและช่างเงินทั้งหมดของจังหวัดสุโขทัยทั้งที่ทำงานอยู่ในอำเภอเมือง และอำเภอศรีสัชนาลัย คาดว่าจะมีจำนวนรวมประมาณ 1,000-2,000 คน ซึ่งเป็นช่างฝีมือที่ทำงานประจำอยู่ในร้านเครื่องประดับทองและเงินต่างๆ ในจังหวัดสุโขทัย และเป็นช่างฝีมือที่รับงานอิสระเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

Toi Et Moi แหวนทองคำประดับด้วยเพชร สัญลักษณ์แห่งรักนิรันดร์


‘Toi Et Moi’ เป็นภาษาฝรั่งเศส มีความหมายว่า เธอและฉัน (You and Me) เป็นชื่อที่ใช้เรียกแหวนทองคำประดับเพชรเจียระไนรูปทรงหยดน้ำที่เคียงคู่อยู่กับไพลินเจียระไนรูปทรงเดียวกัน เป็นแหวนหมั้นที่กษัตริย์นโปเลียนหรือ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) มอบให้แก่ โจเซฟิน หญิงหม้ายลูกสองที่มีอายุมากกว่าเขาถึง 6 ปีตำนานรักของรักนโปเลียน เริ่มขึ้นเมื่อเขาอายุได้ 26 ปีเขาได้พบรักและแต่งงานกับโจเซฟีน โดยได้มอบแหวน Toi Et Moi ให้แก่นางในวันแจ่งงาน แต่เพียงชั่วข้ามคืน นโปเลียนจำต้องจากสตรีอันเป็นที่รักเพื่อนำกองกำลังฝรั่งเศสออกรบที่ประเทศอิตาลี ตลอดเวลาของการออกศึกนโปเลียนส่งจดหมายพรรณนาความรักและความคิดถึงไปให้แต่โจเซฟีนทุกวัน แต่ความรักของนโปเลียนกลับไม่เป็นดังหวัง เมื่อนางแอบไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น ทำให้ชีวิตสมรสของทั้งสองอับปางลง แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่นโปเลียนสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิปกครองฝรั่งเศส เขาก็เลือกที่จะสวมมงกุฎจักรพรรดินีให้แก่โจเซฟีน แต่ในท้ายที่สุดชีวิตคู่ของทั้งสองก็เดินทางมาถึงจุดจบ เมื่อโจเซฟีนไม่สามารถมีทายาทให้แก่นโปเลียนได้ แม้เรื่องราวความรักระหว่างนโปเลียนและโจเซฟีนจะไม่สุขสวยงามเหมือนในเทพนิยาย แต่เขาทั้งสองก็ยังคอยดูแลกันและกันเสมอ เพราะโจเซฟีนเป็นมากกว่าหญิงผู้เป็นที่รัก หากแต่ยังเป็นทั้งเพื่อนและที่ปรึกษาที่ดีให้แก่นโปเลียนอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่นโปเลียนจะเสียใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ทราบข่าวการตายของโจเซฟิน และในวาระสุดท้ายของชีวิต นโปเลียนเขาได้กล่าว 4 คำคือ “ฝรั่งเศส/ กองทัพ / แม่ทัพและ โจเซฟีน...” ก่อนจากไปอย่างสงบปัจจุบันในวงการเครื่องประดับ Toi Et Moi ถูกนำมาใช้เรียกแหวนที่ตกแต่งด้วยอัญมณีจำนวน 2 เม็ด วางอยู่เคียงคู่กัน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสมัยวิคตอเรีย โดยมักถูกเลือกใช้เป็นแหวนหมั้นเนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการหลอมรวมกันเป็นหนึ่งของคนสองคน ในอดีต แหวน Toi Et Moi จะตกแต่งด้วยอัญมณีที่มีรูปทรงการเจียระไนที่เหมือนกัน รวมถึงต้องมีขนาดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน แต่ในปัจจุบันแหวนประเภทนี้มีสไตล์การออกแบบที่เปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้น นักออกแบบเครื่องประดับสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป สำหรับแหวน Toi Et Moi ของนโปเลียนนั้น โจเซฟีนได้มอบให้แก่ฮอร์เทนซ์ บุตรสาวคนหนึ่งซึ่งเกิดจากสามีเก่า ผู้ซึ่งแต่งงานกับหลุยส์ โบนาปาร์ต กษัตริย์ฮอลแลนด์ พี่ชายของนโปเลียน แหวนจึงอยู่ในครอบครองของตระกูลโบนาปาร์ตมานานกว่า 200 ปี ต่อมา ในเดือนมีนาคม 2013 แหวนวงนี้ได้ถูกนำออกประมูลโดย Osenat Auction House ในกรุงปารีส โดยมีผู้ประมูลไปในราคาที่สูงถึง 949,000 เหรียญสหรัฐ แม้ว่ามูลค่าดังกล่าวจะไม่อาจเทียบได้กับความรักที่นโปเลียนมีต่อโจเซฟีน แต่แหวนวงนี้จะช่วยย้ำเตือนว่าความตายพรากเขาทั้งสองได้แค่เพียงร่างกายเท่านั้น หากแต่ความรักจะยังคงอยู่ตราบนิรันดร์ โปเลียนมหาราช หรือ นโปเลียน โบนาปาร์ต นายทหารคนหนึ่งที่มาพร้อมกับความสามารถทางการทหารอันโดดเด่นจนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นจอมจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศส ผู้ซึ่งเขย่าบัลลังก์ราชวงศ์ต่างๆ จนสามารถครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ในทวีปยุโรปไว้ได้ ทั้งสเปน อิตาลี เยอรมนี ออสเตรีย และโปแลนด์เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

ทองคำกับความงาม คุณค่าอยู่ที่ความพอใจ


ชาวอียีปต์โบราณมีความเชื่อว่าทองคำคือ ความเป็นอมตะ จึงมีการนำทองคำมาใช้ในการบำรุงผิวพรรณ เพื่อช่วยชะลออายุผิวพรรณให้อ่อนเยาว์และเป็นอมตะ ทองคำ(Gold) เป็นธาตุอิสระในธรรมชาติ มีค่าสีเหลืองวาว ไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยา สามารถทนทานต่อการขึ้นสนิมได้ดีมาก เป็นโลหะที่หายากและมีราคาสูง ปัจจุบันมีการนำความเชื่อในอดีตมาใช้เพื่อความงามโดยนำทองคำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงามหลายรูปแบบออกจำหน่ายตามท้องตลาดใน เช่น ครีมทาหน้า ครีมทาผิว ครีมพอกหน้า และสบู่ แม้ยังไม่มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าทองคำ สามารถช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนังได้จริงก็ตาม อย่างไรก็ตามวิวัฒนาการทางการแพทย์ได้ค้นพบว่าทองคำเป็นโลหะที่สามารถต้านอนุมูลอิสระได้และส่งผลให้เกิดกลไกลดการอักเสบของข้อกระดูกในผู้ป่วยโรคเก๊าได้เป็นอย่างดี โดยใช้กระบวนการทางเคมีเปลี่ยนแปลงทองคำให้อยู่ในรูปของเกลือหรือโกล์ดซอล์ท (Gold Salt) ที่ช่วยรักษาอาการของโรคเก๊าได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไปก็จะไปสะสมที่ตับ ไต ทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายและยังไปยับยั้งการสร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวได้ ซึ่งผู้ป่วยโรคเก๊าที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยวิธีนี้ควรจะตรวจเช็คเลือดอย่างสม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระนี้ยังได้มีการนำทองคำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มมูลค่า แม้ผลการวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าทองคำบริสุทธิ์เป็นโลหะหนัก มีคุณสมบัติเฉื่อย มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ไม่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้ และไม่ทำปฏิกิริยากับเซลล์ของร่างกายเมื่อเข้าสู่ร่างกาย และจะถูกขับออกจากร่างกายได้โดยไม่ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ แสดงว่าร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมทองคำได้ เพราะในทางเคมีทองคำจะสามารถละลายได้ในกรดกัดทอง(Aquaregia)เท่านั้น ยกเว้นทองคำที่มีอนุภาคขนาดนาโนจึงสามารถซึมเข้าผิวเราได้ ถึงแม้งานวิจัยจะยืนยันว่าร่างกายไม่สามารถดูดซึมทองคำได้ แต่สหภาพยุโรป (European Union,EU) ก็ยังรับรองและอนุญาตให้ทองคำจัดอยู่ในกลุ่มสารเติมแต่งผสมอาหารได้(Food Additives) เช่นการนำทองคำเปลวไปใช้ตกแต่งอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มวอดก้า(Danziger Goldwasser) ซึ่งจัดเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มบุคคลชั้นสูง ที่มีปัจจัยเอื้อต่อการใช้จ่ายกับเครื่องดื่มที่มีราคาแพงนี้สรุปได้ว่าแม้งานวิจัยต่างๆที่ผ่านมา ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าทองคำมีประโยชน์ต่อร่างกายและบำรุงผิวพรรณของเราจริง เมื่อเทียบกับคุณประโยชน์จากสารที่สกัดได้จากธรรมชาติอื่นๆ แต่ถ้ามองที่คุณค่าทางจิตใจของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมทองคำ ย่อมมีผลต่อภาพลักษณ์สามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ดีกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

ทองคำกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ


ทองคำ นับว่ามีบทบทสำในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ โดยใช้เป็นวัตถุดิบในการทำตัวเรือนเนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสม คือมีความวาวสูง คดโค้งและตีเป็นแผ่นบางได้ บดเป็นเกลียวได้ ดึงเป็นเส้นลวดและขึ้นรูปได้ โดยไม่มีการแตกหักหรือเกิดรอยร้าว อีกทั้งในเนื้อของโลหะทองคำบริสุทธิยังสามารถตีแผ่เป็นแผ่นได้บางมากถึง 1/250,000 นิ้ว และทองคำบริสุทธิ์ขนาด 1 ออนซ์ (=31.1 กรัม ประมาณทองคำหนัก 2 บาท) ดึงเป็นเส้นลวดได้ถึง 56 กิโลเมตรทองคำยังเป็นแร่ธาตุที่มีจุดหลอมเหลวสูง โดยทองคำบริสุทธิหลอมเหลวที่อุณหภูมิสูงถึง 10620 ’C ทำให้ชิ้นงานไม่หลอมละลายง่ายในระหว่างการขึ้นรูปหรือการเชื่อมบัดกรี ประกอบกับนำความร้อนได้ดี ทำให้ความร้อนกระจายไปในส่วนต่างๆของชิ้นงานได้ดีและเร็ว ช่วยในกระบวนการอบ ดัดแปลงและขึ้นรูป นอกจากนี้ทองคำยังไม่หมองหรือเป็นสนิมในบรรยากาศปกติและไม่ทำปฏิกิริยาทางเคมีกับกรดต่างๆ ยกเว้นกรดกัดทอง เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี จึงมักนำทองไปใช้ในการเคลือบผิวเครื่องประดับที่ทำด้วยโลหะราคาถูกโดยกระบวนการทางปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี คุณสมบัติเหล่านี้นี่เองที่ทำให้ทองคำมีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งในการผลิตตัวเรือนเครื่องประดับ มีวิธีการผลิตคือ1 .การหล่อต้นแบบขี้ผึ้ง เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการหล่อโลหะโดยมี ขั้นตอนดังนี้ • การพิมพ์ต้นแบบเพื่อนำไปใช้หล่อต้นแบบขี้ผึ้ง จะใช้แม่พิมพ์ที่ทำด้วยยาง เพื่อพิมพ์แบบ และลายละเอียดจากต้นแบบตัวเรือนที่ทำด้วยโลหะชนิดต่างๆ เช่นทองเหลือง เงิน ทองแดง โดยใช้วิธีอบร้อน และกดอัดแม่พิมพ์อย่างเครื่องวัดแม่พิมพ์ • การฉีดขี้ผึ้งเข้าไปในแม่พิมพ์ยาง ใช้วิธีการหลอมขี้ผึ้งให้ละลายเป็นของเหลวแล้วฉีดเข้าไปในพิมพ์ยาง เมื่อขี้ผึ้งเย็นตัวลงจะได้ต้นแบบขี้ผึ้งที่นำไปใช้ในการติดต้นเทียน ในการติดต้นเทียน และ หล่อแม่พิมพ์2.การติดต้นแบบขี้ผึ้ง : เป็นการนำต้นแบบขี้ผึ้งที่หล่อเสร็จแล้วมาจัดเรียงเป็นกลุ่มอย่างมีระเบียบ เรียกว่า “ต้นเทียน” คล้ายต้นไม้ที่มีกิ่งก้าน การติดต้นเทียนจะทำให้สามารถหล่อชิ้นงสนโลหะได้ครั้งละจำนวนมาก ลำต้นของต้นเทียนจะเป็นทางเดินหลักของน้ำโลหะ ในระหว่างการหล่อโลหะ 3. การทำแม่พิมพ์ปูนหล่อแบบ : แม่พิมพ์ปูนหล่อ เป็นแม่พิมพ์สิดท้ายที่จะนำไปหลอมชิ้นงานโลหะ ทำโดยการเทปูนไปหุ้มต้นแบบขี้ผึ้งที่เตรียมไว้ ปูนหล่อแบบเป็นปูนปาสเตอร์ ที่มีส่วนผสมสำคัญคือแร่คริสโตบาไรต์ และผงทองแดง หรือผงถ่าน แม่พิมพ์ปูนหล่อมีผิวละเอียด ทนความร้อนได้สูง 7000-9000 ‘C รับแรงอัดจากน้ำโลหะได้โดยไม่แตกร้าว หลังจากหลอมแล้วจึงนำไปอบ เผา ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะกำจัดต้นแบบขึ้ผึ้งที่ถูก หุ้มอยู่ข้างในแม่พิมพ์ปูนให้ละลายไหลออกมา ทำไห้ เกิดเป็น เป็นโพรงขึ้นภายใน เป็นช่องทางเดินของน้ำโลหะ4. การหล่อตัวเรือน : เป็นขั้นตอนการหลอมโลหะให้ละลายเป็นของเหลว แล้วนำมาเทลงในแม่พิมพ์ปูนทางด้านฐานทั้งนี้การจะนำทองคำบริสุทธิ 100% มีจุดหลอมละลายที่1062’C ทองคำบริสุทธิ 91.66 % มีจุดหลอมละลายที่ 926’C ทองคำบริสุทธิ 58.33% มีจุดหลอมละลายที่ 879’C เป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

