บทความทั่วไป

16/11/2564

เหมืองทองแดงในอาฟกานิสถาน ใต้อุ้มมือพญามังกร


ปัจจุบัน ความต้องการทองแดงของจีนเพิ่มขึ้นอย่างสูงขึ้นอย่างมาก จนทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่มีการบริโภคทองแดงสูงที่สุดในโลกปีละกว่า 4 ล้านตัน หรือคิดเป็นราว 22% ของการใช้ทองแดงทั่วโลกแต่ ทองแดงที่มีในจีนนั้นมีปริมาณไม่เพียงพอในระยะยาว 2 ใน 3 ของปริมาณทั้งหมดยังต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ จีนจึงต้องเข้าไปลงทุนทำเหมืองทองแดงในหลายประเทศ หนึ่งในนั้นคือประเทศอาฟกานิสถาน จากการสำรวจของนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ที่ได้ออกรายงานมาเมื่อปี2550 ว่า ประเทศอาฟกานิสถานมีทรัพยากรแร่ทองแดงราว 60 ล้านตัน และมีแร่เหล็กกับแร่อื่นๆรวมกันราว 22,260 ล้านตัน โดยคาดว่าเหมืองทองแดง Aynak ในอาฟกานิสถานนั้นมีปริมาณแร่ทองแดงอยู่ราว 11.33 ล้านตัน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณแร่ที่ค้นพบในประเทศจีนในปัจจุบัน ซึ่งนักธรณีวิทยาหลายคนเชื่อว่าเหมือง Aynak น่าจะเป็นเหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อความมั่นคงในด้านสินแร่ จีนจึงทุ่มทุนเข้าทำสัมปทานสำรวจแร่ทองแดงในเหมือง Aynak ซึ่งเป็นเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอาฟกานิสถานห่างจากเมืองกรุงคาบูลเมืองหลวง ราว 30กิโลเมตร ด้วยตัวเลขราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้แร่ทองแดงของจีนที่ การประมูลโครงการยักษ์จากบริษัทจีนครั้งนี้ มี MCC ซึ่งเป็นวิสาหกิจรัฐบาลจีนร่วมกับอีก 2 บริษัทเข้ามาร่วมหุ้นเพื่อทำการสำรวจบุกเบิกในช่วงอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ทางบริษัทจะสามารถมีหลักประกันด้านซัปพลายวัตถุดิบไปได้อีกหลายสิบปีทีเดียวการลงทุนของจีนในครั้งนี้ครั้งนี้จัดว่าเป็นการลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของอาฟกานิสถาน และจะเป็นโปรเจกต์ที่ทำให้เกิดการจ้างงานถึงราว 10,000 คน ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้มีปริมาณแร่ทองแดงกว่า 10 ล้านตัน และอาจจะมีมากถึง 20 ล้านตันในอนาคต ซึ่งหากคำนวณตามราคาและปริมาณในปัจจุบัน ทองแดงเหล่านี้มีมูลค่าถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ราคาของทองแดงในตลาดโลกได้ถีบตัวขึ้นกว่า 2 เท่า ผลประโยชน์อันมหาศาลนี้ได้ดึงดูดให้บรรดาอุตสาหกรรมแร่จากทั่วโลกแห่เข้ามาเพื่อที่จะ“ขุดทองแดง” ที่อาฟกานิสถาน อย่างเช่นในการประมูลที่เหมือง Aynak นี้ มีหลายบริษัทจากประเทศแคนาดา รัสเซีย สหรัฐฯ อินเดีย และจีนที่เข้ามาสู่สนามแห่งการช่วงชิงแหล่งแร่ทองแดงแห่งนี้

Read More

15/11/2564

ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า” มาตรการป้องกันการฟอกเงินจากอัญมณีและทองคำ


ปัจจุบันหลายประเทศประกาศใช้ “ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า” ในการส่งออกอัญมณีและทองคำที่ผลิตในประเทศตามแนวทางของ Kimberley Process Certification Scheme ซึ่งเป็นการส่งเสริมการค้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับด้วยความโปร่งใส เพื่อป้องกันการจัดหาเงินทุนสำหรับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงิน และการก่อการร้ายเป็นต้น รัฐบาลโมซัมบิกเป็นหนึ่งในหลายๆประเทศของผู้ส่งออกอัญมณีและทองคำที่ประกาศใช้มาตรการนี้ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา การนำใบรับรองแหล่งกำเนิดและบรรจุภัณฑ์มาใช้นี้เป็นไปตามข้อบังคับสำหรับการจำหน่ายเพชร โลหะมีค่า และอัญมณี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่าสินค้าเหล่านี้ผลิตโดยคำนึงถึงข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ใส่ใจในสิทธิมนุษยชน และเป็นการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากเอกสารต่างๆ ล้วนได้รับการรับรองจากรัฐบาลโมซัมบิก ทั้งนี้ ในอดีตหลายบริษัทในโมซัมบิกต้องประสบปัญหาในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเหมืองแร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดต่างประเทศที่ต้องใช้ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า จนเป็นเหตุให้ต้องหันไปจำหน่ายสินค้าผ่านผู้ค้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าแทนที่จะค้าขายกับผู้ซื้อได้โดยตรง ทั้งนี้ การที่รัฐบาลโมซัมบิกบังคับให้การส่งออกอัญมณีและทองคำจะต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า น่าจะเป็นโมเดลที่ทำให้ประเทศผู้ผลิตโลหะมีค่าและอัญมณีรายอื่นๆ ในแถบทวีปแอฟริกาต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสเรียกร้องถึงการแสดงที่มาของอัญมณี การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในกลุ่มยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาก จึงทำให้หลายประเทศผู้ผลิตจะต้องปรับตัวให้ทันกระแสดังกล่าวมาตรการของรัฐบาลโมซัมบิกข้างต้นนั้น เป็นไปตามกระแสการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนหรือ SDGs ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติและแรงงาน เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมอัญมณีและทองคำ

Read More

12/11/2564

ทำไม? เครื่องประดับทองโบราณจึงเติบโตในจีน


ในปีนี้ความน่าสนใจของทองคำไม่ใช่การเก็งกำไร แต่เป็นการซื้อเครื่องประดับทองในราคาที่ไม่ผันผวนมากเหมือนในปีที่ผ่านมา(2020) โดยเฉพาะกระแสการตื่นเครื่องประดับทองสไตล์จีนโบราณที่เกิดขึ้นในจีนขณะนี้เครื่องประดับทองสไตล์จีนโบราณไม่ว่าจะเป็นสร้อยข้อมือ กำไล จี้ หรือสร้อยคอ ที่มีลวดลายมังกร หงส์ ดอกโบตั๋น หรือลวดลายโบราณที่นิยมในแต่ละยุคสมัยของราชวงศ์จีน กลายเป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะชาวจีนที่มีอายุในช่วง 20-39 ปี เป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ช่วยผลักดันให้ ความต้องการทองคำในประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยกระแสความนิยมนี้เริ่มขึ้นในช่วงกลางปี 2020 ทำให้ตลาดเครื่องประดับทองรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ขยายตัวมากกว่า 2 เท่าในครึ่งปีแรกของปี 2021 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การหันมาสนใจเครื่องประดับทองโบราณของคนจีนรุ่นใหม่ที่ทำให้ตลาดเครื่องประดับทองคึกคักอยู่ในขณะนี้น่าจะมาจาก “กระแสชาตินิยม” ที่ขยายวงกว้างขึ้นทำให้ชาวจีนหันมานิยมสินค้าที่มีสไตล์สะท้อนถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมประเพณีจีนมากขึ้นนอกจากความสวยงามประณีตบรรจงที่เครื่องประดับทองสไตล์จีนโบราณพึงมีแล้ว การผลิตยังต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีทักษะสูงในการผลิต จึงทำให้ราคาของเครื่องประดับประเภทนี้สูงกว่าเครื่องประดับทองทั่วไปอย่างน้อย 20% โดบบริษัทเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดเผยว่า ยอดขายเครื่องประดับทองสไตล์จีนโบราณตั้งแต่ตุลาคม 2020 - มีนาคม 2021 คิดเป็น 40% ของยอดขายเครื่องประดับทองในจีน ขยายตัวถึง 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าเครื่องประดับประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในระยะยาวพบว่า ผู้ผลิตเครื่องประดับทองหลายรายมีการขยายการลงทุน มีการวิจัยและพัฒนาด้านดีไซน์ของเครื่องประดับทองสไตล์จีนโบราณมากขึ้นเพื่อตอบสนองกระแสความนิยมดังกล่าว และคาดว่าภายในปี 2024 ตลาดของเครื่องประดับชนิดนี้จะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 15.43 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว กระแสความชื่นชอบเครื่องประดับทองแบบโบราณในจีน นอกจากสร้างความคึกคักให้ตลาดเครื่องประดับทองในประเทศแล้ว ยังทำให้ตลาดในประเทศเข้มแข็งสามารถเติบโตได้ในท่ามกลางวิกฤตในขณะที่หลายประเทศยังคงประสบปัญหาอยู่

Read More

12/11/2564

เทรนด์การออกแบบเครื่องประดับหลังวิกฤติโรคระบาด


จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเครื่องประดับอัญมณีใหญ่มองว่า ปัจจัยเรื่องความรักและความหวังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบเครื่องประดับและอัญมณีในช่วงปี 2022 โดยอัญมณีและเครื่องประดับโทนสีเหลืองซึ่งเป็นสีแห่งความหวังทั้งเพชร พลอยสี และโลหะมีค่าหลายประเภทอย่าง แซปไฟร์สีเหลือง ซิทริน และทองคำ จะมาแรงต่อเนื่องในปีหน้า บทเรียนบทหนึ่งที่ทุกคนน่าจะได้เรียนรู้จากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมาคือ ความยืดหยุ่นในการรับสถานการณ์ เมื่อนำมาใช้กับการออกแบบเครื่องประดับอัญมณี จึงสามารถนำเสนอผ่านแพลทินัม ซึ่งเป็นวัสดุที่คงความแข็งแกร่งและประกายส่องสว่างแม้เวลาผ่านไปเช่นเดียวกับไข่มุกอัญมณีที่มีกระแสมาแรงต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา รวมถึงทองคำซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงปีนี้และเป็นเทรนด์สำคัญในปี 2022 ด้วยเช่นกันทุกวันนี้เป็นเรื่องง่ายที่ผู้คนจะหลงใหลหมกมุ่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยแรงสนับสนุนจากอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นกระแสแฟชั่นล่าสุดที่ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง รายการทีวีใหม่ยอดนิยมที่ทุกคนต่างพูดถึง ไปจนถึงวิดีโอบน TikTok สำหรับการออกแบบเครื่องประดับอัญมณีตามกระแสนี้ ความหลงใหลได้รับการนำเสนอผ่านเพชรสีน้ำตาลที่เรียกว่า“เพชรสีช็อกโกแลต” ซึ่งนำมาประดับบนตัวเรือนเครื่องประดับอัญมณีหลังจากคนส่วนใหญ่ต้องอยู่แต่ในบ้านโดยการใช้เทคโนโลยีสื่อสารผ่านวิดีโออย่างเช่น Zoom กันอย่างแพร่หลาย ทำให้สามารถมองเห็นคนอื่นๆ แค่ช่วงไหล่ขึ้นไปมานานนับปี จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้ทุกคนต้องการแสดงแนวทางที่โดดเด่นของตัวเองด้วยเครื่องประดับอัญมณีชิ้นงานขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นแหวนวงใหญ่ จี้ กำไลข้อมือ หรือต่างหูห่วง ที่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงปีนี้ต่อเนื่องไปถึงปี 2022 โดยการกลับมาของยุค “Roaring ‘20s” หรือแนวคิดที่ว่าผู้คนล้วนอยากแต่งตัวและออกนอกบ้านหลังช่วงล็อคดาวน์ ถือเป็นกระแสที่มีการคาดการณ์กันไว้สำหรับการออกแบบเครื่องประดับในปีที่จะถึงนี้

Read More

10/11/2564

ตลาดเครื่องประดับเพชรและทองยังเติบโตต่อเนื่องในจีน


ผลจากการปิดเมืองเพราะโรคระบาดและการจำกัดการเดินทางในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ชาวจีนต้องหยุดใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศ แต่หันมาซื้อสินค้าหรูหราอย่างอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2020 มียอดค้าปลีกเครื่องประดับทั้งเพชรและทองมากถึง 88.43 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียวเมืองระดับ 1 หรือเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 4 อันดับแรกในจีนแผ่นดินใหญ่ได้แก่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเซินเจิ้น มียอดขายเครื่องประดับเพชรเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 20-30 ต่อปี แซงหน้ายอดขายเครื่องประดับทองแบบดั้งเดิม เนื่องจากผู้บริโภคในเมืองระดับ 1 ต่างหันมานิยมเครื่องประดับทองตกแต่งเพชรมากขึ้น ขณะที่เมืองขนาดรองซึ่งหมายรวมถึงเมืองขนาดใหญ่อีกราว 30 เมืองและเมืองอื่นๆที่กำลังเติบโต ยังคงนิยมเครื่องประดับทองแบบดั้งเดิมการบริโภคภายในประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจของจีนซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2020 คือการเน้นกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ที่เรียกว่ากลยุทธ์ “Dual Circulation Strategy คือเน้นการส่งเสริมให้ชาวจีนซื้อสินค้าจากที่บ้านผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ จากข้อมูลทางการตลาดล่าสุดของบริษัทเครื่องประดับยักใหญ่คาดว่ายอดขายจากตลาดผู้บริโภคในจีนแผ่นดินใหญ่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีต่อจากนี้เป็นต้นไป ในแผนเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับล่าสุดของจีนซึ่งมีระยะเวลาตั้งแต่ปี 2021 - 2025 เป้าหมายทางเศรษฐกิจคือ การกระตุ้นการบริโภคในทุกภาคอุตสาหกรรม โดยขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของชนชั้นกลาง แผนดังกล่าวประกอบด้วยโครงการขั้นต้นที่จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศต่อหัวของจีนให้มีมูลค่าเทียบเท่า 30,000 เหรียญสหรัฐภายในปี 2035 หรือเกือบ 3 เท่าของระดับ GDP ต่อหัวในปี 2020 ที่ 10,500 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดผู้บริโภครายใหญ่อันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมเพชรโลกและทองคำ ทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย ตามข้อมูลจากธนาคารโลก GDP ต่อหัวในปี 2020 ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย อยู่ที่ราว 63,543 เหรียญสหรัฐ, 40,113 เหรียญสหรัฐ และ 1,900 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ โดยจีนมีประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน ขณะที่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอินเดีย มีประชากรประมาณ 329.48 ล้านคน, 125.84 ล้านคน และ 1,380 ล้านคน ตามลำดับ Chow Tai Fook ผู้ขายเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของจีน ระบุว่าในไตรมาสที่สองของปีนี้ ยอดขายทั้งบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มสูงขึ้น และมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในตลาดฮ่องกงและมาเก๊า

Read More

09/11/2564

เบสชิ…จากเหมืองทองแดงสู่แหล่งท่องเที่ยวของญี่ปุ่น


ในช่วงยุคเอโดะ ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ของโลก โดยการดำเนินงานของ บริษัทซูมิโตโม ภายใต้ชื่อทางการค้า Izumiya โดยเริ่มจากการค้าทองแดงก่อนขยายการค้าไปยังธุรกิจเส้นด้าย น้ำตาล และยา และเจริญรุ่งเรืองจนเป็นที่กล่าวขานว่า "ไม่มีใครในเมืองโอซาก้าสามารถแข่งขันกับ Izumiya ได้" อิสุมิยะ (zumiya))ก็ก้าวเข้าสู่ธุรกิจเหมืองทองแดงและเปิดเหมืองทองแดง Besshi หลังจากได้รับอนุญาตจากรัฐบาลโชกุนโทคุกาวะ (Tokugawa) ในปี 1691 เหมืองทองแดง Besshi ได้ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลา 283 ปี และกลายเป็นหัวใจหลักของธุรกิจของบริษัทซูมิโตโม ในช่วงของการเปิดเหมืองทองแดง Besshi ได้รับผลกระทบจากราคาทองแดงตก ในขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงความวุ่นวายของการฟื้นฟูในยุคสมัยเมจิ ทำให้เหมืองต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน เพื่อเอาชนะปัญหานี้ ไซเฮ ฮิโรเสะ (Saihei Hirose ปี 1828-1914) ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของเหมืองได้ปรับปรุงวิธีการดำเนินงานของเหมืองให้เป็นแบบสมัยใหม่ โดยการนำเทคโนโลยีจากตะวันตกมาใช้ และประสบความสำเร็จในการเพิ่มผลผลิตเป็นอย่างมากหลังปิดตัวลงเหมืองทองแดง Besshi ถูกทิ้งร้างไปช่วงหนึ่งจนซูมิโตโม กรุ๊ป (Sumitomo Group) ได้ร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์แห่งนี้ เพื่อสืบสานความสำเร็จของเหมืองแร่ทองแดงเบสชิ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 เหมืองแร่ทองแดงที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นให้แก่คนรุ่นหลังการออกแบบของพิพิธภัณฑ์ใช้ประโยชน์จากความชันของภูเขาและบางส่วนของพิพิธภัณฑ์อยู่ใต้พื้นดิน พิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วยพื้นที่ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ของซูมิโตโมกรุ๊ป ณ เหมืองแร่ทองแดงเบสชิ เทคนิคและการใช้ชีวิตของพนักงาน ผู้เยี่ยมชมยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตในขณะนั้นอีกด้วย บนหลังคาของพิพิธภัณฑ์มีการปลูกต้นอาซาเลีย ซัตสึกินับหมื่นต้นเพื่อระลึกถึงการเปิดเหมืองแร่ทองแดงเบสชิ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ดอกไม้เหล่านี้จะบานสะพรั่ง ทำให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อีกแบบหนึ่ง