ภูเขาทอง


ภูเขาทอง หรือ บรมบรรพต ภูเขาจำลองที่โดดเด่นด้วยเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามหนึ่งเดียวของกรุงเทพมหานคร เกิดจากพระราชดำริของพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ให้สร้างพระเจดีย์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกับวัดภูเขาทองที่กรุงศรีอยุธยาหากแต่เป็นเจดีย์อย่างพระปรางค์วัดแจ้งและมีขนาดไล่เลี่ยกันโดยพระราชทานชื่อว่า“พระเจดีย์ภูเขา”เมื่อแรกสร้างการก่อสร้างประสบปัญหาเรื่องความอ่อนนุ่มของสภาพพื้นดินทำให้ฐานรากบางส่วนของพระเจดีย์ใหญ่ทรุดเอียงลง การแก้ไขยืดเยื้อมาหลายครั้งจนถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 4 พระเจดีย์ภูเขาก็ยังไม่สมบูรณ์พระองค์จึงมีรับสั่งให้เสริมความมั่นคงโดยรอบซ่อมแปลงพระเจดีย์ฐานกว้างให้กลายเป็นทรงกระบอกอย่างภูเขาพร้อมกับโปรดเกล้าฯให้สร้างพระเจดีย์ทรงระฆังตามพระราชนิยมขึ้นเหนือยอดนั้นด้วย จึงกลายเป็นภูเขาทองอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ส่วนสำคัญที่สุดของภูเขาทอง คือพระเจดีย์ศิลาศิลปะอินเดียแบบปาละ สถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุองค์จริงที่มีอายุกว่า2,500 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในแปดส่วนของพระบรมสารีริกธาตุที่โทณพราหมณ์ได้แจกจ่ายให้แก่แปดเมืองสำคัญของอินเดียหลังการถวายพระเพลิงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมสารีริกธาตุนี้ขุดพบพร้อมกับผอบเมื่อพ.ศ. 2441 ณ เมืองกบิลพัสต์ โดยรอบผอบมีจารึกเป็นอักษรพราหม์แปลความได้ว่า “พระบรมสารีริกธาตุนี้เป็นของพระพุทธเจ้า(สมณโคดม)ตระกูลศากยราชได้รับแบ่งปันในเวลาถวายพุทธสรีระ” บริเวณโถงกลางทั้งหมดนี้จึงเทียบเคียงได้กับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่อยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์จุฬามณีซึ่งพระอินทร์สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเกศาผ้าโพกเศียรและพระเขี้ยวแก้วขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าดังที่ปรากฏในพุทธประวัติพระบรมสารีริกธาตุนี้ รัฐบาลอินเดียได้น้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 เพื่อเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีโดย ทางสยามได้จัดคณะราชทูตตามโบราณราชประเพณีเดินทางไปยังอินเดียใน พ.ศ.2441 เพื่อรับพระบรมสารีริกธาตุกลับมาประดิษฐานที่สยาม และระหว่างการเดินทางกลับได้เกิดปาฏิหาริย์พระบรมธาตุหลายครั้ง ตั้งแต่การเกิดพายุนอกฤดูกลางทะเลคลื่นลมรุนแรงน่ากลัวจนผู้นำคณะต้องตั้งจิตอธิษฐานต่อพระบรมธาตุเพื่อขอให้พายุสงบลงและเดินทางกลับถึงสยามโดยสวัสดิภาพทันใดนั้นพายุก็เริ่มสงบสภาพอากาศกลับเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์ภูเขาทองตั้งอยู่ในวัดสระวัดสระเกศ หรือชื่อเดิมคือ วัดสะแก เป็นวัดเก่าแก่ที่ปรากฏหลักฐานการสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯให้บูรณปฏิสังขรณ์วัดใหม่ทั้งหมดแล้ว พระราชทานนามใหม่ว่า“วัดสระเกศ” เพื่อระลึกถึงครั้งที่ยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้มาทำพิธีชำระพระเกศาเพื่อพระราชพิธีปราบดาภิเษกขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีตรงบริเวณสระน้ำใหญ่อันเป็นที่ตั้งของหอไตรในปัจจุบันเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

03/05/2562

เครื่องยศทองคำลงยาฯ พระราชมรดก พระนางเรือล่ม


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเหล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นประธานในการแบ่งพระราชมรดกของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือพระนางเรือล่ม หลังเสด็จทิวงคตลงอย่างกะทันหัน ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยศทองคำลงยาราชาวดีหลายรายการที่พระองค์ได้เคยพระราชทานให้ ได้แก่เครื่องยศพานหมากทองคำลงยาราชาวดีผอบทองคำลงยาราชาวดีปริกประดับเพชรจอกหมากทองคำลงยาราชาวดีซองพลูทองคำลงยาราชาวดีตลับขี้ผึ้งรูปผลลิ้นจี่ประดับทับทิมมีสายสร้อยห้อยแขวน-ไม้ควักหูจิ้มฟันประดับเพชรบ้างเล็กน้อยหีบหมากทองคำลงยาราชาวดี หลังเป็นลายสระบัว มีมงกุฎกษัตรียประดับเพชรพลอยบ้างตลับเครื่องในทองคำลงยาราชาวดี หลังประดับมรกต เพชรสามใบเถาพานทองคำลงยาราชาวดี สำหรับรองหีบหมากขันครอบทองคำลงยาราชาวดี จอกลอย และพานรองขันล้างหน้าทองคำลงยาราชาวดีพานรองกาน้ำร้อยหูหิ้วมีถาดรองทองคำลงยาราชาวดีกระโถนเล็กทองคำลงยาราชาวดีโต๊ะเงินสำหรับเครื่องคาวและหวานโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดการแบ่งพระราชทรัพย์มรดกของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯให้แก่บรรดาพระญาติของพระนางเอง โดยพระราชทานเครื่องยศสำหรับผู้หญิงให้แก่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัยพระนัดดาที่ได้ทรงเลี้ยงดูกันมา และเป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 และพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวี (พระยศขณะนั้น) ส่วนหีบหลังประดับเพชรมาแต่นอกมีตลับสามใบเถานั้น ใบหนึ่งมอบให้แก่ พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีผู้เป็นน้อง ส่วนสิ่งของอื่น ๆ นั้น พระองค์ทรงแบ่งออกพระราชทานให้แก่พระเชษฐา พระขนิษฐา และพระนัดดาของพระนางเจ้าสุนันทาฯ แต่กล่องจุลจอมเกล้า 1 ใบ และหีบกะไหล่โปร่งทรงให้ส่งคืนพระคลัง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือที่เรียกกันว่า พระนางเรือล่ม ประสูติเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2403 เป็นพระเจ้าลูกเธอรุ่นเล็ก ลำดับที่ 50 ในจำนวนทั้งหมด 82 พระองค์ มีพระขนิษฐาร่วมพระมารดาเดียวกัน 2 พระองค์ ได้แก่ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) และ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)พระนางเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์สิ้นพระชนม์ด้วยอุบัติเหตุเรือพระประเทียบล่ม ณ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยพระธิดาวัยขวบเศษและพระราชบุตรในพระครรภ์ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดาอีกด้วย ระหว่างการตามเสด็จฯพระบรมราชสวามีแปรพระราชฐานไปประทับยังพระราชวังบางปะอิน พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เป็นที่โปรดปรานของรัชกาลที่ 5 ยิ่งกว่าพระอัครมเหสีองค์อื่นๆ เพราะนอกจากทรงมีพระสิริโฉมงดงามแล้ว พระสติปัญญายังฉลาดเฉียบแหลม จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น "พระอัครมเหสี" รับราชการรับใช้สนองพระเดชพระคุณอย่างใกล้ชิด ความเฉลียวฉลาดของพระนางเจ้าสุนนันทาฯยืนยันได้จากบันทึกของนายพลยูลิสซีส เอส. แกรนต์ อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ได้เดินทางเข้ามาในปี พ.ศ. 2422 มีความว่า "เมื่อข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวนั้น ภรรยาของข้าพเจ้าก็ได้รับการต้อนรับและสนทนาวิสาสะอย่างอบอุ่นเป็นกันเองจากพระราชินี”มีเอกสารจากต่างประเทศบันทึกไว้ว่า “พระองค์ตรัสภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วฉะฉาน และทรงกล้าเข้าสังคมซึ่งแตกต่างจากบุคลิกลักษณะของฝ่ายในโดยมาก ในสมัยก่อน ทำให้ทรงสามารถแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการต้อนรับขับสู้ชาวต่างประเทศเมื่อทรงออกมหาสมาคม ขณะดำรงตำแหน่ง พระนางเธอ หรือ Queen อย่างสมพระเกียรติ “เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

เรื่องทองคำ กับความหมายที่ต้องรู้


ในการซื้อขายทอง มีคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องหลายคำที่บางครั้งร้านทองเข้าใจ แต่คนซื้ออาจยังสงสัยว่าคำนั้นๆหมายความว่าอย่างไร เหล่านี้คือคำศัพท์ที่เกี่ยวกับทองคำและได้ยินกันบ่อยๆได้แก่ทองคำ หมายถึง ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณทองคำแท่ง คือ ทองคำที่ยังไม่ได้นำไปขึ้นรูปเป็นทองรูปพรรณ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ทองคำแท่ง 99.99% และทองคำแท่ง 96.5% โดยทองคำแท่ง 96.5% เป็นที่นิยมในประเทศไทยมากกว่าทองรูปพรรณ คือ ผลิตภัณฑ์ทองคำที่ทาสำเร็จ เป็นเครื่องประดับกาย เครื่องแต่งกาย ของชำร่วย หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อโชว์ ทั้งนี้ ต้องไม่มีอัญมณีประกอบอยู่ด้วย โดยทองรูปพรรณ หมายความรวมถึง นาก ที่สามารถคำนวณราคารับซื้อคืนได้ตามส่วนของราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศรับซื้อคืน ทองรูปพรรณ มี 2 ประเภท คือ ทองรูปพรรณ 99.99% และ ทองรูปพรรณ 96.5% โดยทองรูปพรรณ 96.5% เป็นที่นิยมที่สุดค่ากำเหน็จ คือ ค่าผลิตทองคำรูปพรรณให้เป็นแบบลวดลายต่าง ๆ รวมทั้ง ค่าการตลาดของ ผู้ประกอบธุรกิจร้านทอง ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับ ความยากง่ายของการผลิตชิ้นงานรูปพรรณนั้นๆ เมื่อขายส่งทองรูปพรรณ ผู้ค้าส่งจะบวกค่าจ้างผลิตทองรูปพรรณ (ค่ากำเหน็จ) เพิ่มจากราคาทองคาแท่งที่นำมาผลิต และเมื่อกิจการร้านทองนำทองรูปพรรณมาขายปลีกก็จะบวกกำไรอีกทอดหนึ่ง เพื่อให้คุ้มกับค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกจากค่าสินค้า เช่น ค่าเดินทาง เป็นต้น ทำให้ราคาทองรูปพรรณที่ขายจริงสูงกว่าราคาขายทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคำประกาศขายฝากทองรูปพรรณ คือ การขายทองรูปพรรณโดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายมีสิทธิไถ่ทองคืนได้ภายในกำหนดเวลาตามสัญญา ซึ่งปกติร้านทองจะกำหนดช่วงเวลาขายฝากเป็นรายเดือน หรือในระยะสั้น โดยจะบวกค่าตอบแทนที่คำนวณตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายฝาก ต่างจากการจำนำที่เป็นการนำทองรูปพรรณมาเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้โกลด์ ออนไลน์ เป็นการลงทุนทองคำแท่งแบบซื้อขายผ่านออนไลน์ สะดวก ปลอดภัย เพราะไม่ต้องเดินทางไปร้านทองบ่อย และเหมาะกับการลงทุนระยะสั้น เหรียญทองคำ เป็นการลงทุนทองคำที่นิยมมากในต่างประเทศ เพราะซื้อขายตามน้ำหนัก และนักสะสมมีโอกาสทำกำไรจากความนิยมในตัวเหรียญทองได้มากกว่าการลงทุนทองคำแท่งกองทุนทองคำ เป็นการซื้อกองทุนทองคำเพื่อการลงทุน และกองทุนจะนำเงินไปลงทุนทองคำเพื่อทำกำไรอีกต่อหนึ่งเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

กฎมณเฑียรบาลเรื่องเครื่องแต่งกาย ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง


ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทอง มีกฎมณเฑียรบาลในกฎหมายตราสามดวง ว่าด้วยข้อบัญญัติเกี่ยวกับเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชพิธีและโอกาสต่างๆ รวมทั้งการแต่งกายของชนชั้นสูง และใช้สืบทอดมาในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รวมถึงมีข้อห้ามการนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้า บางประเภทสำหรับสามัญชนด้วย เช่น พระมหากษัตริย์ ทรงเครื่องราชูปโภคพระมหามงกุฎ พระมหากุณฑล พาหุรัด ถนิมมาไล สร้อย มหาสังวาลย์ สเอ้ง อุตรีอุตรา ควงใด ๗ แถว พระธำมะรงค์ ๓ องค์ทุกนิ้ว พระหัตถ์ ขนองกั้งเกญ สนับเพลา รัตนกำพล กองเชิง รองพระบาทพระอรรคมเหสี พระราชเทวี ทรงราชูปโภค มีมงกุฎ เกือกทอง อภิรม ๓ ชั้น พระราชยานมีจำลองพระราชเทวี พระอรรคชายา ทรงเครื่องราชูปโภค ลดมงกุฎ ทรงพระมาลามวยหางหงส์ เกือกกำมะหยี่ สักหลาด มีอภิรม ๒ ชั้น เทวี ยานมีมกรชูพระเจ้าลูกเธอเอกโท ทรงพระมาลามวยกลม เสื้อโภคลายทองพระเจ้าหลานเธอเอกโท ใส่เศียรเพศมวยกลม เสื้อโภคแพรดารากรเลวแม่เจ้าสนองพระโอษฐ ใส่สนองกล้า เสื้อแพรพรรณ เป็นต้นนอกจากนี้ พระราชพิธีอาสยุช หรือ พระราชพิธีแข่งเรือเดือน ๑๑ พบว่า พระมหากษัตริย์ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงเครื่องราชูปโภค คือ ...ตอนเช้าทรงพระมหามงกุฎ กลางวันทรงพระสุพรรณมาลา ตอนเย็นทรงพระมาลาสุกหร่ำ สพักชมพู สมเด็จพระอรรคมเหสี พระภรรยา ทรงพระสุพรรณมาลา นุ่งแพรลายทอง ทรงเสื้อ พระอรรคชายา ทรงพระมาลาราบ นุ่งแพรดารากร ทรงเสื้อ ลูกเธอหลานเธอ ทรงศิรเพศมวย ทรงเสื้อ พระสนม ใส่สนองเกล้า สพักสองบ่า เป็นต้น ส่วนการแต่งกายของขุนนาง ปรากฏในกฎมณเฑียรบาล ดังนี้“การแต่งกายขุนนางที่มีศักดินา ๑๐,๐๐๐ ไร่นั้น (สวม) ศีรเพศมวยทองท้าวนั่งเมือง (สวม) ศีรษะเพศมวยทองศักดินา ๑๐,๐๐๐ กินเมือง หมวก ล่วมทอง” เมื่อมีแขกเมืองเข้าเฝ้าข้าราชการใดสวมเสื้อเก่าคร่ำคร่ามาอยู่ในที่เฝ้าให้เอาตัวออกไปจากหน้าพระที่นั่ง เมื่อแขกเมืองกลับแล้วจึงจัดการชำระโทษ ถ้ารับสารภาพว่าได้นำไปใช้พรำเพรื่อนอกราชการ ให้ภาคทัณฑ์ไว้ เพราะเป็นความผิดครั้งแรก ถ้ากระทำเป็นครั้งที่ ๒ ให้ตี กระทำอีกเป็นครั้งที่ ๓ เมื่อใดให้ใส่คา นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอื่นๆ เช่น ห้ามนุ่งสีแดง ผ้าชมพูไพรำ ผ้าการะดำที่ไม่มีเชิง ห้ามห่มผ้านอกเสื้อ ห่มผ้าบ่าเดียว ผ้าปัก ผ้าลายมีเชิง และห้ามนุ่งผ้าเหน็บหน้า นุ่งผ้าหิ้วชาย และนุ่งผ้าลอยชาย เข้าไปในเขตพระราชฐานหรือในงาน ฉลองพระราชพิธี หากยังกระทำให้นายประตู นายพระโรงฉีกผ้านั้นเสียแต่อย่างไรก็ดี การปูนบำเหน็จรางวัลแก่ทหารที่ไปรบชนะข้าศึกด้วยเสื้อผ้าก็มีเช่นกัน คือ ผู้ที่ชนช้างชนะ จะได้รับบำเหน็จรางวัลเป็นหมวกทอง เสื้อสนอบ และทองปลายแขนและผู้ได้ฟันข้าศึกยามมีชัยชนะจะได้รับ เงินห้าตำลึง ตลับทอง และเสื้อผ้าเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

ทองเอก


ทองเอกเป็นชื่อขนมไทยโบราณ ที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี น้ำตาล ไข่แดง และกะทิ กวนจนข้น แล้วนำใส่แม่พิมพ์ให้ได้รูปตามที่ต้องการ จากนั้นจึงแคะออกจากแม่พิมพ์ แล้วนำมาอบด้วยเทียนอบ ในสมัยโบราณนั้นได้มีการนำทองคำเปลวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆประดับไว้ด้านบนแต่ปัจจุบันไม่มีการนำทองคำเปลวมาตกแต่งขนมทองเอก แล้วเนื่องจากทองคำเปลวที่ใช้ในปัจจุบันเป็นทองคำเปลวสังเคราะห์ ไม่ใช่ทองคำแท้ ถ้ารับเข้าไปก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทองเอกเป็นหนึ่งในขนมตระกูลทองซึ่งได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และเป็นหนึ่งในขนมมงคล 9 ชนิดซึ่งได้แก่ ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมชั้น เม็ดขนุน ถ้ายฟู จ่ามงกุฎ และ เสน่ห์จันทร์ ขนมมงคลนี้จะใช้ในการนำไปประกอบเครื่องคาวหวานเพื่อถวายพระในงานมงคลต่าง ๆ เช่น งานบวชงานมงคลสมรส งานขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น เชื่อกันว่างานมงคลเหล่านี้จะต้องใช้เฉพาะขนมไทยที่มีชื่อไพเราะและเป็นสิริมงคล ซึ่งคำว่า เอก ในชื่อขนมทองเอกนั้นหมายความว่า การเป็นที่หนึ่งซึ่ง การทำขนมทองเอก นอกจาก แป้งสาลี น้ำตาลทราย ไข่แดง และกะทิ ยังมี แป้งเท้ายายม่อม สีผสมอาหารสีเหลือง และทองคำเปลว 100% วิธีทำคือ นำแป้งสาลีไปคั่วในกระทะใช้ไฟอ่อนๆจนแป้งสุกแล้วพักไว้. นำกะทิและน้ำตาลทรายใส่ในกระทะค่อยๆเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆจนส่วนผสมข้นแล้วพักไว้ให้อุ่นหรือเย็น จากนั้นนำไข่แดงใส่ลงไปทีละฟองคนผสมให้เข้าหมด จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆกวนผสมจนเหนียวข้น ยกลงจากเตาค่อยๆใช้ตะแกรงตาถี่ๆร่อนแป้งสาลีคั่วลงไปแล้วค่อยๆตะล่อมแป้งจนผสมเข้ากันแล้วนำขึ้นกวนต่อด้วยไฟอ่อนๆจนส่วนผสมเป็นก้อนไม่ติดกระทะ ตักขึ้นพักไว้ให้อุ่นแล้วนำขนมแบ่งใส่พิมพ์แล้วเคาะออก ปิดหน้าขนมด้วยทองคำเปลวติดขนมก็รับประทานได้แล้วในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เช่นในงานบุญ เทศกาลสำคัญ งานมงคล หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมไทยต้องใช้กำลังคนและเวลาในการทำพอสมควร โดยเฉพาะขนมชาววังที่ส่วนใหญ่เป็นงานประณีตวิจิตรบรรจงในการทำและจัดวาง ต่างจากขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ที่มีขั้นตอนไม่ยุงยากนัก ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวป่าในและขนมไทยที่มีส่วนประกอบของ แป้ง ไข่ กะทิ และน้ำตาล ก็เริ่มมีคนรู้จักและเป็นที่นิยมมากขึ้นซึ่งเชื่อกันว่าผู้ประดิษฐ์คิดขนมไทยออกมาเผยแพร่จนเป็นที่นิยม กันอย่างกว้างขวางสืบต่อมาจนทุกวันนี้มีชื่อว่า “มารี กีมาร์ เด ปนา”หรือ“ท้าวทองกีบม้า” นั้นเองเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง


ถ้าพูดถึงละครไทยในตอนนี้ไม่มีเรื่องไหนเป็นที่ถูกอกถูกใจคนดูได้เท่ากับละครเรื่อง“ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง” ที่กำลังโกยเรตติ้งตามรอย “บุบเพสันนิวาส”ที่ดังกระหึ่มเมืองไปก่อนหน้านั้น ทางช่อง 3ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง เป็นเรื่องราวชีวิตของชายหนุ่มผู้มีนามว่า ทองเอก หมอยาโบราณสายพันธุ์ใหม่กับ การรักษาโรคด้วยยาไทย และการถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยังมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ความศรัทธา และปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นสิ่งที่ทองเอกต้องฝ่าฟันไปให้ได้ โดยตลอดทั้งเรื่องมีการสอดแทรกความรู้ทางยาสมุนไพรไทย การรักษาโรค ของคนโบราณไว้ได้อย่างน่าสนใจ ผู้จัดคนเก่งคุณชุดาภา จันทเขตต์ และ ปิยะ เศวตพิกุล แห่งบริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด เล่าว่าละครเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ ฉายา “หมอเทวดา” แห่งสิงห์บุรี หมอแผนปัจจุบัน ที่เกษียณอายุราชการแล้วหันไปรักษาคนไข้ด้วยวิธีการค้นคว้าหาตัวยาสมุนไพรไทยมาผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ก็ไม่วายมีคนตั้งข้อสงสัยว่าเนื้อหาของละครมีความคล้ายคลึงกับThe Legendary Of Doctor Hur Junหรือคนดีที่โลกรอ หมอโฮจุนซีรีย์เกาหลีที่โด่งดังในหลายประเทศรวมถึงไทยด้วยซึ่งผู้จัดยืนยันหนักแน่นว่าเป็นคนพล็อตเรื่องขึ้นมาเองโดยไม่ได้เลียนแบบใคร ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง เป็นเหตุการณ์ที่สมมติให้เกิดขึ้น ในปีพ.ศ. 2419สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5เจ้าเอกหรือทองเอกรับบทโดยมาริโอ เมาเรอร์ ได้เกิดขึ้นในครอบครัวหมอยาที่ได้สืบทอดวิชาแพทย์แผนโบราณ จากกรุงเก่า เมื่อเขาอายุได้ ๘ ปี พ่อกับแม่ทองเอกช่วยกันรักษาโรคห่า (กาฬโรค) ที่กำลังระบาดหนักให้ชาวบ้านจนตัวเองต้องตาย ทองเอกจึงต้องไปให้อยู่กับปู่ ส่วนปู่ของทองเอกชื่อทองอิน เป็นหมอยาชื่อดัง ที่เคยรักษาลูกของขุนนางใหญ่ที่โดนหมาบ้ากัด แต่ไม่สามารถรักษาได้ทำให้เด็กเสียชีวิต ปู่อินจึงโดนเนรเทศและไม่ให้รักษาใครอีก เขาจึงไม่ยอมให้ทองเอกเป็นหมอยาเหมือนกับตนและลูกชาย แม้ว่าทองเอกจะมีความรู้ ความสามารถและมีพรสวรรค์ในการรักษาคนก็ตาม จนวันหนึ่งปู่ของทองเอกได้ทำการรักษาโรคลมดาลหรือโรคท้องผูกให้คุณนายสายหยุด ภรรยาของขุนกสิกรรมบำรุงแห่งท่าโฉลงจนได้มาพบกับชบา ลูกสาวท่านขุน เรื่องราวของความรัก ความสนุกสนาน และความรู้เรื่องยาสมุนไพรไทยจึงเริ่มขึ้น สุดท้ายทองเอกจะได้เป็นหมอยาสมใจหรือไม่ต้องรอติดตามชมกันต่อไป ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง บทประพันธ์โดย จินโจว บทโทรทัศน์โดย นุชหน้าจอ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด กำกับการแสดงโดยชุดาภา จันทเขตต์ นำแสดงโดย มาริโอ เมาเรอร์ คิมเบอร์รี่ แอนด์ โวลเทมัส ณปภา ตันตระกูล ปรมะ อิ่มอโนทัย และนักแสงสมทบอีกมากมายเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

ผ้ากรองทอง ผ้าไทยสมัยโบราณ


ผ้ากรองทอง เป็นผ้าโบราณที่ใช้เฉพาะเจ้านายผู้หญิงชั้นสูงเท่านั้น มีขนาดกว้างยาวเท่ากับผ้าสใบ ชายผ้าด้านกว้างปล่อยเป็นชายครุย เป็นผ้าที่ถักด้วยแล่งเงิน หรือแล่งทอง ถักให้เป็นลวดลายต่อกันเป็นผืน ส่วนมากนำมาทำเป็นผ้าสไบ ใช้ห่มทับลงบนผ้าแถบ และผ้าสไบอีกทีหนึ่ง คนสมัยโบราณมีวิธีเพิ่มความสวยงามให้ผ้ากรองทองได้อย่างน่าทึ่ง โดยนำปีกแมลงทับมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนรูปใบไม้ และปักลงไปบนผ้ากรองทอง ในตำแหน่งที่เป็นลายใบไม้ ทำให้ได้ผ้ากรองทองที่งดงามทรงคุณค่ามากขึ้นนอกจากนี้ยังมีผ้าไทยโบราณอีกหลายชนิดที่ปัจจุบันหาดูได้ยากยิ่งเช่น ผ้าเขียนทอง ผ้าพิมพ์ลายอย่างดี เน้นลวดลาย เพิ่มความสวยงาม ด้วยการเขียนเส้นทองตามขอบลาย ผ้านี้เกิดขึ้นครั้งแรก สมัยรัชกาลที่ ๑ และใช้ได้เฉพาะพระมหากษัตริย์ลงมาถึงชั้นพระองค์เจ้าโดยกำเนิดเท่านั้นผ้าปูม เป็นผ้าที่พระมหากษัตริย์ใช้พระราชทาน เป็นเครื่องยศขุนนาง ในสมัยก่อนจะมีโรงไหมของหลวงสำหรับทอผ้าสมปักปูม และสมปักเชิงกรวยพระราชทาน ทอด้วยไหมเพลาะ กลางผืนผ้าเป็นลายสีต่างๆ ใช้ตามยศตามเหล่า มีสมปักปูมเป็นชนิดสูงสุด สมปักริ้วเป็นชนิดต่ำสุด ปัจจุบันผ้าปูมรู้จักกันในชื่อผ้ามัดหมี่ ในประเทศไทยมีผลิตมาก ทั้งผ้าไหม และผ้าฝ้าย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างแทบทุกจังหวัด ลักษณะการทอ และรูปแบบของผ้ามัดหมี่นี้พบว่า เป็นเทคนิคที่มีอยู่ทั่วโลก ในประเทศที่มีอารยะธรรมโบราณ ทั้งจีน อินเดีย อินโดนิเซีย หรือในทวีปยุโรป และแอฟริกาก็มีเช่นกันผ้าสมปัก เป็นผ้านุ่งที่พระมหากษัตริย์พระราชทานให้ขุนนางตามตำแหน่ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จะใช้เป็นเครื่องแบบเฉพาะในเวลาเข้าเฝ้าหรือในพระราชพิธีเท่านั้น เป็นผ้าทอด้วยไหมเพลาะ กลางผืนผ้าเป็นสีและลายต่างๆ สมปักมีหลายชนิด ได้แก่ สมปักปูม เป็นชนิดดีที่สุด สมปักล่องจวน เป็นสมปักที่ทอเป็นรอยยาว เป็นสมปักชนิดท้องพื้นมีเชิงลาย นอกจากนี้มีสมปักลาย และ สมปักริ้ว ซึ่งเป็นผ้าสามัญ ที่เจ้ากรม ปลัดกรมนุ่งเท่านั้น มิใช่เป็นของพวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ผ้าสมรดหรือสำรด เป็นผ้าคาดทับเสื้อครุยในงานพระราชพิธีของขุนนางชั้นสูง หรือเรียกว่า ผ้าแฝง ทำด้วยไหมทองถักโปร่งๆ บางๆ คล้ายผ้ากรองทอง แต่โปร่งและบางกว่ามาก บางทีหมายถึง ผ้าคาดเอว ที่ทำด้วยผ้าตาดทองปักดิ้นปักปีกแมลงทับ เป็นลวดลายดอกไม้เครือเถา เดิมก่อนรัชกาลที่ ๕ ไม่มีการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีดำ ในงานพระเมรุใหญ่ๆ เจ้านาย และขุนนาง จึงนุ่งสมปักลายสีต่างๆ คาดทับเสื้อครุย สำหรับชาวบ้านสามัญชนทั่วไป ก็มีผ้าหลายชนิดเช่น ผ้าขาวม้าหรือผ้ากำม้า เป็นผ้าประจำตัวของผู้ชาย ใช้เป็นทั้งผ้านุ่ง ผ้าเช็ดตัว ผ้าเคียนพุง และผ้าพาดไหล่ เป็นผ้าฝ้ายผืนยาวทอเป็นลายตาตารางผ้ากาสา เป็นคำ มลายู แปลว่า หยาบ เพราะเป็นผ้าดิบที่ไม่ได้ย้อมฝาด เนื้อหยาบ มีสีหม่น และผ้าตาโถง เป็นผ้าลายตาสี่เหลี่ยม หรือลายตาทแยงใช้เป็นผ้านุ่งของผู้ชายคล้ายผ้าโสร่ง เป็นต้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/24/2562

ผ้าเขียนทอง เครื่องแต่งกายโบราณ


ผ้าเขียนทอง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผ้าลายอย่าง เป็นผ้าที่ทำให้มีลวดลายด้วยการพิมพ์สีต่างๆ ลงบนผ้าฝ้ายเนื้อดีและเขียนน้ำทองทับลงบนลายพิมพ์อีกครั้ง ผ้าประเภทนี้ผลิตที่ประเทศอินเดีย เช่นเดียวกับผ้าสำคัญอื่นๆที่ใช้ในราชสำนักสยามอีกมากมาย ผ้าเขียนทองนี้พระมหากษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์จะทรงในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ เช่น พระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เป็นต้น กรรมวิธีทำผ้าเขียนทอง ค่อนข้างจะสลับซับซ้อน เริ่มด้วยการเตรียมผ้า หากเป็นผ้าฝ้ายต้องกวดผ้าด้วยหอยเบี้ยให้แน่นและขึ้นเงาเสียก่อน. หากเป็นผ้าไหมต้องเป็นไหมเนื้อแน่น ถึงจะนำมาเขียนได้ ในสมัยโบราณนั้นเป็น ผ้าพิมพ์ลายอย่างดี เน้นลวดลาย ที่วิจิตรบรรจง แล้วเพิ่มความสวยงามด้วยการเขียนเส้นทองตามขอบลาย โดยการแปะแผ่นทองคำเปลวลงบนยางไม้มะเดือดแล้วปัดทองส่วนที่เกินออกไป หรืออาจผสมผงทองไปในยางไม้เลยก็ น้ำกาวจากยางมะเดื่อนี้ เป็นมะเดื่ออุทุมพรที่ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ต้องกรีดในยามเช้าจึงจะได้น้ำยางมาก น้ำยางมะเดื่อ จะไหลช้าๆ ไม่ได้ไหลเหมือนต้นยางพารา จึงต้องคอยเก็บยางอย่างสม่ำเสมอ กว่าจะได้น้ำยางต้องใช้เวลาเป็นวันๆ จากนั้นทิ้งไว้หนึ่งคืนให้ยางเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีส้ม นำน้ำยางมาผสมกับสูตรกาวจนได้น้ำยางที่เหนียวและคงทน จากนั้นก็เขียนยางลงไปบนผ้า. ขั้นตอนนี้คือขั้นตอนที่ยากและต้องใช้ความระมัดระวังมาก เพราะต้องบังคับเส้นให้คม สวยงาม ไม่ให้แตก หรือน้ำยางหยดลงบนผ้า เพราะจะทำให้ไม่สวยงามเวลาปิดทอง จากนั้นแปะด้วยทองคำเปลวซึ่งต่องเป็นทองคำแท้คัดพิเศษ ถ้าเป็นทองคำเปลงที่ตีด้วยมือก็จะดีที่สุด เพราะให้ทองสีสม่ำเสมอไม่ขาดเสมอกัน (ยางมะเดื่อขนิดเดียวกันนี้ยังใช้ปิดทองในงานจิตรกรรมไทยมาแต่โบราณและสามารถอยู่ได้เป็นร้อยปี) ผ้าเขียนทองนี้เกิดขึ้นครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ ๑ และใช้ได้เฉพาะพระมหากษัตริย์ลงมาถึงชั้นพระองค์เจ้าโดยกำเนิดเท่านั้นนอกจากนี้ยังมีผ้าเขียนทองอีกชนิดหนึ่งคือการเขียนทองลงบนผ้าพื้น โดยใช้ผ้าฝ้ายชนิดเดียวกันกับผ้าลายอย่าง มีพื้นเป็นสีต่างๆที่พบหลายผืนคือพื้นเขียว และพื้นแดง แล้วนำมาสร้างลวดลาย ให้เป็นลายทองโดย การเขียนหรือใช้บล็อคแสตมป์ยางเหนียวหรือยางไม้ลงบนผืนผ้าก่อนแล้วจึงโรยทองคำผงให้ติดเป็นลายทองบนผืนผ้า เมื่อแห้งแล้วนำมาขัดให้ทองขึ้นเงาอีกครั้งหนึ่งเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

สะพานสีทอง (Golden Bridge)


บนยอดเขาบานาฮิลส์ ในเมืองดานัง ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ได้เกิดประติมากรรมเส้นด้ายสีทองที่กำลังทอดอยู่บนพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า หรือที่เรียกว่า สะพานสีทอง (Golden Bridge) ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ สะพานสีทองนี้ออกแบบโดยนาย Vu Viet Anh หัวหน้านักออกแบบและผู้ก่อตั้ง TA Landscape Architecture ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความยาว 150 เมตร ทางเดินแบ่งออกเป็น 8 ช่วง โค้งไปตามแนวเขา สิ่งที่สะดุดตานักท่องเที่ยวมากที่สุดคงจะเป็น อุ้งมือหินขนาดยักษ์ ที่ถูกออกแบบให้แบกรับสะพานสีเหลืองทองนี้เอาไว้ สร้างความแตกต่างจากสะพานอื่นทั่วไป ซึ่งนาย Vu Viet Anh เล่าถึงแนวคิดในการสร้างสะพานนี้ว่า " สะพานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดภาพมือยักษ์ใหญ่ของพระเจ้ากำลังดึงเส้นแถบสีทองออกมาจากพื้นดิน กลายเป็นทางเดินบนท้องฟ้าท่ามกลางดินแดนที่ปกคลุมด้วยหมอกและความสวยงามราวสวรรค์ของบานาฮิลส์ ” "สะพานสีทอง (Golden Bridge)”มีชื่อจริงๆ ในภาษาเวียดนามว่า Cau Vang ซึ่งมีความหมายว่าสะพานสีทองเช่นกัน นอกจากรูปทรงที่แปลกตาแล้วบนสะพานยังปลูกดอก Lobelia Chrysanthemum สีม่วงสดใส ยาวตลอดทาง เหมาะที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจ สูดอากาศสดชื่น และชมทิวทัศน์อันกว้างใหญ่ของเมืองดานัง ซึ่งเมื่อภาพจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเวียดนามและต่างชาติ ถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ก็กลายเป็นที่กล่าวถึงความสวยงามของสะพานสีทองแห่งนี้ทันที สะพานสีทอง เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อเดือน มิถุนายน ปี2561 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากสะพานสีทองแล้ว บานาฮิลส์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น กระเช้าลอยฟ้า หมู่บ้านจำลองฝรั่งเศสยุคกลาง ปราสาท สวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่มีรูปปั้น Lady Gaga และ Michael Jordan มีวัดจีนลีงอึ้งให้กราบไหว้ รวมถึงสวนสนุกDisney Vietnam ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นอีกมากมาย ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมบานาฮิลส์ถึง 2.7 ล้านคนเลยทีเดียวใครสนใจเที่ยวชมสะพานสีทอง(Golden Bridge) ก็ไปได้ที่บานาฮิลส์ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

สีแดงและสีเหลืองทอง กับวัฒนธรรมจีน


สีแดงและสีทอง มีความสำคัญวัฒนธรรมของจีน ในช่วงเทศกาลสำคัญๆต่างๆไม่ว่าจะเป็นวันตรุษจีน วันสารทจีน หรือแม้กระทั่งเทศกาลถือศีลกินเจ ก็จะมีสีแดงและสีเหลืองทองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอๆสีแดง ในวัฒนธรรมจีนได้ยก “สีแดง” ให้เป็นสัญลักษณ์ของความมงคล ความโชคดีและความสุข ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน จะมีธรรมเนียมที่ผู้อาวุโสจะมอบอั่งเปาให้แก่ลูกหลานเพื่อต้อนรับปีใหม่และให้ศีลให้พรกับคนที่อายุน้อยกว่า ซึ่งอั่งเปาหรือซองจดหมายสีแดงนี้เองยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง การเติบโตงอกงามอีกด้วยนอกจากนี้เรายังจะได้เห็นสีแดงอีกบ่อยๆในโอกาสมงคลอื่นๆอีก เช่น งานแต่งงานตามวัฒนธรรมชาวจีน ก็ใช้สีแดงให้เป็นเครื่องแสดงถึงโชคดี ความสุข และการมีอายุยืนยาวสีเหลืองทองในทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสีที่ดึงดูดสายตามนุษย์ได้ดีที่สุด ส่วนในวัฒนธรรมจีนนั้น ยกสีเหลืองทองเป็นสีที่สวยที่สุดโดยมีคำกล่าวที่ว่า “สีเหลืองทองสร้างหยินและหยาง” ซึ่งหมายความว่าสีเหลืองทองเป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่งสีเหลืองทองเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นกลางและความโชคดีและบ่อยครั้งจะถูกจับคู่กับสีแดงเพื่อใช้ตกแต่งสถานที่เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่เจ้าของผู้อยู่อาศัยทั้งนี้สีเหลืองทองยังเป็นสีประจำองค์จักรพรรดิจีนในทุกยุคทุกสมัยอีกด้วย จะเห็นได้ว่าแดงและสีเหลืองทองนี้ เป็นสีที่มีความหมายในด้านความโชคดี ความสุขและความมงคล นอกจากนี้ในศิลปะและวัฒนธรรมของจีนโบราณมีการใช้สีพื้นฐาน 5 สี คือ สีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง(ทอง) สีขาว และสีดำ ซึ่งมีความนัยถึงธาตุทั้ง 5 ธาตุ คือ น้ำ ไฟ ไม้ โลหะ และดิน สีดำ เป็นสีที่มีความหมายถึง น้ำ และเป็นสีกลาง (neutral color) ทำให้มีคุณสมบัติลึกลับไม่แน่นอนแต่สามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน สีแดงเป็นสีที่เกี่ยวเนื่องกับไฟธาตุไฟหมายถึงแสงสว่าง ความอบอุ่น พละกำลัง และความรุ่งโรจน์ สีแดงจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีและความสุขสามารถพบการใช้สีแดงได้ทุกที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน สีเขียว เป็นสีที่แทนธาตุไม้ มีความหมายเกี่ยวเนื่องถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การเจริญเติบโต ความรุ่งเรือง และความสามัคคี สีขาว มีความหมายถึงโลหะ โดยมี "ทอง (gold)" เป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสว่าง บริสุทธิ์ และสมปรารถนา ในวัฒนธรรมจีนสีขาวยังเป็นสีแห่งความโศกเศร้าที่ใช้ในงานศพ เกี่ยวเนื่องกับความตายและความโศกเศร้า จึงเป็นสีต้องห้ามสำหรับงานมงคลสีเหลือง(ทอง) เป็นสัญลักษณ์แทนธาตุดิน ซึ่งหมายถึง ความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ทั้งในแง่ของอารมณ์ความรู้สึกและชีวิตความเป็นอยู่ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสีของจักรพรรดิจีน เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