Read More

09/11/2564

เหมืองแร่ใต้พิภพ ความหวังใหม่ของมนุษย์ด้านสินแร่


นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่กำลังท้าทายกับธรรมชาติ โดยคิดหาวิธีนำแร่ธาตุที่อยู่ลึกลงไปจากผิวดินหลายกิโลเมตรขึ้นมาใช้แทนแร่ธาตุที่ทำกลังจะหมดลงไม่ว่าจะเป็นแร่ทองแดง ลิเทียม สังกะสี เงิน และทองคำศาสตราจอห์น John Blundy แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เสนอทฤษฎีที่เป็นทางเลือกใหม่ในการนำแร่ใต้พิภพมาใช้ โดยระบุว่าแร่ธาตุอโลหะต่าง ๆ ที่เราใช้กันในโลกนั้นล้วนมาจากการประทุของภูเขาไฟในอดีตที่อาจจะเวลาเป็นหมื่นหรือล้านปีก่อน แล้วกระจัดกระจาย และถูกทับถมอยู่ใต้ดิน เพื่อให้เราไปเปิดเหมือง และขุดออกมาใช้ ศาสตราจอห์น John และทีมงาน ได้พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ให้เห็นว่าบริเวณที่มีน้ำพุร้อนหรือภูเขาไฟเราจะได้กลิ่นของกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่เสมอ ซึ่งก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิด จะมีก๊าซกำมะถันที่มีความเข้มข้นสูงพ่นออกมาก่อน และระหว่างที่ก๊าซดังกล่าววิ่งผ่านปล่องภูเขาไฟด้วยแรงดันสูงนั้น ก็จะทะลุทะลวงผ่านร่องหินร่องดินทั้งเล็กใหญ่ ที่อาจจะมีน้ำเกลือหรือ brine กักตัวอยู่ ในน้ำเกลือดังกล่าวจะมีแร่ธาตุหลายประเภทที่สะสมอยู่ ก๊าซกำมะถันเข้มข้นก็จะทำปฏิกิริยาเคมีกับแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ฝังตัวอยู่ในน้ำเกลือแล้วฟอร์มตัวเป็นสินแร่ ซึ่งในกรณีนี้เราก็จะได้ สินแร่ทองแดงในรูปของ copper-sulfide ore นั่นเองนั่นหมายความว่าเรามีสินแร่ต่าง ๆ ในรูปของของเหลวหรือ brineกระจัดกระจายอยู่ใต้พื้นโลกที่ใกล้ ๆ ภูเขาไฟอยู่เป็นจำนวนมาก ทางอาจารย์จอนและทีมจึงได้ทำการพิสูจน์โดยเข้าสำรวจภูเขาไฟทั้งที่ยังคุกรุนอยู่และที่มอดไปแล้วกว่า 40 แห่ง เช่น ฟูจิ ในญี่ปุ่น เซนต์ เฮเลนส์ ในสหรัฐอเมริกา ในฟิลิปปินส์ ในนิวซีแลนด์ ในโบลิเวียและประเทศอื่น ๆ ปรากฏว่า มีพื้นที่ที่มีคุณสมบัติในการนำกระแสไฟ ที่ระดับความลึกประมาณ 2 กิโลเมตรใต้พื้นโลก และพบว่ามีสถานะเป็นของเหลวที่มีความเข้มข้นสูง และเมื่อนำหินที่ความลึกดังกล่าวมาวิเคราะห์เพิ่มเติม ก็พบว่าก้อนหินนั้นมีทั้งธาตุทองแดง ลิเทียม สังกะสี เงิน และทอง ในสัดส่วนที่สูงจึงมีความคิดว่าแทนที่จะรออีกหมื่นปีหรือล้านปีกว่า ให้ภูเขาไฟระเบิด เพื่อนำพาแร่ต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมา ทำไมเราไม่ทำการสูบมันขึ้นมาเหมือนที่เราขุดเจาะน้ำมัน จากทฤษฎีนี้ หมายความว่า จะต้องทำการเจาะพื้นผิวโลกลึกลงไปกว่าการขุดเจาะน้ำมัน( 2 กิโลเมตร) และเครื่องมือต้องทนต่อความร้อนที่ 400 องศาเซลเซียส ความร้อนที่ลาวาและทำให้แร่ธาตุต่าง ๆ อยู่ในสภาพเป็นของเหลว และยังต้องดึงของเหลวหรือ super salty brine ที่มีความเข้มข้นกว่าน้ำทะเลเป็น 10 เท่าซึ่งหมายถึงความหนืดและการกัดกร่อนต่ออุปกรณ์ต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่า นอกจากที่เราจะเห็นแท่นขุดเจาะน้ำมันในมหาสมุทรแปลงสภาพเป็นแท่นของกังหันลมขนาดใหญ่แล้ว เรายังอาจจะเห็นเทคโนโลยีการขุดเจาะน้ำมันกลายเป็นการขุดเจาะน้ำเกลือเค็มพิเศษ (super salty brine) ที่นำแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย

Read More

07/11/2564

จะทำอย่างไรเมื่อแร่ทองแดงกำลังจะหมดลง


มนุษย์เรารู้จักและใช้แร่ทองแดงมาเป็นเครื่องประดับตั้งแต่ 11,000 ปีมาแล้ว ปัจจุบันโลกเราบริโภคทองแดงประมาณ 20 ล้านตันต่อปี เพื่อใช้ในอาคาร สำนักงาน โรงงานหรือโรงไฟฟ้าต่างๆ ปัจจุบัน การบริโภคทองแดงสูงขึ้นกว่าในอดีตหลายเท่าตัว เนื่องจากโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจากการใช้น้ำมันไปหาแหล่งพลังงานธรรมชาติมากขึ้น ปริมาณความต้องการทองแดงจึงมากขึ้นไปด้วยทั้งในแบตเตอรี่ โซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม หรือแม้กระทั่ง EV ที่ต้องใช้ทองแดงมากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันถึงสี่เท่า ด้วยเหตุนี้การทำเหมืองทองแดงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และล่าสุดราคาทองแดงในตลาด London Metal Exchange (LME)หรือตลาดซื้อขายโลหะล่วงหน้าซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน มีราคาสูงถึง 10,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 60 ปี หรือสูงสุดตั้งแต่มีการซื้อขายในตลาดล่วงหน้าเลยทีเดียว และคาดว่าความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นนี้อาจทำให้ขาดแคลนทองแดงในระยะยาวได้ เหมืองทองแดงใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ชิลี ซึ่งมีกำลังการผลิตมากกว่า 25% ของความต้องการทองแงของโลก ตามมาด้วยเปรูและประเทศจีน ซึ่งทุกเหมืองเป็นลักษณะเหมืองเปิด โดยเฉลี่ยแล้ว ในดิน 100 กิโลกรัมจะมีแร่ประมาณ 1 กิโลกรัม ทำให้เหมืองเปิดดังกล่าวมีขนาดใหญ่มากและแร่ที่สะสมก็ทยอยหมดไป ถ้าต้องตอบโจทย์การบริโภคเพิ่มขึ้นที่เป็นเท่าตัว นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามอย่างมากที่จะขุดแร่ทองแดงที่อยู่ลึกลงไปหลายกิโลเมตรจากพื้นผิวโลกขึ้นมาใช้ โดยไม่ต้องรอเวลาให้ปะทุขึ้นมากับภูเขาไฟ ซึ่งนั่นอาจต้องใช้เวลานับหมื่นปี โดยศาสตราจารย์ Jon Blundy แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้ทำการพิสูจน์โดยเข้าสำรวจภูเขาไฟทั้งที่ยังคุกรุนอยู่และที่มอดไปแล้วกว่า 40 แห่ง และนำหินที่ความลึก 2 กิโลเมตร มาวิเคราะห์ พบว่าก้อนหินนั้นมีทั้งธาตุทองแดง ลิเทียม สังกะสี เงิน และทอง ผสมอยู่ จึงเป็นไปได้ที่จะมีการทดลอง วิจัย เพื่อนำแร่ธาตุจากใต้พิภพขึ้นมาใช้ก่อนเวลา เพื่อหาทางรอดให้กับความต้องการแร่ทองแดงที่อาจหมดลงในเวลาอันใกล้นี้

Read More

06/11/2564

อัฟกานิสถาน...ขุมทองของตาลีบัน


อัฟกานิสถาน ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีฐานะยากจนที่สุดในโลก แต่ในปี 2553 เจ้าหน้าที่ในกองทัพของสหรัฐและบรรดานักธรณีวิทยาเปิดเผยว่าอัฟกานิสถาน มีแหล่งแร่ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งทองแดง ทองคำ และแร่หายากที่อาจจะช่วยเปลี่ยนสภาพเศรษฐกิจของประเทศนี้แบบพลิกฝ่ามือเลยก็เป็นได้อัฟกานิสถานตั้งอยู่บนเส้นตัดผ่านของเอเชียกลางและเอเชียใต้ นักวิทยาศาสตร์ได้รายงานว่า อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่อุดมไปด้วยโลหะมีค่าที่เป็นที่ต้องการสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในศตวรรษที่21 ซึ่งแร่ที่พบนั้นมีทั้งแร่ เหล็ก แร่ทองแดง และทองคำกระจัดกระจายทั่วไปในจังหวัดต่างๆ และยังมีแร่หายากที่ถือว่าเป็นแร่ที่กำลังเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมในขณะนี้เพื่อนำมาใช้ในการผลิตแบตเตอรีลิเธียม แบตเตอรีในรถยนต์ไฟฟ้า ในยุคที่ทั่วโลกกำลังลดการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินด้วยการหันมาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ตาม แม้ว่าอัฟกานิสถานจะมีแร่และแร่หายากจำนวนมาก แต่ความไม่มั่นคงทางการเมืองตลอดช่วง 40 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้แร่จำนวนมากในประเทศยังไม่ได้ถูกนำมาใช้สำนักงานธรณีวิทยาของสหรัฐ(ยูเอสจีเอส)เคยทำการสำรวจแร่ในอัฟกานิสถาน พบว่า มีแร่เหล็กปริมาณมากถึง 2,000 ล้านตัน มีแร่ทองแดงไม่น้อยกว่า 60 ล้านตัน และมีแร่หายากไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านตันนอกจากแร่ทั่วไปแล้ว แร่หายากในอัฟกานิสถานก็มีมากเช่นกันและแร่ชนิดนี้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิป ผลิตคอมพิวเตอร์ และผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีไฮเทคจำนวนมากที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งแร่หายากในอัฟกานิสถาน ทำให้สหรัฐเรียกขานอัฟกานิสถานว่าเป็น“ซาอุดีอาระเบียแห่งลิเธียม”มานานกว่า10ปี ส่วนอัฟกานิสถานเองก็ตั้งกระทรวงเหมืองแร่และปิโตรเลียม ขึ้นมากำกับดูแลเหมืองแร่โดยเฉพาะความท้าทายด้านความมั่นคง การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและภัยแล้งรุนแรงที่ยืดเยื้อยาวนานทำให้การขุดเหมืองแร่มีค่าที่สุดในอัฟกานิสถานชะงักงันไปในช่วงที่ผ่านมาและมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลงไปในทันทีที่กลุ่มตาลีบันเข้ามาปกครองอัฟกานิสถาน ทั้งยังมีประเทศต่างๆยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งรัฐบาล รวมถึงจีน ปากีสถาน และอินเดีย

Read More

05/11/2564

เหมืองทองแดง Berkeley Pit สวยซ่อนพิษ


ที่เมืองบัตต์ รัฐมอนทานา ( Butte ,Montana) สหรัฐอเมริกา มีเหมืองทองแดงที่ถูกทิ้งร้างชื่อ Berkeley Pit ที่กลายสภาพจากเหมืองทองแดงขนาดใหญ่เป็นแหล่งมลพิษที่อุดมไปด้วย สารหนู แคดเมียม สังกะสี กรดกำมะถัน แม้ภายนอกจะดูสวยงามจนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมได้ก็ตามเหมืองทองแดง Berkeley Pit เปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2498 โดยบริษัท Anaconda Copper Mining Company นี้มีความยาวถึง 1 ไมล์ (1,600 ม.) กว้าง0.5 ไมล์ (800 ม.) และความลึกโดยประมาณ 1,780 ฟุต (540 ม.) มีน้ำที่มีความเป็นกรด มากที่ระดับ pH 2.5 ที่ปริมาณมากกว่า 13 ล้านแกลลอภายในปีแรกของการดำเนินการ สามารถขุดเจาะแร่ทองแดงได้ถึง 17,000 ตันต่อวัน และยังสามารถสกัดแร่มีค่าอื่นๆได้อีกไม่ว่าจะเป็น เงิน และ ทองคำ เหมืองทองแดง Berkeley Pit ปิดดำเนินการนาน 27 ปี จึงได้ปิดตัวลง ในปี พ.ศ.2525 หลังปิดตัวเหมืองทองแดง Berkeley Pit ได้กลายเป็นแอ่งยาพิษขนาดใหญ่ ซึ่งถ้ามองที่ผิวน้ำ จะเห็นเป็นสีแดงคล้ายเลือด เมื่อสะท้อนแสงจะดูสวยงามมาก จนมีนักท่องเที่ยวหลายคนยอมสละเงินในกระเป๋าเพื่อเข้ามาสัมผัสความสวยซ่อนพิษของเหมืองทองแดงแห่งนี้อย่างไรก็ดีเหมือง Berkeley Pit ยังอุดมไปด้วยทองแดง ที่สามารถหลอมรวมและแปรสภาพเป็นโลหะได้ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อรวมตัวกับน้ำ โดยสามารถผลิตทองแดงได้ถึง 4 แสนปอนด์ แต่เมื่อเห็นปริมาณสารหนู แคดเมียม สังกะสี และกรดกำมะถันที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งสามารถทำลายระบบย่อยของสิ่งมีชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ก็ทำให้ความคิดที่จะกลับมาทำเหมืองแห่งนี้อีกครั้งก็หมดลงไปทันที มีบันทึกไว้ว่าในปี ค.ศ. 1995 เคยมีฝูงห่านอพยพมาอาศัยอยู่ที่ Berkeley Pit แต่สุดท้ายก็ไม่มีชีวิตรอดแม้แต่ตัวเดียว เพราะทนรับสารพิษที่ซึมเข้าร่างกายไม่ไหว เหลือแต่ซากทิ้งไว้ถึง 342ตัวปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พยายามเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการนำแบคทีเรียชนิดใหม่ที่ค้นพบ มาปรับสภาพยาพิษใน Berkeley Pit ให้น้ำเกิดความกระด้าง และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสารพิษบางตัวสามารถนำมาปรับเป็นยารักษาและต่อต้านมะเร็งได้ ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยอย่างต่อเนื่อง

Read More

16/10/2564

การผลิตเหรียญกษาปณ์ทองคำ ในประเทศไทย


เหรียญกษาปณ์ คือเงินตราที่ทำด้วยโลหะมีค่า เช่น ทองคำ เงิน นิกเกิล ทองแดง ฯลฯ สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยระบุชนิดราคาไว้ที่หน้าเหรียญ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนที่ใช้ ทั่วไปในชีวิตประจำวัน และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ซึ่งผลิตออกใช้เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ ส่วนเหรียญที่ระลึกเป็นเหรียญซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสสำคัญโดยไม่มีราคาหน้าเหรียญและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหรียญกษาปณ์ทองคำและเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำ มีการผลิตมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการผลิตน้อยครั้งและแต่ละครั้งมีจำนวนไม่มากนัก ได้แก่ พ.ศ. 2399 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ตราพระแสงจักร-พระมหามงกุฎ-พระเต้า ชนิดราคา กึ่งเฟื้อง พ.ศ. 2399 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ตราพระมหามงกุฎ-กรุงเทพ ชนิดราคา เฟื้อง และสลึง พ.ศ. 2400 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ตราพระมหามงกุฎ-พระแสงจักร (เหรียญบรรณาการ) ชนิดราคา พัดดึงส์ พ.ศ. 2406 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ตราพระมหามงกุฎ-พระแสงจักร ชนิดราคา กึ่งเฟื้อง เฟื้อง สลึง กึ่งบาท บาท และกึ่งตำลึง พ.ศ. 2406 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ทศ พิศ พัดดึงส์ พ.ศ. 2407 เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำ ตราพระมหามงกุฎ-พระแสงจักร ชนิดราคา ตำลึง หรือที่นิยมเรียกกันว่า "เหรียญแต้เม้งทองคำ" ซึ่งเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสเฉลิมพระชนม์ 60 พรรษา และมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ทองคำ ได้แก่ พ.ศ. 2419 เหรียญกษาปณ์ทองคำ พระบรมรูป-ตราแผ่นดิน ชนิดราคาเฟื้อง ต่อมามีการผลิตขึ้นอีกจำนวนน้อยมากใน พ.ศ. 2447 และ พ.ศ. 2451-2453 พ.ศ. 2437 เหรียญกษาปณ์ทองคำ ทศ พิศ พัดดึงส์ ทั้งนี้ เหรียญกษาปณ์ทองคำและเหรียญกษาปณ์ทองคำที่ระลึกที่ผลิตขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 นั้น แม้มีจำนวนน้อย แต่ปัจจุบันก็ยังพบได้มากกว่าชนิดละ 1 เหรียญ ในขณะที่ เหรียญทองคำ พระบรมรูปรัชกาลที่ 6–ไอราพต พบเพียงชุดเดียวเท่านั้น เดิมอยู่ในความดูแลของกรมเงินตรา กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ปัจจุบันเหรียญทองคำชุดนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อมูล : ธนาคารแหงประเทศไทย

Read More

15/10/2564

แต่งตัวอย่างไรให้อินเทรนด์หลังโควิค-19


หลังสถานการณ์ โควิดคลี่คลาย กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินหน้า หลายธุรกิจเริ่มคึกคักอีกครั้ง รวมถึงแวดวงแฟชั่นและเครื่องประดับ ที่มีคอลเลกชั่นใหม่ๆออกมาต้อนรับเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงหลังโควิดคลี่คลาย และความแวววาวแบบเมทัลลิก คือคำตอบของแฟชั่นเครื่องประดับในช่วงต่อจากนี้ไป ความงามของสีเมทัลลิก ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนๆ แต่ในปีนี้จะเปลี่ยนจากประกายสว่างโทนเย็น มาเป็นความเป็นเมทัลลิกที่กลมกลืนและละเอียดอ่อนมากขึ้น ความเงางามเปล่งประกายในสีสันของสีทอง เงิน และทองแดง จะเข้ามาแทนเพราะได้ทั้งความหรูและแวววาว และเป็นธรรมชาติ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้สวมใส่นอกจากวัสดุที่เป็นเมทัลลิกแล้ว การออกแบบลวดลายเครื่องประดับจะเน้นไปที่ลวดลายของธรรมชาติ ดอกไม้ ใบไม้ที่ดูพลิ้วไหว เป็นชิ้นงานเล็กๆ น่ารัก สวมใส่เข้ากับชุดเครื่องแต่งกายที่ดูฟูฟ่อง ชุดเดรสคอร์เซ็ต เสื้อคลุมยาวและชุดเดรสยาวพิมพ์ลายธรรมชาติหรือลายดอกไม้ ที่สร้างความโรแมนติกและย้อนถึงยุคสมัยที่เรียบง่ายและมีความสุขโดยไร้ข้อจำกัด เพื่อรับกระแสวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เน้นจิตสำนึก ความยั่งยืน และการขับเคลื่อนด้วยคุณค่า แฟชั่นการแต่งกายและเครื่องประดับในยุคหลังนี้จะเน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก แต่ก็ออกแบบให้ดูมีรสนิยมในระดับที่พอเหมาะสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งเครื่องประดับทุกรูปทรงและสีสันช่วยผสมผสานสไตล์เข้ากับการสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบลำลองดูสบายๆ ได้เป็นอย่างดี สร้อยคอยาวช่วยเสริมแต่งเสื้อผ้าทรงหลวมได้ด้วยการเพิ่มรูปทรง ขณะที่ต่างหูห่วงหรือต่างหูห้อยระย้าก็ช่วยเปลี่ยนลุคลำลองให้ดูเนี้ยบยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใส่คู่กับเสื้อเชิ้ตทรงบอยเฟรนด์ตัวหลวม ชุดกีฬาแบบลำลอง เดรสทรงเสื้อเชิ้ต เดรสทรงตรง เทรนช์โค้ต หรือเบลเซอร์ ข้อมูล : สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ

Read More

14/10/2564

ไม้สักทอง..ของขวัญจากธรรมชาติ


สักทอง เป็นไม้ใหญ่เนื้อไม้จะมีสีเหลืองทอง ลำต้นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็ก ๆ สีเทา โคนเป็นพูพอนต่ำ ๆ เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกลมค่อนข้างทึบ เปลือกสีเทา เรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้นตามความยาวลำต้น ขึ้นเป็นหมู่ในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือ บางส่วนในภาคกลางและภาคตะวันตก ไม้สักทองมีคุณสมบัติต้านทานการรบกวนจากปลวก และเชื้อเห็ดรา ทนทานต่อสภาพลมฟ้าอากาศได้ ดี เนื้อไม้ค่อนข้างละเอียด มีเสี้ยนตรงทำให้เลื่อย ไสได้ง่าย และแม้จะเป็นไม้เนื้ออ่อน แต่ก็มีความแข็งแรงเท่าเทียมกับไม้เนื้อแข็ง นิยมนำมาใช้สร้างโบสถ์วิหาร ที่อยู่อาศัย ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์และแกะสลักได้อย่างสวยงาม ไม้สักหรือสักทอง สามารถนำไปแปรรูปหรือใช้ประโยชน์ได้ตามอายุและขนาด ยิ่งไม้สักที่มีอายุมาก ก็จะยิ่งมีความแข็งแรงทนทานมากด้วยเช่นเดียวกัน ไม้สักที่มีอายุประมาณ 5 ปี นิยมนำเนื้อไม้ไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นของตกแต่งบ้าน หรือของเล่นเด็ก โดยส่วนใหญ่ใช้ไม้สักจากสวนป่าที่ปลูกไว้เพื่อการค้า ไม้สักที่มีอายุประมาณ 10 ปี มีความสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 15 เมตร ขึ้นไป นิยมนำเนื้อไม้ไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องการความแข็งแรงทนทาน หรือแปรรูปเป็นพื้นปาร์เก้ไม้สักไม้สักที่มีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 15-20 ปี นิยมนำไปใช้ทำเป็นไม้บาง การปลูกไม้สักเพื่อใช้งานในลักษณะนี้ ต้องระมัดระวังในการดูแลหรือจัดสวนให้ดีเพราะเป็นงานที่ต้องการเนื้อไม้เรียบ ลายสวย ไม่มีตำหนิ ส่วนไม้สักที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป นิยมใช้ประโยชน์ในการปลูกบ้านเรือน ใช้ทำเป็นเสาบ้านหรือคาน เพื่อรองรับน้ำหนักเพราะยิ่งไม้สักที่มีอายุมาก ก็จะมีความแข็งแรงมากตามไปด้วยเช่นเดียวกันนอกจากเป็นไม้เศรษฐกิจแล้วสักทองยังเป็นไม้มงคล เชื่อว่าหากนำมาปลูกจะช่วยเสริมโชค เสริมดวงชะตา ทำให้ชีวิตมีความเป็นสิริมงคล คำว่า “สัก” ยังมีคำพ้องกับคำว่า “ศักดิ์” หมายถึง ยศถาบรรดาศักดิ์หรือศักดิ์ศรี จึงนิยมนำไม้สักมาทำเป็นเสาเอกของบ้าน หรือเสาในพิธีวางศิลาฤกษ์ รวมทั้งใช้ในสถานที่สำคัญต่างๆ อีกทั้งคนสมัยโบราณยังมีความเชื่อว่าไม้สักจะช่วยเสริมสง่าราศี ส่งผลให้ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง หรือเป็นที่น่ายกย่องเกรงขามอีกด้วย

Read More

13/10/2564

สักทอง... ราชินีแห่งไม้


สัก เป็นไม้เศรษฐกิจที่ปัจจุบันคนนิยมปลูกกันมากในลักษณะของสวนป่า เป็นการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต เหมือนการออมเงิน ไม้สักมีทั้งหมด 5 ชนิดได้แก่ไม้สักทอง ไม้สักหยวก ไม้สักไข ไม้สักขี้ควาย และไม้สักหินไม้สักทอง ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไม้(Queen of Timbers) เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกัน ทั่วโลก เนื่องจากเนื้อไม้มีคุณภาพสูง สีสันและลวดลายสวยงาม คือมีสีเหลืองทองและมีลวด ลายสีดำ เนื้อค่อนข้างละเอียด มีเสี้ยนตรง น้ำหนักเบาง่ายต่อการเลื่อย ไส และตบแต่ง แต่ก็มีความแข็งแรง ไม้สักทองเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดในบรรดาไม้สักทั้งหมดไม้สักหยวก เนื้อไม้จะมีสีขาว พบในป่าโปร่งชื้้น และริมห้วย ต้นตรง เปลือกแตกเป็นร่องตื้น เรือนยอดสมบูรณ์ ใบมีขนาดกลาง เนื้อไม้หรือแก่น ถากหรือฟันได้ง่าย ไม้สักหยวก และไม้สักทอง จะอยุ่ในทำเลที่คล้ายกัน และมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน แต่ก็สามารถสังเกตได้อีกเล็กน้อยก็คือ ร่องของเปลือกไม้สักหยวกจะกว้างกว่าไม้สักทอง แต่แตกเป็นร่องตรงเหมือน ๆ กันไม้สักไข เนื้อไม้จะมีสีอ่อนและลักษณะเป็นมัน พบในป่าโปร่งแล้งเป็นส่วนมาก เจริญเติบโตช้า ร่องของเปลือกลึกและตัวเปลือกเป็นสันกว้างระหว่างร่อง ลำต้นตรงเปลา แต่มีลักษณะแกน ๆ พุ่มของเรือนยอดบอบบาง แต่ก็มีใบเต็ม เนื้อไม้จะมีไขปน ยากแก่การขัด และทาแล็กเกอร์ สีของไม้สักไขจะมีสีน้ำตาลเข้มปนเหลืองไม้สักขี้ควาย เนื้อไม้จะออกสีคล้ำ ไม้สักชนิดนี้พบได้ในป่าลัดใบต่าง ๆ และในที่แห้งแล้ง ลักษณะของเรือนยอดมักจะไม่สมบูรณ์ เปลือกแตกเป็นร่องไม่สม่ำเสมอ ขาดเป็นตอน ๆ และมีร่องลึก ลักษณะไม่สมบูรณ์ จะทราบแน่ว่าเป็นสักขี้ควายก็ต่อเมื่อโค่นลงมาเลื่อยดู ก็จะเห็นได้ชัดว่า เนื้อไม้จะมีสีเขียวปนน้ำตาลแก่ หรือ น้ำตาลอ่อนไม้สักหิน พบในป่าโปร่งแล้งในระดับสูง การแตกของเปลือกเป็นร่องลึกและเรือนยอดดูไม่ค่อยแข็งแรง ใบเล็กกว่าปกติ เนื้อไม้จะแข็งกว่าไม้สักทั่วไปและเปราะ สีของเนื้อไม้จะมีสีน้ำตาลเข้มในเนื้อไม้สักทอง พบว่ามีสารแร่ทองคำ ปนอยู่ประมาณ 0.5 ppm. คือ ไม้สักทองประมาณ 26 ต้น ถ้าสกัดจะได้ทองคำหนัก 1 บาท

Read More

12/10/2564

ตำหนักทองวัดไทร สร้างเมื่อไหร่กันแน่?


วัดไทร ตั้งอยู่ริมคลองคลองด่าน หรือ คลองสนามชัย ใครเป็นผู้สร้าง และสร้างขึ้นในสมัยใด ไม่มีหลักฐานแน่ชัดแต่สันนิษฐานโดยดูจากพุทธลักษณะของพระพุทธรูปในวิหาร พระปรางค์หรือเจดีย์เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือช่างสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดไทรมีโบราณสถนสำคัญหลังหนึ่งเป็นเรือนไม้เก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เรียกกันว่า ตำหนักทอง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตำหนักของ "พระเจ้าเสือ" กษัตริย์องค์ที่ 30 แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ของกรุงศรีอยุธยา แต่ความจริงยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่า ตำหนักทอง สร้างขึ้นเมื่อไรกันแน่ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ในสาส์นสมเด็จ ถึงตำหนักทอง คราวเสด็จไปที่วัดไทรเมื่อวันที่ 23 และ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2464 ไว้ว่า “ เป็นตำหนักไม้ 3 ห้อง ยาว 4 วาศอก กว้าง 9 ศอก ปลูกยาวตามคลอง ทางด้านใต้กั้นฝาทึบห้องหนึ่ง มีหน้าต่างกรอบจำหลักเป็นซุ้มยอด ทางด้านเหนือฝาเป็นช่องโถงสำหรับผูกม่านไม่มีบาน 2 ห้อง เสาและเครื่องบนของเดิมผุเปลี่ยนใหม่เสียหมดแล้ว ยังเหลือแต่ฝา ฝานั้นข้างนอกเขียนทองรดน้ำพื้นดำเป็นกระหนกเครือ แต่ลายทองยังคงเหลืออยู่เพียงด้านข้างบนที่ชายคาบังฝน ตอนล่างที่ถูกแดดถูกฝนนั้นลายทองชำรุดซ่อมทาสีเสียแล้ว เครื่องบนยังมีของเดิมแต่กรอบกระจังจำหลักที่หน้าบรรณเหลืออยู่ท่อนหนึ่ง”“ข้างในตำหนักฝารอบทาสีพื้นขาวเขียนสีลายพุ่มข้าวบิณฑ์ สงสัยว่าจะเขียนเปลี่ยนลายเมื่อซ่อมชั้นหลังบ้าง พระบอกว่า เสาเดิมเป็นลายรดน้ำปิดทองเหมือนกับฝาด้านนอก ฝาประจันห้องที่ยังคงเหลืออยู่จนบัดนี้ เขียนทองลายรดน้ำเหมือนฝาด้านนอก มีประตูฝาประจันห้อง 2 ช่องที่บานเขียนทองรูปเทวดา แต่ดูจะเป็นฝีมือช่างกรุงเทพ ซ่อมชั้นหลัง”“ลักษณะของตำหนักเป็นดังกล่าวมานี้ พิเคราะห์ดูเห็นว่าเดิมคงเป็นตำหนักของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใดพระองค์หนึ่งได้ทรงสร้างไว้จริง อย่างนี้ที่เรียกว่า ตำหนักทอง ซึ่งผู้อื่นจะสร้างอยู่นั้นไม่ได้ โดยถ้าสร้างถวายวัดเป็นพุทธบูชา ก็ได้แต่เป็นโบสถ์วิหาร หรือหอไตร ที่ผู้อื่นจะทำเป็นเรือนทองถวายเป็นเสนาสนสงฆ์ หรือเป็นศาลาอาศัยนั้น หามีอย่างธรรมเนียมไม่ ““ในระยะเวลา 55 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2246 ถึง พ.ศ. 2301 คลองสนามชัยนี้เป็นทางที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จผ่านไปมาเนืองๆทั้ง 3 รัชกาล คงต้องมีตำหนัก พลับพลาที่ประทับร้อนประทับแรมไว้ในระยะทางหลายแห่ง….แบบอย่างตำหนักทองที่วัดไทร ซึ่งทำเป็นตำหนัก 3 ห้อง และโถง 2 ห้อง ดูสมจะเป็นตำหนักที่ประทับร้อน คงสร้างในครั้งรัชกาลพระเจ้าเสือดังที่พวกชาวบ้านว่า หรือมิฉะนั้นก็สร้างใน 2 รัชกาลหลังต่อมาเมื่อครั้งกรุงเก่าเป็นแน่” ปัจจุบันตำหนักทอง วัดไทร กำลังอยู่ในช่วงการบูรณะโดยกรมศิลปากร

Read More

11/10/2564

ตลาดเครื่องประดับทองทั่วโลกจะเดินไปในทิศทางใด


สภาทองคำโลก (World Gold Council : WGC) คาดการณ์ความต้องการเครื่องประดับทองจากทั่วโลกในปี 2021 นี้ว่าอาจอยู่ในช่วงระหว่าง 1,600 ตันถึง 1,800 ตัน สูงกว่าในช่วงปี 2020 ที่มีอุปสงค์เครื่องประดับทอง 1,401 ตัน โดยได้รับแรงกระตุ้นจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลกตลอดปีนี้สำหรับตลาดเครื่องประดับทองของจีน ในไตรมาสที่ 2 ให้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 147 ตัน นับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ด้วยอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 62 จากช่วงเดียวกันของปี 2020 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ส่วนอินเดีย ความต้องการเครื่องประดับทองในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 มาอยู่ที่ 55.1 ตัน จากช่วงเดียวกันของปี 2020 ที่มีความต้องการเพียง 44 ตัน แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 กลับลดลงถึงร้อยละ 67 เนื่องจากการระบาดรอบที่ 2 ของ Covid-19 ส่งผลให้อุปสงค์เครื่องประดับทองในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 ปรับลดลงจากไตรมาสแรกของปีนี้ถึงร้อยละ 46 อย่างไรก็ดี WGC คาดว่าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 นั้นมีวันมงคลสำหรับการแต่งงานอยู่ 13 วัน มากกว่าในไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 ที่มีเพียง 7 วัน ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้อุปสงค์เครื่องประดับทองในตลาดนี้อาจเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ก็เป็นตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับทองที่มีอุปสงค์เป็นอันดับต้นๆ ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยความต้องการสูงขึ้นถึง 1.03 เท่า เพิ่มเป็น 37.7 ตัน นับว่าเป็นตัวเลขสูงสุดสำหรับไตรมาสที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คือตั้งแต่ ปี 2015-2019 ความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,235 ตันต่อปี แต่การหยุดชะงักของตลาดอันเนื่องมาจากการระบาดของ Covid-19 ในตลาดใหญ่ๆอย่างอินเดีย และจีน อีกทั้งราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นมาในช่วงที่ผ่านมาทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองลดต่ำลงไปมากในช่วง 2 ปีนี้ โดยเฉพาะในปี 2020 ที่ความต้องการเครื่องประดับทองลดลงไปเกือบเท่าตัว

Read More

10/10/2564

ความต้องการเครื่องประดับทองฟื้นตัวหลังซบเซาข้ามปี


สภาทองคำโลก หรือ (World Gold Council (WGC) รายงานแนวโน้มความต้องการทองคำในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 ว่าความต้องการเครื่องประดับทองทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบหับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 390.7 ตัน โดยเฉพาะตลาดในจีนและสหรัฐที่เศรษฐกิจฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ในรายงานฉบับเดียวกันของ WGC ระบุว่า ความต้องการเครื่องประดับทองในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจาก 244.5 ตันเป็น390.7 ตัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 60 โดยอินเดีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จาก 44.0 ตัน ไปอยู่ที่ 55.1 ตัน ขณะที่จีนเพิ่มขึ้นจากก 90.7 ตัน เป็น 146.9 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 62 อย่างไรก็ตาม WGC เผยว่า แม้ว่าอุปสงค์เครื่องประดับทองจะมีการเติบโตขึ้นมาก แต่ก็เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในปี 2020 ทำให้ความต้องการเครื่องประดับทองของปีก่อนน้อยมากแต่ถ้าเทียบกับปี 2019 จะเห็นได้ว่าความต้องการเครื่องประดับทองในไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 นั้นต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2019 ที่มีปริมาณความต้องการ 529.8 ตัน หรือปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 26 ขณะที่ความต้องการเครื่องประดับทองช่วงครึ่งปีแรกในปีนี้อยู่ที่ 873.7 ตัน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 57 เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2020 ที่ความต้องการเพียง 558.0 ตัน แต่เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 กลับลดลงร้อยละ 18 เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2019 มีความต้องการเครื่องประดับทองสูงถึง 1,065.0 ตัน สำหรับตลาดผู้บริโภคเครื่องประดับทองที่สำคัญของโลกยังคงเป็น จีน อินเดีย และสหรัฐฯ ซึ่งเศรษฐกิจภายในประเทศจีนที่ปรับตัวดีขึ้นช่วยกระตุ้นอุปสงค์เครื่องประดับทองในไตรมาสที่ 2 ให้เพิ่มโดยเครื่องประดับทองแบบดั้งเดิมยังคงดึงดูดความสนใจผู้บริโภคในตลาดจีน ขณะที่เครื่องประดับแฟชั่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมจีนผสมผสานกับสไตล์ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ในการออกแบบสินค้าต่างๆ รวมถึงเครื่องประดับที่สร้างสรรค์โดยแบรนด์เครื่อง ประดับในท้องถิ่นก็ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ซื้อหนุ่มสาวชาวจีนเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

Read More

09/10/2564

เงินตราของไทย จากสุโขทัย-รัตนโกสินทร์


การซื้อขายแลกเปลี่ยนในสมัยโบราณ หรือที่เรียกว่าระบบมาตราเงินของไทยนั้น มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา จนมาถึงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่เบี้ย หอย พดด้วง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง เหรียญทองคำ จนมาถึงเหรียญกษาปณ์ ซึ่งมีมูลค่าและอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่างกันดังนี้ในสมัยสุโขทัย 1 ชั่ง = 20 ตำลึง 1 ตำลึง = 4 บาท 1 บาท= 4 สลึง 1 สลึง = 2 เฟื้อง ถัดจากเฟื้องมาก็เป็นเบี้ย โดย 1 เฟื้อง= 400 เบี้ย ในสมัยอยุธยา มาตราเงินคงเป็นแบบเดียวกับสมัยสุโขทัย แต่ 1 เฟื้องหนึ่งเท่ากับ 800 เบี้ย เงินที่ใช้มาแต่โบราณเป็นเงินกลม เรียกว่า เงินพดด้วง ในสมัยสุโขทัยมีขนาด 1 ตำลึง และ 1 บาท สมัยอยุธยาใช้เงินพดด้วงอย่างเดียว มีสี่ขนาดคือ 1 บาท 2 สลึง 1 สลึง และ 1 เฟื้องสมัยรัตนโกสินทร์ มาตราเงินคงเป็นอย่างเดียวกับสมัยอยุธยา มาจนถึงสมัยรัชกาลที่4 โปรดให้ตั้ง โรงกษาปณ์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2403 และทำเงินตราใหม่เป็นรูปแบบกลมเรียกกันว่า เงินเหรียญ มีทั้งหมด 4 ขนาดคือ 1 บาท 2 สลึง และขนาด 1 เฟื้อง โดยทำเหรียญขนาด 1 ตำลึง กึ่งตำลึง และกึ่งเฟื้อง ไว้ด้วย แต่ไม่ได้นำไปใช้ในท้องตลาด ต่อมาในปี พ.ศ.2405 โปรดเกล้า ฯ ให้ทำเหรียญดีบุก เป็นเงินปลีกขึ้นใช้แทนเบี้ยอีกสองขนาด ขนาดใหญ่เรียกว่า "อัฐ" กำหนดให้ 8 อัฐ เป็น 1 เฟื้อง ขนาดเล็กเรียกว่า "โสฬส" กำหนดให้ 16 โสฬส เป็น 1 เฟื้องพ.ศ.2406 โปรดให้ทำเหรียญทองคำขึ้นสามขนาด ขนาดใหญ่เรียกว่า "ทศ" ราคา 10 อัน ต่อ 1 ชั่ง คือ อันละ 8 บาท ขนาดกลางเรียกว่า "พิศ" ราคาอันละ 4 บาท ขนาดเล็กเรียกว่า "พัดดึงส์" ราคาอันละ 10 สลึง ต่อมาในปี พ.ศ.2408 โปรดให้ทำเหรียญทองแดงขึ้นใช้เป็นเงินปลีกมีสองขนาด ขนาดใหญ่เรียกว่า "ซีก" สองอันเป็น 1 เฟื้อง และขนาดเล็ก เรียกว่า "เสี้ยว" สี่อันเป็น 1 เฟื้อง