แหวนแต่งงานแห่งราชวงศ์อังกฤษ


ปีที่ผ่านมานี้ ราชวงศ์อังกฤษมีงานพระราชพิธีเสกสมรสติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เจ้าชายแฮรี่ จนมาถึงเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก และสิ่งแหวนหมั้นก็เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกให้ความสนใจและจับตามองกันอย่างมากว่าจะเป็นแหวนองค์ไหน สวยงามมากน้อยเพียงใดโดยเฉพาะแหวนแต่งงานของเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งทำจากทอง 24 กะรัตสีพิงค์ โกลด์จากเวลล์แหวนแต่งงานของเมแกน มาร์เคิล ที่เจ้าชายแฮร์รี่จะทรงสวมให้ในพิธีอภิเษกเสกสมรสเมื่อเดือนพฤษภาคม จะทำขึ้นจากทองหายากจากแคว้นเวลส์เป็นทอง 24 กะรัตสีพิงค์ โกลด์ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาในการใช้แหวนแต่งงานที่ทำจากทองเวลช์ ซึ่งใช้เป็นครั้งแรกเมื่อครั้งที่พระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเลดี้ อลิซาเบธ โบวส์-ลีออน เมื่อปี 2466 ซึ่งเลดี้ อลิซาเบธ คือพระบรมราชชนนีในสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 หรือที่รู้จักในพระนามควีนมัม และยังทรงเป็นปัยยิกา(ย่าทวด)ของเจ้าชายแฮร์รี่อีกด้วยแหวนของเมแกนเป็นสีทองเฉดเช่นเดียวกับแหวนหมั้นที่เป็นทองคำ 18 กะรัตซึ่งเจ้าชายแฮร์รี่เป็นผู้ออกแบบเอง โดยแหวนแต่งงานนี้ทรงเลือกเพชรเม็ดใหญ่จากประเทศบอตสวานา 3 เม็ด ขนาด 3.5 กะรัต เรียงตรงกลาง ส่วนอีก 2 เม็ดด้านข้างเป็นเพชรของเจ้าหญิงไดอาน่า พระมารดาผู้ล่วงลับ มาประดับลงไปเป็นแหวนแต่งงานที่ดูเรียบง่ายแต่สุดคลาสสิก มีมูลค่า 250,000 ปอนด์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนแหวนแต่งงานของเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก เป็นพลอยแซฟไฟร์ สีชมพูอมส้ม ล้อมรอบด้วยเพชรเจียระไน 10 เม็ด มีลักษณะคล้ายคลึงกับกับแหวนหมั้นของซาราห์ เฟอร์กูสัน ดัชเชสแห่งยอร์กพระมารดาทรงสวมใส่ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีถือว่าเป็นของหายากและมีคุณค่ามากที่สุดในทุกพันธุ์คอรันดัม ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ปอนด์ หรือราว 4.3 ล้านบาทนอกจากนี้ยังมีแหวนแต่งงานที่น่าสนใจของราชวศ์อังกฤษอีกหลายวงอย่างเช่น แหวนแต่งงานของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เป็นแหวนเพชรเม็ดงามที่เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามี ได้ทรงออกแบบให้หัวแหวนเป็นเพชรน้ำงามทรงรูปไข่ ขนาด 3 กะรัต ถอดมาจากเทียร่าของพระมารดาของเจ้าชายฟิลิป ล้อมรอบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ 5 เม็ด โดยเม็ดกลางมีขนาดใหญ่ที่สุด นอกจากนี้ตรงไหล่แหวนยังมีเพชรประดับอยู่ด้วยทั้งสองฝั่ง ราคาประมาณ 200,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8.7 ล้านบาทแหวนแต่งงานของเจ้าหญิงไดอาน่า และดัชเชสเคท มิดเดิลตัน เป็นแหวนวงเดียวกันที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้มอบให้กับเจ้าหญิงไดอาน่าและต่อมาเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้มอบแหวนวงนี้ให้แก่เจ้าชายวิลเลี่ยม เพื่อหมั้นหมายกับเคท มิดเดิลตัน หรือดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เพื่อเป็นตัวแทนความรัก โดยตัวเรือนเป็นทองคำขาว ประดับด้วยไพลินศรีลังกาสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 12 กะรัต และล้อมด้วยเพชร 14 เม็ด วางเรียงอย่างสวยงามบนตัวเรือนทองคำขาว ออกแบบโดยช่างทำเครื่องประดับประจำราชวงศ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่า เจ้าหญิงไดอาน่าได้ออกแบบให้คล้ายกับแหวนของ Frances Shand-Kydd พระมารดา แหวนวงนี้จึงถือว่ามีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับราชวงศ์อังกฤษอย่างมาก ปัจจุบันมีการประเมินราคาแหวนวงนี้อยู่ที่ 300,000 ปอนด์ หรือราว 13 ล้านบาท แหวนแต่งงานของซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์กเป็นแหวนทับทิมพม่าสีแดงเข้มทรงรี เพื่อสื่อถึงเส้นผมสีแดงของดัชเชสซาราห์ ล้อมรอบด้วยเพชร 10 เม็ดประดับลงบนตัวเรือนทองคำ งดงามโดดเด่นเป็นอย่างมาก เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ได้มอบแหวนหมั้นสุดงดงามนี้ให้กับซาราห์ ดัชเชสแห่งยอร์ก เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งปัจจุบันคือพระมารดาในเจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์ก และเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก นั่นเอง ปัจจุบันแหวนวงนี้มีราคาอยู่ที่ราว 150,000 – 200,000 ปอนด์ หรือราว 6- 8 ล้านบาทเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

เปียโนสีทอง


ในวาระสำคัญต่างๆเช่น คริสต์มาส ที่ประเทศอังกฤษจะมีการเผยแพร่ภาพ สมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อ่านพระราชสารเพื่อพระราชทานพรแก่ราษฎรในห้องเลี้ยงรับรองสีขาวห้องหนึ่ง ของพระราชวังบัคกิงแฮมที่ตกแต่งด้วยสิ่งของและเครื่องประดับสวยงาม ซึ่งได้รับการกล่าวถึงไม่แพ้สารจากพระราชดำรัสโดยเฉพาะเปียโนสีทองที่ตั้งอยู่ห้องนั้นด้วย เปียโนสีทองหลังนี้ผลิตโดย S & P ERARD และตกแต่งด้วยภาพวาดหลากสีโดย François Rochard (ค.ศ. 1798-1858) สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามี เมื่อปี ค.ศ.1856 ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงชื่นชอบดนตรี ที่ประทับส่วนพระองค์แทบทุกแห่ง มักมีเปียโนอยู่เสมอ ขณะที่เปียโนหลังนี้เดิมทีถูกนำไปไว้ที่ห้องสาธารณะซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถและราชวงศ์ใช้รับแขกเปียโนสีทองนี้ทำจากไม้ มะฮอกกานี ซาตินวู้ด และไพน์ เคลือบทอง บ้างสันนิษฐานว่าอาจทาสีที่เหมือนทองก็เป็นได้ พร้อมประดับลวดลายภายนอกด้วยศิลปะสไตล์ Singerie เป็นภาพลิงที่กำลังเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมของมนุษย์ ผู้ผลิตเปียโนหลังนี้คือสองพี่น้อง Erard ที่ตั้งชื่อกิจการว่า S & P ERARD เป็นนักสร้างเปียโนที่เคยย้ายไปปารีสเพื่อประกอบอาชีพผลิตเปียโนให้ชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศส กิจการของสองพี่น้องเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคสมัยของพระนาง Marie-Antoinette แต่หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1789 กิจการก็ซบเซาลง จึงกลับมาเปิดสาขาในลอนดอนประมาณปี ค.ศ. 1790 โดยเริ่มต้นกิจการด้วยการผลิตฮาร์ปเป็นหลักนอกจากเปียโนสีทองแล้ว สิ่งที่สะดุดตาในโลกโซเชียลก็คือ รูปปั้นหินอ่อนที่ตั้งอยู่ด้านหลังเปียโน เป็นรูปปั้นของ Sappho กวีสมัยกรีกโบราณ ฝีมือของ William Theed นักปั้นที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ตนิยมเรียกใช้เสมอๆ ผลงานหลายชิ้นของ Theed จัดแสดงตกแต่งในพระราชวังบัคกิงแฮมรูปปั้นนี้เชื่อว่าเป็นหนึ่งงานแรกๆ ที่ Theed ได้รับใช้ราชวงศ์อังกฤษหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากโรม ในปี ค.ศ. 1848 ช่วงเวลานั้นเป็นยุคที่เขามีชื่อเสียงมาก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่างปั้นรูปปั้นแนวนีโอคลาสสิกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในอังกฤษเลยทีเดียว เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

มุมมองของสภาทองคำโลก ต่อตลาดทองคำในปี 2019


สภาทองคำโลก หรือ World Gold Council คาดการณ์ตลาดทองคำในปี 2019 ว่าขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดการเงิน และการเติบโตของเศรษฐกิจ หลังจากปี 2018 ที่ผ่านมา ตลาดทองคำต้องเผชิญกับความซบเซาเกือบตลอดปี และเริ่มปรับตัวดีขึ้นกลายเป็นทรัพย์สินที่ปลอดภัยอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม เนื่องจากความเสียงด้านการเงินระหว่างประเทศและความผันผวนในตลาดการเงิน เป็นผลให้ผลตอบแทนติดลบเพียงเล็กน้อยและดีกว่าผลตอบแทนจากตลาดหุ้นทั่วโลกWGC มองว่าตลาดในปี2019 นี้มีแรงขับเคลื่อนที่มีผลต่อความต้องการทองคำใน 2 ด้านคือความผันผวนของตลาดการเงิน และการเติบโตของเศรษฐกิจ จึงส่งผลให้เกิด ความไม่แน่นอนของตลาดหุ้น นโยบายการเงิน และค่าเงินดอลลาร์ และการปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดทิศทางตลาดทองคำของทั่วโลก ความไม่แน่นอนของตลาดหุ้น คาดว่านักลงทุนทั่วโลกจะเพิ่มความต้องการทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง และปกป้องพอร์ตจากความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น มูลค่าตลาดหุ้นที่แพงและความผันผวนที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจในยุโรป แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่อาจปรับตัวขึ้นด้วยนโยบายจำกัดการนำเข้าจากประเทศอื่น หรือสงครามการค้า(Trade war) และความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวผลกระทบของอัตราดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์ ปัจจัยที่จำกัดการขึ้นลงของทองคำ คือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการแข็งของค่าเงินดอลลาร์ เพียงแค่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพียงปัจจัยเดียวไม่เพียงพอที่จะลดความน่าสนใจทองคำของนักลงทุนลงได้ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงปี 2004 ถึง 2007 หรือปี 2016 และช่วงต้นปี 2018 แต่หากรวมปัจจัยค่าเงินดอลลาร์แล้วจะสามารถกดดันราคาทองคำได้ การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ความต้องการทองคำของประเทศตลาดเกิดใหม่คิดเป็น 70% ของทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและอินเดียที่เริ่มการปฏิรูปเศรษฐกิจอีกครั้ง เช่น กระตุ้นการบริโภคภายใน และเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจและความมั่งคั่งแตกต่างจากประเทศอื่นอย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าหากมุมมองต่อทองคำยังเป็นบวก ทองคำจะได้รับผลดีโดยเฉพาะกลุ่มเครื่องประดับดังนั้นในระยะสั้นราคาทองคำถูกขับเคลื่อนโดยความเสี่ยงของตลาดการเงิน ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ และการปฎิรูปเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวความต้องการทองคำได้รับแรงหนุนจากชนชั้นกลางที่มีความมั่งคั้งขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และความต้องการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

เปลี่ยน “ทองแดง” เป็น “ทองคำ”


นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) ในมณฑลเหลียวหนิง ประสบความสำเร็จอีกขั้นเมื่อสามารถเปลี่ยน “แร่ทองแดง” ให้กลายเป็นแร่ชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ “ทองคำ” มากที่สุดได้เป็นครั้งแรก วารสารด้านวิทยาศาสตร์ "Science Advances11” ตีพิมพ์เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมาถึงวิธีการ เปลี่ยน “ทองแดง” ให้สามารถกลายเป็นวัสดุที่มีความคล้าย “ทองคำ” มากที่สุด ได้เป็นผลสำเร็จ รายงานระบุว่า ศาสตราจารย์ซุนเจียน และทีมวิจัยของเขาที่สถาบันฟิสิกส์เคมีแห่งต้าเหลียน ได้ใช้วีธีการยิงแร่ทองแดงด้วยไอพ่นของก๊าซอาร์กอนร้อนที่มีประจุไฟฟ้า อนุภาคที่แตกตัวเป็นอิออนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วนั้น จะระเบิดอะตอมทองแดงออกจากเป้าหมาย เมื่ออะตอมเย็นตัวลงและควบแน่นบนพื้นผิวของวัสดุทำให้เกิดชั้นทรายบาง ๆ โดยทรายแต่ละเม็ดมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงไม่กี่นาโนเมตรหรือขนาดเพียงหนึ่งในพันของแบคทีเรียเท่านั้น จากนั้นทีมนักวิจัยนำวัสดุทรายนี้ไปทำปฏิกิริยาและใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเปลี่ยนถ่านหินเป็นแอลกอฮอล์ จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนที่รายงานไม่ได้ระบุในรายละเอียดเนื่องจากเป็นความลับ ผลลัพธ์ของขั้นตอนเหล่านี้คือได้วัสดุที่คล้ายกับทองคำมากที่สุด โดยมีลักษณะความมันวาวและน้ำหนักที่คล้ายกับทองคำ แต่ยังมีความหนาแน่นและการคงทนความกัดกร่อนเช่นเดียวกับทองแดงซึ่งการค้นพบครั้งนี้จะช่วยลดการใช้โลหะหายากราคาแพงในโรงงานอุตสาหกรรมได้อย่างมากปัจจุบันโลหะมีค่ามีความสำคัญและยังคงเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจสมัยใหม่ เช่น ใช้เป็นส่วนประกอบของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ประกอบด้วยทองคำ เงิน และแพลตตินั่มจำนวนมาก ซึ่งทองแดงไม่สามารถทำงานได้เช่นเดียวกับทองคำในงานอุตสาหกรรมโดยส่วนใหญ่ เพราะมีอิเล็กตรอนน้อยกว่า อนุภาคในอะตอมมีประจุลบเป็นต้น แต่ด้วยความที่อิเล็กตรอนเหล่านี้ค่อนข้างเสถียร ดังนั้นทองแดงจึงมีแนวโน้มที่จะตอบสนองได้ง่ายขึ้นเมื่อไปรวมกับสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งกระบวนการใช้ทองแดงแทนทองคำนี้ จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เป็นหนทางสนับสนุนที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมจีนในอนาคตกระบวนการแปลงทองแดงเป็นทองคำนี้ยังไม่สามารถทดแทนทองคำตามธรรมชาติได้ แต่มีคุณสมบัติในการเหนี่ยวนำที่ดีกว่าทองแดง แต่ก็ยังคงด้อยกว่าทองคำแท้ๆ ซึ่งวิธีการดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมด้านต่างๆที่ต้องใช้วัสดุทองคำในการผลิตโดยเฉพาะในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี "มันเป็นเหมือนนักรบที่มีเกราะทองคำในสนามรบ ที่สามารถต้านทานการโจมตีของศัตรู" คือบทสรุปที่ทีมนักวิจัยฯจีนได้กล่าวไว้เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/11/2562

โซ่ทองคำ


ต้นไม้หลายชนิดทั้งที่มีถิ่นกำเนินในประเทศไทย และที่นำเข้ามาจากต่างประเทศส่วนมากจะตั้งชื่อให้ไพเราะและเป็นสิริมงคลกับผู้ปลูก โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีดอกสีเหลืองสวนมักจะมีคำว่า “ทอง” หรือ “ทองคำ” หรือที่มึวามหมายว่าทองอยู่ในชื่อนั้นๆด้วยเช่น ทองอุไร ทองประกายแสด ทองพันชั่ง สร้อยทอง ทองหลาง และ โซ่ทองคำ เป็นต้น "โซ่ทองคำ" เป็นไม้ดอกที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศบราซิล ถูกนำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับและขยายพันธุ์ขายในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว มีดอกสีเหลืองทองสวยงาม ภาษาอังกฤษเรียกว่า GLODEN CHAIN จึงเรียกเป็นภาษาไทยว่า โซ่ทองคำ หรือ สร้อยสุวรรณโซ่ทองคำ เป็นไม้พุ่มยืนต้น สูง 3.5-5 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแน่น ใบรีมีขนาดใหญ่ ปลายและโคนใบแหลมเนื้อใบค่อนข้างหนาและแข็ง สีเขียวสด เป็นใบเดี่ยว เวลาใบดกจะเป็นพุ่มทึบให้ร่มเงาดีมากนิยม จึงนิยมปลูกเป็นซุ้มโค้งเพื่อความร่มรื่นและให้ดอกห้อยระย้าสวยงามดอกของโซ่ทองคำ ออกเป็นช่อคล้ายคลึงกับดอกมะคาเดเมีย เพราะมีลักษณะดอกห้อยระย้า และมีสีเหลืองทองเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าลักษณะของดอกย่อยมีความแตกต่างกัน โดยดอกของ มะคาเดเมีย จะมีเกสรตัวผู้เป็นฝอยยื่นยาวโผล่พ้นกลีบดอกออกมาอย่างชัดเจน แต่ดอกย่อยของโซ่ทองคำ เกสรตัวผู้จะสั้นไม่โผล่พ้นกลีบดอก ดอกโซ่ทองคำจะออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ตามซอกใบใกล้ปลายยอด ช่อดอกยาวประมาณ 50-80 ซม. แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมากเรียงเบียดกันเป็นระเบียบตั้งแต่โคนช่อไปจนจดปลายช่อ ดอกจะทยอยบาน เป็นสีเหลืองทอง ยิ่งต้นโตหรือมีอายุมากขึ้น ดอกก็ยิ่งจะดกมากยิ่งขึ้นตามอายุของต้นไปด้วย ปัจจุบันโซ่ทองคำ มีต้นขายตามตลาดไม้ดอกไม้ประดับทั่วไป ปลูกได้ในดินทั่วไป เป็นไม้ชอบแดด แต่ไม่ทนต่อสภาพนํ้าท่วมขัง เหมาะจะปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้าน หรือปลูกเพื่อสร้างภูมิทัศน์ตาม ริมถนน สวนสาธารณะ รีสอร์ตและเชิงเขาทั่วไปขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งหลังปลูก ระยะแรกต้องดูแลเอาใจใส่ ด้วยการรดนํ้าบำรุงปุ๋ยอย่างสมํ่าเสมออย่างน้อยเดือนละสองครั้ง จนกว่าต้นจะแตกยอดและสามารถเติบโตได้เอง ลักษณะพิเศษเฉพาะอีกอย่างหนึ่งของโซ่ทองคำคือ เป็นไม้เจริญเติบโตเร็วดูแลง่าย เมื่อมีดอกเป็นช่อจะดูเหลืองอร่ามสวยงามมาก เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ในญี่ปุ่น-UAE ปี2019


สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และญี่ปุ่น เป็น 2 ประเทศที่มีความสำคัญต่อการบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับในทวีปเอเชียนอกเหนือจากจีน และอินเดีย ซึ่งเครื่องประดับทองคำยังคงได้รับความนิยมในทั้งสองประเทศ แต่มีรูปแบบและดีไซด์แตกต่างกันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นอกจากจะเป็นผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่เพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังเป็นตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกด้วย ชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บริโภคเครื่องประดับทองมากที่สุดในกลุ่มของสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับทองรายใหญ่ใน 5 อันดับแรกของโลก โดยนิยมซื้อชิ้นงานขนาดใหญ่ด้วยลวดลายสไตล์อาหรับ และมีแนวโน้มต้องการบริโภคเครื่องประดับเพชร และเครื่องประดับแพลทินัมมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในดูไบ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จำนวนมาก จึงมีความต้องการบริโภคเครื่องประดับที่ทันสมัย และมีดีไซน์ที่หลากหลายมากขึ้น ในปี 2018 ตลาดค้าอัญมณีและเครื่องประดับในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ค่อยสดใสนัก เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย เนื่องมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตได้ไม่ดีนัก และความขัดแย้งกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค อีกทั้งรัฐบาลได้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 5 และมีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในอัตราร้อยละ 5 อย่างจริงจังจากเดิมที่เคยผ่อนปรนมาโดยตลอด ปัจจัยต่างๆเหล่านี้คาดว่าจะส่งผลลบต่อความต้องการบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อเนื่องมาถึงปี2018 ญี่ปุ่นตลาดเครื่องประดับของญี่ปุ่นในปี2018 ฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศเพิ่มขึ้น และยังมีปัจจัยหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นด้วย ประมาณการว่าตลาดสินค้าเครื่องประดับและสินค้าหรูของญี่ปุ่นในปี 2018 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราวร้อยละ 1.30 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หรือมีมูลค่าอยู่ที่ราว 960 พันล้านเยน หรือประมาณ 8.46 พันล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 10 แล้ว และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม2019 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้สินค้าเครื่องประดับมีราคาแพงขึ้น อาจทำให้ความต้องการบริโภคเครื่องประดับในตลาดญี่ปุ่นให้ลดลงได้ ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบเครื่องประดับทำด้วยมือแนวน่ารัก โดยนำตัวการ์ตูนญี่ปุ่นและวัฒนธรรมของเอเชียมาเป็นลวดลายของเครื่องประดับเครื่องประดับ เป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก น้ำหนักเบา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และนิยมทำจากทองคำ เงิน แพลทินัม และเครื่องประดับเพชรเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ในจีน-อินเดีย 2019


ประเทศจีนและอินเดีย เป็นตลาดอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของเอเชีย โดยเครื่องประดับทองยังคงได้รับความนิยมสูงสุด โดยในปีที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างมากเนื่องจากการ พัฒนาเศรฐกิจของประเทศ และจะยังคงเป็นปัจจัยหลักผลักดันตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของเอเชียให้เติบโตต่อไปในอนาคตประเทศอินเดียเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคอัญมณีและเครื่องประดับขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ความต้องการสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของอินเดียในช่วงปีที่ผ่านมาถูกขับเคลื่อนจากชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้นและรายได้เพิ่มขึ้นตามการพัฒนาเศรฐกิจของประเทศ และจะยังคงเป็นปัจจัยหลักผลักดันตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของอินเดียให้เติบโตต่อไปในอนาคต จากรายงานของ India Brand Equity Foundation (IBEF) พบว่า ปัจจุบันตลาดอัญมณีและเครื่องประดับอินเดียมีมูลค่าราว 75 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี2025 โดยชาวอินเดียส่วนใหญ่นิยมซื้อเครื่องประดับทอง ทั้งเพื่อการลงทุนเก็งกำไรและแสดงสถานะทางสังคม ส่งผลให้อินเดียเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองคำมากเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากจีน) ซึ่งมีการบริโภคทองคำเฉลี่ยปีละ 849 ตัน และส่วนมากเป็นการนำทองคำมาผลิตเป็นเครื่องประดับทองเพื่อจำหน่ายในประเทศและอีกส่วนหนึ่งส่งออกต่างประเทศสำหรับแนวโน้มการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในอินเดียนั้นเปลี่ยนแปลงไปบ้างจากการรับไลฟ์สไตล์แบบตะวันตกมากขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทำให้เครื่องประดับที่มีความทันสมัยและดีไซน์ที่หลากหลายได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากเครื่องประดับทองที่ได้รับความนิยมสูงสุดแล้ว เครื่องประดับแพลทินัม เครื่องประดับเพชร และอัญมณีต่างๆ ก็มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นด้วยประเทศจีน เป็นผู้บริโภคสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ โดยมีสัดส่วนราวร้อยละ 30 ของการบริโภคเครื่องประดับของโลก ในปี 2018 ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของจีนเติบโตได้ในแนวบวก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องประดับแบรนด์เนม โดยคาดการณ์ว่าในปีที่ผ่านมารายได้จากเครื่องประดับหรูในจีนมีมูลค่าราว 14.25 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าราวร้อยละ 1.1สำหรับแนวโน้มตลาดอัญมณีและเครื่องประดับจีนในปี2019 อาจมีแนวโน้มลดลง การบริโภคเครื่องประดับกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการบริโภคเครื่องประดับทอง โดยเฉพาะเครื่องประดับทอง 24 กะรัต เพื่อเก็บสะสมเป็นสินทรัพย์และแสดงสถานะทางสังคม ปัจจุบันชาวจีนมีแนวโน้มซื้อทองคำแท่งเพื่อการลงทุนเก็งกำไรมากขึ้น และชาวจีนรุ่นใหม่นิยมเครื่องประดับทองลวดลายสมัยใหม่มากกว่ารูปแบบเรียบง่ายหรือแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ เครื่องประดับแพลทินัม และเครื่องประดับตกแต่งอัญมณี ยังมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยอัญมณีที่ชาวจีนชื่นชอบนำมาประดับตกแต่งเป็นเครื่องประดับ ได้แก่ เพชร ทับทิม แซปไฟร์ หยก ไข่มุก อำพัน และโทแพซ อีกทั้งชาวจีนยังมีแนวโน้มซื้อสินค้ามีแบรนด์ เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการสั่งผลิตสินค้าตามคำสั่งของลูกค้า โดยให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการดีไซน์และเลือกวัสดุประกอบต่างๆ ด้วยตนเอง ทำให้สินค้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและตรงตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งรูปแบบนี้จะเป็นที่นิยมมากขึ้นในอนาคตเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ อเมริกา-ยุโรป 2019


ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนีและหลายประเทศในยุโรป ในปีที่ผ่านมาขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงินชุบทอง และเครื่องประดับแพลทินัม ยังคงได้รับความนิยมแต่ก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ของผู้บริโภคอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งในปี2018ที่ผ่านมา การขยายตัวของตลาดค่อนข้างดี เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ประมาณการยอดขายเครื่องประดับในสหรัฐฯเมื่อปีก่อนว่าอยู่ที่ราว 68 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี2017สำหรับในปี2019 นี้ ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโตในอัตราลดลง เช่นมาตรการกีดกันทางการค้า และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือIMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปี2019 จะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 2.5 ลดลงร้อยละ 0.4 จากปีก่อน ส่วนการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของชาวสหรัฐฯ นั้น นอกจากจะให้ความสำคัญกับรูปแบบที่มีเอกลักษณ์และมีเรื่องราวแล้ว ผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงการทำธุรกิจโดยปราศจากคอร์รัปชั่น โปร่งใส ไม่เอาเปรียบแรงงาน มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ก็จะทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดสหรัฐฯ ได้สหราชอาณาจักรในรอบปี 2561 ที่ผ่านมาตลาดเครื่องประดับในสหราชอาณาจักรค่อนข้างซบเซา เนื่องจากได้รับปัจจัยลบจากเศรษฐกิจชะลอตัวจากการออกจากสหภาพยุโรปหรือ Brexit ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภคลดลง แต่กลุ่มที่มีกำลังซื้อก็ยังคงใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องประดับอยู่บ้าง ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Statista ประมาณการว่ายอดขายในตลาดเครื่องประดับของสหราชอาณาจักรในปี2018อยู่ที่ราว 3.29 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปี2017 ซึ่งสถานการณ์นี้จะส่งผลกรทบต่อความต้องการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของชาวสหราชอาณาจักรไปอีก2-3 ปี รูปแบบเครื่องประดับที่ชาวสหราชอาณาจักรนิยมคือ เครื่องประทองสีเหลืองและเครื่องประดับเงินชุบทองสีเหลือง 18 กะรัต ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเมแกน มาร์เกิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ที่สวมใส่เครื่องประดับทองสีเหลืองออกงานบ่อยๆ รวมถึงแหวนหมั้นสีทองของเจ้าชายแฮรี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และคาดว่าเครื่องประดับทองสีเหลืองจะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องในปี2019 ส่วนทางด้านดีไซน์นั้น ชาวสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มต้องการเครื่องประดับที่มีดีไซน์แปลกเก๋ ในราคาที่เข้าถึงได้เยอรมนีในปี 2561 เศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้นทำให้ ตลาดเครื่องประดับเยอรมนีขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น เครื่องประดับที่ได้รับความนิยมได้แก่ เครื่องประดับทอง เครื่องประดับแพลทินัม และเครื่องประดับเพชร ในขณะที่เครื่องประดับเงินชะลอตัวลงเล็กน้อย ทั้งนี้ จากข้อมูลของ Statista ประมาณการว่ายอดขายเครื่องประดับในตลาดเยอรมนีในปี2018 อยู่ที่ราว 4.79 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าราวร้อยละ 1.3 สำหรับในปี2019 การค้าเครื่องประดับในเยอรมนีจะได้รับปัจจัยบวกจากภาวะเศรษฐกิจ คาดว่ายังอยู่ในสภาพดีและขยายตัวต่อไปได้ปัจจุบันผู้บริโภคชาวเยอรมันนิยมซื้อเครื่องประดับที่มีความเป็นยูนิค มีคุณภาพสูง ชิ้นงานต้องมีลวดลายละเอียด สวยงาม และประณีตโดยเฉพาะสินค้าทำด้วยมือจะได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงเครื่องประดับที่ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ชิ้นงานจนแตกต่างและมีความเป็นเอกลักษณ์ และผู้บริโภคชาวเยอรมันยังมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตร ใส่ใจต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

เคสโทรศัพท์ทองคำ


ปัจจุบันมีการนำทองคำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตเครื่องประดับ อย่างหลากหลายมากขึ้นนอกเหนือจากสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ที่เราคุ้นเคยกันดี ก็ทีกระดุมทองคํา แว่นตาทองคำ รวมถึงเคสมือถือทองคำเป็นต้นเคสมือถือทองคำเป็น เครื่องประดับแนวใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่า โทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้นถือเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนในยุคสมัยนี้ไปแล้ว ดังนั้นจึงมีผู้ผลิตที่มองเห็นกระแสความนิยมในการนําทองคำมาเป็นส่วนประกอบของเคสโทรศัพท์ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของสมาร์ทโฟน เพื่อเพิ่มความหรหูรามีระดับและทำให้เป็นเครื่องประดับชิ้นพิเศษ ของผู้มีไว้ครอบครอง ซึ่งมาพร้อมกับความทันสมัย ดีไซด์สวยงาม ฟังก์ชั่นที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว เคสมือถือทองคํา ผลิตออกสู่ตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทีมีกำลังซื้อสูง ต้องการความหรูหรา และเพื่อแสดงสถานะทางสังคม เพราะเคสมือถือที่ผลิตขึ้นมีราคาค่อนข้างสูง และมีมีรูปแบบที่หลากหลายหลุดกรอบของเคสโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั่วๆไป เช่น เคสรุ่น Anita Mai Tan Dragon and Spider iPhone Case ราคา 880,000 เหรียญดอลลาร์ เคสมือถือลายมังกรและแมงมุมของแบรนด์ Anita Mai Tan เป็นแบรนด์ของชาวแคนาดา ซึ่งมีราคาสูงสูงถึง 28 กว่าล้านบาท ประกอบด้วยอัญมณีหลายชนิด ได้แก่เพชร ทับทิม แซฟไฟร์ มรกต และซาโวไรท์การ์เนต (อัญมณีชนิดหนึ่งที่มีสีเขียวคล้ายมรกต แต่มีเนื้อพลอยที่สะอาดมากกว่ามรกต และเป็นที่นิยมในตลาดโลก) เคสลายมังกรนี้ นั้นประกอบไปด้วยเพชร 2,200 เม็ด น้ำหนักรวม 32 กะรัด ส่วนเคสลายแมงมุมทําจากทองคํา 18K หรือ ทองคําบริสุทธฺ 75 % และเพชรอีก 2,800 เม็ด หนักรวม 38 กะรัต เคสเหล่านี้เป็นงานแฮนด์เมด 1 ชิ้นใช้เวลาในการผลิตประมาณ 1 ปีกับ 4 เดือน และมาพร้อมกับสร้อยคอสวยงามเคสรุ่น Miansai Solid Gold iPhone Case ราคา 10,000 เหรียญดอลลาร์ เป็นเคสมือถือที่ทำจากทองคำทำ14K หรือ ทองคําบริสุทธิ์ 58 % เป็นแบรนด์ Miansai ของชาวอเมริกัน มีราคาประมาณ 3 แสนกว่า บาท จะรับผลิตตามลูกค้าสั่งเท่านั้นและไม่มีการสต็อกสินค้า เคสทุกชิ้นจะมีรหัสประจำมีการผลิตออกมา 2 สีคือ Yellow Gold (ทองสีเหลือง) และ Pink Gold (ทองสีชมพู) โดย 1 ชิ้นใช้เวลาผลิตประมาณ 2 สัปดาห์เนื่องจากเคสมือถือแบรนด์ต่างชาติมีราคาสูงมากเพราะชิ้นงานเป็นทองคําจริงทั้งชิ้น บริษัท Sure Life Telecom ของไทยจึงเล็งเห็นถึงความต้องการของคนไทยและช่องว่างทางการตลาดจึงได้นําเข้าแบรนด์ Gold Elite Paris ที่มีการผลิตสมาร์ทโฟนสั่งทําพิเศษ และมีความเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างแฟชั่น จิวเวลรี่และไอทีไว้ด้วยกัน แต่ใช้การชุบทองคํา24K (ทองคําบริสุทธิ์99.99%) บนผิวโลหะแทนการผลิตด้วยทองคํา มีราคาเคสพร้อมเครื่องเริ่มต้นที่ 159,000 บาท มีให้เลือก 3 แบบคือ Yellow Gold (ทองสีเหลือง) White Gold (ทองสีขาว) และ Pink Gold (ทองสีชมพู) ซึ่งแต่ละแบบก็มีชื่อรุ่นเรียกเฉพาะ เช่น ทองสีเหลือง เรียกว่า อัลติเมตัม โกลด์ (Ultimatum Gold) ทองสีขาว เรียกว่า มาร์เวลัส ไวท์(Marvelous White) และ ทองสีชมพูเรียก เวโรนิกา พิงค์ (Veronica Pink)เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

เมืองนคร ศูนย์กลางการค้าเครื่องประดับของภาคใต้


นครศรีธรรมราชเป็นทั้งแหล่งผลิตและค้าเครื่องประดับที่สำคัญของภาคใต้ โดยเฉพาะเครื่องถมทอง เครื่องเงินและแหวนหัวนะโม ที่ผลิตจากฝีมือช่างชาวนครซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งฝีมือ ความสวยงาม ประณีต จนรับการขนานนามว่าเป็น “นครหัตถศิลป์” เนื่องจากเต็มไปด้วยงานหัตถกรรมชั้นสูงที่มีเอกลักษณ์เป็นภูมิปัญญาของช่างประจำท้องถิ่นที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมานานหลายร้อยปี นครศรีธรรมราชจึงได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าเครื่องประดับที่สำคัญของภาคใต้ โดยมีร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องประดับประมาณ 30 ร้าน ซึ่งมีทั้งร้านที่จำหน่ายเครื่องถม เครื่องเงิน และร้านทองตู้แดง โดยร้านค้าส่วนใหญ่มักวางจำหน่ายทั้งเครื่องถม เครื่องเงิน และเครื่องประดับทองคำ ควบคู่กันไป เพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้า สนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ทั้งนี้เพราะเครื่องถม เป็นงานหัตถกรรมชั้นสูงที่มีขั้นตอนและการผลิตค่อนข้างยากทำให้มีราคาสูง อีกทั้งยังมีรูปแบบที่คงความดั้งเดิมเอาไว้ จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เฉพาะกลุ่ม เช่นผู้มีกำลังซื้อหรือผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะจริงๆ ขณะที่เครื่องเงินมีความได้เปรียบด้านรูปแบบที่ร่วมสมัยกว่า และมีหลายระดับราคาให้เลือกซื้อ ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น ทำให้สามารถเจาะตลาดผู้บริโภคได้หลายกลุ่มและหลายช่วงวัย ส่วนเครื่องประดับทองก็ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในช่างเวลานั้นๆปัจจุบันผู้ประกอบการจังหวัดนครศรีธรรมราชเน้นทำการตลาดภายในประเทศ ผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ การวางจำหน่ายหน้าร้านขายเครื่องประดับ ร้านทองตู้แดง ผ่านช่องทางออนไลน์ งานแสดงสินค้าในประเทศ และขายส่งให้แก่ตัวแทนจำหน่ายที่มารับซื้อแล้วนำไปขายต่อยังจังหวัดอื่นๆ ทางภาคใต้ ได้แก่ สงขลา พังงา สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต เป็นต้น สำหรับการวางจำหน่ายผ่านทางหน้าร้านพบว่าลูกค้าเป้าหมายมีทั้งคนในพื้นที่ นักสะสม และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเลือกชมและซื้อสินค้าโดยตรง ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายมักส่งเสริมการขายโดยการให้ส่วนลดแก่ลูกค้าและเน้นสร้างบรรยากาศการซื้อขายที่เป็นกันเองเพื่อให้สามารถจำหน่ายสินค้า ได้ย่านการค้าเครื่องประดับของนครศรีธรรมราชมีอยู่ 3 แหล่ง ซึ่งตั้งอยู่ในละแวกที่ไม่ห่างจากกันมากนัก โดยถือว่ายังอยู่ในบริเวณที่เป็นใจกลางเมืองทำให้มีผู้แวะเวียนและสัญจรไปมาอยู่เสมอ ได้แก่บริเวณถนนท่าช้าง หรือ ถนนสายหัตถกรรมท่าช้า จัดเป็นแหล่งจำหน่ายเครื่องถม เครื่องเงินและสร้อยสามกษัตริย์ บริเวณถนนหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ส่วนใหญ่นอกจากจะจำหน่ายเครื่องถม และเครื่องเงินแล้ว ยังจำหน่ายตลับพระ และวัตถุมงคลควบคู่ไปด้วยและบริเวณตลาดท่าม้าส่วนใหญ่จำหน่ายทองคำรูปพรรณหรือที่เรียกว่าร้านทองตู้แดงซึ่งสั่งซื้อมาจากย่านเยาวราช โดยบริเวณดังกล่าวแม้จะไม่ค่อยมีสินค้าอัตลักษณ์อย่างเครื่องถมวางจำหน่าย แต่ก็เป็นย่านการค้าสำคัญที่มีผู้บริโภคแวะเวียนมาซื้อทองอยู่เสมอ ซึ่งจะมีบรรยากาศคึกคักมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลสำคัญเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

ตลาดอัญมณีและเครื่องประดับ(ทองคำ) ปี2019


การค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกในปี 2018 ที่ผ่านมาค่อนข้างสดใสตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งทำให้มีกลุ่มชนชั้นกลางขยายตัวเพิ่มขึ้นและกำลังซื้อของผู้บริโภคสูงขึ้น ประกอบกับราคาวัตถุดิบในภาพรวมปรับตัวในแนวลบไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน และแพลทินัมจึงทำให้เครื่องประดับมีราคาไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยต่างก็หันมาพัฒนาสินค้าโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการผลิตและดีไซน์สินค้าที่หลากหลายขึ้น มีรูปแบบแปลกใหม่มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ResearchAndMarkets.com ประมาณการณ์ว่าตลาดอัญมณีและเครื่องประดับโลกในปีที่ผ่านมาขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนในปี2019 นี้คาดการณ์ว่าตลาดการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกจะเผชิญกับความท้าทายและมีปัจจัยที่ท้าทายอื่นๆโดยเฉพาะปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกทั้งนี้ก็เพราะอัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย(ยกเว้นเครื่องประดับทอง)ยอดขายของสินค้ามักขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ฉะนั้น ปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไม่ว่าจะในแง่ลบหรือบวกก็จะส่งผลต่อความต้องการบริโภคอัญมณีและเครื่องประดับในทิศทางเดียวกัน สำหรับปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจโลกในปี2019 นอกจากการกีดกันทางการค้า การออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) และการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศสำคัญของโลกแล้ว ยังมีปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หากผู้ประกอบกิจการไม่สามารถผลิตสินค้าได้สอดคล้องกับความต้องการหรือดึงดูดใจผู้บริโภคได้ก็จะทำให้ขายสินค้าได้ยากมากขึ้นด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและพึ่งพาโซเชียลมีเดียมากขึ้น เช่นเมื่อต้องการจะซื้อสินค้าสักชิ้นหนึ่งก็มักจะหาข้อมูลสินค้าจากอินเทอร์เน็ตก่อนการตัดสินใจซื้อและซื้อสินค้าที่อยู่ในกระแสหรือมีการแชร์ประสบการณ์การซื้อ/การใช้สินค้านั้นๆจากลูกค้ารายอื่นๆ รวมถึงสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นหากผู้ประกอบการตามกระแสความต้องการของลูกค้าไม่ทัน และไม่เพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ รวมถึงให้ข้อมูลของสินค้าไม่เพียงพอ ก็จะทำให้สินค้าที่ผลิตออกมามีโอกาสค้างสต๊อกได้มากนอกจากนี้ อิทธิพลของเทคโนโลยียังทำให้คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจซื้อสินค้าจำพวกเทคโนโลยีและแกดเจ็ตต่างๆมากกว่า รวมถึงการใช้จ่ายเงินเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตโดยการท่องเที่ยวมากกว่าการซื้อสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ เหล่านี้นับเป็นปัจจัยท้าทายของผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่จะต้องจับตาและปรับตัวพัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่นและดึงดูดใจผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้มากขึ้น ปัจจุบันเราจึงเห็นผู้ประกอบการร้านทองเปิดตลาดผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์การค้าที่มีการแข่งขันกันอย่างทุกวันนี้ เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/04/2562