Read More

08/10/2564

เหรียญเงินในถุงแดง


เงินถุงแดง คือ เงินกำไรจากการค้าขายโดยกองเรือสำเภาส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ซึ่งทรงเก็บสะสมไว้ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าลูกยาเธอ โดยเก็บไว้ในถุงผ้าสีแดงและเอาไว้ข้างพระแท่นบรรทม เป็นที่มาของคำว่าเงินถุงแดง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าพระคลังข้างที่ มีทั้งเงินสกุลต่างประเทศ เหรียญนก และเหรียญทองแมกซิโก วิธีการหารายได้ของรัชกาลที่3 คือ จัดแต่งเรือสำเภานำสินค้าไปค้าขายกับต่างประเทศ อย่างเช่นจีน อินเดียและประเทศแถบเปอร์เซีย เงินที่ได้มาในส่วนของสำเภาหลวงก็ส่งเข้าคลังหลวง ส่วนสำเภาส่วนพระองค์ แบ่งส่วนหนึ่งถวายรัชกาลที่ 2 เพื่อนำเข้าพระคลังหลวง อีกส่วนหนึ่งทรงเก็บไว้เป็นเงินส่วนพระองค์ที่ทรงใส่ไว้ในถุงแดงข้างที่พระบรรทม เมื่อเงินเต็มถุงก็จะทรงนำเข้า พระคลังหลวงไว้เป็นสมบัติแผ่นดินทั้งหมด ส่วนการใช้ถุงสีแดงใส่เงินนั้นน่าจะมาจากคติความเชื่อของชาวจีนที่นิยมนำเงินใส่ซองสีแดงมอบให้ลูกหลานในเทศกาล หรืองานมงคลเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวยและมีโชคดีในสมัยรัชกาลที่ 3 มีสกุลเงินต่างประเทศเป็นที่ยอมรับในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้ากันในไทย เช่น เงินเม็กซิโก เงินเปรู และเงินรูปีของอินเดีย เป็นต้น จึงสันนิษฐานว่าเงินในถุงแดงน่าจะเป็นเงินต่างประเทศที่ใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนในสมัยนั้น ดังเช่น เหรียญรูปนกของเม็กซิโก ซึ่งใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนสินค้าที่หลายชาติให้การยอมรับโดยเหรียญนกเม็กซิโกมีลักษณะเป็นเหรียญกลมแบนมีรูปนกอินทรีย์อยู่ด้านหนึ่ง ไทยจึงเรียกเหรียญนี้ว่า “เหรียญนก” ในปีพ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112 ไทยมีข้อพิพาทกับฝรั่งเศส เรือรบฝรั่งเศสได้รุกเข้ามาจากปากแม่น้ำเจ้าพระยาเทียบท่าอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสโดยหันปืนใหญ่เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง และเรียกเงินค่าปรับเพื่อชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ จากไทยเป็นเงิน 3 ล้านฟรังก์ โดยให้ชำระเป็นเงินเหรียญภายใน 48 ชั่วโมง มิฉะนั้นกองทัพเรือฝรั่งเศสจะปิดอ่าวไทยและสั่งทูตฝรั่งเศสออกจากไทย ซึ่งอาจทำให้ไทยตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสได้ ด้วยเหตุนี้เงินเงินถุงแดงจึงถูกนำไปสมทบกับเงินในท้องพระคลังหลวงที่มีอยู่เพื่อนำไปเป็นค่าปรับสงครามแก่ฝรั่งเศส แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับเงิน 3 ล้านฟรังก์ ทำให้เจ้านายฝ่ายในและข้าราชการต้องช่วยกันถวายเงิน ทอง เครื่องประดับและของมีค่า นำไปแลกเป็นเงินเหรียญรวบรวมใส่ถุงขนออกจากพระบรมมหาราชวัง ว่ากันว่าเงินค่าปรับที่จ่ายให้ฝรั่งเศสนั้น เป็นเหรียญทองเม็กซิโกรวมทั้งหมด 801,282 เหรียญ ซึ่ง 1 เหรียญเท่ากับ 3.2 ฟรังก์ น้ำหนักของเงินเหรียญทั้งหมดรวมกันกว่า 23 ตันเลยทีเดียว

Read More

07/10/2564

พลายเอกชัย..ช้างเผือกแห่งศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ


พลายเอกชัย เป็นช้างเผือกหนุ่มวัย 35 ปี มีลักษณะตรงตามคชลักษณ์ 7 ประการ ทางศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ ผู้ดูแลพลายเอกชัยจึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายช้างที่มีคชลักษณ์พิเศษเชือกนี้ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเพื่อเป็นช้างเผือกคู่บารมีเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2553 หลวงปู่ครูบาคำมุนี ผู้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้าง ช้างทองคำ ได้ไปพบพลายเอกชัย ที่เจ้าของเดิมซึ่งเป็นชาวบ้านในจังหวัดกระบี่ประกาศขายไว้นานกว่า 4 ปี เพราะไม่ยอมลากไม้และไม่ยอมให้นักท่องเที่ยวขี่หลัง เมื่อหลวงปู่ฯได้เจอกับพลายเอกชัยและตรวจดูก็พบว่ามีลักษณะดีหลายประการจึงตกลงซื้อมาในราคา 1.5 ล้านบาท พลายเอกชัยจึงย้ายจากกระบี่มาอยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างทองคำ จ.มหาสารครามตั้งแต่นั้นมาจนเมื่อ 5 ปีก่อน พลายเอกชัยก็เริ่มปรากฏลักษณะตรงตามคชลักษณ์ 7 ประการคือ ตาขาว, เพดานขาว, เล็บขาว, ขนขาว, พื้นหนังขาว หรือ สีคล้ายหม้อใหม่, ขนหางขาว, อัณฑโกศขาวหรือคล้ายสีหม้อใหม่ โดยเมื่อช่วงปลายปี 2561 เจ้าหน้าที่หน่วยราชการ และสำนักพระราชวังได้ติดต่อเข้ามาตรวจสอบเบื้องต้น และพบว่าพลายเอกชัย มีลักษณะพิเศษ จึงได้เตรียม ขึ้นระวางเป็นช้างเผือกประจำรัชกาลที่ 10 ปัจจุบัน พลายเอกชัย อายุ 35 ปี มีความสูง 2 เมตร 60 เซนติเมตร น้ำหนักกว่า 3 ตัน งายาว 1 เมตร 6 เซนติเมตร โคนงาเส้นรอบวง 33 เซนติเมตร เป็นช้างหนุ่มที่มีรูปร่างสมบูรณ์ สวยงาม โดยศูนย์อนุรักษ์ช้างทองคำ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายช้างที่มีคชลักษณ์พิเศษเชือกนี้ แด่พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัว รักาลที่10 ซึ่งขณะนี้ถูกเลี้ยงไว้ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างทองคำ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ด้วย ศูนย์อนุรักษ์ช้างช้างทองคำตั้งอยู่บนเนื้อที่กวา 30 ไร่ ในอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม โดยหลวงปู่ครูบาธรรมมุณี เมื่อปี 2551 เริ่มแรกเลี้ยงช้างเพียง 1 เชือก เป็นช้างที่ควาญช้างมาขอให้ช่วยไถ่ชีวิต จากนั้นหลวงปู่ครูบาธรรมมุณีเกิดความผูกพันกับช้าง จึงเริ่มช่วยเหลือช้างที่ลำบาก ทั้งช้างแก่ ช้างป่วย ด้วยการซื้อเข้ามาเลี้ยง โดยให้อยู่อย่างอิสระไม่ต้องทำงาน ปัจจุบัน ศูนย์อนุรักษ์ช้างช้างทองคำ ช่วยเหลือช้างมาแล้วกว่า 20 เชือก ปัจจุบันมีช้างในความดูแล 9 เชือก ช้างที่อายุมากที่สุดที่ดูแลอยู่ชื่อพลายปู่บูญ อายุ 93 ปี

Read More

11/09/2564

Bitcoin กำลังกลายเป็นทองคำดิจิทัล จริงหรือ


สตีฟ วอซเนียก กล่าวว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะกลายเป็นทองคำดิจิทัลได้ในอนาคต และยังมองว่า Bitcoin เป็นผลผลิตอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์การชื่นชม Bitcoin ของวอซเนียกครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทะยานสูงขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด และยังมีการเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบันที่เข้าไปซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของสกุลเงินดอลลาร์เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งเเรกที่วอซเนียกออกมาพูดถึง Bitcoin เมื่อปี 2018 เขาเคยกล่าวถึง Bitcoin เอาไว้ว่า “มนุษย์สร้างเงินตรา ควบคุมมัน เเละสร้างเงินดอลลาร์ออกมาเพิ่มทุกปี เเต่ BTC ต่อต้านสิ่งเหล่านั้น” ต่อมาในปี 2019 เขาได้พูดในงาน Nordic Business Forum ว่า เขาได้ขาย Bitcoin ที่ซื้อมาในต้นทุนราว 700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 21,000 บาท ต่อ BTC ออกไปเเล้ว เนื่องจากเขาเพียงต้องการทดลองซื้อขายในสินทรัพย์นี้เพียงช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อราคาเหรียญปรับตัวสูงขึ้นจึงขายออก เพราะไม่อยากวิตกกังวลกับราคาเหรียญที่เหวี่ยงขึ้นลงเเรงเหมือนกับนักลงทุนรายอื่นๆ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple หนึ่งในบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงเทคโนโลยี ที่มา : The Standard

Read More

10/09/2564

มรกต...อัญมณีที่น่าลทุน


นอกจากทองคำแล้ว การลงทุนในอัญมณีก็อยู่ในความสนใจของนักลงทุนไม่น้อย โดยเฉพาะBIG 4 หรืออัญมณี 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุดประกอบด้วยเพชร ทับทิม ไพลิน และมรกตมรกตเป็นแร่ในตระกูลเบริลที่มีสีเขียวมีลักษณะโปร่งแสงถึงโปร่งใส พบมากที่ประเทศโคลอมเบีย บราซิล แซมเบีย และซิมบับเว นอกจากนี้ยังพบมรกตได้ในไนจีเรีย อัฟกานิสถาน และรัสเซีย เป็นต้น มรกตมีความแข็ง 7.5 – 8.0 ตามสเกลของโมห์ แต่ก็แตกง่ายกว่าอัญมณีชนิดอื่นๆเพราะมีรอยร้าวภายในค่อนข้างมาก จึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพโดยนิยมใส่สารเพื่อช่วยบดบังรอยแตก เช่น น้ำมันพืช น้ำมันจากแร่ และยางสนธรรมชาติที่เรียกว่า Canada Balsam เป็นต้น ราคาเฉลี่ยมรกตธรรมชาติปัจจุบัน(2020) อยู่ที่ราว 169 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต โดยมรกตจากเขตมูโซในโคลอมเบียจะมีราคาแพงที่สุดในโลก เพราะมีสีเขียวสดค่อนข้างใส ถือเป็นสีที่สวยเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก โดยมีราคาเริ่มตั้งแต่ 200 ดอลลาร์สหรัฐไปจนถึง 18,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของพลอยนั้น ในขณะที่มรกตสังเคราะห์จะมีราคาถูกกว่ามาก ซึ่งมรกตสังเคราะห์ที่มีคุณภาพดีที่สุดจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต มรกตสังเคราะห์เป็นอัญมณีสังเคราะห์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มอัญมณีสังเคราะห์ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการที่ใช้ผลิตมรกตสังเคราะห์นั้นซับซ้อนและใช้เวลามาก โดยมรกตของโคลอมเบียขนาด 3 กะรัต จะมีราคาสูงกว่าเพชรโคลอมเบียขนาด 1 กะรัต 3 เม็ดที่มีคุณภาพเท่ากันถึง 6 เท่า มีการประเมินว่ามูลค่าของมรกตคุณภาพดีจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 10 – 20% ต่อปี มรกตมักนิยมเจียระไนเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าเหลี่ยมมรกต (emerald cut) หากมรกตมีตำหนิมลทินมากและมีเนื้อทึบ มักเจียระไนเป็นแบบหลังเบี้ย สำหรับการเลือกซื้อมรกตควรพิจารณาที่สีต้องเขียวเข้มปานกลางถึงเขียวเข้ม สดใส ติดเหลืองหรือน้ำเงินเพียงเล็กน้อย สีสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด มีประกายนุ่มนวลเหมือนกำมะหยี่ มีความโปร่งใส ดูมีประกายและมีสีสัน มรกตส่วนใหญ่จะมีมลทินและตำหนิ ถ้ามรกตชิ้นไหนมีความใสจนไร้ตำหนิ อาจเป็นของปลอม โดยตำหนิส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักมีลักษณะคล้ายกิ่งไม้ หรือรากไม้ มรกตส่วนใหญ่มักเจียระไนแบบเหลี่ยมมรกต หรือที่เรียกว่า เหลี่ยมชั้น มรกตที่ดีควรมีการเจียระไนที่ได้สัดส่วนสวยงาม มีความสมดุล ซึ่งจะสังเกตได้จากความมีประกายสวย หากสัดส่วนสมดุลดีจะทำให้มีประกายสูงและมีสีสวยงามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อมรกตควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นมรกตธรรมชาติ โดยเลือกซื้อจากร้านหรือแหล่งที่เชื่อถือได้ และควรผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานสากลเสียก่อน

Read More

09/09/2564

5 การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ


มั่งคั่ง /กลุ่มตลาดเกิดใหม่หรือกลุ่มที่มองเครื่องประดับเป็นแรงบันดาลใจ/ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง อุตสาหกรรมเครื่องประดับในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5-6 ต่อปี แต่เมื่อมาเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเครื่องประดับต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต อุตสาหกรรมเครื่องประดับกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายที่ต้องปรับตัวมาตลอดช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น 5 อย่างคือ ความเป็นสากลและการควบรวมต่างๆ (Internationalization and Consolidation) การเติบโตของสินค้าที่มีแบรนด์ชัดเจน (The Growth of Branded Products) มุมใหม่ของช่องทางการจัดจำหน่าย (Reconfigured Channel Landscape) การบริโภคแบบลูกผสม (Polarization and Hybrid Consumption) และการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกแฟชั่น (Fast Fashion) ความเป็นสากลและการควบรวมต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ มีเพียงสองแบรนด์ใหญ่อย่าง Cartier และ Tiffany & Co. ที่ถูกจัดอับดับเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก นอกนั้นยังเป็นแบรนด์ที่อยู่ในระดับประเทศ เช่น Christ ในเยอรมนี หรือ Chow Tai Fook ในฮ่องกง แต่แบรนด์อื่นๆก็เริ่มนำตัวเองเข้าสู่ความเป็นสากลหรือเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น เช่น Swarovski นอกจากนี้แล้วจะมีการควบรวมหรือการเข้าซื้อธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเครื่องประดับด้วยเช่นกันการเติบโตของสินค้าที่มีแบรนด์ชัดเจน มีเพียงนาฬิกาเท่านั้นที่มีแบรนด์ชัดเจนและมีผลต่อยอดขายถึงร้อยละ60 แต่สำหรับเครื่องประดับมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น มีการศึกษาพบว่าเครื่องประดับที่มีแบรนด์ชัดเจนมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้น (อาจถึงร้อยละ 40) จากผู้บริโภคกลุ่มเศรษฐีใหม่หรือกลุ่มที่มีเครื่องประดับเพื่อแสดงความมุมใหม่ของช่องทางการจัดจำหน่าย การขายเครื่องประดับออนไลน์จะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นเช่นเดียวกับเครื่องแต่งกายออนไลน์ แต่อาจไม่มากเท่า เนื่องจากเครื่องประดับที่มีราคาสูง ผู้บริโภคยังต้องการประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการได้เห็นและได้สัมผัสจากของจริงอยู่ การบริโภคแบบลูกผสม เริ่มมีลักษณะการบริโภคในตลาดแบบลูกผสม คือ การผสมกันระหว่างตลาดบนและตลาดล่าง เห็นได้จากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในการซื้อเพชรขนาดมาตรฐานในจุดที่มีการลดราคาตามห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ถ้าสามารถสร้างส่วนผสมของการขายสินค้าราคาสูงและราคาต่ำเข้าด้วยกันได้จะทำให้ได้ฐานของผู้บริโภคมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกแฟชั่น สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องประดับแล้ว คำว่า Fast Fashion อาจเห็นภาพยากไปสักหน่อย แต่ถ้าธุรกิจสามารถยืดหยุ่นและปรับตัวได้ รวมไปถึงการร่วมงานกับพันธมิตรที่มีได้ ก็จะทำให้สามารถตอบสนองความรวดเร็วที่เกิดขึ้นได้แน่นอน การเรียนรู้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย จะช่วยเตรียมความพร้อมและรับมือ การเปลี่ยนแปลงที่จะได้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการยื่นอยู่ในธุรกิจเครื่องประดับได้อย่างมั่นคง

Read More

08/09/2564

ทองตาปาน ของดีเมืองพังงา


ทองตาปาน เป็นพันธุ์จำปาดะสีทอง ของดีของอำเภอกะปง จังหวัดพังงา มีจุดเด่นที่ผลใหญ่สีทอง เนื้อหนา รสชาติหวาน และกลิ่นหอมละมุนไม่แรงเหมือนจำปาดะทั่วไปที่หอมฉุนจำปาดะ เป็นผลไม้ที่ชาวปักษ์ใต้นิยมรับประทาน มีลักษณะผลคล้ายกับขนุนแต่มีขนาดเล็กกว่า ผลจำปาดะเป็นรูปทรงกระบอก ผลอ่อนจะมีสีน้ำตาลปนเหลืองเปลือกแข็งมียางมาก เมื่อสุกเปลือกจะนิ่มและมียางน้อยลง จำปาดะจะมีเนื้อนิ่ม ไม่แข็งกรอบเหมือนขนุน รสชาติหวานจัดและกลิ่นจะแรงกว่าขนุนในพื้นที่จังหวัดพังงา ถ้าพูดถึงเรื่องจำปาดะต้องยกให้ จำปาดะทองตาปาน ของตำบลเหมาะ อำเภอกะปง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นจำปาดะ เบอร์ 1 ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในภาคใต้และภาคกลาง มีจุดเด่นที่ผลใหญ่สีทอง เนื้อหนาสีเหลืองทอง รสชาติหอมหวาน กลิ่นหอมละมุน จึงได้รับความนิยมรับประทานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่า “ทองตาปาน” เป็นจำปาดะพันธุ์ดีอันดับต้นๆของประเทศไทยความเป็นมาของจำปาดะทองตาปานนั้นเริ่มต้นเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ที่สวนจำปาดะ ในพื้นที่ ม.1 ต.เหมาะ อ.กะปง จ.พังงา มีจำปาดะต้นหนึ่งที่มีลักษณะที่โดดเด่น ไม่เหมือนกับจำปาดะพื้นบ้านทั่วไป เจ้าของสวนจึง นำมาขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด โดยขยายพันธุ์ได้กว่า 200 นำมาปลูกจนเต็มพื้นที่สวนประมาณ 9 ไร่เมื่อผลผลิตออกมามีผลและเนื้อในเป็นสีเหลืองทอง จึงตั้งชื่อกันว่า “ทองตาปาน” ตามชื่อเจ้าของสวน ซึ่งจำปดะในสวนนี้มีการดูแลจัดการสวนเป็นอย่างดี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจำปาดะทุกลูกจะห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำป้องกันพวกสัตว์และแมลงมาทำลาย ทำให้คุณภาพจึงออกมาดีกว่าของทั่ว ๆ ไป

Read More

07/09/2564

คาโชเรโอ โชคชะตาคนงานเหมืองทอง


ในเหมืองทอง ที่สูงสุดในโลก บนเทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู คนงานเหมืองหลายหมื่นชีวิตยอมทำงานให้เจ้าของเหมืองฟรีๆเพื่อแลกกับเวลา 1-2 วันที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ทำงานในเหมืองและเก็บสิ่งที่พบได้ เป็นระบบที่เรียกว่า คาโชเรโอ ถ้าไม่พบอะไรเลย ก็เท่ากับว่าพวกเขาทำงานให้เหมืองฟรีๆห้ากิโลเมตรเหนือพื้นดิน บนเทือกเขาแอนดีสของเปรู คือที่ตั้งของลารินกอนาดา ชุมชนสูงที่สุดในโลก ที่อยู่กันอย่างแร้นแค้นกันดาร และฝากความหวังไว้กับ ทองคำ ใน เหมืองทองที่สูงที่สุด ที่ซึ่งมีออกซิเจนเบาบาง ชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่ชั่วคราวราว 30,000 ถึง 50,000 คน และเต็มไปด้วยขยะ อาชญากรรมและการลวงละเมิดทางเพศเหมืองส่วนใหญ่ของที่นี่ดำเนินการภายใต้สัญญาแบบ “ไม่เป็นทางการ” หรือนอกระบบ หมายถึง เหมืองมีสภาพการทำงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลให้ดำเนินการได้เจ้าของสัญญาทำเหมืองนอกระบบมักอาศัยอยู่นอกลารินกอนาดาและ ปล่อยกิจการให้อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้างานที่ ไว้ใจได้ ให้ทำหน้าที่จัดการแรงงาน ข้อตกลงสำหรับแรงงานมักกระทำด้วยวาจา หัวหน้าคนงานจะจ้างคนงานตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสายแร่ที่พบในขณะนั้น พวกคนงานอาจได้รับอาหารและที่พัก โดยไม่มีผลประโยชน์หรือค่าจ้างตอบแทน แม้คนทำเหมืองจะไม่ยเห็ด้วยกับระบบนี้ แต่ไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนแปลงจริงจัง สำหรับเจ้าของสัญญาเช่าแล้ว มันจ่ายถูกกว่า และก็ง่ายกว่าและสำหรับคนงานก็ง่าน ถ้าจะทิ้งงานไป หากชั่งใจว่าได้มากพอแล้ว แต่ส่วนใหญ่เลือกจะ อยู่ต่อ เพราะหวังว่าจะเจอโชคครั้งใหญ่จากวันหรือสองวันต่อเดือนนั้นในการทำเหมือวงทองจะใช้การขุดขุดสายแร่ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าระเบิดไดนาไมต์และสว่านอัดอากาศ โรงถลุงแร่ขนาดเล็กจะบดสินแร่ แล้วเติมปรอทหรือไซยาไนด์เพื่อสกัดเอาทองคำ จากนั้น เครือข่ายนายหน้าจะเข้าไปซื้อขายทองคำเหล่านี้ ซึ่งทองคำส่วนใหญ่จากเปรูจะถูกส่งออกไปยังโรงผลิตทองคำในต่างประเทศ ในจำนวนนี้ หนึ่งในสามถูกส่งไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตทองคำมากถึงร้อยละ 70 ของโลก

Read More

06/09/2564

ม้านั่งทองคำ รางวัลเทรนเนอร์ยอดเยี่ยมแห่งเซเรีย อา


จาน ปิเอโร่ กัสเปรินี่ ผู้พา อตาลันต้า จบอันดับ 4 ในเซเรีย อา พร้อมกับที่เป็นรองแชมป์โคปปา อิตาเลีย และพาอตาลันต้าเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คว้ารางวัล คว้ารางัล ม้านั่งทองคำ รางวัล หรือ เทรนเนอร์ยอดเยี่ยมประจำปีแห่งศึกกัลป์โซ่ เซเรีย อา เป็นปีที่2 ติดต่อกันสมาคมโค้ชอิตาเลี่ยน ได้มอบรางวัลม้านั่งทองคำ หรือโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ นายใหญ่ของ อตาลันต้า จากการโหวตของเพื่อนผู้จัดการทีมร่วมลีก โดยเขานำทีมทำผลงานได้อย่างสุดยอดต่อเนื่อง และช่วยให้อตาลันต้าจบในอันดับที่ 3 ของเซเรีย อาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขณะเดียวกันผลงานในฟุตบอลยุโรปก็ถือว่ายอดเยี่ยม เมื่อนำอตาลันต้าผ่านเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรเทรนเนอร์วัย 63 ปีเข้ามาคุมทีมอตาลันต้าครั้งแรกเมื่อปี 2016 ก่อนจะสร้างทีมขึ้นมากลายเป็นสโมสรชั้นนำของลีกและมีลุ้นไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีกเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน เขาคืออีกคนที่แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องได้แชมป์ซีเรีย อา ก็สามารถรับรางวัลนี้ได้หากมีฝีมือพอ นอกจากความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อตาลันต้า ยังได้ชื่อว่าเป็นบอลที่ไม่เน้นสตาร์ อาศัยการเล่นเป็นทีม ทุกคนช่วยกันวิ่งช่วยกันเล่น เป็นฟุตบอลเกมรุกที่เล่นได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ย้อนกลับไปในช่วงต้นฤดูกาล 2016-17 ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของ กัสเปรินี่ ที่ทำให้ทีมอตาลันต้า มาถึงตรงนี้ได้ คือการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ชนะเพียง 2 นัด จาก 6 นัดแรก ว่ากันว่าหากนัดที่ 7 ยังแพ้อีกคงต้องโดนเด้งออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน ผลปรากฎว่า กัสเปรินี่ สามารถนำลูกทีมชนะทีมแกร่งอย่างนาโปลีได้ 1 ประตูต่อ 0 ด้วยผู้เล่นดาวรุ่งที่ถูกส่งลงสนามแทนตัวเก๋าเกือบหมด ผลการแข่งขันในวันนั้น ทำให้พวกเขาบินสูงมาจนถึงวันนี้ จากการตัดสินใจของกัสเปรินี่ ที่กล้าเลือกใช้ดาวรุ่งลงสนาม ทำให้ทีมสามารถจบอันดับ 7 และอันดับ 3 ติดต่อกัน 2 ปี ได้สิทธิ์

Read More

05/09/2564

WGC ประมาณความต้องการทองคำ Q2/64 ทรงตัว


สภาทองคำโลก (WGC) ประเมินว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ระดับ 955.1 ตัน ซึ่งทรงตัวเมื่อเทียบเป็นรายปี แต่เพิ่มขึ้นราว 17% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการเข้าซื้อทองคำอย่างไรก็ดี ผลกระทบของโรคโควิด-19 ก็ทำให้ความต้องการทองคำเพื่อนำมาใช้ในการทำอัญมณีชะลอตัวลง โดย6 เดือนแรกของปี 2564 ความต้องการปรับตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปีอื่นๆ นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ความต้องการทองคำของผู้ผลิตอัญมณี ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงิน และทำให้ร้านอัญมณีต้องปิดตัวลง และส่งผลกระทบทำให้ประชาชนขาดนรายได้ทั้งนี้ WGC ระบุด้วยว่า ความต้องการทองคำในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 1,833.1 ตัน ลดลงจากระดับ 2,044 ตันในปี 2563 และลดลงจากระดับ 2,195.5 ตันในปี 2562 ขณะทีกองทุน ETF ซึ่งเป็นสถาบันที่เก็บรักษาทองคำสำหรับนักลงทุนรายใหญ่ ได้เพิ่มการถือครองทองคำในไตรมาส 2/2564 หลังจากที่ปรับลดการถือครองทองคำในช่วงสองไตรมาสก่อนหน้านั้น ในส่วนของธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2564 มากกว่าไตรมาสใดๆ ในช่วงเวลา 2 ปี และความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำจากบรรดาผู้ผลิตอัญมณีและนักลงทุนได้ปรับตัวลงต่ำกว่าในช่วงไตรมาส 1/2564 แต่ก็ยังคงสูงกว่าในไตรมาส 2/2563 WGC คาดการณ์ว่า ความต้องการอัญมณีทั่วโลกตลอดทั้งปี 2564 จะยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งอยู่ในช่วง 1,600-1,800 ตัน ส่วนความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองของทั้งนักลงทุนและ ETF จะอยู่ที่ 1,250-1,400 ตันในปี 2564 ลดลงจากระดับของปี 2563 แต่ก็ยังอยู่ที่ราวระดับเฉลี่ยของช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

Read More

04/09/2564

การลงทุนทองคำในระยะยาวยังสดใส


ในปี 2563 ราคาทองคำปรับขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,075 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัจจุบันทองคำก็ยังได้รับความนิยมอยู่สำหรับนักลงทุน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ ได้แม้ราคาทองคำจะปรับลดลงมาบ้างแต่เชื่อว่าก็ยังคงอยู่ราคาอยู่ในระดับสูงต่อไป ในเรื่องนี้ สภาทองคำโลก ได้อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้ทิศทางราคาทองคำจะยังคงเป็นขาขึ้นต่อไป ว่าเป็นเพราะ ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาผันผวนน้อย ขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ ประกอบกับนักลงทุนยังคงมองว่าการลงทุนในสินทรัพย์อื่นยังคงมีความเสี่ยงสูง ขณะที่ อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับต่ำและเศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงทำให้กระแสเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการจากผู้บริโภคชาวจีนและอินเดีย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยบวกต่อทิศทางราคาทองคำทั้งสิ้นสำหรับนักลงทุนที่กำลังตัดสินใจลงทุนหรือว่าถือทองคำอยู่แล้วและเน้นลงทุนระยะยาว ยังสามารถลงทุนและถือต่อไปได้ โดยพฤติกรรมการลงทุนทองคำในระยะยาวจะลงทุนตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หรืออาจถือข้ามปี ซึ่งกลยุทธ์ในการลงทุน ก็คือ ทยอยซื้อในช่วงต้นปีหรือช่วงตรุษจีน จากนั้นให้ถือและรอจังหวะทยอยขายในช่วงปลายไตรมาส 3 หรือ ก่อนสิ้นปี นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักลงทุนทองคำที่ทยอยลงทุนไปเรื่อย ๆ และถือเป็นระยะเวลาหลายปีหรือสะสมเพื่อเป็นมรดก เพราะเชื่อว่าการถือทองคำเกิน 10 ปี จะมีแต่กำไร อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าในการลงทุนนั้น นักลงทุนควรพิจารณาราคาทองคำย้อนหลังในอดีต ประมาณ 7-10 ปีควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เห็นภาพทิศทางราคาทองคำที่แม่นยำมากขึ้น เช่น สถิติราคาทองคำ 7 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงต้นปี 2564 พบว่าราคาทองคำ (Gold Spot) ในระดับต่ำสุดของแต่ละปี จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้นักวิเคราะห์ทองคำทั่วโลกประเมินว่าทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นในระยะยาวค่อนข้างชัดเจน

Read More

03/09/2564

เรื่องทองคำ คุยเท่าไหร่ก็ไม่จบ


ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ทองคำ ก็ยังคงถูกพูดถึงและมีความสำคัญไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะในบทบาทของเครื่องประดับ ความเชื่อ วัฒนธรรม เครื่องหมายแสดงสถานะทางสังคม สินทรัพย์ และการลงทุน และนี่คือประเด็นต่างๆที่น่าสนใจเกี่ยวกับทองคำ ทองคำอยู่กับมนุษย์มานาน ทองคำ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Gold มาจากคำว่า “geolo” ซึ่งหมายถึงสีเหลือง สันนิฐานว่าอยู่กับมนุษย์ยาวนานกว่า 5,000 ปี มีค้นพบครั้งแรกในแถบพื้นที่เอเชียตะวันตก รวมถึงประเทศอียิปต์ ทองคำในสมัยโบราณถูกนำมาใช้ในแง่ของการตกแต่งและพิธีกรรมทางศาสนา ทองคำกับประเทศไทย ในประเทศไทยมีการใช้ทองคำอย่างชัดเจนในสมัยอยุธยา คนไทยในสมัยนั้น นิยมใช้ทองคำทำเป็นเครื่องใช้เครื่องประดับ ทำเสื้อผ้าอาภรณ์ ทำเป็นรูปเคารพ ประดับตกแต่งสถาปัตยกรรมชั้นสูง ใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินตรา หรือใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ การเปลี่ยนสถานะทองคำจากเครื่องประดับมาเป็นเครื่องมือทาง “การค้า”ในประเทศไทย ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำระบุว่า ในอดีต การค้าทองคำมีลักษณะต่างคนต่างทำให้เกิดปัญหาความเลื่อมล้ำ เช่น ค่ากำเหน็จ การกำหนดเวลาเปิด - ปิด รวมถึงการผลิตที่บางรายผลิตทอง 99% บางรายก็ผลิตทอง 97% เป็นต้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวถูกจัดการด้วยการรวมตัวผู้ประกอบการร้านค้าทองรายใหญ่ในย่านถนนเยาวราชตั้งเป็น ชมรมร้านค้าทอง 11 ห้าง และยกระดับสู่การเป็น สมาคมค้าทองคำ ในปัจจุบัน มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับ การค้าทองคำ ตัวแปรสำคัญในการกำหนดราคาทองของไทย มี 4 ปัจจัย คือ 1.ราคาทองต่างประเทศ (Gold spot) 2.ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการนำเข้า/ส่งออกทองคำ 3.ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 4.Demand และ Supply ของทองคำภายในประเทศ

Read More

02/09/2564

ย้อนรอยราคาทองคำ จากหลักร้อย ถึงหลักหมื่น


คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคหลังตั้งแต่ปี 2550 มาจนถึงปัจจุบัน อาจุ้นชิ้นกับราคาทองคำที่ราคาบาทละ10,000 กว่าบาทจนถึงทะลุ 30,000 บาท เมื่อปีที่ผ่านมา แต่ถ้าย้อนเวลาไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว อาจจินตนาการไม่ได้ว่าทองคำ 1บาทซื้อขายกันในราคาเท่าไหร่ และนี่คือราคาทองคำตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งรวบรมโดยสมาคมค้าทองคำ พ.ศ. 2508 บาทละ 416 บาทพ.ศ. 2509 บาทละ 414 บาทพ.ศ. 2510 บาทละ 416 บาทพ.ศ. 2511 บาทละ 451 บาทพ.ศ. 2512 บาทละ 476 บาทพ.ศ. 2513 บาทละ 416 บาทพ.ศ. 2514 บาทละ 451 บาทพ.ศ. 2515 บาทละ 576 บาทพ.ศ. 2516 บาทละ 912 บาทพ.ศ. 2517 บาทละ 1,497 บาทพ.ศ. 2518 บาทละ 1,580 บาทพ.ศ. 2519 บาทละ 1,379 บาทพ.ศ. 2520 บาทละ 1,519 บาทพ.ศ. 2521 บาทละ 1,982 บาทพ.ศ. 2522 บาทละ 3,063 บาทพ.ศ. 2523 บาทละ 5,660 บาทพ.ศ. 2524 บาทละ 4,869 บาทพ.ศ. 2525 บาทละ 4,239 บาทพ.ศ. 2526 บาทละ 4,791 บาทพ.ศ. 2527 บาทละ 4,233 บาทพ.ศ. 2528 บาทละ 4,274 บาทพ.ศ. 2529 บาทละ 4,708 บาทพ.ศ. 2530 บาทละ 5,614 บาทพ.ศ. 2531 บาทละ 5,644 บาทพ.ศ. 2532 บาทละ 5,004 บาท

Read More

28/08/2564

เวียดนาม บริโภคทองคำมากที่สุดในอาเซียน


สภาทองคำโลกรายงานตัวเลขประเทศที่บริโภคทองคำมากที่สุดในอาเซี่ยนในปี2563 คือประเทศเวียดนาม บริโภคทองคำมากถึง19.8 ตัน ส่วนไทยการบริโภคทองคำติดลบสภาทองคำโลกหรือWCG รายงานเพิ่มเติมว่าการบริโภคทองคำของเวียดนามมีการขยายตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มากกว่าอินโดนีเซียที่บริโภคทองคำตลอดปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 37.6 ตัน มาเลเซีย 13.1 ตัน และสิงคโปร์ 9.4 ตันทองคำถือเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมในหมู่นักลงทุนเวียดนาม มีการสำรวจพบว่าคนที่เคยซื้อทองคำแล้ว 81% จะกลับมาซื้อเพิ่มเติมซึ่งคิดเป็นเกือบ 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่อยู่ที่ 45% และนอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนให้มีการเปิดบัญชีลงทุนทองคำกับธนาคารเพื่อทำให้การซื้อขายทองคำเป็นทางการมากขึ้นจากปัจจุบันที่ซื้อขายกันผ่านร้านทองผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียนของสภาทองคำโลกกว่าว่า ความต้องการทองคำในเวียดนามแข็งแกร่งมากซึ่งเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพิ่มขึ้น เช่นการซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มดิจิตอล การเปิดบัญชีการลงทุนทองคำ เป็นต้นจีนและอินเดียที่เป็นประเทศที่บริโภคทองคำรายใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของโลก ซึ่งในปี 2563 ความต้องการทองคำจากจีนและอินเดียลดลงถึง 35% และ 42% ตามลำดับ

Read More

27/08/2564

"โต๊ะโมะ" เบื้อหลังป่าอัศจรรย์ใน“เพชรพระอุมา”


เพชรพระอุมา นิยายผจญภัยสุดคลาสสิกยาวที่สุดในเมืองไทยจากปลายปากกาของ “พนมเทียน” มีป่าโต๊ะโมะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างฉากการผจญภัยการต่อสู้ชวนดิดตาม ด้วยมีความผูกพันกับป่านี้มาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งต้นตระกูลยังเป็นเจ้าของสัมปทาน เหมืองทองคำโต๊ะโมะอีกด้วยพนมเทียน หรือฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ เกิดที่ปัตตานี มีบ้านอยู่สายบุรี มีชีวิตผูกพันกับป่ามาตั้งแต่เด็ก “ป่าโต๊ะโมะ” หรือที่ปัจจุบันคือป่าใน ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นสถานที่ๆผูกพันกับพนมเทียนมาตั้งแต่วัยเด็ก เพราะต้นตระกูลวิเศษสุวรรณภูมิ ตั้งแต่รุ่นคุณทวด “พระวิเศษสุวรรณภูมิ” ได้สัมปทานทำ “เหมืองทองคำโต๊ะโมะ” (บ้านโต๊ะโมะ ต.ภูเขาทอง) มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ก่อนส่งต่อให้คุณปู่ คือ “หลวงวิเศษสุวรรณภูมิ”ป่าโต๊ะโมะถือเป็นป่าอันน่ามหัศจรรย์ เพราะใต้ดินที่นี่เต็มไปด้วยแร่ทองคำ แม้ปัจจุบันการทำเหมืองทองจะเลิกไปแล้วแต่ก็ยังมีทองคำจากใต้ดินให้ชาวบ้านได้ร่อนหานำมาขาย สร้างงานสร้างรายได้ จนทำให้บริเวณนี้ได้รับการเรียกขานใหม่ในภายหลังว่า “บ้านภูเขาทอง”ป่าโต๊ะโมะ เป็นโรงเรียนฝึกพรานและการใช้ชีวิตในป่าแห่งแรกของพนมเทียน ซึ่งเขาได้นำประสบการณ์จากป่าแห่งนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจต่อยอดจินตนาการ สร้างเป็นฉากผืนป่าอันน่าทึ่งหลากหลายในอมตะนิยาย “เพชรพระอุมา”ปัจจุบัน แม้เหมืองทองคำโต๊ะโมะจะเลิกทำกิจการกลายเป็นเหมืองร้างมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ด้วยอดีตอันรุ่งโรจน์ของเหมืองทองแห่งนี้ยังคงอยู่ ด้วยเหตุนี้ชาวชุมชนบ้านภูเขาจึงได้ต่อยอดพัฒนาพื้นที่บริเวณ (อดีต) เหมืองทองคำโต๊ะโมะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเปิด “อุโมงค์ลำเลียง” ที่เป็นอุโมงค์ใต้ภูเขา ใช้สำหรับขนส่งแร่และเครื่องมือต่าง ๆ เมื่อสมัยยังเปิดเหมืองทองคำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศในอดีตกันด้วย