แบงก์ชาติทั่วโลกทิ้งดอลล่าห์ตุนทอง


สภาทองคำโลก (WGS) รายงานสรุปยอดซื้อสะสมทองคำของธนาคารทั่วโลกประจำปี 2018 ว่าเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 50 ปี ทั้งนี้เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศลง สภาทองคำโลกระบุว่า ในปี 2018 ธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกได้ซื้อทองคำสุทธิไปจำนวน 651.5 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 74% จากปี 2017 ซึ่งในปีดังกล่าวธนาคารกลางต่างๆได้ซื้อทองคำสุทธิรวมกันเพียง 375 ตันเท่านั้น สภาทองคำโลกคาดการณ์ว่า ขณะนี้ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองทองคำในทุนสำรองรวมกันเกือบ 34,000 ตัน โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด เป็นธนาคารกลางซึ่งถือครองทองคำมากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 3 ใน 4 ของทุนสำรองเงินตราของสหรัฐ ทั้งนี้ ธนาคารกลางต่างๆได้ซื้อทองคำในปีที่แล้วคิดเป็นปริมาณมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2510 และเป็นปริมาณมากที่สุดนับตั้งแต่อดีตประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันตัดสินใจยกเลิกระบบผูกติดค่าเงินดอลลาร์กับทองคำในปี 1971 สภาทองคำโลกยังเปิดเผยว่า เมื่อพิจารณาราคาทองในตลาดสปอตซึ่งอยู่ที่ระดับ 1,321.15 ดอลลาร์/ออนซ์ ธนาคารกลางทั่วโลกที่กว้านซื้อทองคำนี้คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 8.44 แสนล้านบาท โดยธนาคารกลางรัสเซียได้ซื้อทองคำมากที่สุดในปีที่แล้ว หลังจากที่ได้ขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจนเกือบหมดในทุนสำรอง และได้หันมาซื้อทองคำจำนวน 274.3 ตัน ส่วนธนาคารกลางอื่นๆที่ได้ซื้อทองคำจำนวนมากในปีที่แล้ว ได้แก่ ตุรกี คาซัคสถาน อินเดีย อิรัค โปแลนด์ และฮังการี ปัจจุบันรัสเซียมีทองคำสำรองอยู่ที่ 2,066 ตัน คิดเป็นมูลค่า 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์หรือราว 2.71 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 18% ของทุนสำรองทั้งหมด รายงานของสภาทองคำโลกยังระบุว่า การซื้อทองคำเพิ่มของธนาคารกลางหลายแห่งช่วยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2018 หลังร่วงหนัก 10% ในครึ่งปีแรก ซึ่งการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกลางจำนวนมากในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ พยายามกระจายทุนสำรองระหว่างประเทศออกจากสกุลเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่กำลังปรับตัวขึ้น โดยก่อนหน้านี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า สัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์ของธนาคารกลางลดลงเกือบแตะระดับต่ำสุดรอบ 5 ปี ในไตรมาส 3 ปี 2018ส่วนสถานการณ์ราคาทองคำในปี 2019 จะเป็นอย่างไรคงต้องจับตาดูกันต่อไป เช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/03/2562

แม่น้ำสายทองคำ


แม่น้ำสายบุรีได้ชี่อว่าเป็นแม่น้ำสายทองคำแห่งด้ามขวานทองของไทยมีต้นกำเนิดจากยอดเขาต่างๆของแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีที่กั้นชายแดนไทย- มาเลเซีย ได้แก่ เทือกเขาบาตูตาโมง เขาโต๊ะมูเด็ง เขาแคมาแรแต เขาบาเราะมาตอ เขาตีบุ เขากาลอ เขาลิจอ เขากูบากูลิง เขาบาเราะมาตอ เขาน้ำค้าง และเขาหินม้า มีความยาว ๑๘๖ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส อำเภอรามัน จังหวัดยะลา และไหลลงสู่ทะเลที่ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๔,๖๐๐ ตารางกิโลเมตร เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงพื้นที่ถึง 82 ตำบล 470 หมู่บ้าน บริเวณต้นน้ำแม่น้ำสายบุรีอยู่ในเขตอำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและป่าต้นน้ำ ตอนกลางของลุ่มน้ำเป็นพื้นที่ราบลุ่มอยู่ในเขตอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และอำเภอรามัน จังหวัดยะลาตอนปลายลุ่มน้ำในเขตอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นที่ราบลุ่มและป่าชายเลนจากสายน้ำเล็กๆ บนเทือกเขาสันกาลาคีรีในหมู่บ้านโต๊ะโม๊ะ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ต้นน้ำสายบุรี พื้นที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยสำรวจพบว่ามีแร่ทองคำปริมาณมากติด 1 ใน 9 แห่งของแหล่งแร่ทองคำที่พบในประเทศไทยจนนำไปสูการ ให้สัมปทานแก่ชาวฝรั่งเศสทำเหมืองแร่ทองคำที่ภูเขาโต๊ะโม๊ะ หรือที่รู้จักกันในชื่อเหมืองแร่โต๊ะโม๊ะนั่นเอง แต่หลังจากเกิดสงครามอินโดจีน กิจการเหมืองแร่ได้เลิกไปเนื่องจากไม่คุ้มทุน แม้ปัจจุบันเหมืองแร่จะเลิกไปแล้วแต่ชาวบ้านในพื้นที่แห่งยังคงร่อนทอง เป็นอาชีพเสริมหลังว่างจากการทำทำสวน หรือกรีดยางกันอยู่ โดยยังคงใช้วิธีร่อนทองแบบดั้งเดิมด้วยอุปกรณ์ร่อนแร่ที่เรียกว่า เลียง เป็นภาชนะที่ทำมาจากไม้คล้ายๆกะทะ ซึ่งทุกตารางนิ้วของพื้นทรายและก้อนดินในสายน้ำแห่งนี้ชาวบ้านยังพบทองคำ หรือที่เรียกว่าเศษทองอยู่กระจัดกระจายในแม่น้ำสายทองคำแห่งนี้ นอกจากเป็นแหล่งกำเนิดของแหล่งแร่ทองคำจนได้ชื่อว่าเป็นเม่น้ำสายทองคำแล้ว อีกนัยหนึ่งยังสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำสายบุรี ที่ช่วยหล่อเลี้ยงผู้คนตลอดสายน้ำ ที่ได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และทำประมง ด้วยระบบนิเวศที่หลากหลาย และมีน้ำไหลตลอดปีแม่น้ำสายนี้จึงมีความสำคัญกับผู้คนที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่จะเรียกแม่น้ำสายบุรีว่าเป็น แม่น้ำสายทองคำเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/03/2562

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำ


เครื่องอิสริยาภรณ์คือ เหรียญ และตรา อันเป็นเครื่องประดับยศของฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร จากนั้นได้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆที่มีราชวงศ์ทั่วโลก เครื่องอิสริยาภรณ์จากประเทศที่มีกษัตริย์เรียกว่าเครื่องราชอิสริยาภรณ์ส่วนประเทศที่ไม่มีกษัตริย์เรียกว่าเครื่องอิสริยาภรณ์ เครื่องราชอืริยาภารณ์ที่มีชื่อเสียงมากและมีความเก่าแก่คือเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของประเทศ สเปน ถือเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก รองลงมาจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เตอร์ของอังกฤษ สถาปนาโดยฟิลิปที่ 3 ดยุกแห่งเบอร์กันดี (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ฝรั่งเศส) เมื่อปีค.ศ. 1430 เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองความมั่งคั่งในการค้าขายในดินแดนฟลานเดอร์จนถึงสวิตเซอแลนด์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำ มี ลักษณะเป็นสร้อยคอ มีจี้เป็นรูปแกะทองคำ ร้อยอยู่กับสายสร้อย ที่มีลายเป็นรูปตัวบีอันหมายถึงแคว้นเบอร์กันดี และไม่มีการประดับเพชรพลอยใดๆเมื่อแรกสถาปนากำหนดอัตราของผู้ที่ได้รับไว้ 24 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 50 คนในปัจจุบัน มีเฉพาะคาร์ทอลิกหรือประมุขต่างประเทศเท่านั้นที่จะสามารถรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เตอร์ เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสหราชอาณาจักร ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 1891 โดยสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ คำว่า Garter แปลว่า สายรัดถุงเท้าของสตรี โดยในสมัยนั้นยังยกย่องสตรีและสูงศักดิ์พอที่จะใช้เป็นชื่อเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ ส่วนการพระราชาทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เตอร์ นั้นจะขึ้นอยู่พระบรมราชวินิจฉัย โดยสมาชิกของเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นจะถูกจำกัดอยู่เพียงพระมหากษัตริย์ เจ้าชายแห่งเวลล์ และสมาชิกประเภท สามัญอีกไม่เกิน 24 สำรับ ซึ่งยังไม่รวมถึงสมาชิกพิเศษ (ซึ่งไม่รวมใน 24 สำรับดังกล่าว) โดยพระราชทานให้กับสมาชิกแห่งพระราชวงศ์ และพระราชวงศ์ต่างประเทศพิธีพระราชทานนั้นจะกำหนดขึ้นในวันนักบุญจอร์จ (St. George's Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 23 เมษายน เนื่องจากองค์อุปถัมป์ของเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้คือนักบุญจอร์จ โดยมีเกณฑ์พระราชทานให้เฉพาะคริสต์ศาสนิกชนเท่านั้นเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

02/03/2562

ลดน้ำหนักแลกทองคำที่นครดูไบ


เด็กอ้วนดูจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจ อเมริกา ยุโรปและหลายประเทศในย่านอาหรับ ภาครัฐจึงพยายามหามาตรการต่างๆมาจูงใจให้พ่อแม่และเด็กร่วมมือกันเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งมาตราการสร้างแรงจูงใจที่ฮือฮาไปทั่วโลกก็คือการแจกทองนั่นเองที่นครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการจัดโครงการ "Lose Weight, win gold" หรือโครงการ ลดน้ำหนักได้ทองคำ เพื่อรณรงค์ให้คนลดความอ้วน โดยมีการแจกรางวัลครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2014โครงการ Lose Weight Win Gold เป็นโครงการรณรงค์ให้คนหันมาลดน้ำหนัก เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2013 โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าร่วมโครงการ แต่จะเน้นเด็กๆเป็นพิเศษ โดยเทศบาลนครดูไบเสนอจะมอบทองคำ 1 กรัม สำหรับน้ำหนักทุกๆ 1 กิโลกรัมที่ลดได้ แต่ก็มีข้อจำกัดว่าผู้เข้าร่วมจะต้องลดน้ำหนักได้อย่างน้อยขั้นต่ำ 2 กิโลกรัมขึ้นไป แต่หากใครที่ลดน้ำหนักได้มากกว่า 5 กิโลกรัมขึ้นไปพวกเขาจะได้รับทอง 3 กรัม/1 กิโลกกรัม แต่หากใครลดได้กว่า 10 กิโลกรัม ก็จะได้รับทองคำมากขึ้นไปอีก โดยผู้เข้าแข่งขัน 3 คน ที่ลดน้ำหนักได้มากสุด ก็จะได้รับเหรียญทองคำมูลค่าราว 5,454 ดอลลาสหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสน 6 หมื่นบาทอีกด้วยผ่านการจับรางวัลโครงการนี้ มีผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 12,000 คน อย่างไรก็ตามการรณรงค์ในครั้งนี้ มีประชาชนจำนวนมากลงชื่อเข้าร่วมโครงการโดยเทศบาลอนุญาตให้ครอบครัวที่มีลูก 2 คนที่อายุต่ำกว่า 13 ปี สามารถร่วมลงทะเบียนเป็นกลุ่มได้เพื่อกระตุ้นให้ทุกครอบครัวโดยเฉพาะเด็กๆเข้าร่วม เนื่องจากปัจจุบันมีรายงานเด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรการมากขึ้น ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคอ้วนในเด็ก เกิดจากการทานอาหารจานด่วน หรือฟาสต์ฟู้ด การรับประทานขนมหวานมากเกินไป และการขาดการออกกำลังกายสำหรับผู้ชนะที่ได้ทองคำไปมากที่สุดคือ สตรีชาวอินเดียที่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 32 กิโลกรัม ภายใน 2 เดือนเช็คราคาทองคำวันนี้และย้อนหลังได้ที่ https://www.aagold-th.com/gold-rate/

Read More

Loading...
More