Read More

26/08/2564

ทับทิมสีเลือดนกพิราบ สุดยอดอัญมณีแห่งเมียนมา


ทับทิมสีเลือดนกพิราบจากเหมืองโมกก ได้ชื่อว่าเป็นทับทิมที่สวยงามและมีคุณค่ามาก จึงเป็นที่ต้องการของนักลงทุนและนักสะสมทั่วโลก แต่ปัจจุบันการค้าขายทับทิมกับเมียนมาทำได้ยากเนื่องจากสถาณการณ์ทางการเมืองและการโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐ จึงทำทับทิมสีเลือดนกพิราบมีราคาสูงขึ้นทับทิมที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพขนาด 5 กะรัตขึ้นไปเป็นทับทิมที่เป็นความต้องการของนักสะสมและนักลงทุนมากที่สุด หากเปรียบเทียบกับทับทิมโมซัมบิกที่มีขนาดเท่ากันและไม่ผ่านการเผาเหมอนกัน ทับทิมเมียนมาจะมีราคาสูงกว่า 7 – 10 เท่าตัว นอกจากนี้ทับทิมเกรดพรีเมียมขนาดต่างๆ ของเมียนมาก็มีราคาสูงกว่าทับทิมจากแหล่งอื่นๆ ราว 2 – 10 เท่าตัว ปัจจุบันผู้ค้าส่วนใหญ่จะนำทับทิมที่เก็บไว้ในสต๊อกออกมาขาย ฉะนั้น ผู้ที่เก็บสะสมทับทิมเมียนมาไว้จำนวนมากจะได้เปรียบในการทำกำไรจากการขายทับทิม ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอัญมณีคาดการณ์ว่า ทับทิมเมียนมาที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนจะมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดที่นิยมทับทิมไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ได้แก่ จีนและยุโรป เหมืองโมกก อยู่ในจังหวัดโมกก ตั้งอยู่ทางเหนือของเมืองมัณฑะเลย์ ในหุบเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,850 ฟุต มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นที่ได้รับการยอมรับกันว่าทับทิมที่ดีที่สุดของโลกได้มาจากเหมืองโมกก ที่นี่เป็นทั้งแหล่งผลิต ขุด เจียระไน และขายพลอย ภูเขาต่างๆที่เรียงรายรอบโมกก เป็นแหล่งทำพลอยเกือบทั้งสิ้น แม้แต่หลังบ้านของชาวบ้านก็มีบ่อพลอย อาจจะเรียกว่าที่นี่ยังมีสายแร่พลอยที่อุดมสมบูรณ์มาก

Read More

24/08/2564

ธปท.ซื้อทองคำสำรองเพิ่มกว่า 90 ตัน


มีรายงานว่าในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ซื้อทองคำสำรองเพิ่มขึ้นกว่า 90 ตัน มาติดอันดับโลกในปีนี้ เช่นเดียวกับธนาคารกลางของฮังการี ที่ประกาศซื้อทองคำมากถึง 63 ตันในช่วงเวลาเดียวกันทำให้ทองคำสำรองของฮังการีเพิ่มขึ้นสามเท่าจาก 31.5 ตันเป็น 94.5 ตันในขณะที่การซื้อทองคำจำนวน 63.5 ตันของฮังการีถือเป็นการซื้อทองคำล็อตใหญ่ที่สุด ที่สร้างความสนใจให้ตลาดทองคำได้ไม่น้อย การเปิดเผยต่อสาธารณชนถึงการสำรองทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 90 ตันของนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะการซื้อทองคำสำรอง 90 ตันของไทย (เพิ่มขึ้น 43.5 ตัน ในเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้นอีก 46.5 ตันในเดือนพฤษภาคม) ทำให้ไทยมีทองคำสำรองรวมจาก 154 ตันเป็น 244 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 58.4%มูลค่าทองคำของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมกราคม มีทองคำรวมมูลค่า 273,869.68 ล้านบาทกุมภาพันธ์ มีทองคำรวมมูลค่า 257,649.29 ล้านบาทมีนาคม มีทองคำรวมมูลค่า 264,808.71 ล้านบาทเมษายน มีทองคำรวมมูลค่า 350,293.43 ล้านบาท พฤษภาคม มีทองคำรวมมูลค่า 467,614.67 ล้านบาทและล่าสุดเดือนมิถุนายน มีทองคำรวมมูลค่า 445,226.54 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา การซื้อทองคำของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นการสะสมทองคำระยะสั้นที่สูงที่สุด นับตั้งแต่โปแลนด์ ซื้อทองคำ 100 ตัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 สันนิษฐานว่าการซื้อทองคำจำนวนมากของธปท.ในเวลานี้ อาจเป็นเหตุผลเดียวกับที่ฮังการีและโปแลนด์ที่ว่าทองคำ “เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย” และ“ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ปลอดภัยที่สุดในโลก”ทั้งนี้ธนาคารกลางของโปแลนด์กล่าว ไว้ว่า “ได้ซื้อทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเป็นจุดยึดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของความตึงเครียดและวิกฤต” และเป็น“การเพิ่มความมั่นคงทางการเงินเชิงกลยุทธ์ของประเทศ ”.นอกจากนี้เชื่อว่าแรงจูงใจในการซื้อทองคำของธนาคารกลางน่าจะมาจากเหตุผลเหล่านี้ •ป้องกันในช่วงวิกฤต•เป็นเครื่องเก็บมูลค่าระยะยาว•เป็นตัวกระจายพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ•ขาดความเสี่ยงในการผิดนัดและความเสี่ยงทางการเมือง•มีสภาพคล่องสูงและในขั้นวิกฤต ทองคำคือ “ความคาดหมายของการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินระหว่างประเทศ ”โดยธนาคารกลาง

Read More

23/08/2564

ตลาดเครื่องประดับเงินส่งสัญญาณฟื้นตัวในปีนี้


รายงาน World Silver Survey 2021 ระบุว่าความต้องการโลหะเงินเพื่อการผลิตเครื่องประดับจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 ในปีนี้ เหตุผลมาจากการเพิ่มสต็อกของร้านค้าปลีกเครื่องประดับ มาตรการควบคุม Covid-19 ที่ผ่อนคลายลง และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในปี 2020 การผลิตเครื่องประดับเงินลดลงร้อยละ 26 จาก 200.3 ล้านออนซ์เมื่อปี 2019 มาอยู่ที่ 148.6 ล้านออนซ์ในปี 2020 โดยมีสาเหตุมาจากผลกระทบของ Covid-19 ต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภค อีกทั้งผู้บริโภคราบใหญ่อย่างอินเดียนั้นมีปริมาณการผลิตลดลง ส่วนการผลิตเครื่องประดับเงินของไทยลดลงต่ำสุดในรอบ 8 ปีเนื่องจากการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และยุโรปนั้นได้รับผลกระทบจาก Covid-19 หากแต่ไทยก็ยังเป็นผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินในอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่าการส่งออกมากกว่า 1,300ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การผลิตเครื่องประดับเงินของจีนก็ลดต่ำลงมากเช่นกันในปี 2020 เนื่องจาก Covid-19 ส่งผลต่อธุรกิจในช่วงเทศกาลจับจ่ายซื้อสินค้าระหว่างไตรมาสที่หนึ่งของปีที่ผ่านมา และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ยังไม่มากนักตลอดทั้งปี แต่ในปีนี้สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง ตลาดเครื่องประดับจีนจึงกลับมาฟื้นตัวขึ้นจากอุปสงค์ของผู้บริโภคในตลาดที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือก็ได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากการบริโภคที่ลดลงและการที่ร้านค้าปลีกเครื่องประดับลดปริมาณสินค้าคงคลังค่อนข้างมากกันทุกร้าน ตามรายงาน World Silver Survey 2021 คาดการว่าปริมาณการผลิตเครื่องประดับเงินในปี 2021 จะขยายดัวขึ้นโดยอินเดียผู้ผลิตรายสำคัญจะเติบโตถึงร้อยละ 50 ส่วนประเทศในเอเชียตะวันออกอย่างไทยและจีน คาดว่าจะมีปริมาณการผลิตเครื่องประดับเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ขณะที่ประเทศยุโรปจะเติบโตถึงร้อยละ 20 สำหรับอเมริกาเหนือคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 12 ซึ่งปริมาณการผลิตเครื่องประดับเงินของประเทศต่างๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความต้องของผู้บริโภคในตลาดที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นอกจากนี้ยังคาดว่าราคาโลหะเงินจะเพิ่มขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 32 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในช่วงหลังของปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาเฉลี่ยโดยรวมตลอดปี 2021 อยู่ที่ 27.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 33 จากราคาเงินเฉลี่ยในปี 2020 ที่ 20.55 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ที่มา:ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

Read More

22/08/2564

การลงทุนอัญมณีและเครื่องประดับที่น่าสนใจ ในปี 2021 (2)


(ต่อ) 5. แซปไฟร์แคชเมียร์ จากประเทศอินเดียเป็นแซปไฟร์ที่ตลาดให้ความนิยมและสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีความนิยมใช้แหวนหมั้นประดับด้วยแซปไฟร์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อ 50 ปีก่อนแซฟไฟร์แคชเมียร์ 1 กะรัต ราคาราว 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันราคาสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 กะรัต 6. มรกตโคลอมเบีย เป็นอัญมณีอีกชนิดหนึ่งที่นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามาลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนไม่ ราคาเฉลี่ยของมรกตโคลอมเบียคุณภาพดีต่อ 1 กะรัต อยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 7. สปิเนลสีแดง จากเหมืองโมกก ในเมียนมา ซีลอน ศรีลังกา หรือจากแทนซาเนีย จึงคุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งราคาของสปิเนลยังไม่สูงมากทำให้นักลงทุนไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากเหมือนอัญมณีหรือเครื่องประดับอื่นๆ ในปี 2021 ราคาโดยเฉลี่ยต่อ 1 กะรัต อยู่ที่ 600-1,800 ดอลลาร์สหรัฐ 8. ทองคำและแพลทินัม เป็นโลหะมีค่าที่เป็นทั้งสินค้าโภคภัณฑ์และเครื่องประดับ ซึ่งมีราคาขึ้น-ลงตามการเก็งกำไรจากนักลงทุน แต่มักให้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่โลหะมีค่าทั้งสองนี้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน โดยปีนี้ผู้เชี่ยวชาญให้น้ำหนักความน่าสนใจที่แพลทินัมมากกว่าทองคำ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในแอฟริกาใต้ที่เป็นประเทศผู้ผลิตแพลทินัมรายใหญ่ของโลก คิดเป็นสัดส่วนราว 73% ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนแพลทินัม ขณะที่มีแรงซื้อจากหลายอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แพลทินัมในการผลิตกลับคืนมา 9. เครื่องประดับที่ประทับตราแบรนด์ชื่อดัง อย่าง Bvlgari หรือ Cartier สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้นับพันดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปัจจัยที่สร้างคุณค่านี้มาจากการออกแบบที่โดดเด่น มีลักษณะเฉพาะตัว และความหายากของเครื่องประดับในคอลเลคชั่นที่ผ่านการออกแบบจากดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียง เมื่อเวลาผ่านไปเครื่องประดับเหล่านี้จะมีคุณค่าและราคาสูงขึ้นตามลำดับ 10. แหวนวินเทจหายาก เป็นอีกหนึ่งความชื่นชอบของนักสะสมเช่นเดียวกับเครื่องประดับแนววินเทจอื่นๆ แหวนแนวนี้มีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 80% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การลงทุนต้องไม่ลืมว่ามีความเสี่ยงตามมาด้วย การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอาจมีผลตอบแทนที่สูงและน่าสนใจ ก็ต้องยอมรับในความเสี่ยงทีอาจเกิดขึ้นได้

Read More

21/08/2564

การลงทุนอัญมณีและเครื่องประดับที่น่าสนใจ ในปี 2021 (1)


สินทรัพย์อย่างอัญมณีและเครื่องประดับนั้น นอกจากสวยงามชวนหลงใหลแล้ว ยังสามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่าสินทรัพย์อื่นๆ โดยเฉพาะการลงทุนในระยะยาว ในปี 2021 นี้บริษัท Estate Diamond Jewelry บริษัทอัญมณีและเครื่องประดับ ได้มีการรวบรวมเครื่องประดับที่น่าลงทุนที่สุด 10 อันดับ (เรียงตามพิกัดศุลกากร 71) ไว้ดังนี้ 1. ไข่มุกธรรมชาติน้ำเค็ม ไข่มุกน้ำเค็มที่มีอยู่ในธรรมชาตินั้นนอกจากความหายากและเสี่ยงอันตรายในการงมหาแล้ว ยังมีเพียง 1 ในหมื่นของหอยมุกในธรรรมชาติที่มีคุณภาพเพียงพอมาทำเครื่องประดับ จึงทำให้ราคาของไข่มุกน้ำเค็มตามธรรมชาติมีราคาสูงกว่าไข่มุกน้ำจืดและไข่มุกเลี้ยง สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ ควรเลือกเครื่องประดับมุกประเภทนี้ที่เป็นงานของเก่าโบราณและมาจากงานออกแบบของดีไซน์เนอร์มีชื่อ จะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นไปอีกในอนาคต ข้อมูลจาก www.gemsociety.org ระบุว่า ราคาของไข่มุกธรรมชาติน้ำเค็มแพงกว่าไข่มุกเลี้ยงอะโกย่า 10-20 เท่า (ปัจจุบัน สร้อยไข่มุกอะโกย่า ราคาประมาณ 300-10,000 ดอลลาร์สหรัฐ) 2. เพชร Type II 1 เพชรที่ขุดพบส่วนใหญ่ราว 98% ของเพชรทั้งหมดจะมีการเจือปนของมลทินในเพชร ทำให้ถูกจัดในประเภทเพชร Type Ia และ Ib ขณะที่อีก 2% เป็นเพชรที่มีความสะอาดมากกว่า ถูกจัดไว้ในประเภท Type II ที่มีความสะอาดของเพชรสูงมีมลทินน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย โดยราคาของเพชรประเภทนี้จะสูงกว่าเพชร Type I ประมาณ 2-3% ดังนั้น ด้วยความหายากและความสะอาดของเพชร ที่สูงจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุน 3. เพชรสีแฟนซี เพชรสีนั้นสามารถพบได้ยากกว่าเพชรใสไม่มีสี ในเพชรที่ขุดพบหมื่นเม็ดมีเพชรสีเพียง 1 เม็ดเท่านั้น ขณะที่ราคาเพชรสีขยับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดในเอเชียที่มีเทรนด์จากคนรุ่นใหม่ซึ่งต้องการเครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรูปแบบและสีสันที่แตกต่างไปจากแบบเดิมๆ เพชรสีจึงตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว โดยสีที่นิยมได้แก่ สีน้ำเงิน สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีชมพู และสีเขียว 4. ทับทิมเมียนมาที่ไม่ผ่านการเผา ทับทิมจากเมียนมา มีคุณภาพดีที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เป็นที่ต้องการของนักสะสม มีจุดเด่นที่มีสีแดงสดเสมือนสีของเลือดนกพิราบ ทำให้ทับทิมจากเมียนมามีราคาสูงและหากเป็นทับทิมที่ไม่ผ่านการเผาเพื่อปรับปรุงคุณภาพแล้ว ยิ่งสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นและเป็นที่ต้องการของตลาดอีกด้วย

Read More

20/08/2564

อัญมณีและเครื่องประดับ การลงทุนที่ยั่งยืน


อัญมณีและเครื่องประดับอยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ในสมัยอารยธรรมกรีกและโรมัน มีการใช้เครื่องประดับแทนเงินตราและการลงทุนหากำไร ในขณะที่ปัจจุบันมีการนำเครื่องประดับมาใช้ในหลายรูปแบบทั้งเพื่อสวมใส่และเพื่อการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ จึงอาจกล่าวได้ว่าเครื่องประดับและของมีค่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน การลงทุนในอัญมณีและเครื่องประดับนั้นแตกต่างจากสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ เพราะความสวยงามของแต่ละชิ้นงานสามารถสร้างความหลงใหลให้แก่ผู้พบเห็น ทั้งยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นด้วย โดยความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นจากการลงทุน แบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ 1. อัญมณีและโลหะมีค่า มีความเสถียรมากกว่า เมื่อเทียบกับมูลค่าของเงินตราที่มีความผันผวน ทองคำ เพชร หรือโลหะมีค่า ค่อนข้างมีเสถียรภาพในมูลค่ามากกว่า แม้ว่าการซื้อ-ขายทองคำที่นักลงทุนนิยม ราคาจะขึ้นลงตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แต่ทองคำยังคงความน่าเชื่อถือมายาวนานยิ่งกว่าสกุลเงินตราของแต่ละประเทศ สำหรับเพชรและโลหะมีค่านั้นก็มีการกำหนดราคากลางที่ทั่วโลกสามารถใช้อ้างอิงเพื่อการลงทุนได้จากหลายองค์กรที่มี 2. การลงทุนในอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด ในสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจพบว่า การเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์หรือตลาดทุนมีความผันผวนสูงและแปรผันไปในทิศทางเดียวกันกับสภาพเศรษฐกิจ ข้อมูลจาก บริษัทให้บริการทางการเงินชี้ว่า สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสวนกระแสดีที่สุดในช่วงวิกฤต 3 อันดับแรก คือ กองทุน Hedge Fund พันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และทองคำ โดยให้ผลตอบแทน 25%, 18% และ 11% ตามลำดับ ไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้น การถือครองอัญมณีและสินทรัพย์มีค่าในระยะยาวก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพมากกว่าสินทรัพย์อื่นเช่นกัน 3. อัญมณีและเครื่องประดับเป็นการลงทุนทางใจ เมื่อเราพูดถึงอัญมณีและเครื่องประดับ คนส่วนมากมักนึกถึงช่วงเวลาที่สำคัญ ความทรงจำดีๆ คนที่เรารัก หรือวันครบรอบเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งไม่มีสินทรัพย์อื่นสามารถทำได้อย่างอัญมณีและเครื่องประดับ เพราะนี่เป็นการลงทุนทางใจให้กับครอบครัว คำสัญญา ความสัมพันธ์ และสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตการลงทุนในเครื่องประดับและอัญมณีจึงยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนมาทุกยุคสมัยและไม่เคยตกจากกระแสแม้โลกจะเจอกับวิกฤติจากเศรษฐกิจก็ตาม

Read More

19/08/2564

4 สินทรัพย์ทางเลือกในการลงทุนของไทย


การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกของไทยพบว่า ในปี 2021 นอกจากสินทรัพย์พื้นฐานที่เราคุ้นเคยกันอย่างพันธบัตร และตลาดหุ้น ยังมีข้อมูลสินทรัพย์ทางเลือกอีก 4 ประเภทที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจ จากรายงานของธนาคารออมสินคือ 1. อสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด โดยพิจารณาปัจจัยจากทำเลที่ตั้ง มีการคมนาคม ไม่ว่าจะซื้อเพื่อให้เช่าหรือรอขาย ทั้งนี้เพราะที่ดินที่ทำเลดีจะมีการขยับของราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 2. ทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มเรื่อยๆ สามารถเก็บออมไว้สร้างผลตอบแทนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ แม้ราคาในปัจจุบันจะปรับตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมเสมอ 3. อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นสินทรัพย์ที่นอกจากมีความสวยงามให้คุณค่าทางจิตใจ ยังเก็บไว้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้สำหรับคอลเลคชั่นหายากหากมาจากแบรนด์ดังชั้นนำด้วยแล้ว ย่อมเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลก 4. ของเก่าหายาก ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ วัตถุโบราณ พระเครื่อง และของสะสมอื่นๆ ล้วนเป็นที่ต้องการในหมู่นักสะสมและผู้ชื่นชอบ การเก็บรักษาไว้นอกจากความสวยงามแล้วยังสร้างกำไรจากการขายได้อีกด้วย บริษัทผู้ให้คำปรึกษาและบริการด้านการลงทุนในประเทศไทย รายงานผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในประเทศไทยไว้ว่า สินทรัพย์ประเภทของสะสมให้ผลตอบแทนต่อปีสูงที่สุดถึง 11% ตามมาด้วยอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนประมาณ 7-10% ขณะที่สินทรัพย์ทางการเงินอย่างหุ้นกู้ พันธบัตร หุ้น หรืออนุพันธ์ ให้ผลตอบแทนค่อนข้างผันผวนอยู่ในช่วง 3%-12%

Read More

18/08/2564

ทางเลือกทางรอดของนักลงทุน ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ


ในปีที่ผ่านมา(2020) นักลงทุนต้องปรับตัวอย่างมากเนื่องจากความผันผันทางเศรษฐกิจ การลงทุนในสินทรัพย์แบบเดิมอย่างตลาดหุ้น ตลาดเงินไม่ปลอดภัยอีกต่อไป นักลงทุนส่วนใหญ่จึงหันไปลงทุนกับ ทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า ทำให้มีแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันทางการเงินจากทั่วโลกต่อเนื่องตลอดทั้งปี นอกจากนี้สินทรัพย์ทางเลือกอย่างอัญมณีและเครื่องประดับ งานศิลปะ หรือสินค้าหรู ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้น ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีและเป็นการกระจายความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง การลงทุนในสินทรัพย์หรูแตกต่างจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิมที่เรารู้จักอย่างเงินฝากธนาคาร พันธบัตร หุ้น หรือแม้แต่ทองคำ ที่มักอยู่ในรูปแบบของเอกสารสัญญา แต่สินทรัพย์ทางเลือกที่จับต้องได้อย่างเช่นงานศิลปะ อาจไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดให้เกิดขึ้นได้ในทันที แต่มีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณสำหรับตลาดที่มีความต้องการเหมือนกัน ข้อมูลจากบริษัทให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินเพื่อการลงทุน (Knight Frank)ระบุว่า งานศิลปะเป็นสินทรัพย์ทางเลือกยอดนิยมในเกือบทุกภูมิภาคของโลก ยกเว้นในเอเชียและแอฟริกา ที่นาฬิกาหรู เป็นสินทรัพย์ยอดนิยมอันดับ 1 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในตลาด ปีที่ผ่านมาการนำเข้านาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปี 2019 ขณะที่ภูมิภาคแอฟริกาก็มีอัตราการเติบโตของการบริโภคสินค้าหรูเพิ่มขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์เนม เป็นต้น ทั้งนี้หากพิจารณาอันดับความนิยมการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกของทุกภูมิภาคทั่วโลกโดยรวม ปรากฏว่า 5 อันดับแรก ได้แก่ งานศิลปะ รถยนต์คลาสสิก นาฬิกาหรู ไวน์ และเครื่องประดับ ซึ่งให้ผลตอบแทนเมื่อถือครองเป็นระยะเวลา 10 ปี เท่ากับ 71%, 193%, 89%, 127% และ 67% ตามลำดับอย่างไรก็ตามสินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อถือครองเป็นระยะเวลา 10 ปี คือกระเป๋าแบรนด์เนมและวิสกี้หายาก ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึง108% และ 478% ตามลำดับ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในอันดับ 6 และ10

Read More

17/08/2564

ตลาดเครื่องประดับในจีนฟื้นก่อนใคร ภายใต้สถานการณ์โควิด


ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (National Bureau of Statistics) ของจีนรางานยอดขายปลีกเครื่องประดับจากบริษัทที่มีรายได้ต่อปีสูงกว่า 5 ล้านหยวน (770,000 เหรียญสหรัฐ) ว่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 98.7 เป็น 54,500 ล้านหยวน (8.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2021 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราการเติบโตเฉลี่ยของช่วงเดือนเดียวกันในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ร้อยละ 8.2 แสดงให้เห็นว่าตลาดเครื่องประดับจีนกำลังฟื้นตัวจากจากโรคระบาดแล้ว การระบาดของ Covid-19 ในช่วงแรกส่งผลกระทบอย่างรุนแรงแก่ผู้ขายเครื่องประดับในปี 2020 แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมปีที่ผ่านมา ก็ช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงตอนต้นปีได้ให้ตัวเลขรวมของรายได้ลดลงไม่มากนัก เป็นที่น่าสังเกตุว่า การจำกัดการเดินทางออกนอกประเทศช่วยกระตุ้นธุรกิจแบรนด์เครื่องประดับหรูหราระดับสากลย่าง Tiffany & Co ให้มียอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่เติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 70 ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2020 หรือเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2019 แสดงให้เห็นว่า การซื้อทางออนไลน์ในจีนซึ่งแข็งแกร่งอยู่แล้วมาตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดของโคโรนาไวรัส ยิ่งขยายตัวมากขึ้นในช่วงปิดเมืองและยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายงานจาก บริษัทวิจัยระบุว่า ในปี 2020 ยอดขายอีคอมเมิร์ซผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ในจีนอยู่ที่ 1.18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่าสามเท่าของยอดเดียวกันในสหรัฐ บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของการชำระเงินภายในร้าน ขณะที่การชำระเงินผ่านบัตรเดบิตและบัตรเครดิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ต่อปี และคาดว่าภายในปี 2024 น่าจะมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 16 และร้อยละ 15 ตามลำดับจากการชำระเงินภายในร้านทั้งหมด ส่วนการใช้เงินสดซึ่งเริ่มมีแนวโน้มลดลงแล้วนั้นคาดว่าจะเหลือน้อยกว่าร้อยละ 6 ภายในปี 2024 แบรนด์เครื่องประดับจึงหันมาเน้นการนำเสนอผ่านโซเชียลมีเดีย ช่องทางบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ และช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและเจาะตลาดในจีน อาทิ Tiffany & Co, Bulgari, Cartier และ Louis Vuitton เป็นหนึ่งในบรรดาแบรนด์ต่างประเทศที่นำเสนอเครื่องประดับและสินค้าหรูหราอื่นๆ ผ่านมินิโปรแกรมในภาษาจีนของ WeChat ซึ่งรองรับการชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมนี้ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับของจีนเปลี่ยนโฉมหน้าไปโดยสิ้นเชิงในแง่ของความนิยมในผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ ผู้บริโภคจีนยังคงชื่นชอบเครื่องประดับทองล้วน ซึ่งเป็นสินค้าคงคลังที่มีสัดส่วนกว่าร้อยละ 60 ในร้านเครื่องประดับหลายแห่ง ตลาดจีนมองว่าเครื่องประดับทองเป็นการลงทุนที่สร้างผลกำไรจากสิ่งที่มีมูลค่าอยู่แล้วในตัวเอง เครื่องประดับกลุ่มนี้ไม่เพียงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคอายุมาก แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนหนุ่มสาวซึ่งมีความคาดหวังสูงกว่าในแง่ฝีมือช่างและการออกแบบ โดยเปลี่ยนจากเครื่องประดับทองล้วนน้ำหนักมากไปเป็นเครื่องประดับทองที่มีความหลากหลายมากขึ้น มีน้ำหนักเบา เน้นงานออกแบบที่ละเอียดประณีต และแสดงให้เห็นนวัตกรรมด้านวัสดุและเทคโนโลยีมากกว่าน้ำหนัก ทั้งนี้ผู้บริโภคชาวจีนจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้งในปี 2022 หรือ 2023 จนกว่าจะถึงเวลานั้น แบรนด์สินค้าหรูและธุรกิจเครื่องประดับ จะยังคงได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าภายในประเทศผ่านออนไลน์ออนไลน์ต่อไป ซึ่งจะทำให้ตลาดเครื่องประดับของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก

Read More

16/08/2564

เอื้องเข็มทอง


เอื้องเข็มทอง หรือ เอื้องผีเสื้อทอง เป็นกล้วยไม้ป่าสกุลหวายที่อยู่ในกลุ่มพืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2 ของอนุสัญญาไซเตส เป็นพืชที่ถูกรุกรานและพบเห็นได้ยากในธรรมชาติ การกระจายพันธุ์อยู่ในมาเลเซียและภาคใต้ของไทยเอื้องเข็มทอง มีชื่อวิทยาศาสตร์Pennilabium struthio Carr ลักษณะลำต้นสั้นมาก ใบรูปรีขนาด 2.5 x 10 เซนติเมตร จำนวน 3-4 ใบ แผ่นใบเกลี้ยง ก้านช่อดอกยาว 2-3 เซนติเมตร มีดอกที่ปลายช่อของแต่ละช่อ ดอกน้อย ทยอยบานทีละดอกเท่านั้น ก้านดอกยาว 1.5 เซนติเมตร ดอกสีเหลือง ขนาด 1.2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงเป็นรูปไข่แกมรูปรีงุ้ม ที่ปลายมีสัน ขอบกลีบหยักและมีจุดสีน้ำตาลแดง กลีบปากสั้น มีหูกลีบขนาดใหญ่รูปพัด ยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร สีขาว และปลายหยักเป็นครุย เดือยดอกสีเหลืองครีม ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายเดือยโป่งพองประมาณครึ่งหนึ่งของความยาว เส้าเกสรสั้นไม่มีคาง ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคมเอื้องเข็มทอง เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย พบในป่าดิบชื้นระดับต่ำ มักพบใกล้ลำธารบนไม้ พุ่มเตี้ยแสงแดดน้อย มีการสำรวจพบเอื้องผีเสื้อทองจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ขึ้นอยู่บนต้นชมพู่น้ำบริเวณริมเขาหินปูนผาเทวดา บริเวณภูเขียวน่าจะเป็นจุดสูงสุดที่เอื้องเข็มทองกระจายพันธุ์มาถึง ในพื้นที่ป่าภาคใต้ พบกล้วยไม้ป่าจำนวน 97 ชนิด 42 สกุล ในจำนวนนี้สกุลหวาย (Dendrobium) พบมากที่สุด จำนวน 23 ชนิด สกุลที่พบรองลงมา คือสกุลสิงโต (Bulbophyllum) จำนวน 20 ชนิด สกุลที่พบเพียง 1 ชนิด มี 31 สกุล บางชนิดเป็นกล้วยไม้ป่าหายาก หลงเหลือในธรรมชาติน้อยมาก เช่น รองเท้านารีม่วงสงขลา กะเรกะร่อน ซิมบิเดียมคลอแรนทัม เอื้องปากนกแก้ว และอีกหลายชนิด

Read More

15/08/2564

เอื้องแมลงปอทอง


เอื้องแมลงปอทอง หรือ หวายเข็ม เป็นกล้วยไม้ในสกุลหวาย ซึ่งเป็นสกุลใหญ่ที่สุด มีการแพร่กระจายพันธุ์ออกไปในบริเวณกว้างทั้งในทวีปเอเชียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกออกเป็นหมู่ประมาณ 20 หมู่ และรวบรวมกล้วยไม้ชนิดนี้ที่ค้นพบแล้วได้ประมาณ 1,000 ชนิดพันธุ์เอื้องแมลงปอทอง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Micropera pallida (Roxb.) Lindl. มี ลักษณะลำต้นยาวเรียว ใบรูปแถบ กว้าง 0.8-1.2 ซม. ยาว 5-8 ซม. ปลายใบเว้า ดอกช่อแบบกระจะ ออกตามข้อ ช่อดอกยาว 4-7 ซม. ดอกในช่อ 2-6 ดอก เกิดค่อนไปทางปลายช่อ ทยอยบานครั้งละ 1-2 ดอก ดอกขนาด 0.5-0.6 เซนติเมตร สีเหลืองสด ด้านหลังกลีบเลี้ยงมีแถบสีน้ำตาลแดง กลีบปากมีลักษณะเป็นโพรง ช่วงออกดอกราวเดือน กรกฎาคม – กันยายน เป็นกล้วยไม้ลักษณะอิงอาศัยพบทั้งในป่าผลัดใบและป่าไม่ผลัดใบแถบอินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซียและไทยกล้วยไม้สกุลหวาย มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบซิมโพเดียล คือ มีลำลูกกล้วย เมื่อลำต้นเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะแตกหน่อเป็นลำต้นใหม่และเป็นกอ ใบแข็งหนาสีเขียว ดอกมีลักษณะทั่วไปของกลีบชั้นนอกคู่บนและคู่ล่างขนาดยาวพอๆ กันโดยกลีบชั้นนอกบนจะอยู่อย่างอิสระเดี่ยวๆ ส่วนกลีบชั้นนอกคู่ล่างจะมีส่วนโคน ซึ่งมีลักษณะยื่นออกไปทางด้านหลังของส่วนล่างของดอกประสานเชื่อมติดกับฐานหรือสันหลังของเส้าเกสร และส่วนโคนของกลีบชั้นนอกคู่ล่างและส่วนฐานของเส้าเกสรซึ่งประกอบกันจะปูดออกมา มีลักษณะคล้ายเดือยที่เรียกว่า “เดือยดอก” สำหรับกลีบชั้นในทั้งสองกลีบมีลักษณะต่างๆ กันแล้วแต่ชนิดพันธุ์ของกล้วยไม้นั้นๆทั้งนี้เอื้องแมลงปอทองเป็นพืชอนุรักษ์บัญชีที่ 2 ของอนุสัญญาไซเตส เป็นกล้วยไม้หวายป่าของไทยที่มีสีสวยงาม เช่นเดียวกับกล้วยไม้สกุล“เอื้อง” ต่างๆ เช่น เอื้องผึ้ง เอื้องม่อนไข่ เหลืองจันทบูร พวงหยก เอื้องช้างน้าว เอื้องมัจฉาณุ เอื้องเงินหลวง เอื้องเงินเป็นต้น

Read More

14/08/2564

วิกฤติโควิด19 ทำช่างทองตกงาน


สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ตลาดทองคำซบเซาลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น มีกำลังซื้อลดลงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังร้านค้าทองคำขนาดเล็ก รวมถึงอาชีพที่เกี่ยวเนื่องคือช่างทำทอง ที่หลายคนต้องตกงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ทำการสำรวจค่าจ้างของช่างทองส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับลวดลาย น้ำหนัก ความยากง่าย เช่น สร้อยข้อมือ สร้อยคอน้ำหนัก 1 บาท งานไม่ยาก ค่าจ้าง 100 บาทต่อเส้น ถ้างานยาก มีความประณีต ค่าจ้าง 200-300 บาทขึ้นไป หากมีออร์เดอร์จำนวนมากจะมีรายได้มากแต่ในช่วงวิกฤติโควิดนี้ ช่างทำทองจำนวนมากได้รับผลกระทบจาก โรงงานทำทองขนาดกลางขนาดเล็กที่ทยอยปิดตัวลง ตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิดรอบแรก รวมถึงปัจจัยจากภาวะราคาทองผันผวน มีทั้งพุ่งขึ้และราคาร่วงลงไม่หยุด เกิดกระแสแห่ขายทองคำแรงซื้อหายเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะทองรูปพรรณ เนื่องจากช่างทำทองมีรายได้จากส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์กับหัวหน้างาน ซึ่งจะมีรายได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งผลิตเท่านั้นอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ หนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกหลักที่ทำรายได้เข้าประเทศมหาศาล กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกำลังซื้อทั่วโลกหดหาย ตลาดทองคำรูปพรรณค่อนข้างซบเซา จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจากโควิด-19 ทั้งระลอกเดิมและระลอกใหม่ ส่งผลให้กำลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยหายไป ประกอบกับสถานการณ์ตลาดทองคำผันผวน ขึ้นแรงและร่วงลงแรงจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ระบุว่าธุรกิจทองคำจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ หลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา กำลังซื้อลดลงจากปีก่อน ไม่มีคนซื้อ มีแต่นำทองมาขาย ส่งผลต่อเนื่องไปยังร้านค้าทองคำขนาดเล็ก รวมถึงอาชีพช่างทำทอง ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 รอบแรก ส่งผลให้โรงงานผลิตทองคำหลายแห่งปิดตัวลง ส่งผลให้ช่างทองตกงานเป็นจำนวนมาก จากจำนวนช่างทำทองในระบบรวมกับกลุ่มจิวเวลรี่ที่มีประมาณ 2 แสนคน ประเมินว่าช่างทองตกงานไปแล้วมากกว่า 50% ที่มา :กรุงเพธุรกิจ

Read More

13/08/2564

สุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ


สุดยอดพะเครื่องเนื้อทองคำที่ถือว่าเป็นของหายากมีมูลค่าสูง และเป็นที่ต้องการของผู้นิยมพระเครื่องโดยแบ่ออกเป็น ๒ ช่วงคือ ช่วงปีพ.ศ.๒๔๖-๒๔๗๐ ซึ่งเป็นพระเครื่องที่มีราคาสูงเพราะมีคนต้องการมาก อีกช่วงก็เป็นหลังปี พ.ศ.๒๗๐ เป็นต้นมาเหรียญหลวงพ่อโสธร ปี๒๔๖๐ ถือเป็นเหรียญพระเครื่องทองคำที่มีคามเก่าแก่มากที่สุด สร้างในสมัยพระอาจารย์หลิน มีขุนศิรินิพัฒน์เป็นมัคทายกวัด โดยการแต่งตั้งจากกระทรวงธรรมการเป็นผู้ดำเนินการสร้าง ได้มีการสร้างเหรียญขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อให้เพยงพอสำหรับสมนาคุณแก่ผู้บริจาคมทรัพย์ซ่อมแซมชุกชีขององค์หลวงพ่อโสธร มี ๔ ชนิดคือ เหรียญทอคำ เหรียญนวโลหะหรือสำริด เหรียญทองแดง และเหรียญเงินในส่วนของเหรียญทองคำหลวงพ่อโสธร สร้างขึ้นไม่เกิน ๒๐ เหรียญเพราะต้นทุนสูงและวัดยังไม่มีฐานะเหมือนในปัจจุบัน เดิมทีเหรียญทองคำหลวงพ่อโสธรซึ่งเป็นเหรียญแรกที่มีการบันทึกไว้ไม่เป็นที่ยอมรับ แต่หลังจากศึกษาจนเป็นที่ยอมรับจนปัจจุบันกลายเป็นของหายากและได้รับความนิยมค่อนข้างมาก มีมูลค่าอยู่ที่ ๑๕-๒๐ ล้นบาท ที่นับว่าเป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่ถือได้เป็นเหรียญพระพุทธที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศเหรียญหลวงพ่อธรรมจักร วัดธรรมามูล จ.ชัยนาท หลวงพ่อธรรมจักรเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชัยนาทและใกล้เคียงต่างภูมิใจและเคารพเลื่อมใสศรัทธาในอิทธิปาฎิหาริย์เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือการขอพรต่างๆ ซึ่งเหรียญที่ได้รับความนิยมแพร่หลายสูงสุดคือ เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร ปี๒๔๖๑ ซึ่งเป็นเหรียญที่มีพิธีการสร้างใหญ่โตมากได้รับการปลุกเสกและลงอัครเลขยันต์จากเกจิอาจารย์ ๓ รูปคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อคง วัดบางกะพี้ และหลวงพ่ออยู่ วัดคักคะนน ซึ่งมีชื่อเรื่องการอยู่ยงคงกะพัน ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

Read More

12/08/2564

ทองหยิน เจ๊กบ้า


"วาสนาลื้อสูงมาก ลื้อจะได้เป็นกษัตริย์--"น้ำเสียงเขาขาดเป็นห้วงๆ และเน้นคำว่ากษัตริย์ พร้อมกับพูดซ้ำๆว่า"ลื้อจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินปกครองเมืองนี้" จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่ง ยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวต่อหน้าสุภาพบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้วยศรัทธาและบารมีอันแก่กล้าประเทศไทยในสมัยนั้นมีสำนักโหรจีนชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่า "จีนทองหยิน" ว่ากันว่าวิธีการดูดวงชะตาของโหรจีนผู้นี้แตกต่างจากโหรทั่วไปในพระนคร คือแทนที่จะใช้วิธีลงเลขคูณหารตรวจปูมชาตาบนกระดานของโหรก็ใช้เพียงแค่สอบถามวันเดือนปีเกิดเท่านั้น และความแม่นยำก็เลื่องลือจนทำให้เจ้าขุนมูลนายไปจนถึงจ้าวนายและเชื้อพระวงศ์จากวังต่างก็พากันยกย่องนิยมนับถือโหรจีนผู้นี้ อยู่มาวันหนึ่งจีนทองหยินได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะผู้หนึ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน เป็นบุรุษหนุ่มร่างเล็กแบบบาง หนวดแหย็มประทับเหนือริมฝีปากประปราย ยื่นวันเดือนปีเกิด"วันพุธ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะเส็ง" ให้โหรทองหยินช่วงพิเคราะห์ดวงชะตาให้ เมื่อโหรทองหยินเพ่งดวงหน้านั้นอยู่ชั่วขณะหนึ่ง พลางบอกให้ลุกขึ้นเดินกลับไปกลับมาโหรเอกมองดูท่าทางกิริยาวิธีการเดินของเขาอย่างสนใจ และในทันทีที่สุภาพบุรุษเจ้าของดวงชาตาทรุดตัวลงตามเดิม ฉับพลันนั้นโหรเอกก็เบิกตาโพลง ตลึงและงงงวย เขาลอดสายตาเพ่งออกมานอกแว่น จรดจ้องอยู่กับดวงหน้าของอาคันทุกะแปลกหน้า ผู้ซึ่งไม่เคยเห็นมาเลยนับแต่มาเหยียบเมืองไทย เหมือนกับจะไม่เชื่อตัวเองว่า สุภาพบุรุษที่นั่งอยู่เฉพาะหน้าตนนั้น จะมีดวงชาตากำเนิดสูงละลิ่วอย่างเทพเจ้าที่จุติลงมาเพื่อปกครองแผ่นดินไทย เพื่อเป็นจ้าวชีวิตของคนไทยทั้งชาตินี้ พลางระล่ำระลักว่า "วาสนาลื้อสูงมาก ลื้อจะได้เป็นกษัตริย์--"ชายสุภาพบุรุษเพ่งดูใบหน้าสวนสายตาของทองหยินออกไป พลางหัวเราะอยู่ในลำคอ เป็นการหัวเราะที่แสดงความขบขันคล้ายๆ กับจะตั้งคำถามตัวเองว่า"นี่น่ะหรือ ทองหยิน โหรเอกที่คนเลื่องลือกันทั้งเมือง นี่น่ะหรือที่ใครๆ โจษจรรย์กันว่าทำนายทายทักปูมชาตาแม่นยำนัก"แล้วก็หัวเราะให้กับอาการอันงกงันสั่นเทาของทองหยินอีกครั้ง แล้วชำระค่าตอบแทนเมื่ออำลาจากทองหยิน ขับรถยนต์กลับออกไป สุภาพบุรุษคนนั้นไม่ได้เหลียวกลับมาที่สำนักโหรเอกทองหยินอีก จึงไม่เห็นร่างอันสั่นเทาของทองหยิน ที่แง้มประตูห้องแถวเก่าๆ ตรงสี่แยกมองตามรถยนต์ที่ขับออกไป อาคันตุกะหนุ่มผู้นั้น ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่๗ แห่งราชวงศ์จักรี นามพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มา: หนังสือเรื่องบุกบรมพิมาน โดย "แหลมสน" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สหกิจ, ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์-หากสันนิษฐานได้ว่าราวๆ ปี ๒๔๙๒-๒๔๙๓"แหลมสน" จะเป็นนามปากกาของผู้ใดนั้น ไม่อาจระบุได้ ที่มา : อัษฎางค์ ยมนาค

Read More

11/08/2564

“หาดนางทอง” หาดทรายดำแห่งพังงา


“หาดนางทอง” เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหาดทรายดำ ตั้งอยู่ที่ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวย่านเขาหลัก และเป็นแหล่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ อำเภอตะกั่วป่า ในอดีตถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการทำเหมือแร่ที่สำคัญของไทยแห่งหนึ่งโดยเฉพาะการทำแร่ดีบุก เริ่มตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์เรื่อยมาจนถึงปีพ.ศ.2520 ที่กิจการเหมือแร่เลิกราไป ซึ่งทรายสีดำที่ปรากฏให้เห็นลอดแนวชายหาดนางทองก็มีที่มาจากการทำเหมืองแร่ดีบุกนั่นเองการทำเหมืองแร่ริมชายฝั่ง ทำให้คลื่นซัดแร่ดีบุกขึ้นมาชาวบ้านจะตักมากองรวมกันก่อนจะนำใส่รางและล้างน้ำเพื่อแยกเอาทรายทะเลที่มีน้ำหนักเบากว่าออกให้เหลือเพียงแต่สีดำ ก่อนจะนำไปแยกเอาแร่ดีบุกออกมาขายอีกที หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ จังหวัดพังงาก็เริ่มเข้าสู่ยุคท่องเที่ยว แต่คลื่นทะเลตามธรรมชาติก็ยังคงซัดเอาแร่ขึ้นบนชายหาดดังกล่าวอยู่เป็นระยะ และดึงกลับลงไปในทะเล สลับกันไปมาอยู่เรื่อย ๆ จนกลายเป็นหาดทรายสีดำ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันปัจจุบันหาดนางทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีความสวยงามแปลกตาจนถูกยกให้เป็นอันซีนพังงา เนื่องจากผืนทรายบนชายหาดนางทองเป็นสีดำละเอียด ที่พบไม่กี่แห่งในโลกยามเมื่อน้ำทะเลลดลงต่ำสุดก็จะมองเห็นหาดทรายสีดำเป็นบริเวณกว้าง ทำให้เป็นที่กล่าวขานถึงความแปลกของหาดทรายที่หาดนางทอง

Read More

10/08/2564

โอกาสของเครื่องประดับไทยในชิลี


ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2021 ชิลีนำเข้าเครื่องประดับและอัญมณีจากไทยมากเป็นอันดับ1 สินค้าสำคัญคือ เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง และเครื่องประดับเทียม เพิ่มขึ้นกว่า 150 % และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดีมูลค่าการส่งออกของไทยไปชิลีกลับน้อยมากคิดเป็นเพียง 0.02% ของการส่งออกสินค้าในหมวดนี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการของไทยจะเข้าไปขยายตลาดในชิลีเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกให้มากขึ้น ท่ามกลางความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศไทยและชิลีมีการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างกันมาต่อเนื่อง ที่สำคัญตือข้อตกลงการค้าเสรีในปี 2015 ผลให้ภายในปี 2023 ภาษีนำเข้าเป็น 0 ทุกรายการ (ยกเว้นทองคำพิกัด 7108 บางพิกัดที่ยังเก็บในอัตรา 6%) จึงถือเป็นข้อได้เปรียบที่ผู้ประกอบการควรใช้สิทธิประโยชน์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเข้าสู่ตลาดชิลี และล่าสุดไทยและชิลีบรรลุข้อตกลงในการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form TC ด้วยการนำระบบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการให้บริการด้วยนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อช่วยลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และลดการสัมผัสเอกสาร สอดคล้องกับสถานการณ์ในยุค New Normal ได้เป็นอย่างดีทั้งนี้ไลฟ์สไตล์ของคนชิลีโดยเฉาะในเมืองใหญ่นิยมแต่งกายในลักษณะผ่อนคลาย สบายๆ แต่เน้นความพิถีพิถันกับการแต่งกายให้เข้ากับแต่ละโอกาส สำหรับการสวมใส่เครื่องประดับชาวชิลีนิยมรูปแบบที่เรียบง่าย ดีไซน์ไม่หวือหวา สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน หากเป็นแหวนหมั้นนิยมเลือกซื้อแหวนที่ตัวเรือนทำจากแพลทินัมและประดับด้วยเพชรที่มีขนาดกะรัตไม่มาก แต่เน้นจำนวนเพชรหลายๆ เม็ด และแหวนแต่งงานจะเป็นทองคำเกลี้ยงโดยมักจะแกะสลักชื่อบุคคลลงไปด้วย นอกจากนี้ สตรีชาวชิลีอายุระหว่าง 18-45 ปี มีความนิยมเครื่องประดับเงิน เนื่องจากมีราคาไม่สูงนัก สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน ต่างจากผู้มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป มักนิยมเครื่องประดับทองคำ 18-24 กะรัต แต่สีของทองคำที่มีกะรัตสูงมีสีเหลืองมากเกินไปไม่เป็นที่นิยมในชิลี ขณะที่เครื่องประดับที่ทำจากโลหะมีค่าอื่นๆ อย่าง ทองแดง ทองเหลือง หรือเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยลาพิส ลาซูลี ก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในชิลี ซึ่งเครื่องประดับตกแต่งด้วยลาพิส ลาซูลี เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแบบชนพื้นเมืองชาวมาปูเช เป็นของฝากขึ้นชื่อของชิลีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

Read More

09/08/2564

หัวนะโม...จากความเชื่อสู่เครื่องประดับ


“หัวนะโม” เครื่องรางที่ชาวใต้เชื่อว่าสามารถป้องกันอันตราย หรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ กลายมาเป็นเครื่องประดับหลากหลายรูปแบบที่ให้ทั้งความสวยงามและความเป็นสิริมงคลไปพร้อมๆกัน และจากหัวนะโมที่ทำจากเงินยวง ก็ถูกนำไปประกอบและผสมผสานกับเครื่องทอง หรือเครื่องถม เพื่อทำเป็นสร้อยข้อมือ สร้อยคอ แหวน หรือแม้กระทั่งตุ้มหูจุดเริ่มต้นของหัวนะโม ต้องย้อนไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 18 หัวนะโมเป็นเบี้ยที่ไว้ใช้แทนเงินตราสำหรับแลกเปลี่ยนเปลี่ยนสินค้าของอาณาจักรตามพรลิงค์ หรือจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน โดยทำจากโลหะ เหตุที่ชื่อว่าหัวนะโมนั้น มาจากการจารึกอักษรปัลลวะหรืออักษรอินเดียโบราณ ที่เรียกว่าตัว “นะ” ไว้บนเม็ดเงินที่มีลักษณะกลม และเมื่อสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ เกิดโรคห่าหรืออหิวาตกโรคระบาดขึ้น จึงได้มีการทำพิธีปลุกเสกหัวนะโมขึ้นมาด้วยพิธีกรรมแบบพราหมณ์ โดยอัญเชิญเทพเจ้าสามพระองค์ ซึ่งได้แก่ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม มาสถิตในหัวนะโม แล้วนำไปหว่านยังจุดที่มีโรคระบาด และรอบๆ บริเวณเมือง ปรากฎว่าโรคระบาดได้หายไป และอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ของกรุงรัตนโกสินทร์ได้เกิดโรคห่าหรืออหิวาตกโรคระบาดในเมืองนครศรีธรรมราชเช่นกัน จึงได้ทำพิธีปลุกเสกหัวนะโมเพื่อนำไปหว่านแบบกาลก่อน ซึ่งโรคระบาดนั้นก็ได้หายไปเหมือนเดิม จึงเป็นเหตุให้ “หัวนะโม” เป็นของมงคลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครศรีธรรมราชที่ส่วนใหญ่จะพกของมงคลนี้ติดตัวการทำหัวนะโมในอดีตเป็นการนำเงินยวง ซึงเป็นโลหะเงินบริสุทธิ์ มีความขาวและนิ่ม มาตอกตรานะโมลงไป และขึ้นรูปเป็นเม็ดกลม ในอดีตมีการใส่ปรอทไว้ด้านในเพราะเชื่อว่าเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ แต่การทำหัวนะโมในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต ทั้งเรื่องของโลหะเงินที่นำมาใช้ตอกตราหัวนะโมก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของผู้จัดทำ โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นโลหะเงินทั่วไป ไม่ได้มีการใส่ปรอทเข้าไปในช่องว่างด้านใน ส่วนในเรื่องของพิธีกรรมก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคลอีกเช่นกัน บางคนนิยมหัวนะโมที่ผ่านพิธีปลุกเสกมาแล้ว แต่บางคนเชื่อว่าขอแค่เป็นหัวนะโมก็มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องผ่านพิธีปลุกเสกใดๆ หรือบางคนก็นำหัวนะโมที่ยังไม่ได้ปลุกเสกไปร่วมงานร่วมพิธีกรรมทางศาสนาที่เคารพนับถือเพื่อเป็นการปลุกเสกก็มี ดังนั้นการใส่หัวนะโมในปัจจุบันไม่ได้ดูเคร่งขรึมเหมือนในอดีต แต่เป็นความเชื่อที่ผสมสานกับความสวยงามที่สวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ด้วย

Read More

06/08/2564

การส่งออกทองคำช่วง 4 เดือนแรกของไทยหดตัวแรง


สถานการณ์การส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปหรือทองคำกึ่งสำเร็จรูปของไทยในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ปี 2564 หดตัวสูงถึง ร้อยละ 89.59 ในขณะที่ การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 1.05 โดยเฉพาะเมษายน 2564 เพียงเดือนเดียว มูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีก่อนหน้าเกินร้อยเปอร์เซ็น (ร้อยละ 106.57)สาเหตุที่ทำให้การส่งออกทองคำของไทยมีมูลค่าลดลงเนื่องจากราคาทองคำเฉลี่ยในตลาดโลกยังอยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่อง(1,761.68 ดอลลาร์- สหรัฐต่อออนซ์ในเดือนเมษายน 2564) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์- สหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และ เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดีทองคำกึ่งสำเร็จรูปยังเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญเป็นอันดับ 2 ในสัดส่วนร้อยละ 27 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยโดยรวมสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุดในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้คือ เครื่องประดับแท้คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 38.56 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.81 โดยสินค้าส่งออกหลักคือ เครื่องประดับเงิน มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.51 จากการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักรตลาดอันดับ1,3และ5 ตามลำดับ ขณะที่การส่งออกไปยังเยอรมนีและจีนตลาดในอันดับ 2 และอันดับ 4 หดตัวลงร้อยละ 13.37 และร้อยละ 20.94 การส่งออกเครื่องประดับทองลดลงร้อยละ 9.36 จากการส่งออกไปยังฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และญี่ปุ่น ส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรยังขยายตัวได้ร้อยละ 43.75 และร้อยละ90.63 ตามลำดับ การส่งออกเครื่องประดับแพลทินัมปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 88.08 เนื่องจากการส่งออกไปยังตลาดอย่างสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฮ่องกง ต่างขยายตัวสูงขึ้นแม้การส่งออกไปยังญี่ปุ่นตลาดสำคัญอันดับ 2 จะปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 14.35ก็ตาม ในส่วนของเพชรสินค้าส่งออกรายการสำคัญในอันดับ 3คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.40 ของมูลค่าการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทย มีมูลค่าเติบโตร้อยละ 26.43 โดยเพชรเจียระไนเป็นสินค้าส่งออกหลักในหมวดนี้เติบโตได้ร้อยละ32.78 เนื่องจากการส่งออกไปยังอินเดีย สหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นตลาดหลักปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

Read More

01/06/2564

พระแสงดาบทอคำ ของขวัญจากพระพุทธเจ้าหลวงถวายแด่พระจักรพรรดิออสเตรีย-ฮังการี


ในงานแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่จัดแสดงในนิทรรศการ“มหัศจรรย์พรรณภาพ”ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คนไทยได้มีโอกาสเห็นพระแสงกระบี่สั้นด้ามทองคำที่พระพุทธเจ้าหลวงถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เมื่อคราวเสด็จเยือนยุโรปครั้งที่1 ในปีพ.ศ.2441ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสยุโรป ร.ศ.116 ของ พระยาศรีสหเทพ (เส็ง วิรยศิริ) ปรากฎบันทึกเหตุการณ์สำคัญเมื่อคราวเสด็จพระราชวังเชินบรูนไว้ว่า“วันที่ ๒๔ มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๖...พอเวลาจวนทุ่มหนึ่งเสร็จการเลี้ยง [ณ พระราชวังเชินบรูน] พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับมาทางเดินตามลำดับดังกล่าวมาแล้ว มาพักในห้องแก้วที่ข้าราชการมาพักนั้น มีกาแฟและบุหรี่มาเลี้ยง ซึ่งแปลกกว่าที่อื่น คือโต๊ะหลวงที่แล้ว ๆ มาเลี้ยงแล้วไม่เคยเลี้ยงบุหรี่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำพระแสงกระบี่สั้น ปรุคร่ำทองฝักทองคำ ด้ามทองคำเป็นหัวนาค ลงยาราชาวดีประดับเพชรพลอย ถวายสมเด็จพระเจ้าเอมเปรอกรุงออสเตรีย ๑ เล่ม และพระราชทานซองพระโอสถลงยาราชาวดีแก่อาชดุ๊กลูวิกวิกตอ สมเด็จพระเจ้าเอมเปรอทรงรับไว้ด้วยทรงยินดี และรับสั่งตอบขอบพระราชหฤทัย...”พระแสงกระบี่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีในคราวที่เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่1 พ.ศ.2440 โดยเฉพาะในคราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนออสเตรียนั้น ได้มีโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนพระราชวังเชินบรูนครั้งนั้นได้ถวายพระแสงกระบี่สั้น ปรุคร่ำทองฝักทองคำ ด้ามทองคำเป็นหัวนาค ลงยาราชาวดีประดับเพชรพลอย แด่สมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ โยเซฟแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีนอกจากพระแสงกระบี่สั้นแล้วยังมี “ตรีศูลทองคำลงยาสี” ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ส่งไปเป็นของทูลพระขวัญตอบแทนที่พระจักรพรรดิฟรันซ์ โจเซฟ แห่งออสเตรีย ส่งของทูลพระขวัญมาถวาย นับเป็นครั้งแรกที่คนไทยส่วนใหญ่ได้เห็นตรีศูลทองคำลงยาพร้อมพระแสงกระบี่ ของขวัญล้ำค่าที่แสดงถึงสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างราชวงศ์ไทยและยุโรป

Read More

Loading...
More